จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างโครงการจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office)

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 68019278927
฿25,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 4 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการองค์กร ลดขั้นตอนการทำงาน และลดการใช้กระดาษ โครงการนี้มีขอบเขตงานครอบคลุมการศึกษาและวิเคราะห์ระบบงานปัจจุบัน การออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ การพัฒนาระบบ e-office ที่รองรับการทำงานที่หลากหลาย รวมถึงระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban), ระบบบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management), ระบบบริการพนักงาน (Employee Service), ระบบงบประมาณ (Budgeting System), ระบบการเงินและการบัญชี, ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (Purchase Order System), ระบบบริหารวัสดุ (Inventory Control System), ระบบทรัพย์สิน (Fixed Asset System), ระบบสัญญาให้ทุน (Granting System), ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (Evaluation System), และระบบ Dashboard สำหรับผู้บริหาร นอกจากนี้ ผู้รับจ้างจะต้องทำการทดสอบระบบ, จัดอบรมการใช้งาน, และให้การสนับสนุนด้านเทคนิคหลังการติดตั้งระบบ โดยมีระยะเวลาการดำเนินงาน 360 วัน และการบำรุงรักษาต่อเนื่อง

English summary

This project aims to develop an electronic office (e-office) management system for the Eastern Economic Corridor (EEC) Office of Thailand, to enhance organizational management efficiency, reduce work steps, and minimize paper usage. The project’s scope includes studying and analyzing current work systems, designing new work processes, and developing an e-office system supporting various functions, including an electronic Saraban system (e-Saraban), Human Capital Management system, Employee Service system, Budgeting System, Finance and Accounting system, Purchase Order System, Inventory Control System, Fixed Asset System, Granting System, Evaluation System, and a Dashboard system for executives. Furthermore, the contractor must test the system, provide user training, and offer technical support post-installation, with a project duration of 360 days and ongoing maintenance.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อศึกษาวิเคราะห์ระบบงานในปัจจุบันและออกแบบกระบวนการทำงานให้เกิดการบูรณาการบริหารจัดการข้อมูล
  • เพื่อให้มีระบบที่สามารถกำกับกระบวนการทำงาน โดยมีการจัดเก็บและนำข้อมูลมาใช้ในการจัดทำรายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard)

ขอบเขตของงาน

  • ศึกษาและจัดเตรียมรายละเอียดแผนการดำเนินงาน (Project Planning)
  • เก็บข้อมูลและวิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวข้อง (User Requirement)
  • ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงาน
  • ให้สิทธิในการใช้งานซอฟต์แวร์ระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) และพัฒนา/ปรับปรุงซอฟต์แวร์
  • ทดสอบการใช้งานระบบ (User Acceptance Test, Performance Test, Security Test, Backup & Restore)
  • จัดอบรมการใช้งานระบบ (Training)
  • ให้การสนับสนุนการตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูล
  • ดำเนินการนำระบบที่พัฒนาขึ้นระบบ (Go live)
  • จัดให้มีทีมสนับสนุน (Help Desk)
  • การสนับสนุนการบำรุงรักษา 1 ปี และสามารถให้บริการสนับสนุนบำรุงรักษาระบบต่ออย่างน้อย 10 ปี

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงาน (Project Planning)
  • รายงานผลการประชุมเริ่มโครงการ (Kick off Project)
  • รายงานการวิเคราะห์ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงาน และสรุปความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement)
  • รายงานการวิเคราะห์และออกแบบระบบงาน
  • สิทธิ์การใช้งานและลิขสิทธิ์ของซอฟต์แวร์
  • เอกสารการติดตั้งและตั้งค่าระบบ (Installation Manual)
  • ผลการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องกับข้อกำหนด
  • รายงานผลการทดสอบการใช้งาน (User Acceptance Test)
  • รายงานผลการนำเข้าข้อมูลตั้งต้น (Data Migration Test)
  • รายงานผลการขึ้นระบบ
  • รายงานการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
  • รายงานสรุปผลการฝึกอบรม
  • รายงานผลการสนับสนุนการใช้งานระบบ (Help Desk)
  • คู่มือการใช้งาน (User Manual, System Admin Manual, Configuration Manual, Tuning Manual)
  • รายละเอียด Data Dictionary และ API

ระยะเวลาดำเนินการ

360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Experience:
    • มีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000.00 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • Previous Project Cost: มีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ในวงเงินไม่น้อยกว่า 10,000,000.00 บาท (สิบล้านบาทถ้วน)
  • Technical Capabilities:
    • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP)
  • Personnel: ไม่มีข้อกำหนดโดยตรง

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ขั้นต่ำประกอบเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น:
    • ผลงานและประสบการณ์ (40%)
      • ผลงาน ERP
      • ผลงานระบบสารบรรณ
      • ผลงานระบบบริหารทุนมนุษย์
    • ข้อเสนอด้านเทคนิค (50%)
      • การนำเสนอ e-Signature
      • Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน: User Interface, กระบวนการบริหารงบประมาณ, การค้นหาข้อมูลและการแสดงความเชื่อมโยงของข้อมูล, การเบิกจ่ายค่าใช้จ่าย, รูปแบบการอนุมัติ
    • รายละเอียดค่าบริการบำรุงรักษา
    • ราคา (20%)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบ e-office ต้องรองรับการทำงานพร้อมกัน (Concurrent multi-users)
  • กำหนดบทบาทและสิทธิ์การใช้งานได้
  • รองรับการทำงานร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model) และเชื่อมโยงกันโดยใช้ฐานข้อมูลกลาง
  • มีการจัดเก็บบันทึกกิจกรรม (Log) ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ
  • รองรับการใช้งานภาษาไทย
  • รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ที่หลากหลาย
  • Workflow และการแจ้งเตือน
  • ส่งออกรายงานในรูปแบบ PDF และ Excel
  • รองรับการอนุมัติรายการและลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature)
  • ทำงานในรูปแบบ Web Application
  • ระบบ e-Saraban ต้องอ้างอิงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
  • ระบบ Human Capital Management, Employee Service, Budgeting System, การเงินและการบัญชี, จัดซื้อจัดจ้าง, บริหารวัสดุ, ทรัพย์สิน, สัญญาให้ทุน, ประเมินผลการปฏิบัติงาน และ Dashboard: มีคุณสมบัติตามที่ระบุใน TOR

เงื่อนไขสัญญา

  • Payment Schedule:
    • งวดที่ 1: 10% เมื่อส่งมอบแผนการดำเนินงานและรายงาน Kick off Meeting
    • งวดที่ 2: 20% เมื่อส่งมอบรายงานการวิเคราะห์ออกแบบกระบวนการและระบบงาน, สิทธิ์การใช้งาน, และเอกสารติดตั้ง
    • งวดที่ 3: 20% เมื่อส่งมอบผลการปรับปรุงระบบ, รายงานผลการทดสอบและการนำเข้าข้อมูล, และรายงานการขึ้นระบบ (สำหรับระบบย่อย 6.1 และ 6.2.1-6.2.2)
    • งวดที่ 4: 25% เมื่อส่งมอบผลการปรับปรุงระบบ, รายงานผลการทดสอบและการนำเข้าข้อมูล, และรายงานการขึ้นระบบ (สำหรับระบบย่อย 6.2.3-6.2.9)
    • งวดที่ 5: 25% เมื่อส่งมอบผลการปรับปรุงระบบ, รายงานผลการทดสอบและการนำเข้าข้อมูล, และรายงานการขึ้นระบบ (สำหรับระบบย่อย 6.10-6.15), รายงานการทดสอบความมั่นคงปลอดภัย, รายงานสรุปการฝึกอบรม, รายงานการสนับสนุนการใช้งาน, และคู่มือการใช้งาน
  • Penalty: ค่าปรับเป็นรายวัน อัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)
  • Warranty: รับประกันคุณภาพ 1 ปี หลังตรวจรับงานงวดสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: ระบบ e-office ที่พัฒนาขึ้นจะต้องรองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์อย่างไร?
    คำตอบ: ระบบ e-office จะต้องรองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 หรือ 26 หรือ 28 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ โดยมีระบบรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบความถูกต้อง
  • คำถาม: การบำรุงรักษาระบบ e-office หลังจากส่งมอบงานแล้วมีระยะเวลาเท่าใด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องให้การสนับสนุนการบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 1 ปี และสามารถให้บริการสนับสนุนบำรุงรักษาระบบต่ออย่างน้อย 10 ปี
  • คำถาม: ระบบ e-office จะต้องรองรับการทำงานร่วมกับระบบฐานข้อมูลประเภทใด?
    คำตอบ: ระบบ e-office จะต้องรองรับการทำงานร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model)
  • คำถาม: ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีผลงาน ERP จะสามารถเข้าร่วมการเสนอราคาได้หรือไม่?
    คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) เพื่อให้ได้รับคะแนนตามเกณฑ์การพิจารณา
  • คำถาม: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติอย่างไรในเรื่องของสถานะทางการเงิน?
    คำตอบ: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ หรือมีหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อตามที่กำหนด
  • คำถาม: การส่งมอบงานจะแบ่งออกเป็นกี่งวด และมีรายละเอียดอย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: การส่งมอบงานจะแบ่งออกเป็น 5 งวด โดยแต่ละงวดมีรายละเอียดของงานที่ต้องส่งมอบตามที่ระบุไว้ใน TOR
  • คำถาม: การอบรมการใช้งานระบบ e-office จะมีกี่หลักสูตร และมีกลุ่มเป้าหมายใดบ้าง?
    คำตอบ: มีการอบรม 4 หลักสูตร โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหาร, ผู้ดูแลระบบ, ผู้ดูแลระบบย่อย, และผู้ปฏิบัติงานทั่วไป

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

