ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อแก๊สออกซิเจนเหลว จำนวน 1,100,000 ลูกบาศก์เมตร

พิษณุโลก 68019303634
฿7,931,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 24 ก.พ. 2568 พิษณุโลก
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงพยาบาลพุทธชินราชมีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และมีประสบการณ์ในการให้บริการแก่โรงพยาบาลศูนย์หรือโรงพยาบาลทั่วไปไม่น้อยกว่า 3 แห่งอย่างต่อเนื่อง ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่น้อยกว่า 3 โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างกัน และมีกำลังการผลิตรวมไม่น้อยกว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

ขอบเขตงานรวมถึงการติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร พร้อมอุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวให้เป็นแก๊ส (Vaporizer) และท่อจ่ายแก๊สไปยังห้องจ่ายแก๊สของโรงพยาบาล นอกจากนี้ จะต้องมีชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียงเพื่อแจ้งสถานะการทำงานของระบบออกซิเจน และระบบตรวจสอบระดับออกซิเจนเหลวทางไกล (Telemonitoring)

ผู้ชนะการประกวดราคาต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบแก๊สทางการแพทย์แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นประจำทุกปี

English summary

This project is for the procurement of medical liquid oxygen for Phuttachinaraj Hospital. Bidders must be manufacturers and distributors with at least 5 years of experience, have multiple production plants, and be able to continuously supply liquid oxygen, including 24-hour emergency and maintenance services. The winning bidder must complete the installation of the medical liquid oxygen system within 30 days and provide sufficient backup oxygen for use.

สถานที่ดำเนินการ

โรงพยาบาลพุทธชินราช

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้โรงพยาบาลพุทธชินราชมีออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง

ขอบเขตของงาน

  • จัดส่งออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ
  • ติดตั้งระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน 30 วัน
  • ติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร จำนวน 1 ถัง และถังสํารอง 90,000 ลิตร จำนวน 1 ถัง
  • ติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวให้เป็นแก๊ส (Vaporizer) อัตราการทําระเหยไม่ต่ํากว่า 200 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จำนวนไม่ต่ํากว่า 2 ชุด
  • ติดตั้งท่อจ่ายแก๊สจากถังบรรจุไปยังห้องจ่ายแก๊สของโรงพยาบาล
  • ติดตั้งชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง
  • ติดตั้งชุดอุปกรณ์สําหรับปั้มออกซิเจนเหลว (Electrical Wiring for Cryogenic Pump)
  • ติดตั้งมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวและชุดระบบตรวจสอบระดับออกซิเจนเหลวทางไกล (Telemonitoring) จำนวน 2 ชุด
  • หากโรงพยาบาลมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม ให้ดำเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบของอาคาร โดยไม่คิดมูลค่า
  • ให้บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • ซ่อมแซมและบํารุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์
  • จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบแก๊สทางการแพทย์แก่บุคลากรของโรงพยาบาลเป็นประจำทุกปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน มอก.เลขที่ ๕๕๐-๒๕๕๕
  • ระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ที่ติดตั้งเสร็จสมบูรณ์
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลวขนาดไม่น้อยกว่า 20,000 ลิตร และถังสํารอง 90,000 ลิตร
  • อุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลวให้เป็นแก๊ส (Vaporizer)
  • ท่อจ่ายแก๊สจากถังบรรจุไปยังห้องจ่ายแก๊สของโรงพยาบาล
  • ชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง
  • ชุดอุปกรณ์สําหรับปั้มออกซิเจนเหลว (Electrical Wiring for Cryogenic Pump)
  • มาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวและชุดระบบตรวจสอบระดับออกซิเจนเหลวทางไกล (Telemonitoring)
  • บริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
  • การซ่อมบำรุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์
  • รายงานการตรวจสอบและบำรุงรักษาถังออกซิเจน
  • การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับระบบแก๊สทางการแพทย์

