ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68019301892
฿6,409,300 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 5 ชุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและบันทึกภาพยานพาหนะที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดในพื้นที่ท่าอากาศยานของ ทอท. ครอบคลุมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เครื่องตรวจจับความเร็วต้องเป็นของใหม่ 100% ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล และมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่กำหนด เช่น สามารถตรวจวัดความเร็วและระยะทางได้อย่างแม่นยำ ถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอได้ชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน มีระบบ GPS ระบุตำแหน่ง และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ได้ ผู้ขายจะต้องทำการทดสอบการใช้งาน จัดฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท. และรับประกันสินค้าเป็นเวลา 365 วัน

English summary

This project aims to procure 5 sets of laser speed detectors with photo capture and accessories for use at various AOT airports, including Suvarnabhumi, Don Mueang, Phuket, Chiang Mai, and Mae Fah Luang Chiang Rai airports. The speed detectors must meet specified standards, accurately and efficiently detect speeds, and photograph vehicles violating the law. The supplier must test the equipment, provide training to AOT staff, and provide a warranty period of 365 days.

สถานที่ดำเนินการ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • จัดซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 5 ชุด
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและบันทึกภาพยานพาหนะที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดในพื้นที่ท่าอากาศยาน

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 5 ชุด
  • เครื่องตรวจจับความเร็วต้องเป็นของใหม่ 100% และได้รับการรับรองตามมาตรฐาน U.S. Department of Transportation / National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หรือเทียบเท่า
  • ติดตั้งและทดสอบการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็ว
  • จัดฝึกอบรมการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท.
  • จัดทำบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ในรูปแบบ Excel File
  • ส่งมอบหนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual) เครื่องตรวจจับความเร็วฯ ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ให้คำปรึกษาในการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วฯ เมื่อได้รับการร้องขอจาก ทอท.

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จำนวน 5 ชุด
  • หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual) เครื่องตรวจจับความเร็วฯ ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อย่างละ 3 ชุด พร้อมบันทึกลงใน Flash Drive จำนวน 3 ชุด
  • ใบรายงานผลการสอบเทียบของอุปกรณ์ (Certificate of Calibration)
  • เอกสารบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ ในรูปแบบ Excel File
  • บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement: NDA)
  • เอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ส่งมอบภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • รับประกันความชำรุดบกพร่องเป็นเวลา 365 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานขององค์กร U.S. Department of Transportation / National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หรือเทียบเท่า หรือดีกว่า
  • Technical Capabilities:
    • ค่าความเร็วตรวจวัดสูงสุด (Maximum Speed Measure): 320 Km/h หรือมากกว่า
    • ค่าความเร็วคลาดเคลื่อน (Speed Accuracy): + 2 Km/h หรือดีกว่า
    • ช่วงระยะทางที่ตรวจวัด (Distance Range): 15.25 – 1,200 m หรือดีกว่า
    • ค่าระยะทางคลาดเคลื่อน (Distance Accuracy): + 15 cm หรือดีกว่า
    • หน่วยวัดความเร็วแสดงผล (Scale Unit): Km/h เป็นอย่างน้อย
    • หน่วยความจำ (Data Storage): SD Cards Internal หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า 32 GB
    • ระยะเวลาประมวลผล (Measurement Time): 0.33 sec หรือน้อยกว่า
    • Ingress Protection: IP55 หรือดีกว่า
    • Operating Temperature: -10°C ถึง 60°C หรือดีกว่า
    • น้ำหนัก (Weight): 1.7 Kg หรือน้อยกว่า

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาไว้ใน TOR

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ตรวจวัดความเร็ว ระยะทาง ถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Video) และถ่ายภาพนิ่งอัตโนมัติ
  • วัดค่าความเร็วและระยะทางของยานพาหนะได้พร้อมกัน
  • ถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Video) และภาพนิ่ง ของยานพาหนะและแผ่นป้ายทะเบียน ได้อัตโนมัติ พร้อมกัน หรือเลือกถ่ายภาพอย่างใดอย่างหนึ่งได้
  • ตรวจวัดความเร็วยานพาหนะและระยะห่างระหว่างยานพาหนะที่ขับเคลื่อนมาตามกันสองคันได้
  • ตรวจวัดความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกําหนดของยานพาหนะแต่ละประเภทได้พร้อมกัน
  • ระบุพิกัดหรือตําแหน่งของเครื่องตรวจจับความเร็วได้ โดยใช้ระบบ GPS
  • ถ่ายภาพยานพาหนะและแผ่นป้ายทะเบียนในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจน และต้องไม่รบกวนผู้ขับขี่
  • เชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ทั่วไปได้ และพิมพ์วัน เวลา, ความเร็วยานพาหนะ, ภาพถ่ายหรือ Video, ตําแหน่งค่าพิกัด (GPS) และระยะทางจากเครื่องตรวจฯ ไปยังยานพาหนะที่ต้องตรวจจับได้
  • มีขนาดกะทัดรัด ผลิตหรือประกอบทําจากวัสดุที่คงทน ป้องกันการกระแทก
  • ได้รับการสอบเทียบเครื่องมือ (Certificate of Calibration ) จากผู้ผลิตหรือห้องปฏิบัติการที่ได้การรับรอง