EEC ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจ้างพัฒนาระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) โดยสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) 1. ความเป็นมา การบริหารจัดการองค์กรในปัจจุบันจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศมาใช้เป็น เครื่องมือในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ นำไปสู่การบริหารจัดการและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิผล ทั้งนี้ ตามแผนยุทธศาสตร์ สกพอ. (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2569) ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบ บริหารจัดการองค์กรเพื่อให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ลดขั้นตอนการทำงาน และลดปริมาณการใช้กระดาษเพื่อมุ่งสู่ความเป็นสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ และเพื่อช่วยให้การบริหารงาน มีความสะดวกรวดเร็ว ทันเวลา ทันสถานการณ์ สกพอ. จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทาง (ข้อมูลแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่าย งบประมาณ) จนถึงปลายทาง (การจัดทำรายงาน) บนแนวคิดในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการเชื่อมโยงกระบวนการทำงานทั้งภายในและภายนอกอย่างมีระบบ สอดคล้องกับกฎระเบียบทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนรองรับการขยายตัวของระบบงานอื่นในอนาคต 2. วัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ระบบงานในปัจจุบันและออกแบบกระบวนการทำงานให้เกิดการบูรณาการ บริหารจัดการข้อมูลโดยเชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่การจัดทำคำของบประมาณ การจัดทำแผนการ ปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณ การบริหารงบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ และการติดตามและ ประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานในระดับต่าง ๆ (2) เพื่อให้มีระบบที่สามารถกำกับกระบวนการทำงาน โดยมีการจัดเก็บและนำข้อมูลที่ได้จาก กระบวนการทำงานมาใช้ในการจัดทำรายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard) ทำให้ข้อมูลที่ได้มีคุณภาพ ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน (Real time) เพื่อให้ สกพอ. สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจ เชิงนโยบาย วางแผน การประเมินผลตามตัวชี้วัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 2 3. กลุ่มเป้าหมาย ผู้ปฏิบัติงานของ สกพอ. 4. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 4.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 4.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 4.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 4.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 4.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็น หุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 4.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 4.7 เป็นนิติบุคคล ผู้ที่มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 4.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สกพอ. ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคา อย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 4.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น 4.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 3 กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้า ทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า 4.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานด้านการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ในวงเงินไม่น้อย กว่า 10,000,000.00 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญา เดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อย แล้ว โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐอื่น หรือภาคเอกชนที่ สกพอ. เชื่อถือ พร้อมยื่นสำเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อ ผูกพัน และหนังสือรับรองของผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมกับ การยื่นข้อเสนอ ทั้งนี้ สกพอ. ขอสงวนสิทธิที่จะตรวจสอบวินิจฉัยตามที่ สกพอ. เห็นว่าเหมาะสม 4.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหา การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ดังนี้ 4.12.1 มูลค่าสุทธิของกิจการ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกิน กว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบ แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการ รายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้ - มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุน จดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้ง เวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สานักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อและ แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อที่แนบ ภาคผนวก 1 4.12.2 ข้อยกเว้น 4.12.2.1 กรณีตามข้อ (1) - (4) ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้ 1. กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ 2. นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยื่นสำเนาใบขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด ย่อม (SMEs) ในวันที่ยื่นข้อเสนอ (ถ้ามี) 4.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e - GP) ของกรมบัญชีกลาง EEC 4 5. ขอบเขตของการดำเนินงาน 5.1 ศึกษาและจัดเตรียมรายละเอียดแผนการดำเนินงาน ประกอบด้วยกิจกรรมตั้งแต่เริ่ม ดำเนินงาน จนกระทั่งสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินงานที่ระบุถึงระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินการตั้งแต่การ วางแผนการพัฒนา การทดสอบ ผู้รับผิดชอบดูแลงานแต่ละขั้นตอน ข้อเสนอด้านซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ จำเป็น (Project Planning) และจัดประชุมร่วมกับ สกพอ. พร้อมทั้งจัดทำรายงานสรุปผลการประชุมวาง แผนการดำเนินงาน (Kick off Meeting) 5.2 เก็บข้อมูลและวิเคราะห์กระบวนการที่เกี่ยวข้องโดยมีรายละเอียด ดังนี้ 5.2.1 จัดเก็บข้อมูลจากผู้ใช้งานระบบบริหารการเงินที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน (งบประมาณ บัญชี การเงิน พัสดุ) ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ และระบบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทราบกระบวนการทำงาน การเชื่อมโยงข้อมูล และสรุปผลกระบวนการที่มีและความต้องการของ ผู้ใช้งาน (User Requirement) EEC 5 5.2.2 วิเคราะห์วิธีกระบวนการทำงานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ทราบถึงปัญหา และอุปสรรค ทั้งในทางเทคนิคและทางปฏิบัติ และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง แก้ไข หรือพัฒนาการปฏิบัติงาน และระบบสารสนเทศที่สนับสนุนภารกิจ สกพอ. ให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานของผู้ปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงในการทำงานของแต่ละหน่วยงานใน สกพอ. 5.3 ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานให้รองรับกับการพัฒนาระบบสารสนเทศ และการบริหารจัดการ ภายใน สกพอ. เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการทำงาน และซักซ้อมความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้อง 5.4 ให้สิทธิในการใช้งานซอฟท์แวร์ระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) และพัฒนา ปรับปรุงซอฟท์แวร์ให้สอดคล้องกับกระบวนการปฏิบัติงานที่ออกแบบในข้อ 5.3 และมีคุณสมบัติตามข้อ 6. 5.5 ทดสอบการใช้งานระบบ 5.5.1 ทดสอบโดยผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test) 5.5.2 ทดสอบด้านประสิทธิภาพของระบบ (Performance Test) 5.5.3 ทดสอบด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security Test) จนกว่าจะผ่านมาตรฐานด้านความมั่นคง ปลอดภัยระบบสารสนเทศตามที่คณะกรรมการตรวจรับ หรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สกพอ. หรือ สกพอ. กำหนด 5.5.4 ทดสอบการสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ (Backup & Restore) 5.5.5 จัดทำรายงานสรุปผลการทดสอบ พร้อมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดจากขั้นตอนการทดสอบ ระบบ 5.6 จัดอบรมการใช้งานระบบ (Training) ให้กับผู้ปฏิบัติงาน 5.7 ให้การสนับสนุนการตรวจสอบและถ่ายโอนข้อมูลจากระบบงานเดิมไปยังระบบงานที่ พัฒนาขึ้นใหม่ เช่น ข้อมูลพื้นฐาน (Master File) และข้อมูลที่ยอดยกมา (Opening Balance) รวมถึง ข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการรายการที่ค้าง เช่น รายการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องรอตรวจรับตามงวด รวมถึงแสดงสถิติภาพรวม ตามปีงบประมาณได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้สามารถใช้งานระบบได้อย่างสมบูรณ์ 5.7 ดำเนินการนำระบบที่พัฒนาขึ้นระบบ (Go live) 5.7.1 ติดตั้งบน Server ที่ สกพอ. จัดหาและกำหนด 5.7.2 ดำเนินการติดตั้งใบรับรองความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (SSL Certificate) สำหรับ ระบบ ตามที่คณะกรรมการตรวจรับ หรือผู้รับผิดชอบโครงการของ สกพอ. หรือ สกพอ. กำหนด 5.8 จัดให้มีทีมสนับสนุน (Help Desk) สำหรับให้คำปรึกษา และแนะนำการใช้งานระบบ แก่ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องผ่านทางโทรศัพท์ อีเมล หรือ Remote Desktop คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 6 5.9 การสนับสนุนการบำรุงรักษา จะต้องให้การสนับสนุนการบำรุงรักษา 1 ปี และสามารถให้บริการ สนับสนุนบำรุงรักษาระบบต่ออย่างน้อย 10 ปี และเมื่อพบว่าส่วนประกอบของระบบมีช่องโหว่ ต้องมีการ จัดเตรียมแพตช์ สำหรับปิดช่องโหว่ของระบบภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้แก้ไขจาก สกพอ. 6. คุณลักษณะของระบบงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ e-office โดยมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้ 6.1 คุณลักษณะทั่วไปของระบบ การพัฒนาระบบ e-office จะต้องมีคุณลักษณะทั่วไปของระบบอย่างน้อยดังนี้ 1) รองรับการทำงานได้พร้อมกัน (Concurrent multi-users) 2) กำหนดบทบาทและกำหนดสิทธิ์การใช้งานได้ 3) รองรับการทำงานร่วมกับระบบจัดการฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Model) และทุกระบบงานต้องเชื่อมโยง (Integrated) ถึงกันโดยใช้ระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกัน 4) มีการจัดเก็บบันทึกกิจกรรม (Log) ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบ เพื่อใช้ในการตรวจสอบได้ 5) รองรับการใช้งานภาษาไทย รองรับการบันทึกข้อมูล และการค้นหาข้อมูล 6) รองรับการแสดงผลบนอุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย สำหรับกลุ่มโปรแกรมที่ใช้ในการอนุมัติ งานเอกสารในระบบโดยผู้บริหาร และโปรแกรมที่เป็นลักษณะการบันทึกเพื่อขอบริการต่าง ๆ ของ สกพอ. 7) ส่งคำขออนุมัติต่าง ๆ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานในกระบวนงานผ่านระบบ Workflow และแจ้งเตือน (Notification) ผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านหน้าจอของระบบ โดยสามารถแสดงให้เห็นเมื่อ ผู้ใช้งานที่เกี่ยวข้องทำการ Login เข้าระบบแล้ว และกำหนดให้มีการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลได้ เป็นอย่างน้อย 8) ส่งออก (Export) รายงานในรูปแบบของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ PDF และ Excel ได้ 9) ระบบงานต่าง ๆ ที่เป็นกระบวนการทำงาน (Business Process) ที่ต่อเนื่องกันสามารถเชื่อมโยง การทำงานและการแลกเปลี่ยนข้อมูลของแต่ละระบบระหว่างกันได้ บนระบบฐานข้อมูลกลางร่วมกัน และสามารถ เรียกดูข้อมูลและเอกสารที่มีความเชื่อมโยงกันในฟังก์ชันก่อนหน้าและฟังก์ชันถัดไปทั้ง Process งานได้ 10) การบันทึกรายการทุกฟังก์ชันสามารถแนบไฟล์เอกสารได้ไม่จำกัดจำนวน 11) รองรับการอนุมัติรายการและรองรับการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ตามมาตรา 9 หรือ 26 หรือ 28 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ 12) ทำงานในรูปแบบ Web Application ได้ ผ่าน Google Chrome, Firefox, Microsoft Edge และ Safari คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 7 6.2 ขอบเขตและความสามารถของระบบต่าง ๆ การพัฒนาระบบ e-office แต่ละระบบงานจะต้องมีความสามารถของระบบอย่างน้อยดังนี้ 6.2.1 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (e-Saraban) ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ต้องพัฒนาโดยอ้างอิงตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีคุณสมบัติไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ ดังนี้ 1) การบันทึกข้อมูลและการลงรับเอกสาร 1.1) บันทึกข้อมูลการรับ-ส่งเอกสารได้ทั้งหนังสือภายในและหนังสือที่รับ ภายนอก หนังสือเวียน คำสั่ง หรือประกาศ โดยระบบจะ Running