ระยะเวลาดำเนินการ

  • การติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ให้เสร็จสมบูรณ์: ภายใน 30 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience:
    • ต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มาแล้วไม่ต่ํากว่า 5 ปี
    • ต้องประกอบกิจการผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และ/หรือผลงานจากโรงพยาบาลของทบวงมหาวิทยาลัย หรือกระทรวงกลาโหม ที่มีขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป จํานวนไม่ต่ํากว่า 3 โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มาแล้วไม่ต่ํากว่า 5 ปี
    • ต้องมีอาชีพทางด้านการติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊สในโรงพยาบาลโดยเฉพาะ และจะต้องมีวิศวกรและช่างผู้ชํานาญงานด้านการติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊ส และมีผลงานในการติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊สในโรงพยาบาลที่เป็นผลงานในระยะเวลาไม่ต่ํากว่า 5 ปี
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่างานติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊สในโรงพยาบาลไม่ต่ํากว่า 1.5 ล้านบาท
  • Technical Capabilities:
    • ต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลว ไม่น้อยกว่า 3 โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างกัน ที่จดทะเบียนเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทผู้เสนอราคา และมีกําลังการผลิตออกซิเจนเหลวโดยรวมแล้วไม่ต่ํากว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
    • ต้องมีรถที่ใช้ในการจัดส่งออกซิเจนเหลวเท่านั้นที่มีขนาดความจุไม่ต่ํากว่า 10,000 ลิตร และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า 10 คัน ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เป็นของบริษัทเอง
  • Standards Compliance:
    • ต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐานเลขที่ ISO ๙๐๐๑:๒๐๐๘, ISO ๑๔๐๐๑ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ หรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้
    • ต้องมีโรงงานต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP
  • Insurance:
    • ต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ํา กว่า 9,000 ล้านบาท

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์การพิจารณาไม่ได้ระบุไว้ใน TOR ฉบับนี้

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ออกซิเจนเหลวต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับออกซิเจนที่ใช้ ในทางการแพทย์ ตาม มอก.เลขที่ ๕๕๐-๒๕๕๕
  • ถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evapourizer; VIE) ต้องเป็นถังชนิดพิเศษ มีรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะเพื่อใช้สําหรับบรรจุของเหลวที่มีอุณหภูมิจุดเดือดต่ํามา (Cryogenic Vessel) ชนิดผนังสองชั้น
  • อุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลว ให้เป็นแก๊ส (Vapourizer; VAP) เป็นชนิดที่ใช้ความร้อนจากบรรยากาศมาช่วย โดยมีอัตราการทําระเหยไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จํานวนไม่ต่ํากว่า ๒ ชุด

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาออกซิเจนเหลวจากแหล่งอื่นให้แก่โรงพยาบาลใช้งานไปก่อน และ/หรือจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าแก๊สออกซิเจนที่โรงพยาบาลสั่งมาใช้ทดแทน ทั้งสิ้น หากผู้เสนอราคาไม่สามารถส่งออกซิเจนเหลวให้แก่โรงพยาบาลได้ทันตามกําหนด
  • ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องจัดหาออกซิเจนทางการแพทย์สํารองให้กับโรงพยาบาลใช้งานอย่างเพียงพอต่อความต้องการโดยไม่ให้กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วย ในระหว่างการติดตั้งระบบออกซิเจน
  • ผู้เสนอราคาจะต้องชดใช้ค่าออกซิเจนเหลวที่สูญหายไปในระหว่างการขัดข้องหรือเสียหายโดยไม่คิดมูลค่า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: หากเกิดเหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถใช้งานระบบออกซิเจนเหลวได้ ผู้เสนอราคาต้องทำอย่างไร?
    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องสามารถจัดหาแก๊สออกซิเจนสำรองทั้งชนิดที่เป็นออกซิเจนเหลวและ/หรือชนิดบรรจุท่อแรงดันสูง เพื่อรองรับการใช้งานทดแทนระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ และต้องมีเครือข่ายในการให้บริการแก๊สออกซิเจนทั้ง 2 ชนิด ที่สามารถให้บริการแก่โรงพยาบาลพุทธชินราชได้ตลอดเวลา

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับโรงงานผลิตอย่างไร?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวไม่น้อยกว่า 3 โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างกัน ที่จดทะเบียนเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทผู้เสนอราคา และมีกำลังการผลิตออกซิเจนเหลวโดยรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับรถที่ใช้ในการจัดส่งออกซิเจนเหลวอย่างไร?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องมีรถที่ใช้ในการจัดส่งออกซิเจนเหลวเท่านั้นที่มีขนาดความจุไม่ต่ำกว่า 10,000 ลิตร และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 10 คัน ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เป็นของบริษัทเอง

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องทำการวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวอย่างไร?

    • คำตอบ: ในการวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวทางผู้ขายจะคํานวณตามหลักวิชาเทอร์โมไดนามิกให้ออกซิเจน เหลวกลายสภาพเป็นก๊าซภายใต้ภาวะอุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดัน ๑,๐๑๓ มิลลิบาร์ ซึ่งในกรณีออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ ลิตร จะสามารถกลายเป็นแก๊สออกซิเจนได้เท่ากับ 0.๘๗๗ ลูกบาศก์เมตร โดยอ่านค่าที่คํานวณได้จากหัวจ่ายออกซิเจนเหลว (Flow Meter)

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีบริการอะไรบ้าง?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และบริการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน

    • คำถาม: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องดำเนินการอย่างไรหากโรงพยาบาลมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม?