เงื่อนไขสัญญา

  • ทอท.จะจ่ายเงินหลังจากผู้ขายส่งมอบพัสดุครบถ้วนตามสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ทําการตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
  • ค่าปรับกรณีส่งมอบพัสดุไม่ครบถ้วน: ร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบต่อวัน
  • ค่าปรับกรณีไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขภายในระยะเวลารับประกัน: วันละ 2,390 บาทต่อท่าอากาศยาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องมีคุณสมบัติในการบันทึกข้อมูลอะไรบ้าง?
    คำตอบ: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องสามารถบันทึกข้อมูลความเร็ว, ระยะทาง, ภาพเคลื่อนไหว (Video) และภาพนิ่งของยานพาหนะที่กระทำผิดกฎหมาย

  • คำถาม: ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมหรือไม่?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการฝึกอบรมการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท.

  • คำถาม: ระยะเวลารับประกันเครื่องตรวจจับความเร็วนานเท่าใด?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของเครื่องตรวจจับความเร็วเป็นเวลา 365 วัน

  • คำถาม: หากเครื่องตรวจจับความเร็วชำรุดในระหว่างเวลารับประกัน ผู้ขายต้องดำเนินการอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องทำการซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน หากไม่สามารถซ่อมแซมได้ ผู้ขายจะต้องนำเครื่องที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ามาให้ ทอท.ใช้งานชั่วคราว

  • คำถาม: ผู้ขายต้องส่งมอบเอกสารอะไรบ้างในวันที่ส่งมอบสิ่งของ?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องส่งมอบหนังสือคู่มือการใช้งาน, ใบรายงานผลการสอบเทียบ, เอกสารบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

  • คำถาม: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องมีคุณสมบัติในการป้องกันอะไรบ้าง?
    คำตอบ: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องผลิตจากวัสดุที่คงทน ป้องกันการกระแทก และมีมาตรฐาน Ingress Protection IP55 หรือดีกว่า

  • คำถาม: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องมีระบบระบุตำแหน่งหรือไม่?
    คำตอบ: เครื่องตรวจจับความเร็วต้องมีระบบ GPS เพื่อระบุพิกัดหรือตำแหน่งของเครื่อง

  • คำถาม: ผู้ขายต้องทำอย่างไรหาก ทอท. ต้องการอบรมเพิ่มเติมในระหว่างเวลารับประกัน?
    คำตอบ: ผู้ขายจะต้องจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท. เมื่อมีการร้องขอ โดยผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  • คำถาม: นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. มีผลต่อผู้เสนอราคาอย่างไร?
    คำตอบ: ผู้เสนอราคาต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. และห้ามมิให้ให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคลากรของ ทอท.

  • คำถาม: ผู้ขายต้องปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. หรือไม่?
    คำตอบ: ผู้ขายต้องปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท.

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกําหนดรายละเอียดในการจัดหาของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน)
งานซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