เลขทะเบียนรับ-ส่งหนังสือให้อัตโนมัติ 1.2) รับ-ส่งเรื่องพร้อมเอกสารแนบได้หลายประเภท ได้แก่ เอกสารจากการ SCAN หรือเอกสารที่บันทึกด้วยโปรแกรมประเภท Word, Excel, PowerPoint, PDF file เป็นต้น โดย สามารถแนบเอกสาร (Browse) ไฟล์ได้หลายชนิดในเอกสารเรื่องเดียวกัน และสามารถเพิ่มหรือลบเอกสาร ได้ในภายหลัง โดยระบบจะเก็บประวัติการลบ หรือ แก้ไขเอกสารแนบไว้เพื่อให้ตรวจสอบประวัติได้ 1.3) มีการบันทึกรายละเอียดของเอกสาร ได้แก่ เลขที่หนังสือ, ลงวันที่,ชื่อเรื่อง, จาก, ถึงที่ระบุตามหนังสือ, วัตถุประสงค์, วันที่และเวลาลงรับเรื่อง และสามารถกำหนดความเร่งด่วนให้กับ หนังสือ และชั้นความลับได้ 1.4) กำหนดชั้นความลับของหนังสือ เช่น ปกติ ลับ ลับมาก ลับที่สุด สามารถ กำหนดชั้นความเร่งด่วนของหนังสือได้ เช่น ปกติ ด่วน ด่วนมาก ด่วนที่สุด และสามารถกำหนดหมวด เอกสารและวิธีการรับส่งเอกสารของแต่ละเรื่องได้ 1.5) บันทึกเลขที่อ้างถึง ตามรูปแบบในช่องป้อนอ้างถึงโดยที่ระบบจะทำการ เชื่อมโยงไปยังเลขที่หนังสือที่อ้างถึงนั้นได้ทันที เพื่อลดขั้นตอนการค้นหาเลขอ้างถึง โดยหากเลขอ้างถึงไม่มี ความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนเอง จะไม่สามารถเชื่อมโยงเพื่อเรียกดูได้ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของ เอกสารในหน่วยงาน 1.6) เจ้าของเรื่องหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถแก้ไขหรือเพิ่มเติมรายละเอียดของ หนังสือได้ โดยระบบต้องมีการบันทึกข้อมูลชื่อผู้แก้ไข วันเวลา และข้อความเดิมก่อนการแก้ไขเทียบกับ ข้อความใหม่ที่แก้ไขแล้วโดยอัตโนมัติ 1.7) ส่งเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามโครงสร้างที่วางเป็นจุดรับ-ส่งเอกสารไว้ ในระบบ โดยสามารถส่งเป็นรายหน่วยงาน ส่งหลายหน่วยงาน หรือส่งเป็นกลุ่มหน่วยงานที่กำหนดไว้ในการ ส่งครั้งเดียวกันได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 8 1.8) กำหนดรูปแบบการส่งถึงได้หลายรูปแบบ เช่น ส่งถึงพร้อมส่งต้นฉบับ เอกสาร ส่งถึงไม่ส่งต้นฉบับเอกสาร สำเนาถึงพร้อมส่งเอกสารฉบับสำเนา สำเนาถึงไม่ส่งเอกสารฉบับสำเนา และส่งไปหลายหน่วยงาน หลายรูปแบบในการส่งครั้งเดียวกันได้ 1.9) การส่งเรื่องถึงหน่วยงานผู้รับปลายทาง ระบบต้องแสดงสัญลักษณ์แจ้งให้ ผู้รับทราบต้องรอหนังสือต้นฉบับให้ไปถึงหน่วยงานของตนก่อน จึงลงรับเอกสาร หรือไม่ต้องรอหนังสือ ต้นฉบับ สามารถลงรับเรื่องผ่านระบบโดยใช้เอกสารที่แนบในระบบมาดำเนินการได้ก่อน เพื่อลดการสำเนา ส่งหนังสือ เช่น การส่งหนังสือแจ้งเวียนเพื่อทราบภายใน สกพอ. เป็นต้น 1.10) หนังสือที่ถูกส่งไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ต้องสามารถดูได้ในตะกร้างานรับเข้า ของผู้รับ และถูกบันทึกลงในหน้าจอส่งออกของผู้ส่ง และผู้ส่งสามารถทราบเลขทะเบียนและติดตามสถานะ งานปัจจุบันของหน่วยงานผู้รับจากหน้าจองานส่งออกของตนเองได้ 1.11) ส่งหนังสือโดยเป็นการมอบหมายงานถึงเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ในหน่วยงานเดียวกับเจ้าหน้าที่สารบรรณได้ และเจ้าหน้าที่สารบรรณสามารถติตดามงานที่มอบหมายได้ 1.12) ส่งหนังสือผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ที่มีมาตรฐานเป็น SMTP หรือ Microsoft Exchange ได้ 1.13) ลงรับเอกสารจาก e-mail กลางที่ สกพอ. กำหนดไว้เพื่อรับไฟล์เอกสารเข้า ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกรายการที่ต้องการลงรับได้ และมีการตอบกลับเพื่อยืนยันการรับ เรื่องแล้ว เพื่อให้หน่วยงานผู้ส่งได้รับทราบผ่านทาง email ตามกฎหมายว่าด้วยงานสารบรรณ 1.14) ระบบสามารถคัดแยกรายการเรื่องมาใหม่ที่รอลงทะเบียนรับเข้า เรื่องที่ ลงรับแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ เรื่องตีกลับจากหน่วยงานอื่น เรื่องที่ต้องติดตามฉเฉพาะหน่วยงานตนเอง และติดตามหน่วยงานอื่น เรื่องส่งออกไปหน่วยงานอื่น และแสดงรายการแยกตามทะเบียนรวมหนังสือ รับเข้า ทะเบียนรวมหนังสือส่งออกภายใน ทะเบียนรวมหนังสือส่งออกภายนอก ได้ 1.15) ผู้รับสามารถตรวจสอบขั้นตอนการเดินของเอกสาร รายละเอียดเรื่อง เอกสารแนบ และคำสั่งการต่าง ๆ ได้จากระบบ ก่อนลงรับเอกสารเข้าหน่วยงานตนได้ และหลังจากผู้รับ ตรวจสอบเรื่องแล้ว ระบบเปลี่ยนสถานะเป็นเปิดอ่านเอกสารแล้วให้แบบอัตโนมัติ 1.16) ผู้รับสามารถลงรับเรื่องที่ส่งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยไม่ ต้องป้อนรายละเอียดเรื่องใหม่ โดยระบบบันทึกข้อมูลชื่อผู้รับ วันที่ เวลาลงรับ และเลขทะเบียนรับให้แบบ อัตโนมัติ 1.17) กรณีเอกสารรับเข้า หรือ ส่งออกเป็นเรื่องเดิมที่เคยดำเนินการแล้ว และได้ ถูกส่งย้อนกับคืนมาถึงอีกครั้ง ระบบต้องสามารถแจ้งให้ผู้รับทราบว่าเรื่องใดเป็นเรื่องใหม่ หรือเรื่องใดเป็น เรื่องเดิมที่ส่งย้อนกับมา และหากเป็นเรื่องเดิมระบบสามารถรับเรื่องให้เลขทะเบียนเดิม 1.18) สามารถบันทึกการปฏิบัติการหรือสั่งการได้ โดยแนบไปกับตัวหนังสือ ทุกครั้งที่มีการดำเนินงาน และผู้ปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้สามารถตรวจสอบการ ปฏิบัติงานและอ่านคำสั่งการได้ 1.19) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดียวกัน สามารถเพิ่มเอกสารแนบท้ายได้ ด้วยวิธีสแกน (Scan) หรือเลือกแนบไฟล์ข้อมูลชนิดต่าง ๆ (Browse) ในทุกขั้นตอนของการส่งเอกสาร และ สามารถบันทึกข้อมูล หมายเหตุ เพื่อแสดงรายละเอียดของเอกสารแนบท้ายแต่ละฉบับ ซึ่งสามารถเพิ่ม แก้ไข หรือลบเอกสารแนบของหน่วยงานตนเองได้ และไม่อนุญาตให้แก้ไขเอกสารแนบของหน่วยงานอื่น 1.20) กรณีที่ผู้ส่งเอกสาร ทราบว่ามีการส่งเรื่องไปผิดหน่วยงาน ผู้ส่งสามารถดึง เอกสารกลับคืนได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้น ผู้รับต้องยังไม่มีการลงรับเลขทะเบียน 1.21) ผู้รับพิจารณาเรื่องที่เข้ามาใหม่ ก่อนลงทะเบียนรับเรื่อง พบว่าเอกสารไม่ใช่ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตนเอง ผู้รับสามารถตีกลับ โดยต้องบันทึกข้อความเหตุผลของการสั่งตีกลับ เก็บเป็นประวัติในระบบ เพื่อส่งคืนไปหน่วยงานผู้ส่งได้ ระบบต้องแสดงสถานะแจ้งให้ผู้ส่งทราบ 1.22) ระบบต้องสามารถทำการบันทึกประวัติการปฏิบัติงานเอกสารของแต่ละ เรื่องเรียงตามวัน และเวลานับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งสถานะปัจจุบัน โดยสามารถติดตามงานว่า หนังสือ แต่ละฉบับมีการสั่งการ พร้อมทั้งอ่านคำสั่งการหรือบันทึกการปฏิบัติงานของหน่วยงานตนเอง หรือ หน่วยงานอื่นในแต่ละขั้นตอนได้ 1.23) กรณีมีเอกสารที่ดำเนินการจบในหน่วยงานของตน ผู้ใช้สามารถสั่งปิดงาน ได้โดยระบบบันทึกประวัติไว้ตรวจสอบได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 9 1.8) กำหนดรูปแบบการส่งถึงได้หลายรูปแบบ เช่น ส่งถึงพร้อมส่งต้นฉบับ เอกสาร ส่งถึงไม่ส่งต้นฉบับเอกสาร สำเนาถึงพร้อมส่งเอกสารฉบับสำเนา สำเนาถึงไม่ส่งเอกสารฉบับสำเนา และส่งไปหลายหน่วยงาน หลายรูปแบบในการส่งครั้งเดียวกันได้ 1.9) การส่งเรื่องถึงหน่วยงานผู้รับปลายทาง ระบบต้องแสดงสัญลักษณ์แจ้งให้ ผู้รับทราบต้องรอหนังสือต้นฉบับให้ไปถึงหน่วยงานของตนก่อน จึงลงรับเอกสาร หรือไม่ต้องรอหนังสือ ต้นฉบับ สามารถลงรับเรื่องผ่านระบบโดยใช้เอกสารที่แนบในระบบมาดำเนินการได้ก่อน เพื่อลดการสำเนา ส่งหนังสือ เช่น การส่งหนังสือแจ้งเวียนเพื่อทราบภายใน สกพอ. เป็นต้น 1.10) หนังสือที่ถูกส่งไปถึงหน่วยงานต่าง ๆ ต้องสามารถดูได้ในตะกร้างานรับเข้า ของผู้รับ และถูกบันทึกลงในหน้าจอส่งออกของผู้ส่ง และผู้ส่งสามารถทราบเลขทะเบียนและติดตามสถานะ งานปัจจุบันของหน่วยงานผู้รับจากหน้าจองานส่งออกของตนเองได้ 1.11) ส่งหนังสือโดยเป็นการมอบหมายงานถึงเจ้าหน้าที่เป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ในหน่วยงานเดียวกับเจ้าหน้าที่สารบรรณได้ และเจ้าหน้าที่สารบรรณสามารถติตดามงานที่มอบหมายได้ 1.12) ส่งหนังสือผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail) ที่มีมาตรฐานเป็น SMTP หรือ Microsoft Exchange ได้ 1.13) ลงรับเอกสารจาก e-mail กลางที่ สกพอ. กำหนดไว้เพื่อรับไฟล์เอกสารเข้า ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ โดยเลือกรายการที่ต้องการลงรับได้ และมีการตอบกลับเพื่อยืนยันการรับ เรื่องแล้ว เพื่อให้หน่วยงานผู้ส่งได้รับทราบผ่านทาง email ตามกฎหมายว่าด้วยงานสารบรรณ 1.14) ระบบสามารถคัดแยกรายการเรื่องมาใหม่ที่รอลงทะเบียนรับเข้า เรื่องที่ ลงรับแล้วอยู่ระหว่างดำเนินการ เรื่องตีกลับจากหน่วยงานอื่น เรื่องที่ต้องติดตามฉพาะหน่วยงานตนเอง และติดตามหน่วยงานอื่น เรื่องส่งออกไปหน่วยงานอื่น และแสดงรายการแยกตามทะเบียนรวมหนังสือ รับเข้า ทะเบียนรวมหนังสือส่งออกภายใน ทะเบียนรวมหนังสือส่งออกภายนอก ได้ 2) การออกเลขทะเบียนหนังสือส่งภายใน-หนังสือส่งออกภายนอก 2.1) มีการบันทึกรายละเอียดของเอกสารได้แก่ เลขที่หนังสือ ลงวันที่ ชื่อเรื่อง ของหนังสือ และสามารถกำหนดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง ผู้รับปลายทาง ผู้ปฏิบัติงาน และวันเวลาลงรับ และต้องสามารถกำหนดความเร่งด่วนให้กับหนังสือ โดยระบบจะต้องออกเลขทะเบียนให้แบบอัตโนมัติ ตามลำดับ 2.2) เพิ่มประเภทของหนังสือส่งออกได้ เมื่อต้องแยกนับเลขทะเบียนตามประเภท หนังสือที่ต้องการ เช่น หนังสือทั่วไป หนังสือเวียน ประกาศ คำสั่ง เป็นต้น คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 10 2.3) เก็บข้อความต้นแบบเรื่อง (Template) ที่ต้องออกเลขที่บ่อย ๆ ไว้เป็น ต้นแบบสำหรับออกเลขที่เอกสารที่มีเนื้อหาแบบเดิมในคราวต่อไปได้ เพื่อความรวดเร็ว 2.4) ออกเลขที่เอกสารที่มีรายละเอียดเหมือนกันได้ ครั้งละหลายเลขพร้อมกันใน คราวเดียว 2.5) กรณีออกเลขที่เอกสาร และต้องการให้เกี่ยวข้องกับต้นเรื่องที่กำลัง ดำเนินการอยู่ ระบบต้องสามารถผูกโยงเรื่องที่สร้างใหม่ ให้มีความต่อเนื่องกันได้ พร้อมทั้งสั่งปิดงานต้น เรื่องที่ผูกโยงกับเรื่องที่ออกเลขที่ใหม่ให้อัตโนมัติ 2.6) การผูกโยงเรื่องหรือการโอนสร้างเรื่อง ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงเรื่อง ระหว่างกันได้ เช่น เปิดต้นเรื่องสามารถเชื่อมโยงมาเรื่องใหม่ที่ผูกโยงมาไว้ หรือ เปิดเรื่องที่สร้างใหม่ สามารถเชื่อมโยงกับต้นเรื่องได้ โดยต้องเปิดอ่านรายละเอียดเรื่อง เอกสารแนบ ติดตามขั้นตอนการเดิน เอกสาร และคำสั่งการของเรื่องที่เชื่อมโยงได้ทันที email กลางได้ 2.7) ส่งหนังสือภายนอกและเอกสารแนบจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน 3) การค้นหาและติดตามขั้นตอนการทำงาน 3.1) ค้นหาเอกสารได้จากการข้อกำหนดของรายละเอียดเอกสาร ได้แก่ เลขที่ หนังสือ เอกสารลงวันที่ วันที่ลงรับ เลขทะเบียนรับ ชื่อเรื่อง จาก ถึง โดยสามารถค้นหาด้วยข้อกำหนดเดียว หรือผสมข้อมูล (Combine) ได้ในหน้าจอเมนูค้นหาเดียว 3.2) ค้นหาเอกสารตามเงื่อนไข เช่น สถานะของหนังสือ ความเร่งด่วน และ เงื่อนไข “และ (AND)”/ “หรือ (OR)” ได้ 3.3) ค้นหาหนังสือรับเข้าจากภายนอกองค์กรได้จากเลขทะเบียนรับของสาร บรรณกลาง หรือเลขทะเบียนรับประจำหน่วยงานตนเองได้ 3.4) การค้นหาเอกสาร หากมีผลลัพธ์ที่พบจำนวนหลายรายการ ผู้ปฏิบัติงาน สามารถสั่งให้เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อย หรือน้อยไปหามากได้ เช่น เรียงตามเลขทะเบียน เรียงตาม เอกสารเลขที่ เรียงตามวันที่รับเอกสาร ในหน้าจอผลลัพธ์เพื่อให้ง่าย รวดเร็วในการตรวจสอบเอกสารได้ 3.5) ผู้ปฏิบัติงานสามารถทราบสถานะของงานเอกสารที่กำลังดำเนินงาน และ สามารถติดตามเอกสาร ได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน พร้อมทราบวันที่ดำเนินงานเอกสาร วันรับส่งเอกสาร และสามารถสั่งพิมพ์รายงานการติดตามงานเอกสารได้ 3.6) ค้นหาคำสั่งการหรือบันทึกการปฏิบัติงานที่บันทึกไว้กับหนังสือแต่ละเรื่องได้ 3.7) แสดงรายการเอกสารเฉพาะเรื่องที่ต้องการติดตาม แยกจากเรื่องทั่วไปได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 