    • คำตอบ: ผู้ชนะการประกวดราคาต้องดําเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบของอาคาร โดยไม่คิดมูลค่า

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องทำอย่างไรหากถังบรรจุออกซิเจนเหลวเกิดชำรุดเสียหาย?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมและบำรุงรักษาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และชดใช้สำหรับออกซิเจนเหลวที่สูญหายไป

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องดำเนินการตรวจซ่อมบำรุงรักษาอะไรบ้าง?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องดำเนินการทดสอบการรั่วของ Pipeline และวาล์วทั้งหมด, ตรวจสอบสภาพของถังบรรจุออกซิเจนเหลว, ตรวจสอบสภาพการทํางานของวาล์วนิรภัย, ทดสอบ Content Indicator, ทดสอบความเที่ยงตรงของ Pressure Gauge, การตรวจสอบสภาพของ Bursting Disc และตรวจสอบ Pressure Raising Valve

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีการอบรมอะไรให้แก่โรงพยาบาล?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาจะต้องจัดให้มีการอบรมเพื่อให้ความรู้โดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความชํานาญเกี่ยวกับระบบแก๊สทางการแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ในการใช้แก๊สทางการแพทย์ เป็นประจําอย่างต่อเนื่องทุกปี

    • คำถาม: ผู้เสนอราคาต้องมีเอกสารอะไรประกอบการเสนอราคาบ้าง?

    • คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องแนบเอกสารต่างๆ เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการ, หนังสือรับรองผลงาน, สำเนาใบรับรอง ISO, สำเนากรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงคุณสมบัติและความสามารถในการให้บริการ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

(ลงชื่อ).
คุณลักษณะทั่วไป
รายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะของออกซิเจนเหลว
ออกซิเจนเหลวต้องมีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับออกซิเจนที่ใช้ ในทางการแพทย์ ตาม มอก.เลขที่ ๕๕๐-๒๕๕๕ โดยผู้ขายต้องแนบผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ใช้
ทางการแพทย์ประจําปี ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
รายละเอียดทางเทคนิค
๑. โรงพยาบาล พุทธชินราช จังหวัดพิษณุโลก มีความต้องการซื้อออกซิเจนเหลวทางการแพทย์เพื่อใช้ ในกิจการของโรงพยาบาล ผู้เสนอราคาจะต้องเสนอราคาต่อหน่วยลูกบาศก์เมตร และส่งให้เป็นคราว ๆ ให้
เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาลโดยไม่ให้ขาด
หากผู้เสนอราคาไม่สามารถส่งออกซิเจนเหลวให้แก่
โรงพยาบาลได้ทันตามกําหนด ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการจัดหาออกซิเจนเหลวจากแหล่งอื่นให้แก่ โรงพยาบาลใช้งานไปก่อน และ/หรือจะต้องรับผิดชอบจ่ายค่าแก๊สออกซิเจนที่โรงพยาบาลสั่งมาใช้ทดแทน
ทั้งสน
๒. ผู้เสนอราคาจะต้องเป็นผู้ผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์มาแล้วไม่ต่ํากว่า ๕ ปี ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือในกระบวนการผลิตและความชํานาญในการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ต่อโรงพยาบาล โดยต้องแนบหลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๓. ผู้เสนอราคาจะต้องประกอบกิจการผลิตและจัดจําหน่ายออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ให้กับ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข) และหรือผลงานจากโรงพยาบาล ของทบวงมหาวิทยาลัย หรือกระทรวงกลาโหม ที่มีขนาดเทียบเท่าโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป จํานวน ไม่ต่ํากว่า ๓ โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มาแล้วไม่ต่ํากว่า ๕ ปี ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและ ประสบการณ์ในการให้บริการแก่โรงพยาบาลอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยต้องแนบหลักฐานเอกสารรับรอง การใช้งานหรือสําเนาสัญญาจะซื้อจะขายของโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๔. ผู้เสนอราคาจะต้องจัดส่งออกซิเจนเหลวให้กับโรงพยาบาลพร้อมใบรับประกันคุณภาพทุกครั้ง ทั้งนี้ เพื่อความมั่นใจของโรงพยาบาลว่าออกซิเจนเหลวที่โรงพยาบาลได้รับมีคุณลักษณะตามที่มาตรฐานกําหนด ต้องแนบหลักฐานแสดงตัวอย่างใบรับประกันคุณภาพแก๊สเหลวประกอบกับเอกสารประกวดราคา
โดย
๕. ผู้เสนอราคาจะต้องให้ความมั่นใจกับโรงพยาบาลว่าจะมีออกซิเจนเหลวจากโรงงานผลิตจัดส่งให้ โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ โดยผู้เสนอราคาจะต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลว ไม่น้อยกว่า ๓ โรงงานที่ตั้งอยู่ในจังหวัดต่างกัน ที่จดทะเบียนเป็นชื่อเดียวกันกับบริษัทผู้เสนอราคา และมีกําลังการผลิต ออกซิเจนเหลวโดยรวมแล้วไม่ต่ํากว่า ๑๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้หากโรงงานใดโรงงานหนึ่งไม่ สามารถผลิตและจัดส่งออกซิเจนเหลวได้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม โรงงานที่เหลือจะยังสามารถให้บริการได้อย่าง
ต่อเนื่องและปลอดภัย โดยต้องแนบหลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการของโรงงานที่เกี่ยวข้องประกอบกับ
เอกสารประกวดราคา
5. ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานผลิตออกซิเจนเหลวที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตาม มาตรฐานเลขที่ ISO ๙๐๐๑:๒๐๐๘, ISO ๑๔๐๐๑ จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ หรือหน่วยงานที่ เชื่อถือได้ ทั้งนี้เพื่อความมั่นใจของโรงพยาบาลว่าจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องของการผลิตและการ ให้บริการได้ตลอดเวลา โดยต้องแนบหลักฐานสําเนาใบรับรองดังกล่าวประกอบกับเอกสารประกวดราคาและ ต้องมีโรงงานต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP โดยจะต้องมีหลักฐานการรับรองประกอบ
كر
.ประธานกรรมการ (ลงชื่อ)..
(นายวิบูลย์ วาณิชย์เจริญพร)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
h
….กรรมการ