  1. วัตถุประสงค์
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิด เลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ จํานวน 5 ชุด
  2. มาตรฐานที่กําหนด
    2.1 เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ และอุปกรณ์ประกอบต้องเป็นของใหม่ 100% ไม่เคยใช้งานมาก่อน
    2.2 เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ ต้องเป็นอุปกรณ์ที่ต้องได้รับรองตามมาตรฐาน ขององค์กร U.S. Department of Transportation / National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) หรือเทียบเท่า หรือดีกว่า
    2.3 ลําแสงเลเซอร์ต้องมีความปลอดภัยต่อสายตา ตามมาตรฐาน Eye Safe FDA Class 1 2.4 Software ทั้งหมดต้องได้รับลิขสิทธิ์ (License) ให้ ทอท.ใช้งานได้ถูกต้องตามกฎหมาย
  3. ลักษณะทั่วไป
    เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบ ที่ ทอท.จะจัดซื้อนั้น
    เป็นเครื่องตรวจจับความเร็วยานพาหนะโดยใช้แสงเลเซอร์สามารถบันทึกข้อมูลภาพเคลื่อนไหวและภาพถ่ายที่ชัดเจน ของรถยนต์ได้พร้อมกัน โดยมีรายละเอียดอย่างน้อย ดังนี้
    3.1 ตรวจวัดความเร็ว ระยะทาง ถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Video) และถ่ายภาพนิ่งอัตโนมัติ เมื่อความเร็วของยานพาหนะเกินกว่าที่กฎหมายกําหนดหรือเกินกว่าระดับความเร็วที่ตั้งค่าอ้างอิงไว้ อย่างต่อเนื่อง
    3.2 วัดค่าความเร็วและระยะทางของยานพาหนะจากเครื่องตรวจจับความเร็วได้พร้อมกัน
    3.3 ถ่ายภาพเคลื่อนไหว (Video) และภาพนิ่ง ของยานพาหนะและแผ่นป้ายทะเบียน ได้อัตโนมัติ พร้อมกัน หรือเลือกถ่ายภาพอย่างใดอย่างหนึ่งได้
    ผู้ขับขี่
    3.4 ตรวจวัดความเร็วยานพาหนะและระยะห่างระหว่างยานพาหนะที่ขับเคลื่อนมาตามกันสองคันได้ 3.5 ตรวจวัดความเร็วที่เกินกว่ากฎหมายกําหนดของยานพาหนะแต่ละประเภทได้พร้อมกัน 3.6 ระบุพิกัดหรือตําแหน่งของเครื่องตรวจจับความเร็วได้ โดยใช้ระบบ GPS
    3.7 ถ่ายภาพยานพาหนะและแผ่นป้ายทะเบียนในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจน และต้องไม่รบกวน
    3.8 เชื่อมต่อกับเครื่องพิมพ์ทั่วไปได้ และพิมพ์วัน เวลา, ความเร็วยานพาหนะ, ภาพถ่ายหรือ Video, ตําแหน่งค่าพิกัด (GPS) และระยะทางจากเครื่องตรวจฯ ไปยังยานพาหนะที่ต้องตรวจจับได้
    ที่ได้การรับรอง
    3.9 มีขนาดกะทัดรัด ผลิตหรือประกอบทําจากวัสดุที่คงทน ป้องกันการกระแทก
    3.10 ได้รับการสอบเทียบเครื่องมือ (Certificate of Calibration ) จากผู้ผลิตหรือห้องปฏิบัติการ
  4. คุณสมบัติ
    2
  5. คุณสมบัติทางเทคนิค
    เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ
    4.1 ค่าความเร็วตรวจวัดสูงสุด (Maximum Speed Measure) : 320 Km/h หรือมากกว่า
    4.2 ค่าความเร็วคลาดเคลื่อน (Speed Accuracy)
    4.3 ช่วงระยะทางที่ตรวจวัด (Distance Range)
    4.4 ค่าระยะทางคลาดเคลื่อน (Distance Accuracy)
    4.5 หน่วยวัดความเร็วแสดงผล (Scale Unit)
    :
  • 2 Km/h หรือดีกว่า
    :
    15.25 – 1,200 m หรือดีกว่า
    :
  • 15 cm หรือดีกว่า
    :
    Km/h เป็นอย่างน้อย
    4.6 หน่วยความจํา (Data Storage)
    : SD Cards Internal
    หรือดีกว่า ขนาดไม่น้อยกว่า
    32 GB
    4.8 Ingress Protection
    4.7 ระยะเวลาประมวลผล (Measurement Time)
    :
    0.33 sec หรือน้อยว่า
    :
    IP55 หรือดีกว่า
    :
    -10°C ถึง 60°C หรือดีกว่า
    : 1.7 Kg หรือน้อยกว่า
    4.9 Operating Temperature
    4.10 น้ําหนัก (Weight)
    4.11 ขาตั้งพร้อมอุปกรณ์จับยึดตัวเครื่องฯ, แบตเตอรี่ (Battery), Battery Charger, อุปกรณ์ประทับ บ่าสําหรับใช้งานเครื่องฯ, อุปกรณ์สําหรับบังแสงหน้าจอ, กระเป๋าใส่เครื่องฯ เป็นไปตามมาตรฐานผู้ผลิต หรือผู้ที่แต่งตั้ง
    เป็นตัวแทนจําหน่ายและบริการหลังการขายรับรอง
  1. ความต้องการ
    ทอท.ต้องการซื้อเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ ตามรายละเอียดในข้อ 2 - 4
    พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน โดยมีรายละเอียดดังนี้
    5.1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อม อุปกรณ์ประกอบการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
    5.2 ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ ประกอบการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
    5.3 ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ ประกอบการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