11 3.8) มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าสำหรับรายการที่กำหนดวันที่ดำเนินการแล้วเสร็จไว้ใน เรื่องที่ต้องการ และหากดำเนินการไม่แล้วเสร็จตามวันที่กำหนด ผู้ปฏิบัติงานสามารถเลื่อนวันที่กำหนดเสร็จ ออกไปได้ โดยระบบต้องเก็บประวัติการเปลี่ยนวันกำหนดเสร็จเดิมไว้ เพื่อตรวจสอบภายหลังได้ 4) การปิดงาน ยกเลิก และการสั่งลบเอกสาร 4.1) กรณีมีหนังสือที่ดำเนินการจบที่หน่วยงานของตน ผู้ปฏิบัติงานสามารถสั่งปิด งานหรือจบงานนั้น ๆได้ทันที โดยเรื่องที่จะสั่งปิดได้ต้องมีการลงเลขทะเบียนรับแล้ว และในการสั่งปิดงานนี้ ต้องไม่กระทบกับสถานะของหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 4.2) หนังสือที่ดำเนินการจบกระบวนการทำงานแล้ว ผู้ปฏิบัติงานสามารถสั่ง จัดเก็บเอกสาร เพื่อเป็นการรวบรวมหรือจัดหมวดหมู่เอกสารตามประเภทต่าง ๆ โดยแสดงรายละเอียดเลขที่ หนังสือ, ชื่อเรื่อง และเอกสารแนบ จะถูกบันทึกในระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ให้อัตโนมัติ โดยไม่ ต้องป้อนข้อมูลหรือแนบเอกสารใหม่อีกครั้ง เอกสารออกจากระบบได้ 4.3) ต้นเรื่องหรือหน่วยงานผู้สร้างเอกสารเท่านั้น สามารถสั่งยกเลิก หรือ ลบ 4.4) การยกเลิกเรื่อง ระบบจะต้องปรับสถานะเป็นเอกสารยกเลิกให้กับ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแบบอัตโนมัติ พร้อมบันทึกประวัติ ชื่อผู้ใช้ หน่วยงาน วันเวลาที่ยกเลิก ไว้ให้ ตรวจสอบได้ 4.5) เอกสารที่มีการส่งต่อไปถึงหน่วยงานอื่นแล้ว ระบบต้องไม่อนุญาตให้ลบ รายการนั้นออกจากระบบได้ 5) แบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form) ใช้สำหรับสร้างเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านแบบฟอร์มที่กำหนดรูปแบบไว้ สามารถบันทึกรายละเอียดในแบบฟอร์ม ตรวจสอบความถูกต้อง แล้ว นำเสนอผู้บริหารเพื่อลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในเอกสาร และส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบ สารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 5.1) เป็นแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form) ชนิด WORD template ประกอบด้วยแบบฟอร์มตามระเบียบ สกพอ. ว่าด้วยงานสารบรรณ พ.ศ. 2566 ได้แก่ หนังสือภายใน หนังสือภายนอก ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ข่าว และแถลงการณ์ เป็นอย่างน้อย 5.2) แบบฟอร์มที่จัดทำสามารถใช้ font อักษรภาษาไทยและเลขไทย เพื่อใช้ สำหรับติดต่อหน่วยงานราชการได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 12 5.3) แบบฟอร์มหนังสือภายใน ในขั้นตอนการออกเลขที่ภายใน สามารถออก เลขที่ให้เป็นเลขร่าง ก่อนออกเลขที่ตามลำดับจริงได้ หรือออกเลขที่เป็นที่ตามลำดับปัจจุบันของหน่วยงานที่ เรียกใช้ได้ 5.4) การออกเลขที่เอกสารผ่านแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ระบบต้องออกเลขที่นับ ตามลำดับต่อเนื่องในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5.5) แบบฟอร์มหนังสือภายใน สามารถออกเลขที่ตามลำดับโดยนับร่วมกับการ ออกเลขที่แบบเดิมโดยใช้เอกสาร (กระดาษ) และระบบแสดงสัญลักษณ์ให้ผู้ใช้สามารถทราบได้ว่าเป็นไฟล์ เอกสารทั่วไป หรือ เป็นไฟล์ที่สร้างจากแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5.6) สามารถแก้ไขเนื้อหาในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยระบบสำรอง (Copy) File เพื่อเก็บร่างก่อนการแก้ไขไว้เป็นประวัติ หรือสามารถบันทึกแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เป็น ฉบับร่าง สำหรับนำร่างเรื่องเดิมขึ้นมาแก้ไข ให้มีเนื้อหาตรงตามที่ต้องการ และเมื่อลงนามในร่างดังกล่าว เรียบร้อยแล้ว ระบบต้องออกเลขที่เอกสารให้เป็นลำดับรายการใหม่ พร้อมสามารถแนบเอกสารเพิ่มเติม ส่งต่อ หรือดำเนินการตามขั้นตอนในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์จนจบกระบวนงาน 5.7) เอกสารแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เมื่อผ่านการลงนามเรียบร้อยแล้ว จะต้อง ไม่สามารถแก้ไขรายละเอียดใด ๆ ได้อีก เพื่อความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในเอกสารเรื่องดังกล่าว 5.8) ผู้ใช้งานประจำหน่วยงานที่สร้างเอกสารเท่านั้น สามารถสั่งยกเลิก หรือสั่ง ลบเอกสารแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5.9) ผู้ใช้สามารถส่งเอกสารแนบชนิดแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบได้ เหมือนไฟล์เอกสารชนิดอื่น ๆ ที่มีการใช้งานในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ 5.10) เอกสารแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ สามารถแสดงผลทางหน้าจอภาพ (Preview) เพื่ออ่านรายละเอียดและตรวจสอบความถูกต้องได้ 5.11) รายการที่เริ่มต้นสร้างจากฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ จะต้องสามารถ แนบเอกสารด้วยการสแกน (Scan) หรือแนบไฟล์ชนิด Word Excel, PowerPoint, PDF, JPG, JPEG, GIF, PNG และ TIFF เพิ่มเติมได้อีก 5.12) เอกสารแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์สามารถทำงานร่วมกับการลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยืนยันตัวตน และนำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการทำงานของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยอัตโนมัติ 5.13) สามารถค้นหาข้อความที่สร้างจากแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 13 ตามเงื่อนไขนี้เท่านั้น โดยไม่สามารถลบเรื่องได้ 5.14) ผู้ใช้สามารถลบเรื่องที่ผ่านการลงนามเรียบร้อยแล้วออกจากระบบได้ 5.14.1) ยังไม่ได้มีการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานผู้รับ หรือ 5.14.2) หน่วยงานผู้รับยังไม่ได้มีการรับเรื่อง หากพ้นจากเงื่อนไขข้างต้นหน่วยงานผู้ส่งจะสามารถยกเลิกเรื่องได้เท่านั้น 5.15) ระบบจะต้องแสดงสัญลักษณ์ของเอกสารชนิดแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแจ้งให้ผู้ใช้ทราบถึงความแตกต่างระหว่างเรื่องที่ยังไม่ลงนามในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ และเรื่องที่ ผ่านลงนามเรียบร้อยแล้วได้ 5.16) แบบฟอร์มที่พัฒนาต้องสามารถโอนเข้าระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ 6) การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) เป็นระบบงานสำหรับลงลายมือ ชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในเอกสารที่จัดทำในรูปแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ที่ดำเนินการในระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบผู้ที่ลงลายมือชื่อได้ในระบบ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 6.1) ทำงานร่วมกับระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยหลักการกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure : PKI) และไม่สามารถการแก้ไขเอกสารเพิ่มเติมได้อีก ข้อมูลมีความปลอดภัย ผู้รับ ปลายทางสามารถตรวจสอบการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ได้ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ 6.2) กำหนดสิทธิ์การใช้งานจากทะเบียนรายชื่อผู้ใช้งานในระบบสารบรรณ อิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้งานอยู่ โดยระบุเป็นผู้ใช้งานทั่วไปของระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ผู้ใช้งานที่ สามารถลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ในเอกสารได้ 6.3) ยืนยันตัวบุคคล (Authentication) กรณีเป็นผู้ที่ลงนามในเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ หรือผู้ที่สั่งการเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการจากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ 6.4) ก่อนการลงนามอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ที่ลงนามจะต้องป้อนรหัสผ่านของตนเอง โดยเป็นรหัสคนละชุดกับ ขั้นตอนการเข้าระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อการยืนยันตัวตนและความ ปลอดภัยในการลงนามของตนเองก่อนการลงนามในเอกสารหรือการสั่งการ 6.5) รักษาความลับ (Confidentiality) ได้ โดยข้อมูลจะเปิดเผยเฉพาะผู้ที่ เกี่ยวข้อง และเปิดเอกสารผ่านได้จากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 14 6.6) ตรวจสอบความถูกต้องของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และป้องกันการปฏิเสธ ความรับผิดชอบ (Non-Repudiation) ซึ่งสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ที่ลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ได้จากระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ 6.7) บันทึกคำสั่งการหรือบันทึกความเห็นเพิ่มเติมได้ พร้อมแสดงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ของผู้สั่งการหรือผู้บันทึกโดยอัตโนมัติเฉพาะผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิ์ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ 6.8) นำรูปภาพลายมือชื่อ (Image) มาแสดงในแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่าน การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์แล้ว เพื่อตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลได้ในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ 6.9) ผู้ที่มีสิทธิ์ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ และผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่มีสิทธิ์ สามารถ บันทึกคำสั่งการหรือบันทึกการปฏิบัติงานส่งต่อไปยังขั้นตอนต่อไปได้ 6.10) การเปิดเรียกดูเอกสารหรือการอ่านบันทึกคำสั่งการที่ถูกลงลายมือชื่อ สามารถเปิดดูได้ตามสิทธิ์ของผู้ใช้งานในระบบ และเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารเท่านั้น 7) การรักษาความปลอดภัยข้อมูล 7.1) ผู้ใช้สามารถเรียกดูหรือดำเนินการกับเอกสาร เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ หน่วยงานของตนเองได้เท่านั้น ในกรณีที่มีการแก้ไขรายละเอียดเอกสาร ระบบจะต้องเก็บรายละเอียดเดิม ก่อนการแก้ไข และหลังการแก้ไขไว้ในบันทึกงาน เพื่อใช้ในการตรวจสอบการแก้ไขได้ และทราบได้ว่าใคร เป็นผู้แก้ไข แก้ไขวัน-เวลาใด และแก้ไข ในส่วนใดบ้าง 7.2) มีระบบสลับการทำงานเพื่อสามารถเรียกใช้งานข้อมูลในหน่วยงานอื่น ตามที่กำหนด กรณีที่ผู้ใช้งานต้องเกี่ยวข้องกับเอกสารของหลายหน่วยงาน เช่น ทำงานแทนกัน หรือกรณี เลขานุการ 1 ท่านจะต้องรับผิดชอบดูแลงานเอกสารให้ผู้บริหารหลายท่าน โดยเลือกสลับเปิดดูงานได้ตาม หน่วยที่กำหนดไว้เท่านั้น และระบบสลับการทำงานต้องไม่ออกจากโปรแกรม เพื่อเข้าสู่โปรแกรมใหม่ 7.3) ในการสลับการทำงาน ระบบต้องมีการกำหนดสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสาร ของแต่ละหน่วยงานไม่เท่ากันได้ เช่น หน่วยงานหลักตามหน้าที่ สามารถเรียกใช้งานข้อมูลที่มีชั้นความลับ ได้ แต่หน่วยงานสำรองที่ได้รับมอบหมายให้เข้าทำงานแทน สามารถทำงานหรือเรียกใช้ข้อมูลระดับปกติ เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของการเรียกใช้ข้อมูล 8) การสั่งพิมพ์รายงาน (Report) 8.1) พิมพ์รายงาน (Report) ผ่าน Web โดยแสดงข้อมูลก่อนการสั่งพิมพ์ (Preview) บนหน้าจอได้ และสามารถเรียกดูและพิมพ์รายงานได้อย่างน้อยดังนี้ รายงานหนังสือรับจากภายนอก รายงานหนังสือรับจากหน่วยงานภายใน รายงานหนังสือการส่งหนังสือออกภายนอก รายงานหนังสือการส่งหนังสือให้หน่วยงานภายใน รายงานสถิติการสร้างเอกสาร รายงานสถิติสถานะเอกสาร รายงานการดำเนินงานเอกสาร รายงานการรับ-ส่งเอกสาร รายงานการติดตามเอกสาร รายงานหนังสือลับ 8.2) กำหนดเงื่อนไขเพื่อใช้ในการค้นหาข้อมูลที่ต้องการในรายงานได้ เช่น เลขที่ หนังสือ เอกสารลงวันที่ วันที่ลงรับ เลขทะเบียนรับ ชื่อเรื่อง จาก ถึง สถานะ ชั้นความเร็ว โดยสามารถ ค้นหาด้วยข้อกำหนดเดียว หรือผสมข้อมูล (Combine) ได้ในหน้าจอค้นหาเดียว EEC 15 9) การค้นเนื้อหาในระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (Full Text Search) 9.1) สืบค้นตามปีฐานข้อมูลของระบบ 9.2) ระบบสามารถจัดเก็บไฟล์ข้อมูลและสืบค้นเนื้อหาของไฟล์ข้อมูลในลักษณะ Full Text Indexing เพื่อใช้งานในลักษณะ Search Engine ได้ดี 9.3) สืบค้นเนื้อหาของเอกสารแนบ ได้ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 9.4) ค้นหาข้อความได้จากเนื้อหาไฟล์ชนิดต่างๆได้แก่ MS Word (.DOC, .DOCX), MS Excel(.XLS, .XLSX), MS PowerPoint (.PPT, PPTX), Text File (.TXT), HTML (.HTM) และ Adobe Acrobat (.PDF) ที่แปลงข้อมูลมาจากข้อมูลต้นฉบับเป็นตัวอักขระ (Text) 9.5) สืบค้นเนื้อหาเอกสาร โดยใช้คำค้น 1 คำ หรือมากกว่า 9.6) สามารถเข้าถึงข้อมูลเฉพาะรายการที่ได้รับสิทธิ์ 10) การจัดการผู้ใช้งานอิเล็กทรอนิกส์ 10.1) ทุกโหมดการทำงานเป็นแบบ Web Application 10.2) กำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ 10.3) กำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเอกสารตามชั้นความลับได้ 10.4) ควบคุมการใช้งานระบบจัดเก็บเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างน้อยดังนี้ ดูเอกสารบนจอ ปรับปรุงแก้ไขลิ้นชัก สั่งพิมพ์เอกสาร ปรับปรุงแก้ไขแฟ้ม สแกนเอกสารเข้า แก้ไขดัชนีเอกสาร โอนไฟล์ข้อมูลเข้า ลบเอกสาร เป็นต้น คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 16 6.2.2 ระบบบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management) ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการข้อมูลผู้ปฏิบัติงานของ สกพอ. ในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ข้อมูล โครงสร้างขององค์กร ข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน ข้อมูลการจ่ายเงินเดือน ข้อมูลสวัสดิการ ข้อมูลการฝึกอบรม ข้อมูล การประเมินผลการปฏิบัติงาน และปรับขึ้นเงินเดือน เป็นต้น และมีคุณลักษณะของระบบย่อยอย่างน้อยดังนี้ 1) การวางแผนทรัพยากรบุคคล (Workforce Planning) 1.1) แก้ไข ปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรและจัดเก็บข้อมูล โดยสามารถแสดงและ พิมพ์ประวัติการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรได้ 1.2) แก้ไข ปรับเปลี่ยนโครงสร้างอัตรากำลัง และจัดเก็บข้อมูล โดยสามารถแสดง และพิมพ์ประวัติการปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างอัตรากำลังได้ 1.3) เพิ่ม ปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบังคับบัญชาตามตำแหน่งและหน่วยงาน และ จัดเก็บข้อมูลการบังคับบัญชาได้ 1.4) ตรวจสอบตำแหน่งว่างในแต่ละหน่วยงานได้ 2) การสรรหาและคัดเลือก (Recruitment and Selection) 2.1) เพิ่ม แก้ไขข้อมูลตำแหน่งงานทั้งหมดของ สกพอ. ได้ โดยประกอบไปด้วย ข้อมูลคำอธิบายลักษณะงาน (Job Description) และคุณสมบัติผู้สมัคร (Qualification) 2.2) การเปิดรับสมัครบุคคลเข้าสรรหาและคัดเลือก โดยสามารถเลือกตำแหน่ง งานที่เปิดรับสมัคร แก้ไขรายละเอียดของตำแหน่งงานที่รับสมัคร และกำหนดสถานะของตำแหน่งที่เปิดรับ สมัครอยู่ได้ 2.3) ผู้สมัครงานสามารถเข้าระบบเพื่อดูรายการตำแหน่งที่รับสมัครและสมัคร ตำแหน่งที่สนใจได้ และสามารถบันทึกข้อมูลส่วนตัว เรียกดูประวัติการสมัครงานผ่านระบบได้ รวมทั้งมีการ แจ้งเตือนการสมัครหรือการยกเลิกการสมัครผ่านทาง e-mail ได้ 2.4) สามารถคัดเลือกผู้สมัครในแต่ละตำแหน่งงาน และจัดการสถานะของผู้สมัคร เป็นรายบุคคล เช่น ผ่านการพิจารณาขั้นต้น สัมภาษณ์ บรรจุเป็นพนักงาน ไม่ผ่านการพิจารณา เป็นต้น และสามารถส่งต่อข้อมูลพนักงานที่ได้รับการพิจารณาให้บรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานแล้ว เข้าสู่ระบบจัดเก็บ ข้อมูลผู้ปฏิบัติงานได้ 2.5) จัดการข้อมูลผู้สมัครได้ เช่น ดูข้อมูลผู้สมัคร พิมพ์ประวัติผู้สมัคร จดบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร เป็นต้น คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน 4 (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) (นายอมรินทร์ เข็มทอง) ประธานกรรมการ กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 17 2.6) บริหารจัดการสอบสัมภาษณ์ได้ โดยมีการสร้างแบบประเมินผู้สมัครที่ใช้ใน การพิจารณาระหว่างการสัมภาษณ์ การบันทึกข้อมูลการสัมภาษณ์ การจัดการการสัมภาษณ์ รวมทั้ง สามารถส่ง e-mail เพื่อนัดหมายผู้สัมภาษณ์ได้ Excel อย่างน้อยดังนี้ 2.7) พิมพ์รายงานการรับสมัครงานจากระบบได้ในรูปแบบของไฟล์ PDF หรือ 2.7.1) รายชื่อผู้สมัครทั้งหมด 2.7.2) รายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก 2.7.3) รายการตำแหน่งงานทั้งหมด 2.7.4) รายการตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร และสถานะ 2.7.5) รายงานข้อมูลตำแหน่งงาน 3) การจัดการข้อมูลผู้ปฏิบัติงาน (Employee Profile) 3.1) เพิ่ม แก้ไข ฐานข้อมูลผู้ปฏิบัติงานได้ โดยมีรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้ 3.1.1) ข้อมูลสำคัญ 3.1.2) ข้อมูลทั่วไป 3.1.3) ประวัติการทำงาน 3.1.4) ข้อมูลการติดต่อ 3.1.5) การศึกษา 3.1.6) ข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น 3.1.7) Certificate 3.1.8) ข้อมูลการฝึกอบรม 3.1.9) ข้อมูลการประเมินผลการปฏิบัติงาน 3.1.10) โทษทางวินัย 3.1.11) การจ่ายค่าจ้าง 3.1.12) ข้อมูลด้านภาษี 3.1.13) ข้อมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 3.1.14) ไฟล์แนบ 3.2) รองรับการจัดเก็บข้อมูลคุณสมบัติและความสามารถประจำตำแหน่งได้ 3.3) มีระบบแจ้งเตือนการอนุมัติคำขอต่าง ๆ ผ่าน Application และ e-mail ได้แก่ 3.3.1) คำขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือข้อมูลส่วนตัว คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 18 3.3.2) ผลการอนุมัติคำขอเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างหรือข้อมูลส่วนตัว 3.4) พิมพ์รายงานได้ในรูปแบบของไฟล์ PDF หรือ Excel ดังนี้ 3.5.1) รายชื่อพนักงานทั้งหมด 3.5.2) ทะเบียนรายชื่อพนักงานเข้าใหม่ 3.5.3) ทะเบียนรายชื่อพนักงานลาออก 4) การบริหารค่าตอบแทน (Compensation Management) 4.1) สร้างตารางการทำงานได้หลายประเภท 4.2) บันทึกเวลาการทำงานของผู้ปฏิบัติงานได้ 4.3) บันทึกคำขอ OT ของผู้ปฏิบัติงานได้ โดยรองรับทั้งการบันทึกคำขอให้ตนเอง และบันทึกคำขอให้ผู้อื่น 4.4) เพิ่ม แก้ไข ลบ ประเภทการลา กำหนดเงื่อนไขการลา และนโยบายการลาได้ 4.5) ตรวจสอบสิทธิการลาของผู้ปฏิบัติงานเป็นรายคนและทั้งหมดได้ 4.6) บันทึกคำขอลาได้ 4.7) กำหนดวันหยุดของหน่วยงานได้ 4.8) กำหนดเงื่อนไขการจ่ายค่าล่วงเวลาของผู้ปฏิบัติงานได้ 4.9) กำหนดเงื่อนไขการแสดงรายการลาของปฏิทินพนักงานได้ 4.10) กำหนดเงื่อนไขของ Pay Element และแก้ไขได้ อย่างน้อยดังนี้ 4.11.1) ประเภท (รายได้, รายหัก) 4.11.2) ใช้คำนวณภาษีหรือไม่ 4.11.3) ใช้คำนวณกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือไม่ 4.11.4) หน่วยงานออกภาษีให้หรือไม่ (เฉพาะรายได้) 4.11) สร้าง แก้ไข ลบงวดเงินเดือนและกำหนดเงื่อนไขของงวดเงินเดือน และ สามารถเลือกผู้ปฏิบัติงานแบบรายคนหรือผู้ปฏิบัติงานที่ประเภทการจ้างตรงกับรอบเงินเดือนได้ 4.12) แก้ไขรายได้/รายหัก ไม่ประจำให้ผู้ปฏิบัติงาน ในการคำนวณเงินเดือนได้ 4.13) กำหนดอัตราเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมด โดย นำเข้าข้อมูลผ่าน Excel file ได้ 4.14) สร้างนโยบายสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามเงื่อนไขได้ 4.15) ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการคำนวณเงินเดือนได้ 4.16) ปิดงวดเงินเดือนได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 19 4.17) สร้าง แก้ไข ลบประเภทการจ่ายค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ อื่นของผู้ปฏิบัติงานได้ และสามารถกำหนดเงื่อนไขประเภทการเบิกได้ดังนี้ 4.18.1) ประเภทการจ่าย (ไม่พร้อมเงินเดือน, พร้อมเงินเดือน) 4.18.2) เชื่อม Pay Elements (ในกรณีที่จ่ายพร้อมเงินเดือน) 4.18.3) ประเภทการเบิก (เงินสำรองจ่าย สวัสดิการ สิทธิประโยชน์อื่น) 4.18) กำหนดนโยบายการเบิกได้ โดยมีเงื่อนไขอย่างน้อยดังนี้ 4.19.1) หน่วยงานที่สามารถใช้นโยบายการเบิก 4.19.2) ชั้นงาน (Job Grade) ของผู้ปฏิบัติงานที่สามารถใช้นโยบายการเบิก 4.19.3) ประเภทการเบิก และโควตาที่สามารถเบิกได้ 4.19.4) กำหนดโควตาได้ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น รายเดือน รายปี 4.19.5) ต้องผ่านทดลองงานจึงจะสามารถใช้สิทธิการเบิกได้ 4.19) ตรวจสอบสิทธิเกี่ยวกับจ่ายค่าตอบแทน สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์อื่น ของผู้ปฏิบัติงานรายคนได้ และสามารถ Update เป็นรายคนและทั้งหมดได้ อนุมัติได้แบบไม่จำกัด 4.20) กำหนดจำนวนสูงสุดที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 4.21) ดูรายละเอียด Pay Slip ของผู้ปฏิบัติงานได้ 4.22) สร้าง แก้ไข ยกเลิกการออกจดหมายเตือนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ 4.23) มีระบบ Workflow เพื่ออนุมัติคำขอต่าง ๆ และสามารถแก้ไขขั้นตอนการ 4.24) มีระบบแจ้งเตือนการอนุมัติคำขอต่าง ๆ ผ่าน Application และ e-mail 4.25) พิมพ์รายงานอย่างน้อยดังนี้ 4.31.1) หนังสือรับรองการทำงานกรณีระบุเงินเดือนและไม่ระบุเงินเดือน 4.31.2) รายงานการปรับอัตราเงินเดือน 4.31.3) เอกสารการอนุมัติปรับอัตราเงินเดือน 4.31.4) ใบแสดงเงินเดือนรายบุคคล/สลิปเงินเดือน 4.31.5) รายงานการกระทบยอดเงิน 4.31.6) เอกสารระบุรายการหัก 4.31.7) รายงาน 50 ทวิ 4.31.8) รายงาน ภ.ง.ด 1 4.31.9) รายงาน ภ.ง.ด 1ก คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 20 4.31.10) รายงานสรุปข้อมูลเงินเดือน 4.31.11) แบบบันทึกการขอลดหย่อนภาษี 4.31.12) เอกสาร ภ.ง.ด. 91 4.31.13) Text File สำหรับนำส่งธนาคาร 4.31.14) รายละเอียดการจ่ายเงินเดือน 4.31.15) รายละเอียดการจ่ายเงินเดือนในแต่ละเดือน (Year to date) 5) การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Management) 5.1) KPI Evaluation กลับไปยัง KPI ของผู้บังคับบัญชา 5.1.1) รองรับการประเมินได้มากกว่า 1 ครั้ง/ปี 5.1.2) กำหนด Workflow ได้อย่างยืดหยุ่น รองรับการประเมินหลายรูปแบบ 5.1.3) รองรับการประเมิน KPI ระดับองค์กร สำนัก และรายบุคคล 5.1.4) กำหนด Link-Down KPIs ของผู้บังคับบัญชาลงสู่ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ 5.1.5) รองรับการ Link-Up KPIs ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถตั้ง KPI เชื่อม 5.1.6) ผู้ปฏิบัติงานสามารถแนบไฟล์ประกอบผลการประเมินแต่ละ KPI ได้ 5.1.7) รองรับการกำหนดสัดส่วนของคะแนนประเมินในส่วน KPI, Competency, IDP เพื่อใช้คำนวณคะแนนสุดท้าย ตามระดับของผู้ปฏิบัติงานได้ โดยน้ำหนักต้องรวมกันได้ 100% สำหรับผู้ปฏิบัติงาน 1 คน 5.1.8) รองรับการประเมินโดยหัวหน้าได้สูงสุด 5 ระดับ 5.1.9) สามารถสร้าง Workflow โดยประกอบด้วยลำดับขั้นตอน ดังนี้ สร้าง/แก้ไขแบบฟอร์ม อนุมัติแบบฟอร์ม ประเมินผล อนุมัติผลประเมิน ยอมรับผลประเมิน เสร็จสิ้น 5.1.10) สามารถยกเลิกการกระทำของผู้ใช้งานเพื่อถอยไปยังขั้นตอนที่ผ่าน มาแล้วตามลำดับของ Workflow ได้ 5.1.11) รองรับการกระทำการแทนผู้ใช้งานได้อย่างน้อยดังนี้ 5.1.12.1) อนุมัติแบบประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้งานนั้น ๆ 5.1.12.2) อนุมัติผลประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ใช้งานนั้น ๆ 5.1.12.3) กดยอมรับผลประเมินที่ได้รับการอนุมัติจากผู้ใช้งานแล้ว แทนผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนของผู้ใช้งานนั้น ๆ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน EEC 21 5.1.12.4) สามารถทำการแทนพนักงานระดับผู้บังคับบัญชาที่มี ผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น และกระทำการแทนได้ครั้งละ 1 ผู้ใช้งานเท่านั้น Workflow การประเมินได้ 5.2) 5.1.12) สามารถตรวจสอบได้ว่าผู้ใต้บังคับบัญชาอยู่ในขั้นตอนใดใน Competency Evaluation 5.2.1) รองรับการประเมิน 2 รูปแบบ ได้แก่ แบบระบุคะแนน และ Check Box 5.2.2) จัดทำนิยาม (Competency Dictionary) ที่ครอบคลุมสมรรถนะ หลัก (Core Competency) สมรรถนะของสายงาน (Functional Competency) สมรรถนะทางการ บริหาร (Managerial Competency) 5.2.3) แต่ละสมรรถนะประกอบไปด้วย ระดับสมรรถนะ (Competency Level) โดยให้มี 5 ระดับคะแนนทั้งนี้ให้สามารถเพิ่มลดระดับสมรรถนะและปรับแก้คำนิยามแต่ละระดับ ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละปี 5.2.4) รองรับการประเมินแบบเต็มรูปแบบ เพื่อหา Competency Gap 5.2.5) แสดงข้อมูลผู้ปฏิบัติงานที่มี Gap ในมุมมองต่างๆ ได้ เช่น ตาม หน่วยงาน ตามระดับผู้ปฏิบัติงาน 5.2.6) รองรับการประเมินในรูปแบบ 360 องศาได้ โดยสามารถตั้งค่า เปลี่ยนแปลงผู้ประเมินภายในหน่วยงานเดียวกันได้ เช่น ผู้ดำรงตำแหน่ง เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกัน ใน สำนัก หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา เป็นต้น 5.2.7) ผู้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานสามารถกรอกความคิดเห็น/ข้อมูล เพิ่มเติมในการประเมินแต่ละ Competency ได้ 5.2.8) ออกรายงานผล Competency Matching เพื่อเปรียบเทียบช่องว่าง (GAP) ระหว่างความสามารถที่คาดหวัง กับความสามารถที่มีอยู่ตามผลการประเมิน 5.2.9) รองรับการแบ่งสัดส่วนการประเมินผลในส่วนการปฏิบัติงานและส่วน สมรรถนะแตกต่างกันตามระดับชั้นงาน (Job Grade) ผู้ปฏิบัติงานได้ 5.2.10) รองรับการนำเข้าข้อมูล Competency เข้าสู่ระบบด้วยไฟล์ Excel 5.2.11) เพิ่มข้อมูล Master Data ของ Competency ซึ่งประกอบด้วย หัวข้อ ระดับ และพฤติกรรมได้ 5.3) Grading 5.3.1) กำหนดน้ำหนักการประเมินสำหรับผู้ประเมินตาม Workflow ที่กำหนดได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน chr (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 22 5.3.2) ตั้งค่าการตัดเกรดได้ตามนโยบายของ สกพอ. 5.3.3) รองรับการเพิ่มขั้นตอนการยอมรับผลการประเมิน เมื่อผู้ปฏิบัติงาน ได้เกรดขั้นสุดท้ายแล้ว 5.3.4) ส่งผลการประเมินสุดท้ายเป็นคะแนนรวมและเกรดที่ได้รับเข้าไปยัง ระบบ Core HR ได้ 5.3.5) กำหนดช่วงคะแนนเพื่อเป็นเงื่อนไขการตัดเกรด 5.3.6) คำนวณคะแนนประเมิน และตัดเกรดได้โดยอัตโนมัติ 5.3.7) สร้างรอบประเมินที่เกี่ยวข้องกับการตัดเกรดได้ 2 ประเภท ได้แก่ รอบประเมินที่คิดคะแนน และรอบประเมินที่ไม่คิดคะแนน 5.4) IDP Evaluation 5.4.1) ผู้ปฏิบัติงานสามารถสร้างแผนการพัฒนาตนเองได้ โดยผู้ปฏิบัติงาน บันทึกแผนการพัฒนา หลักสูตร/หัวข้อการพัฒนาไว้ในแผนการพัฒนาตนเองเพื่อนำมาประเมินได้ 5.4.2) กำหนดวิธีวัด/ประเมินความสำเร็จจากการพัฒนา(บันทึกเป็น ข้อความเพื่อระบุผลงานจากกิจกรรมการเรียนรู้/พัฒนา หรือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังผ่านการพัฒนา) เอกสารประกอบได้ 5.4.3) ระบบส่งข้อมูลให้ผู้บังคับบัญชาเพื่ออนุมัติแผนพัฒนารายบุคคลได้ 5.4.4) ผู้ปฏิบัติงานสามารถบันทึกข้อความสรุปผลหลังการพัฒนา และแนบ 5.4.5) ผู้บังคับบัญชาสามารถบันทึกคะแนน และระบุความเห็นได้ 5.4.6) ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าดูแผนพัฒนารายบุคคลของตนเองได้ 5.5) Dashboard และการเรียกดูข้อมูล 5.5.1) แสดงผลติดตาม KPI องค์กร เชื่อมโยงไปยังผู้ปฏิบัติได้ 5.5.2) แสดงข้อมูลผู้ปฏิบัติที่มี Gap ในมุมมองต่างๆ ได้ เช่น ตามหน่วยงาน ตามรายการ Competency เป็นต้น 5.5.3) แสดงผลข้อมูลการตัดเกรดประจำปีได้ 5.5.4) แสดงภาพรวมผลลัพธ์ของการประเมิน IDP ของผู้ปฏิบัติได้ 5.5.5) แสดงรายงานเกี่ยวกับผู้ปฏิบัติงานตามเงื่อนไขได้อย่างน้อยดังนี้ 5.5.5.1) ผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่ได้ส่งแบบประเมิน 5.5.5.2) ผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่ได้ส่งผลประเมิน คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน ghr. (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ 5.5.5.3) ผู้ปฏิบัติงานที่อนุมัติแบบประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ครบ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 23 5.5.5.4) ผู้ปฏิบัติงานที่อนุมัติผลประเมินของผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ครบ 5.5.5.5) ผู้ปฏิบัติงานที่ยังไม่ได้คลิกยอมรับผลประเมิน 5.6) ระบบการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital Development : E-Learning) 5.6.1) ข้อมูลพื้นฐานหลักสูตรประกอบด้วย รหัสหลักสูตร ชื่อหลักสูตร ภาพ หลักสูตร ประเภทหลักสูตร คำอธิบายหลักสูตร วิทยากร วัตถุประสงค์ของหลักสูตร หัวข้อและเนื้อหา คุณสมบัติของผู้เรียน เป็นอย่างน้อย 5.6.2) เพิ่ม ลบ และแก้ไขหลักสูตรที่เรียนได้ 5.6.3) จัดการหมวดหมู่ความรู้ได้ เช่น ประเภทความรู้ Job Family Job Grade เป็นต้น 5.6.4) จัดการบทเรียนที่เกี่ยวข้องได้ 5.6.5) จัดทำ แก้ไข แบบทดสอบและการประเมินก่อนเรียนและหลังเรียนได้ และสามารถตั้งค่าแบบทดสอบได้ทั้งประเภทอัตนัย ปรนัย 5.6.6) กำหนดวิธีวัด/ประเมินความสำเร็จจากการพัฒนา (เป็นข้อความเพื่อ ระบุผลงานจากกิจกรรมการเรียนรู้/พัฒนา หรือผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังผ่านการพัฒนา) 5.6.7) จัดทำ Certificate โดยกำหนด Template สี และวันที่ออกเอกสาร รับรองได้ 5.6.8) สามารถกำหนด Workflow ที่ใช้สำหรับการสมัครเรียน และกำหนด ช่วงเวลาสมัครเรียนได้ 5.6.9) เพิ่ม ลบ และแก้ไขรายการงบประมาณการอบรมประจำปีได้ 5.6.10) ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายงบประมาณได้ อย่างน้อยดังนี้ 5.6.11) ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นได้ 5.6.12) บันทึกรายการค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมได้ 5.6.13) พิมพ์รายงานจากระบบได้ในรูปแบบของไฟล์ PDF หรือ Excel คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Dar (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ 5.6.13.1) รายงานรายชื่อหลักสูตรทั้งหมด 5.6.13.2) รายงานหมวดหมู่หลักสูตรทั้งหมด 5.6.13.3) รายงานบันทึกการอบรมของพนักงาน 5.6.13.4) รายงานงบประมาณคงเหลือ 5.6.13.5) รายงานค่าใช้จ่าย (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 24 5.6.14) สามารถจัดทำ Dashboard ได้อย่างน้อยดังนี้ 5.6.14.1) สถิติการสมัครอบรม 5.6.14.2) สถิติผลการอบรม 5.6.14.3) สถิติการใช้งบประมาณ 5.6.15) มีระบบการแจ้งเตือนผ่าน Application และ e-mail อย่างน้อยดังนี้ 5.6.15.1) แจ้งเตือนการเปิดรับสมัคร 5.6.15.2) แจ้งเตือนการปิดรับสมัคร 5.6.15.3) แจ้งเตือนผลการสมัคร 6.2.3 ระบบบริการพนักงาน (Employee Service) เป็นหน้าจอหลักของระบบ e-office แสดงข้อมูลของผู้ใช้งาน คำขอ และการแจ้งเตือน ต่าง ๆ จากระบบอื่นใน e-office โดยแสดงข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ 1) แสดงข้อมูลส่วนตัวของตนเอง 2) แสดงข่าวและประกาศที่มีการ update 3) สร้างคำขอในระบบต่างๆ ใน e-office และปฏิบัติหน้าที่ตาม Workflow ที่ ออกแบบไว้ได้ เช่น การบันทึกข้อมูล การตรวจทาน การผ่านงาน การอนุมัติ เป็นต้น และตรวจสอบสถานะ เอกสารได้แบบ Real Time ว่าอยู่ขั้นตอนใดของ Workflow 4) การอนุมัติรายการและการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) เป็นไปตาม มาตรา 9 หรือ 26 หรือ 28 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ e-mail 5) มีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับคำขอต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ผ่าน Application และ 6.2.4 ระบบงบประมาณ (Budgeting System) เป็นระบบที่ใช้วางแผน ควบคุมการเบิก จ่ายเงินงบประมาณของ สกพอ. โดยมีกระบวนการตั้งแต่การจัดทำคำของบประมาณ ปรับโอนงบประมาณ ติดตามผลการเบิกจ่ายเงิน โดยมีขอบเขตหรือความสามารถดังนี้ 1) กำหนดวิสัยทัศน์ และพันธกิจของ สกพอ. ได้ไม่จำกัด 2) กำหนดแหล่งเงิน และยุทธศาสตร์ได้ 3) กำหนดรูปแบบและรอบระยะเวลาของปีงบประมาณ 4) กำหนดโครงสร้างของประเภทรายจ่าย และการถัวจ่ายงบประมาณของ แต่ละ ประเภทรายจ่ายได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Dar (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ Cl (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ ہیں (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 25 5) สร้างยุทธศาสตร์ขององค์กร เพื่อให้ผู้รับผิดชอบกำหนดแผนงาน โครงการ โครงการย่อย และ/หรือกิจกรรม ในลักษณะเป็นลำดับชั้น (Hierarchy) ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ และหมวด ของงบประมาณ โดยมีรายละเอียดของข้อมูลที่ใช้ประกอบในการกำหนดตามที่ สกพอ. กำหนด พร้อมกับ แนบเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ใบเสนอราคา (ร่าง)ขอบเขตของงาน เป็นต้น และสามารถกำหนดตัวชี้วัด ของแต่ละยุทธศาสตร์ได้หลายตัวชี้วัด 6) แสดงแผนงบประมาณของปีงบประมาณก่อนหน้านี้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการ จัดทำงบประมาณในปีปัจจุบัน ในกรณีของแผนงาน โครงการ กิจกรรมที่ดำเนินการต่อเนื่อง 7) สร้างรหัสงบประมาณตามที่ สกพอ. กำหนด 8) อนุมัติแผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม ตามที่ สกพอ. กำหนด 9) จัดทำร่างแผนงบประมาณในภาพรวมขององค์กรเพื่อเสนอผู้บริหารและขออนุมัติ ตามรูปแบบที่ สกพอ. กำหนด โดยระบบต้องสามารถบันทึกร่างแผนงบประมาณในภาพรวมที่ได้รับการ อนุมัติจากผู้บริหารเรียบร้อยแล้วลงในระบบ เพื่อเป็นข้อมูลส่งให้สำนักงบประมาณ 10) บันทึกกรอบวงเงิน (Pre- ceiling) ที่ได้รับอนุมัติจัดสรรประจำปีจากสำนัก งบประมาณเข้าสู่ระบบได้ 11) ผู้รับผิดชอบ โครงการ กิจกรรม สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อแก้ไขปรับปรุง โครงการ กิจกรรม ที่รับผิดชอบตามที่กรอบวงเงินงบประมาณ Pre-ceiling เช่น การปรับปรุงแก้ไขตัวเลขงบประมาณ ใน โครงการ กิจกรรม เอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบเสนอราคา (ร่าง)ขอบเขตของงาน ที่มีการปรับปรุงตัวเลข เป็นต้น 12) รองรับการจัดทำร่างแผนงบประมาณในภาพรวมของ สกพอ. ที่มีการปรับปรุง แก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลแล้ว เพื่อนำเสนอผู้บริหารสำหรับขออนุมัติ ตามรูปแบบที่ สกพอ. กำหนด และ ระบบสามารถรองรับการบันทึกร่างแผนงบประมาณในภาพรวมของ สกพอ. ที่ได้รับการอนุมัติจากผู้บริหาร เรียบร้อยแล้วในระบบ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับส่งให้หน่วยงานภายนอกตามขั้นตอนการเสนอขอรับจัดสรร งบประมาณประจำปี 13) สามารถบันทึกงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากขั้นตอนการเสนอขอรับจัดสรร งบประมาณประจำปีเข้าสู่ระบบ 14) ผู้รับผิดชอบโครงการ กิจกรรม สามารถเข้าสู่ระบบเพื่อปรับปรุงแก้ไข โครงการ กิจกรรมที่ตัวเองรับผิดชอบตามที่กรอบวงเงินงบประมาณ Pre-ceiling ที่ได้รับอนุมัติ 15) สร้างหรือแก้ไขปรับปรุง แผนงาน โครงการ กิจกรรม หลังจากที่ได้รับอนุมัติ งบประมาณได้ โดยผ่านการจัดสรรงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติแล้วบวกงบประมาณเหลือจ่ายจาก ปีงบประมาณก่อนหน้านี้และแหล่งงบประมาณอื่นได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Dar (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ بس CW (นายอมรินทร์ เข็มทอง) (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการ กรรมการและเลขานุการ EEC 26 16) ตั้งค่าและแก้ไขรหัสงบประมาณได้ 17) รองรับการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี และรายงานตามรูปแบบที่ สกพอ. กำหนด 18) ผู้รับผิดชอบโครงการ กิจกรรมสามารถกรอกข้อมูลประมาณการการใช้ งบประมาณ เช่น รายการแผนจัดซื้อจัดจ้าง เดือนที่จะเริ่มต้นใช้งบประมาณ จำนวนเงินที่คาดว่าจะถูกใช้ใน แต่ละเดือน เป็นต้น รวมถึงกรอกสถานะของการใช้งบประมาณในโครงการ โครงการย่อย และ/หรือ กิจกรรม เช่น ยังใช้งานอยู่ ยกเลิก เป็นต้น ผู้ปฏิบัติงานในระบบ 19) กำหนดตำแหน่งในโครงการได้ตามความต้องการ และเชื่อมโยงกับฐานข้อมูล 20) กำหนดตัวชี้วัดของโครงการได้หลายตัวชี้วัด โดยสามารถกำหนดในเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ เชิงเวลา เชิงต้นทุน และสามารถกำหนดหน่วยวัดและค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดแต่ละตัวได้ 21) กำหนดสิทธิ์การใช้จ่ายเงินในโครงการ และสิทธิ์การดูข้อมูลโครงการเป็น รายบุคคลและรายหน่วยงานได้ 22) กำหนดสิทธิ์การแก้ไขข้อมูลคำของบประมาณเป็นรายบุคคล รายหน่วยงาน และสามารถกำหนดระยะเวลาที่จะให้แก้ไขคำของบประมาณเป็นช่วงเวลาได้ 23) ควบคุมการใช้งบประมาณตามจำนวนเงินที่จัดสรรไว้ โดยสามารถกำหนดการ ถัวจ่ายงบประมาณได้ในระดับโครงการ กิจกรรม หรือกิจกรรมย่อยได้ 24) ผู้ใช้งานระบบสามารถเรียกดูรายการ การของบประมาณทั้งในภาพรวม และแยก ตามโครงสร้างขององค์กร เช่น สำนัก กลุ่มงาน เป็นต้น 25) บันทึกผลการอนุมัติ ภายหลังที่งบประมาณได้รับการอนุมัติแล้ว เพื่อใช้ในการ ควบคุมงบประมาณระหว่างปีต่อไป 26) แสดงยอดการขอใช้งบประมาณแบบ Real Time ได้ 27) โอนย้ายงบประมาณในระหว่างปีได้ ซึ่งการโอนย้ายสามารถโอนข้ามระหว่าง หมวดงบประมาณ และระหว่างรายการงบประมาณได้ โดยจะต้องมีการอนุมัติการโอนย้ายตามสายการ บังคับบัญชา และหน่วยงานที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการงบประมาณ 28) ผู้ใช้งานที่รับผิดชอบโครงการ กิจกรรม สามารถกรอกข้อมูลแก้ไขปรับปรุง สถานะการใช้งบประมาณได้ 29) เมื่อรายการขอใช้งบประมาณมีการเบิกจ่าย และผ่านการตรวจสอบรายการที่ ระบบบัญชีแล้ว ระบบจะต้องทำการบันทึกตัดงบประมาณอัตโนมัติ และหากจำนวนเงินที่ขอและเบิกจ่าย ตรงกัน รายการการขอใช้ งบประมาณนั้นจะปิดโดยอัตโนมัติ หากมียอดคงเหลืออยู่ รายการขอใช้ งบประมาณนั้นยังสามารถเรียกใช้ได้อีก หากไม่ต้องการใช้แล้วสามารถปิดการกันงบประมาณได้ 30) ติดตามผลการเบิกจ่ายเงินเป็นรายโครงการ รายกิจกรรม ได้ 31) แสดงข้อมูลทะเบียนงบประมาณ ณ วันที่ใดวันที่หนึ่ง (Back Date) ได้ทั้งใน ปีงบประมาณและข้ามปีงบประมาณ หรือตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ เช่น โครงการ กิจกรรม ปีงบประมาณ แหล่งเงิน เป็นต้น 32) บันทึกรายการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีผ่านระบบได้ ทั้งกรณีกันเงินแบบมีหนี้ผูกพัน และไม่มีหนี้ผูกพัน รวมถึงการวางแผนการเบิกจ่ายเงินได้ 33) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงาน เช่น รายงานคำของบประมาณ รายงาน งบประมาณคงเหลือ และสามารถกำหนดรูปแบบการนำข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ Excel ได้เป็นอย่างน้อย คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน CW (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 31 5) ตรวจสอบยอดเงินฝากธนาคารได้ 6) ส่งออกข้อมูลไฟล์ e-payment ในรูปแบบที่ธนาคารของ สกพอ. กำหนด 7) กระทบยอดเงินฝากธนาคาร และพิมพ์รายงานการกระทบยอดเงินฝากธนาคารได้ 8) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงานต่าง ๆ เช่น ทะเบียนเช็ค รายงานกระทบยอดเงิน ฝากธนาคาร และกำหนดรูปแบบการนำข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ Excel ได้ เป็นอย่างน้อย 6.2.10 ระบบจัดซื้อจัดจ้าง (Purchase Order System) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง โดยมีขอบเขตหรือความสามารถดังนี้ 1) กำหนดรอบระยะเวลาพัสดุให้เป็นไปตามความต้องการได้ และสามารถเปิด-ปิด รอบระยะเวลาพัสดุได้ 2) กำหนดแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีได้ โดยให้มีรายละเอียดอย่างน้อย ประกอบด้วย รหัสแผนจัดซื้อจัดจ้าง ชื่อโครงการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง วงเงินที่จะจัดซื้อจัดจ้างโดยประมาณ ระยะเวลาที่คาดว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง วิธีการจัดหา กำหนดส่ง TOR กำหนดประกาศซื้อจ้าง กำหนดก่อหนี้ กำหนดส่งมอบ และกำหนดเบิกจ่ายเงินได้ 3) อนุมัติแผนจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบได้ และส่งออกข้อมูลแผนจัดซื้อจัดจ้างใน รูปแบบ Excel ตามรูปแบบที่กรมบัญชีกลางกำหนด เพื่อนำเข้าระบบ e-GP ได้ ผ่าน Workflow 4) ขออนุมัติเปลี่ยนแปลงแผนจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบได้ โดยมีการส่งอนุมัติรายการ 5) บันทึกรายงานผลการจัดทำ TOR และขออนุมัติ TOR ได้ 6) กำหนดวิธีการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้ 7) การจัดซื้อจัดจ้าง 1 รายการ สามารถใช้งบประมาณหลายโครงการได้ 8) การจัดซื้อจัดจ้างสามารถบันทึกรายการงบผูกพันหลายปีงบประมาณได้ 9) บันทึกรายการขอซื้อขอจ้าง และสามารถอ้างอิงแผนจัดซื้อจัดจ้างได้ และสามารถ จองงบประมาณตามรายการที่ขอซื้อขอจ้างได้ ที่เป็นค่าใช้จ่ายได้ 10) บันทึกรายการจัดซื้อจัดจ้างแบบซื้อวัสดุ ซื้อทรัพย์สินที่เป็นครุภัณฑ์ หรือซื้อ/จ้าง คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน 11) บันทึกข้อมูลการเสนอราคาของผู้เสนอราคาแต่ละราย และสามารถบันทึกข้อมูล ผู้ชนะการเสนอราคาได้ และสามารถแนบไฟล์เอกสารการเสนอราคาได้ รวมทั้งจัดทำรายงานผลการจัดซื้อ EEC 32 ได้ทั้งที่เป็นบุคลากรภายในและบุคคลภายนอก จัดจ้างเพื่ออนุมัติดำเนินการซื้อจ้าง และจัดทำประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจากระบบได้ กรณีที่ไม่มีผู้ยื่น เสนอราคาหรือไม่มีผู้ผ่านคุณสมบัติหรือไม่มีผู้ที่ได้การคัดเลือก สามารถยกเลิกการประกาศการจัดซื้อ จัดจ้างผ่านระบบได้ 12) บันทึกข้อมูลเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างและคณะกรรมการตรวจรับ คณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง และคณะกรรมตรวจรับผ่าน e-mail ได้ 13) มีระบบการแจ้งเตือนคณะกรรมการร่าง TOR และกำหนดราคากลาง 14) คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมดสามารถอนุมัติรายการผ่าน ระบบได้ 15) บันทึกข้อมูลการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง และ ส่งอนุมัติรายการผ่านระบบได้ 16) บันทึกรายการสั่งซื้อสั่งจ้าง/สัญญา ที่เชื่อมโยงข้อมูลมาจากการทำรายการขอซื้อ ขอจ้างได้ ในกรณีที่มีการแบ่งงวดสามารถบันทึกงวดการส่งมอบงานและการจ่ายเงินได้ และสามารถแสดง ข้อมูลการรับหลักประกันต่าง ๆ ได้ รวมทั้งสามารถแนบไฟล์เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสามารถจอง งบประมาณแบบผูกพันสัญญาได้โดยอัตโนมัติ 17) สามารถปิดหรือยกเลิกใบสั่งซื้อสั่งจ้าง/สัญญาได้ โดยระบบจะทำการคืนยอดจอง งบประมาณแบบผูกพันสัญญาโดยอัตโนมัติ 18) รองรับการบันทึกใบขอซื้อขอจ้าง 1 รายการ เป็นใบสั่งซื้อสั่งจ้าง/สัญญา หลายรายการได้ 19) บันทึกเงินล่วงหน้ากรณีที่เป็นสัญญาบริการและสัญญาซื้อขายได้ 20) บันทึกรายการตรวจรับสินค้า/บริการได้ โดยสามารถแบ่งการตรวจรับตามจำนวน หน่วย จำนวนราคา หรือตามงวด และสามารถบันทึกค่าปรับในขั้นตอนการตรวจรับได้ รวมทั้ง คณะกรรมการตรวจรับสามารถตรวจรับพัสดุผ่านระบบ และจัดทำใบตรวจรับพัสดุพร้อมใบขออนุมัติเบิก จ่ายเงินผ่านระบบได้โดยอัตโนมัติ 21) บันทึกรับและเบิกคืนเงินประกันการเสนอราคา เงินประกันสัญญา และเงิน ประกันผลงานที่เป็นตัวเงินได้ 22) บันทึกรับและคืนเงินประกันการเสนอราคา เงินประกันสัญญา และเงินประกัน ผลงานที่เป็นหนังสือค้ำประกัน และพันธบัตรรัฐบาลได้ EEC 33 23) แจ้งเตือนไปยังผู้ขาย/ผู้รับจ้าง ล่วงหน้า เพื่อแจ้งเตือนการส่งมอบงานตามใบสั่ง ซื้อสั่งจ้าง/สัญญา 24) ตรวจสอบสถานะเอกสาร อยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินงานใด 25) มีเมนูสำหรับการบริหารสัญญา ซึ่งสามารถกำหนดเงื่อนไขการแสดงข้อมูลได้ เช่น เลขที่สัญญา ชื่อสัญญา ปีงบประมาณ วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น 26) บันทึกข้อมูลการแก้ไขสัญญาผ่านระบบได้ ทั้งกรณีที่แก้ไขระยะเวลา จำนวนงวด และการเพิ่ม/ลดวงเงินตามสัญญา 27) จัดทำรายงานสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) ได้โดยอัตโนมัติ รวมทั้งสามารถ บันทึกขออนุมัติประกาศสรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง (สขร.1) ได้ คัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้ รวมทั้งขออนุมัติประกาศผลผู้ชนะการ 28) จัดทำรายละเอียดแนบท้ายประกาศผลผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับ จัดซื้อจัดจ้างหรือผู้ได้รับคัดเลือก และสาระสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือได้ 29) จัดทำรายงานการจัดซื้อจัดจ้างที่ผูกพันข้ามปีเพื่อขออนุมัติกันเงินเหลื่อมปีได้ 30) จัดทำหนังสือรับรองผลงาน และส่งอนุมัติผ่าน Workflow ได้ 31) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงานต่าง ๆ เช่น รายงานการจัดซื้อจัดจ้าง ทะเบียน หลักประกัน และสามารถกำหนดรูปแบบการนำข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ Excel ได้เป็นอย่างน้อย 6.2.11 ระบบบริหารวัสดุ (Inventory Control System) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการ วัสดุในคลัง การรับวัสดุ การเบิกจ่ายวัสดุ การโอนย้ายวัสดุ โดยมีขอบเขตหรือความสามารถดังนี้ 1) กำหนดรหัสวัสดุและบริการโดยจำแนกตามกลุ่ม 2) กำหนดการควบคุม Lot ของวัสดุแต่ละรายการที่ต้องการควบคุมได้ และระบุวันที่ ผลิตและวันหมดอายุของวัสดุได้ 3) กำหนดการควบคุม Stock ของวัสดุแต่ละรายการได้ 4) กำหนดหน่วยนับของวัสดุเป็นหน่วยนับใหญ่ หน่วยนับย่อย หน่วยนับซื้อ หน่วยนับ ขายของวัสดุแต่ละรายการได้ 5) กำหนดทศนิยมของจำนวนวัสดุและบริการแต่ละรายการได้หลายตำแหน่ง 6) กำหนดคลังวัสดุ และคลังย่อยภายใต้คลังวัสดุได้ EEC 34 7) กำหนดวางแผนการสั่งซื้อ โดยกำหนดจุดสั่งซื้อ จำนวนต่ำสุด และจำนวนสูงสุด ของวัสดุแต่ละรายการ (Min-Max Planning) และกำหนดจำนวนที่จะสั่งซื้อในแต่ละครั้งได้ โดยอัตโนมัติ 8) กำหนดสิทธิ์ผู้ดูแลคลังวัสดุแต่ละคลังได้ 9) กำหนดวิธีการคำนวณต้นทุนวัสดุได้ทั้งแบบ FIFO และ Average 10) เมื่อมีการตรวจรับพัสดุแบบเข้าคลัง สามารถทำการบันทึกรายการวัสดุเข้าคลัง 11) บันทึกขอเบิกวัสดุ และเมื่อได้รับวัสดุสามารถบันทึกรับวัสดุผ่านระบบได้ 12) บันทึกรายการโอนย้ายวัสดุระหว่างคลังวัสดุและคลังย่อยได้ 13) บันทึกปรับปรุงรายการรับจ่ายวัสดุจากคลังวัสดุและคลังย่อยได้ 14) สร้างแผนการตรวจนับวัสดุ และบันทึกรายงานผลการตรวจนับวัสดุได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง 15) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงานต่าง ๆ เช่น รายงานวัสดุคงเหลือ รายงาน เคลื่อนไหววัสดุ ใบตรวจนับวัสดุ รายงานผลต่างจากการตรวจนับวัสดุ และสามารถกำหนดรูปแบบการนำ ข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ Excel ได้เป็นอย่างน้อย 6.2.12 ระบบทรัพย์สิน (Fixed Asset System) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมครุภัณฑ์ และครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ การตัดจำหน่าย การคำนวณค่าเสื่อมราคา โดยขอบเขตหรือความสามารถดังนี้ สกพอ. กำหนดได้ 1) กำหนดรหัสทรัพย์สินได้ตามรูปแบบที่สำนักงบประมาณกำหนด หรือตามรูปแบบที่ 2) กำหนดฐานข้อมูลที่ตั้งทรัพย์สินได้ไม่จำกัด 3) กำหนดโครงสร้างของรหัสทรัพย์สิน และเก็บข้อมูลรหัสทรัพย์สินที่สร้างจากนอกระบบได้ 4) บันทึกข้อมูลทรัพย์สินทั้งที่เป็นครุภัณฑ์ปกติ และครุภัณฑ์มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ รวมทั้งสามารถบันทึกได้ครั้งละหลายรายการได้ 