(นายมะหมัด ตักจิตร)
นายช่างเทคนิคชํานาญงาน
.. กรรมการ (ลงชื่อ)
(นายณรงค์ เลิศเพียรธรรม) นายแพทย์เชี่ยวชาญ
(ลงชื่อ)…..
-10-
๗. ในการวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวทางผู้ขายจะคํานวณตามหลักวิชาเทอร์โมไดนามิกให้ออกซิเจน เหลวกลายสภาพเป็นก๊าซภายใต้ภาวะอุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส และความดัน ๑,๐๑๓ มิลลิบาร์ ซึ่งในกรณี ออกซิเจนเหลวปริมาตร ๑ ลิตร จะสามารถกลายเป็นแก๊สออกซิเจนได้เท่ากับ 0.๘๗๗ ลูกบาศก์เมตร โดยอ่าน ค่าที่คํานวณได้จากหัวจ่ายออกซิเจนเหลว (Flow Meter) ที่ติดมากับรถจัดส่งออกซิเจนเหลว พร้อมจัดพิมพ์ เป็นเอกสารใบนําส่งสินค้าได้ทันที โดยมีการ Calibrate หัวจ่ายอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง และ/หรือเมื่อมีข้อสงสัย โดยเครื่องมือวัดปริมาตรออกซิเจนเหลวดังกล่าวต้องได้รับการรับรองและตรวจสอบ จากหน่วยงานที่มี
ความชํานาญและน่าเชื่อถือ โดยต้องแนบหลักฐานสําเนาใบรับรองดังกล่าวประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๔. ผู้เสนอราคาจะต้องมีอาชีพทางด้านการติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊สในโรงพยาบาลโดยเฉพาะ และ
จะต้องมีวิศวกรและช่างผู้ชํานาญงานด้านการติดตั้งระบบท่อจ่ายแก๊ส และมีผลงานในการติดตั้งระบบท่อจ่าย แก๊สในโรงพยาบาลที่เป็นผลงานในระยะเวลาไม่ต่ํากว่า ๕ ปี มูลค่างานไม่ต่ํากว่า ๑.๕ ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อแสดง ให้เห็นถึงประสบการณ์และความชํานาญในการให้บริการทั้งการออกแบบ การติดตั้งระบบแก๊สทั้งระบบและ การบริการทางด้านเทคนิคแก่โรงพยาบาลอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย โดยต้องแนบหลักฐานเอกสารรับรอง
การใช้งานหรือสําเนาสัญญาจ้างของโรงพยาบาล ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๔. ผู้เสนอราคาจะต้องให้ความมั่นใจกับโรงพยาบาลว่าสามารถจัดส่งออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลอย่างเพียงพอ แม้ในกรณีเร่งด่วน ซึ่งผู้เสนอราคาต้องมีรถที่ใช้ในการจัดส่งออกซิเจนเหลว เท่านั้นที่มีขนาดความจุไม่ต่ํากว่า ๑๐,๐๐๐ ลิตร และมีจํานวนไม่ต่ํากว่า ๑๐ คัน ที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
90,000 เป็นของบริษัทเอง ทั้งนี้ ในกรณีที่รถคันใดคันหนึ่งไม่สามารถใช้งานได้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ส่วนที่เหลือจะยัง สามารถใช้งานแทนได้ทันที โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานแก๊สออกซิเจนของโรงพยาบาล อีกทั้งผู้เสนอราคา จะต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการตามมาตรฐานการปฏิบัติงานในการจัดส่งแก๊สเหลว (SOP) โดยต้อง
แนบหลักฐานเอกสารรับรองหรือสําเนาทะเบียนรถจัดส่ง และมาตรฐานในการปฏิบัติงานในการจัดส่งแก๊สเหลว
ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๑๐. ผู้เสนอราคาจะต้องไม่เคยมีประวัติการระเบิดของถังบรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์และ