    5.4 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ ประกอบการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
    5.5 ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน จํานวน 1 ชุด
  2. การทดสอบ
    3
  3. การทดสอบ
    ผู้ขายต้องทดสอบการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ และอุปกรณ์ประกอบตาม รายละเอียดข้อ 2 - 4 โดยเสนอเอกสารแสดงกรรมวิธี ขั้นตอน วิธีการทดสอบ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พิจารณาอนุมัติก่อนทดสอบ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยตามภาคผนวก ก และมีเจ้าหน้าที่ ทอท.เข้าร่วมทดสอบด้วย และมีเงื่อนไขในการทดสอบดังนี้
    6.1 ค่าใช้จ่ายในการทดสอบหรือวิเคราะห์ทั้งหมด (ถ้ามี) ผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
    6.2 หากในการทดสอบหรือวิเคราะห์ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์หรือทรัพย์สินของ ทอท. รวมถึงทรัพย์สินสาธารณะ ผู้ขายต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้น
  4. การฝึกอบรม
    7.1 ผู้ขายต้องจัดฝึกอบรมการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ ให้แก่เจ้าหน้าที่ ทอท.จํานวนไม่น้อยกว่า 3 คน ในแต่ละท่าอากาศยาน ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของ ทอท. สามารถใช้งานและทําการวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ที่อ่านค่าจากเครื่องตรวจวัดความเร็วฯ ได้ พร้อมเอกสาร ประกอบการฝึกอบรมฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยผู้ขายต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
    7.2 หาก ทอท.มีความจําเป็นต้องอบรมการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ เพิ่มเติมในระหว่างเวลารับประกัน ผู้ขายจะต้องจัดฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่ ทอท.เมื่อมีการร้องขอ โดยผู้ขายต้อง รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  5. เงื่อนไขทั่วไป
    8.1 อุปกรณ์ที่จัดซื้อต้องบรรจุลงหีบห่อตามมาตรฐานจากบริษัทผู้ผลิตให้เรียบร้อย
    8.2 รายการอุปกรณ์ที่ประกอบกันเป็นชุดหรือหน่วย ถ้าขาดส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว จะไม่สามารถใช้งานได้โดยสมบูรณ์ ให้ถือว่ายังมิได้ส่งมอบสินค้ารายการนั้น
    8.3 ผู้ขายต้องจัดทําบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ ในรูปแบบ Excel File โดยมีรายละเอียดตามบัญชี แนบท้ายรายการครุภัณฑ์ ตามภาคผนวก ข
    8.4 ในกรณีที่มีความขัดแย้งระหว่างกันภายในเอกสารฉบับนี้หรือเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องให้ถือประโยชน์ สูงสุดของ ทอท. เป็นหลัก
  6. หนังสือคู่มือและเอกสารที่ต้องส่งมอบในวันที่ส่งมอบสิ่งของตามสัญญา
    9.1 หนังสือคู่มือการใช้งาน (Operating Manual) เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดยพิมพ์ลงบนกระดาษขาวขนาด A4 อย่างละ 3 ชุด พร้อมบันทึกลงใน Flash Drive จํานวน 3 ชุด
    9.2 ใบรายงานผลการสอบเทียบของอุปกรณ์ (Certificate of Calibration)
    9.3 เอกสารอื่นๆ ที่ผู้ขายเห็นว่ามีความจําเป็นต่อการตรวจสอบอุปกรณ์ที่ส่งมอบ หากเป็นสําเนาจะต้อง รับรองสําเนาถูกต้องโดยผู้ขาย
    9.4 เอกสารบัญชีแนบท้ายรายการครุภัณฑ์ ตามภาคผนวก ข
  7. การส่งมอบ/
    หมู่
    4
  8. การส่งมอบ
    10.1 ผู้ขายต้องส่งมอบเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้ งานทั้งหมดจํานวน 5 ชุด ตามรายละเอียดข้อ 2 - 9 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ ลงนามในสัญญา เมื่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ได้ทําการตรวจรับพัสดุเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้ขายทําการจัดส่ง เครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งาน ไปยังแต่ละท่าอากาศยาน โดยมีรายละเอียด ดังนี้
    10.1.1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จํานวน 1 ชุด
    10.1.2 ท่าอากาศยานดอนเมือง จํานวน 1 ชุด
    10.1.3 ท่าอากาศยานภูเก็ต
    จํานวน 1 ชุด
    10.1.4 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ จํานวน 1 ชุด
    10.1.5 ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย จํานวน 1 ชุด