จะต้องรับอุปกรณ์ประกอบในระบบออกซิเจนเหลวที่บริษัทเป็นผู้ติดตั้งให้กับโรงพยาบาลใช้งาน โดยรับผิดชอบ ต่อความเสียหายของทรัพย์สินของโรงพยาบาลและบุคคลที่สามทั้งนี้ผู้เสนอราคาจะต้องมีวงเงินประกันภัยไม่ต่ํา กว่า 9,000 ล้านบาท โดยต้องแนบหลักฐานสําเนากรมธรรม์ประกันภัย ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๑๑. ผู้เสนอราคาต้องมีโรงงานอัดแก๊สบรรจุท่อออกซิเจนทางการแพทย์เป็นของตนเอง เพื่อเป็นการ รับประกันให้โรงพยาบาลมั่นใจได้ว่าในกรณีฉุกเฉินที่โรงพยาบาลจําเป็นจะต้องใช้แก๊สออกซิเจนบรรจุท่อไม่ว่า ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ผู้เสนอราคาจะสามารถจัดส่งแก๊สออกซิเจนบรรจุท่อให้กับโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอ ตามความต้องการ และทันท่วงทีภายใน ๒ ชั่วโมง ตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยที่แก๊สออกซิเจนดังกล่าว มีคุณลักษณะตามกําหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม สําหรับออกซิเจนที่ใช้ในทางการแพทย์ หรือ
ผู้เสนอราคาต้องสามารถจัดหาแก๊สออกซิเจนสํารองทั้งชนิดที่เป็นออกซิเจนเหลวและ/หรือชนิดบรรจุท่อ แรงดันสูง เพื่อรองรับการใช้งานทดแทนระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
เกิดขึ้นที่ไม่สามารถใช้งานระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม โดยผู้เสนอราคาจะต้อง มีเครือข่ายในการให้บริการแก๊สออกซิเจนทั้ง ๒ ชนิด ที่สามารถให้บริการแก่โรงพยาบาลพุทธชินราช ตลอดเวลาที่ระบบออกซิเจนเหลวของโรงพยาบาลมีปัญหาไม่สามารถจ่ายออกซิเจนได้ตามปกติ และแนบ
หลักฐานใบอนุญาตประกอบกิจการและหนังสือรับรอง ประกอบกับเอกสารประกวดราคา
کوئی
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ)……..
(นายวิบูลย์ วาณิชย์เจริญพร) นายแพทย์เชี่ยวชาญ
h
กรรมการ (ลงชื่อ)
2.
(นายณรงค์ เลิศเพียรธรรม)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
.กรรมการ
(นายมะหมัด ตักจิตร)
นายช่างเทคนิคชํานาญงาน
(ลงชื่อ)….
-6-
ขอบเขตของงาน
๑. ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องติดตั้งระบบออกซิเจนทางการแพทย์ให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน ๓๐ วัน
นับถัดจากวันลงนามในสัญญาจะซื้อจะขาย และในระหว่างการติดตั้งผู้ขายจะต้องจัดหาออกซิเจน
ทางการแพทย์สํารองให้กับโรงพยาบาลใช้งานอย่างเพียงพอต่อความต้องการโดยไม่ให้กระทบต่อการให้บริการ
ผู้ป่วย ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในส่วนของการจัดหาเป็นของผู้ขายทั้งสิ้น
๒. ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องติดตั้งระบบออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
๒.๑ ติดตั้งถังบรรจุออกซิเจนเหลวทางการแพทย์ ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้
ลิตร จํานวน ๑ ถัง
ถังหลักขนาดความจุไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ ลิตร จํานวน ๑ ถัง และถังสํารอง 90,000
ถังบรรจุออกซิเจนเหลว (Vacuum Insulated Evapourizer; VIE) ต้องเป็นถังชนิด พิเศษ มีรายละเอียดและคุณลักษณะเฉพาะเพื่อใช้สําหรับบรรจุของเหลวที่มีอุณหภูมิจุดเดือดต่ํามา (Cryogenic Vessel) ชนิดผนังสองชั้น ชั้นนอกเป็นเหล็กกล้า (Carbon Steel) ชั้นในเป็นเหล็กกล้าไม่เป็นสนิม (Stainless Steel) ระหว่างชั้นทั้งสองต้องเป็นสุญญากาศ บุด้วยฉนวนอย่างดีไม่มีรอยรั่ว ตัวถังต้องมีอุปกรณ์ควบคุม การทํางานที่ติดตั้งมาพร้อมกับตัวถัง การควบคุมการทํางานเป็นระบบอัตโนมัติ ประกอบด้วยหน่วยควบคุม ความดันภายใน อุปกรณ์ป้องกันแรงดันส่วนเกินชนิด ๒ ระบบ โดยมีอย่างน้อย ๒ ชุด หน่วยเพิ่มหรือลด ความดัน หน่วยทําให้ออกซิเจนเหลวเปลี่ยนสภาพเป็นแก๊ส ทั้งนี้หน่วยต่างๆ ของถังและท่อส่งแก๊สจากถัง
จะต้องมีระบบป้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การปรับแต่งความดันของแก๊สออกซิเจนที่ออกจากถังบรรจุออกซิเจนเหลว สามารถปรับได้ อย่างน้อย ๒๐๐ psi โดยมีระบบป้องกันความปลอดภัยภายในถังประกอบด้วย Pressure Relief valve ซึ่ง สามารถเปิด - ปิดเองแบบอัตโนมัติได้ที่ความดันไม่ต่ํากว่า ๒๕๐ psi และ Burst Disc จะแตกออกได้ที่ความ ดันไม่เกิน ๓๕๐ psi วัดที่อุณหภูมิ ๒๗ องศาเซลเซียส อุปกรณ์ต่างๆ ดังกล่าวจะต้องมี Valve ปิด-เปิดอยู่ในที่ที่ สามารถควบคุมการทํางานของระบบออกซิเจนเหลวได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
มีมาตรวัดความดัน (Pressure Gauge) พร้อมอุปกรณ์ควบคุมที่ทํางานแบบอัตโนมัติ ตั้งและค่าความดันของระบบไว้ไม่ต่ํากว่า ๑๕๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยสามารถปรับแต่งมาตรวัดความดันและ ต่อเข้ากับระบบสัญญาณเตือนเพื่อแจ้งเตือนเมื่อความดันในถังบรรจุต่ํากว่า ๑๓๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
มีมาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวภายในถัง (Level Gauge) โดยสามารถปรับแต่งมาตรวัด
ระดับออกซิเจนเหลวและต่อเข้ากับระบบสัญญาณเตือนเพื่อแจ้งระดับออกซิเจนเหลวภายในถังที่จะต้องทํา การเติมมาตรวัดระดับนี้จะวัดความสูงของปริมาตรออกซิเจนที่มีอยู่ภายในถังโดยอาศัยความแตกต่างของ
ความดัน (Differential Pressure) ระหว่างแก๊สออกซิเจนตอนบน (Top Pressure) กับออกซิเจนเหลวก้นถัง (Bottom Pressure) โดยที่มาตรวัดจะบอกระดับออกซิเจนเหลวเป็นความสูงของถังบรรจุ มีหน่วยเป็นนิ้วน้ํา
เป็นผลิตภัณฑ์จากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และต้องเป็นถังอยู่ในสภาพดี ผ่านการทดสอบความ ปลอดภัยแล้วตามมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป โดยต้องแนบหลักฐานสําเนาใบรับรอง
ดังกล่าวประกอบกับเอกสารประกวดราคา
๒.๒ ติดตั้งอุปกรณ์เปลี่ยนออกซิเจนเหลว ให้เป็นแก๊ส (Vapourizer; VAP) เป็นชนิดที่ใช้ ความร้อนจากบรรยากาศมาช่วย โดยมีอัตราการทําระเหยไม่ต่ํากว่า ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จํานวน
ไม่ต่ํากว่า ๒ ชุด
L
ประธานกรรมการ
(ลงชื่อ)………
กรรมการ (ลงชื่อ)
.กรรมการ
(นายณรงค์ เลิศเพียรธรรม)
(นายมะหมัด ตักจิตร)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
นายช่างเทคนิคชํานาญงาน
(นายวิบูลย์ วาณิชย์เจริญพร)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
๒.๓ ติดตั้งท่อจ่ายแก๊สจากถังบรรจุออกซิเจนเหลวไปยังห้องจ่ายแก๊ส (Manifold) ของโรงพยาบาล โดยแรงดันแก๊สที่ออกจากถังบรรจุจะถูกควบคุมโดยชุดปรับลดแรงดันของระบบจ่ายแก๊สหลัก ซึ่งประกอบด้วย อุปกรณ์ควบคุมแรงดัน (Regulator) จํานวนไม่ต่ํากว่า ๒ ชุด ซึ่งมีการปรับค่าความดันทางด้านจ่ายออกที่ แตกต่างกัน โดยอุปกรณ์ควบคุมแรงดันชุดที่ ๑ ปรับความดันไว้ไม่ต่ํากว่า ๔.๒ บาร์ ส่วนอุปกรณ์ควบคุมแรงดัน ชุดที่ ๒ ปรับความดันไว้ไม่ต่ํากว่า ๓.๗ บาร์ โดยอุปกรณ์ควบคุมแรงดันแต่ละชุดมีอัตราการไหลไม่ต่ํากว่า ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งชุดควบคุมแรงดันนี้จะปรับลดแรงดันจาก ๑๕๐ ปอนด์ต่อ ตารางนิ้วให้เหลือ ๕๕-๖๐ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว โดยอุปกรณ์ปรับลดแรงดันทั้ง ๒ ชุดจะทํางานอัตโนมัติ สอดคล้องกันอย่าง สมบูรณ์แบบ
๑๐๐
๒.๔ ติดตั้งชุดสัญญาณเตือนแบบแสงและเสียง โดยการทํางานของชุดสัญญาณจะทําการตรวจติดตาม สถานะการทํางานของระบบออกซิเจนตลอดเวลาโดยต้องแจ้งสัญญาณอย่างน้อย ๔ ลักษณะดังนี้