    10.2 ผู้ขายจะต้องดูแลการจัดส่งเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพ พร้อมอุปกรณ์ ประกอบการใช้งาน ตามข้อ 10.1.1 – 10.1.5 ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์และครบตามจํานวนที่ ทอท.กําหนด โดยไม่คิด ค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจาก ทอท. และหากเกิดการชํารุดหรือสูญหาย ผู้ขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและจัดหาอุปกรณ์ ทดแทนเพื่อให้ครบตามจํานวนดังกล่าว
  9. การจ่ายเงิน
    ทอท.จะจ่ายเงินหลังจากผู้ขายส่งมอบพัสดุครบถ้วนตามสัญญาและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.
    ได้ทําการตรวจรับพัสดุไว้เรียบร้อยแล้ว
  10. การรับประกัน
    12.1 ผู้ขายต้องรับประกันความชํารุดบกพร่องหรือขัดข้องของสิ่งของตามสัญญา อันเนื่องจากการใช้งาน ตามปกติวิสัย เป็นเวลา 365 วัน
    12.2 เมื่อได้รับแจ้งจาก ทอท.กรณีเกิดชํารุดบกพร่อง จากการใช้งานตามปกติในระยะเวลารับประกัน ผู้ขาย ต้องทําการซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถ ซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. ผู้ขายจะต้องนําเครื่องตรวจจับความเร็ว ชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพพร้อมอุปกรณ์ประกอบการใช้งานต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าเทียมหรือดีกว่ามาให้ ทอท.ใช้ งาน จนกว่าจะส่งคืนอุปกรณ์ฯ ที่ได้นําไปตรวจซ่อม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก ทอท.
    12.3 ในระหว่างเวลารับประกันหากเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์พร้อมถ่ายภาพและอุปกรณ์ ประกอบการใช้งานมีความจําเป็นต้องมีการ Calibration ตามวงรอบที่กําหนดในหนังสือคู่มือ เอกสารแสดงรายละเอียด (Data Sheet) หรือตามมาตรฐานผู้ผลิต ผู้ขายจะต้องทําการสอบเทียบ Calibration เครื่องตรวจจับความเร็วๆ และอุปกรณ์ให้กับ ทอท.โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
    nowingly
    12.4 ในระหว่าง
    5
    12.4
    ในระหว่างเวลารับประกันผู้ขายต้องให้คําปรึกษาในการใช้งานเครื่องตรวจจับความเร็วชนิดเลเซอร์
    พร้อมถ่ายภาพ เมื่อได้รับการร้องขอจาก ทอท.
  11. อัตราค่าปรับ
    13.1 ในกรณีที่ผู้ขายส่งมอบพัสดุไม่ครบถ้วนตามข้อ 10.1 ทอท.จะปรับผู้ขายเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
    13.2 ในระหว่างรับประกันหากผู้ขายไม่สามารถดําเนินการตามข้อ 12.2 ได้ ผู้ขายต้องชําระค่าปรับให้แก่ ทอท.เป็นรายวันในอัตรา วันละ 2,390.- บาท (เศษของวันคิดเป็น 1 วัน) โดยคิดค่าปรับแยกในแต่ละท่าอากาศยาน
  12. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.
    14.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท.ที่กําหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท.
    ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบาย
    ต่อต้านการคอร์รัปชันของ ทอท.อย่างเคร่งครัด
    14.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดําเนินงานของ
    และค่าใช้จ่ายอื่นๆ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท.
  13. การดําเนินงานตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท.
    15.1 ผู้ขายต้องปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Policy) นโยบายสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Support Policy) แนวทางการปฏิบัติงานความมั่นคงปลอดภัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Guideline) และคู่มือการปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure: SOP หรือ Procedure: PR) ของสายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม (สงทว.) รวมถึงระเบียบ/ข้อบังคับ/ข้อกําหนดของ ทอท. ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ตามที่ประกาศบนเว็บไซต์ของ ทอท.
    www.airportthai.co.th
    15.2 ผู้ขายต้องลงนามในบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement: NDA) ของผู้ซื้อตามเอกสารที่ผู้ซื้อกําหนด ตามภาคผนวก ค ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  14. การดําเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.
    คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามรายละเอียดภาคผนวก ง พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดําเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคํานึงถึงความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดําเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านการกํากับดูแลกิจการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  15. นโยบาย
    นโยบาย