สัญญาณเตือนที่ ๑ เตือน “ORDER LIQUID” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสงและเสียงขึ้นที่ ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าปริมาณออกซิเจนเหลวที่เหลือ ๓๐-๔๐ % ของปริมาณแก๊สเหลวที่ระดับเต็มถังให้ ดําเนินการสั่งออกซิเจนเหลวทันที

สัญญาณเตือนที่ ๒ เดือน “TANK LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนปรากฏแสง และเสียงดังขึ้นที่ชุดสัญญาณเตือน แสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สจากถังออกซิเจนเหลวถึงชุดลด ความดันลดลงต่ํากว่า ๑๓๐ ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว (จากแรงดันปกติ ๑๕๐ ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว)
สัญญาณเตือนที่ ๓ เดือน “LINE LOW PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียง ดังขึ้นแสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานลดลงต่ํากว่า ๔๘ ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว (ความดันปกติ 50 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว)
สัญญาณเตือนที่ ๔ เดือน “LINE HIGH PRESSURE” เมื่อสัญญาณเตือนแสงและเสียง ดังขึ้นแสดงว่าความดันในระบบท่อจ่ายแก๊สที่ออกจากชุดลดความดันเพื่อใช้งานสูงกว่า ๗๒ ปอนด์
ต่อ ตารางนิ้ว (ความดันปกติ 50 ปอนด์ต่อ ตารางนิ้ว)
๒.๕ ติดตั้งชุดอุปกรณ์สําหรับปั้มออกซิเจนเหลว (Electrical Wiring for Cryogenic Pump)
ประกอบด้วย

Electrical Wiring
Breaker & Fuse
Steel Cabinet
๒.๖ มาตรวัดระดับออกซิเจนเหลวและชุดระบบตรวจสอบระดับออกซิเจนเหลวทางไกล
โดยผู้ขายต้องมีระบบตรวจสอบระดับออกซิเจนเหลวทางไกล (Telemonitoring) จํานวน ๒ ชุด ที่ถังบรรจุ ออกซิเจนเหลว เพื่อตรวจสอบปริมาณออกซิเจนเหลว และแรงดันถังจากระยะทางไกล (โรงงานของผู้ขาย) เพื่อระบบสามารถแจ้งเตือน
๒.๗ หากโรงพยาบาลมีการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยเพิ่มเติม และภายในอาคารระบบท่อ (Oxygen Pipeline) ผู้ชนะการประกวดราคาต้องดําเนินการเชื่อมระบบจ่ายออกซิเจนเหลวเข้ากับระบบของอาคาร โดยไม่คิดมูลค่า
…….
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ)…..
(นายวิบูลย์ วาณิชย์เจริญพร) นายแพทย์เชี่ยวชาญ

กรรมการ (ลงชื่อ)
(นายณรงค์ เลิศเพียรธรรม)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
.กรรมการ
(นายมะหมัด ตักจิตร)
นายช่างเทคนิคชํานาญงาน
-&-
การบริการฉุกเฉินและซ่อมบํารุงเชิงป้องกัน (Preventive maintenance)
๑. ผู้เสนอราคาต้องมีบริการฉุกเฉินตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้บริการทางด้าน
๑.๑ ความต้องการออกซิเจนเหลว หรือแก๊สออกซิเจน ในกรณีฉุกเฉิน ๑.๒ ความต้องการในบริการซ่อมฉุกเฉิน โดยต้องแนบหลักฐานการให้บริการนี้
ประกอบกับเอกสารประกวดราคาในวันเสนอราคา
๒. ในกรณีที่ถังบรรจุออกซิเจนเหลวเกิดชํารุดเสียหาย เนื่องจากการใช้งานตามปกติ ผู้เสนอราคา
จะต้องรับผิดชอบซ่อมแซมและบํารุงรักษาให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่
อย่างใดทั้งสิ้น
๓.
สําหรับออกซิเจนเหลวที่สูญหายไปในระหว่างการขัดข้องหรือเสียหายดังกล่าว ผู้เสนอราคาจะต้อง
ชดใช้ให้โดยไม่คิดมูลค่า และหากจําเป็นต้องใช้แก๊สออกซิเจนจากแมนนิโฟลด์ของโรงพยาบาลในระหว่าง การดําเนินการแก้ไขดังกล่าว ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบในการจัดหา หรือชดเชยแก๊สออกซิเจนให้แก่ โรงพยาบาล ในราคาต่อลูกบาศก์เมตรที่เท่ากันกับราคาออกซิเจนเหลวจนกว่าการซ่อมถังจะแล้วเสร็จ
๔. การตรวจซ่อมบํารุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวพร้อมอุปกรณ์ในระบบ ผู้เสนอราคาจะต้อง
รับผิดชอบบํารุงรักษาถังบรรจุออกซิเจนเหลวและอุปกรณ์ตลอดอายุสัญญา ตามรายละเอียดดังนี้
๔.๑ ทดสอบการรั่วของ Pipeline และวาล์วทั้งหมด
๔.๒ ตรวจสอบสภาพของถังบรรจุออกซิเจนเหลวและบริเวณที่ตั้ง
๔.๓ ตรวจสอบสภาพการทํางานของวาล์วนิรภัย (Pressure Relief Valve) ทั้งหมด ทุก
๔.๔ ทดสอบ Content Indicator ให้มีความเที่ยงตรง
๔.๕ ทดสอบความเที่ยงตรงของ Pressure Gauge
๔.๖ การตรวจสอบสภาพของ Bursting Disc
๔.๗ ตรวจสอบ Pressure Raising Valve ให้ปิดที่ ๑๕๕ Psi
ทุก ๑ ปี
ทก ๑ ปี
ปี
ทุก ๑ ปี
ทุก ๑ ปี
ทุก ๑ ปี
ทุก ๑ ปี
และผู้เสนอราคาต้องจัดส่งรายงานการตรวจสอบและบํารุงรักษาถังออกซิเจนให้กับโรงพยาบาลภายใน ๓๐ วัน
หลังจากทําการตรวจสอบ
๕. ผู้เสนอราคาจะต้องจัดให้มีการอบรมเพื่อให้ความรู้โดยวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความชํานาญ
เกี่ยวกับระบบแก๊สทางการแพทย์ที่ใช้ในโรงพยาบาล รวมถึงระบบความปลอดภัยต่างๆ ในการใช้ แก๊สทางการแพทย์ เป็นประจําอย่างต่อเนื่องทุกปี
(ลงชื่อ),
کرے
(นายวิบูลย์ วาณิชย์เจริญพร)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
L
ประธานกรรมการ (ลงชื่อ).
(นายณรงค์ เลิศเพียรธรรม)
นายแพทย์เชี่ยวชาญ
กรรมการ (ลงชื่อ) 2
.กรรมการ
(นายมะหมัด ตักจิตร) นายช่างเทคนิคชํานาญงาน