5) บันทึกการได้มาของทรัพย์สินได้หลายวิธี เช่น จัดซื้อจัดจ้าง รับบริจาค รับโอน เป็นต้น 6) บันทึกทรัพย์สินเป็นชุด โดยแยกเป็นทรัพย์สินหลักและทรัพย์สินย่อย 7) แนบไฟล์รูปภาพของทรัพย์สินได้ 8) บันทึกประวัติการครอบครอง ประวัติการบำรุงรักษา การเปลี่ยนแปลงสถานที่ตั้ง ของทรัพย์สินทั้งที่เป็นครุภัณฑ์ปกติและครุภัณฑ์มูลค่าต่ำกว่าเกณฑ์ 9) บันทึกรายการขอเบิกครุภัณฑ์ที่ได้รับจากการจัดซื้อ และพัสดุสามารถเบิกจ่าย ครุภัณฑ์ให้กับผู้ขอเบิก พร้อมให้ลงนามรับครุภัณฑ์ผ่านระบบได้ EEC 35 10) กำหนดคลังและรายการครุภัณฑ์ที่มีไว้เพื่อยืมได้ไม่จำกัด 11) บันทึกรายการขอยืม-คืนครุภัณฑ์ผ่านระบบได้ 12) คำนวณค่าเสื่อมราคาวิธีเส้นตรงเป็นอย่างน้อย โดยระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ ตามอายุการใช้งานของทรัพย์สินแต่ละรายการ 13) บันทึกรายงานผลการสอบข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามวิธีการตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ โดยข้อมูลสามารถ เชื่อมโยงกับการตรวจนับพัสดุประจำปีได้ 14) บันทึกการจำหน่ายพัสดุให้เป็นไปตามวิธีการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ได้ โดยเชื่อมข้อมูลกับรายงานผลการสอบ หาข้อเท็จจริงที่ได้รับอนุมัติให้จำหน่ายได้ 15) การจำหน่ายครุภัณฑ์ระบบจะต้องคำนวณค่าเสื่อมราคาจนถึงวันที่จำหน่ายให้ โดยอัตโนมัติ 16) บันทึกปรับปรุงราคาทุนของทรัพย์สิน วันที่ได้มา และค่าเสื่อมราคาได้ 17) จัดทำป้ายครุภัณฑ์และตรวจนับครุภัณฑ์ด้วย QR Code รวมทั้งมีระบบตรวจนับ ครุภัณฑ์ผ่าน Mobile Application ได้ 18) สร้างแผนการตรวจนับทรัพย์สิน และแสดงผลการตรวจนับผ่าน Mobile Application ได้โดยอัตโนมัติ 19) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงานต่าง ๆ เช่น ทะเบียนครุภัณฑ์ รายงานทรัพย์สิน และค่าเสื่อมราคา รายงานผลการตรวจสอบทรัพย์สินประจำปี และสามารถกำหนดรูปแบบการนำข้อมูล ออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF และ Excel ได้เป็นอย่างน้อย 6.2.13 ระบบสัญญาให้ทุน (Granting System) เป็นระบบที่รองรับกระบวนการด้านการ ให้ทุนสนับสนุนแก่หน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลต่าง ๆ ที่มาขอรับเงินสนับสนุนจาก สกพอ. รวมทั้งรองรับ การขอเบิกเงินงวดตามสัญญาให้ทุน โดยมีขอบเขตหรือความสามารถดังนี้ 1) สร้างฐานข้อมูล สกพอ. ให้ทุนได้ 2) บันทึกรายการสัญญาให้ทุน เพื่อควบคุมการเบิกจ่ายเงินงวด โดยสัญญาให้ทุน ประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ เลขที่สัญญา ชื่อสัญญา ชื่อผู้รับทุน ผู้ประสานงาน ข้อมูลงวดการเบิก จ่ายเงิน และข้อมูลการเงินของโครงการ เป็นต้น โดยระบบสามารถจองงบประมาณแบบผูกพันสัญญาให้ โดยอัตโนมัติ EEC 36 3) บันทึกขอเบิกเงินงวดสัญญาให้ทุนผ่านระบบได้ และเชื่อมโยงรายการไปยังการตั้ง หนี้และการเบิกจ่ายเงินได้ 4) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลสัญญาให้ทุน ข้อมูลการเบิกเงินงวด ข้อมูลการปิด โครงการ กับระบบบริหารการให้ทุนโครงการของ สกพอ. (ถ้ามี) 5) แสดงข้อมูลและจัดทำรายงานต่าง ๆ เช่น ทะเบียนคุมสัญญาให้ทุน และสามารถ กำหนดรูปแบบการนำข้อมูลออก (Export) ในรูปแบบของไฟล์ PDF, Excel ได้เป็นอย่างน้อย 6.2.14 ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (Evaluation System) เป็นระบบงานที่เชื่อมโยง กับระบบงบประมาณและระบบประเมินผลการดำเนินงาน (ซึ่งเป็นระบบย่อยใน Human Capital Management) ใช้สำหรับติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนงาน โครงการ กิจกรรม และ ตัวชี้วัด โดยมีขอบเขตหรือความสามารถอย่างน้อยดังนี้ 1) มีหน้าที่ในการติดตามความก้าวหน้าของแผนงาน โครงการ กิจกรรม ขั้นตอนการ ดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน โดยสามารถแสดงผลถึงความก้าวหน้า ผลของการดำเนินงาน พร้อมทั้งแสดง รายละเอียดถึงระยะเวลาที่ใช้ในแต่ละขั้นตอน ตลอดจนสถานะของกิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 2) นำเข้าข้อมูลความก้าวหน้าของขั้นตอนการทำงานในแผนงานของโครงการ โดยมี ระบบการแจ้งเตือนสำหรับการปรับปรุงข้อมูลเมื่อครบกำหนดเวลาหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ มีระบบการยืนยัน ตามลำดับสิทธิและการบันทึกจัดเก็บประวัติการปรับปรุงข้อมูลได้ 3) แสดงผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าของขั้นตอนการทำงานในแผนงานโครงการ กิจกรรม หรือขั้นตอนการดำเนินงานได้ เพื่อติดตามความก้าวหน้าของโครงการ ณ เวลาปัจจุบันได้ 4) แสดงรายละเอียดระยะเวลาและงบประมาณที่ใช้ในแต่ละกิจกรรม หรือขั้นตอน การดำเนินการ พร้อมทั้งรายละเอียดการปฏิบัติของแผนงานแต่ละขั้นตอน ณ เวลาปัจจุบันได้ 5) จัดทำรายงานสรุปภาพรวมของความก้าวหน้าแผนงาน โครงการ กิจกรรมตาม เงื่อนไขต่างๆ โดยสามารถนำเสนอในลักษณะของเว็บเพจที่สามารถเชื่อมโยง (Link) ข้อมูลในรายละเอียด (Deep Down) ได้ และพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ข้อความ แผนภูมิ ตาราง เป็นต้น 6) เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลแผนงานโครงการที่จัดทำไว้ได้ 7) กรณีโครงการ กิจกรรม ที่ไม่ใช้งบประมาณในการดำเนินการ สามารถบันทึกข้อมูล เพิ่มเติมจากแผนการปฏิบัติงานและการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีได้ 8) บันทึกความก้าวหน้า ผลสำเร็จแต่ละขั้นตอน และผลตามเป้าหมาย แผนงานที่ตั้ง ไว้ในแต่ละช่วงเวลาที่รายงานได้ เช่น รายเดือน รายไตรมาส รายปี ได้ คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Ohr (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 37 9) แสดงรายงานผลการดำเนินงานภาพรวมของแผนงาน และด้านการใช้จ่าย งบประมาณแยกประเภทหมวดงบประมาณได้ในระดับแผน (Plan) ระดับโปรแกรม (Program) โดยเป็นผล เฉลี่ยความสำเร็จจากแผนงานทั้งหมด และสามารถแสดงระดับแผนงานโครงการ 10) แสดงผลการประเมินได้อย่างน้อยดังนี้ 10.1) แสดงผลการประเมินเปรียบเทียบกับค่าเป้าหมาย งบประมาณ ระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินงาน ที่กำหนดไว้ 10.2) จัดทำรายงานสรุปภาพรวมของการติดตามและประเมินผลในระดับ แผนงาน โครงการ กิจกรรมตามเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น รายบุคคล สำนัก สายงาน และภาพรวมของ สกพอ. โดยสามารถนำเสนอในลักษณะของเว็บเพจและพิมพ์ออกในรูปแบบต่างๆ เช่น ข้อความ แผนภูมิ ตาราง เป็นต้น 6.2.15 ระบบการรายงานสำหรับผู้บริหาร (Dashboard) เป็นระบบที่แสดงข้อมูลทางด้าน ผลการปฏิบัติงาน งบประมาณ บัญชี การเงิน และพัสดุในรูปแบบ Dashboard ได้แบบ Real time และ สามารถแสดงข้อมูลแบบออนไลน์ผ่าน Web Browser และ Mobile ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะต้องพัฒนารายงาน บนระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ของ สกพอ. และวิเคราะห์ ออกแบบตลอดจนพัฒนา รายงานให้ตรงตามความต้องการของผู้บริหาร 6.3 การฝึกอบรม 6.3.1 ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมตามข้อ 5.6 ณ สกพอ. อาคารโทรคมนาคม บางรัก โดยมี กลุ่มเป้าหมาย จำนวนครั้ง จำนวนผู้เข้าอบรม และวัตถุประสงค์ในการอบรม อย่างน้อยดังนี้
กลุ่มเป้าหมาย จำนวนครั้ง ผู้เข้าอบรม(คน) วัตถุประสงค์ในการอบรม
1) ผู้บริหาร 1 20 เพื่อให้ผู้บริหารทราบ
(1) ภาพรวมของระบบ
(2) การอนุมัติระบบงานต่าง ๆ ผ่าน Workflow
(3) การเรียกดูรายงาน Dashboard
(4) การลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9
หรือ 26 หรือ 28 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทาง
อิเล็กทรอนิกส์
คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ
EEC 38 กลุ่มเป้าหมาย จำนวนครั้ง ผู้เข้าอบรม(คน) 2) ผู้ดูแลระบบ 1 5 3) ผู้ดูแลระบบ 1 20 ย่อย 4) ผู้ปฏิบัติงาน ทั่วไป 1 50 วัตถุประสงค์ในการอบรม เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ปรับปรุงรายงานและโครงสร้างข้อมูล บริหาร จัดการฐานข้อมูล การจัดเก็บและสำรองข้อมูล (Backup Data) รวมถึงวิธีการติดตั้งระบบฯ ผู้ดูแลระบบย่อย สามารถตั้งค่า เพิ่ม ลด แก้ไข เงื่อนไขต่างๆ ที่จำเป็นของระบบย่อย และตั้งค่าการ เรียกรายงานต่าง ๆ ของระบบย่อยได้ (1) สามารถใช้งานระบบที่เกี่ยวข้องได้ (2) การเรียกดูรายงาน Dashboard (3) สร้างความรู้ความเข้าใจในการลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 9 หรือ 26 หรือ 28 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ ในระบบ 6.3.2 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการอบรม โดยจัดเตรียมอาหารว่างและ เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการอบรม จำนวนไม่น้อยกว่าผู้เข้าร่วมอบรมแต่ละหลักสูตร 7. ระยะเวลาการดำเนินงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในสัญญาและส่งมอบงานตามข้อ 5 และข้อ 6 ภายใน ระยะเวลา 360 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา 8. การส่งมอบงาน ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานตามรูปแบบการดำเนินงานที่ได้กำหนดไว้ในสัญญา ดังต่อไปนี้ งวดที่ 1 ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานดังต่อไปนี้ 1.1 แผนการดำเนินงาน (Project Planning) โดยแสดงขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน วันเริ่มต้น วันสิ้นสุด และผู้รับผิดชอบแต่ละขั้นตอน 1.2 รายงานผลการประชุมเริ่มโครงการ (Kick off Project) คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Dr. (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ CW. (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 39 งวดที่ 2 ภายใน 90 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานดังต่อไปนี้ 2.1 รายงานการวิเคราะห์ออกแบบกระบวนการปฏิบัติงาน และสรุปความต้องการของผู้ใช้งาน (User Requirement) 2.2 รายงานการวิเคราะห์และออกแบบระบบงานให้สอดคล้องตามข้อ 2.1 2.3 ส่งมอบสิทธิ์การใช้งานและลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2.4 เอกสารการติดตั้งและตั้งค่าระบบ (Installation Manual) งวดที่ 3 ภายใน 150 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานดังต่อไปนี้ 3.1 ผลการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องตามข้อ 6.1 6.2.1 และ 6.2.2 3.2 รายงานผลการทดสอบการใช้งาน (User Acceptance Test) ตามข้อ 6.2.1 และ 6.2.2 3.3 รายงานผลการนำเข้าข้อมูลตั้งต้น (Data Migration Test) ตามข้อ 6.2.1 และ 6.2.2 3.4 รายงานผลการขึ้นระบบตามข้อ 6.2.1 และ 6.2.2 งวดที่ 4 ภายใน 270 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานดังต่อไปนี้ 4.1 ผลการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องตามข้อ 6.2.3 – 6.2.9 4.2 รายงานผลการทดสอบการใช้งาน (User Acceptance Test) ตามข้อ 6.2.3 – 6.2.9 4.3 รายงานผลการนำเข้าข้อมูลตั้งต้น (Data Migration Test) ตามข้อ 6.2.3 – 6.2.9 4.4 รายงานผลการขึ้นระบบ ตามข้อ 6.2.3 – 6.2.9 งวดที่ 5 ภายใน 360 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงาน ดังต่อไปนี้ 5.1 ผลการปรับปรุงระบบให้สอดคล้องตามข้อ 6.10 – 6.15 5.2 รายงานผลการทดสอบการใช้งาน (User Acceptance Test) ตามข้อ 6.10 – 6.15 5.3 รายงานผลการนำเข้าข้อมูลตั้งต้น (Data Migration Test) ตามข้อ 6.10 – 6.15 5.4 รายงานผลการขึ้นระบบตามข้อ 6.10 – 6.15 5.5 รายงานการทดสอบความมั่นคงปลอดภัยของระบบ 5.6 รายงานสรุปผลการฝึกอบรม ตามข้อ 6.3 5.7 รายงานผลการสนับสนุนการใช้งานระบบ (Help Desk) 5.8 คู่มือการใช้งาน ประกอบด้วย (1) คู่มือสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป (User Manual) (2) คู่มือ สำหรับผู้ดูแลระบบย่อย (3) คู่มือการตั้งค่าระบบ (Configuration Manual) เพื่อกำหนดค่าเริ่มต้นของ ระบบ และคู่มือการปรับแต่งประสิทธิภาพการทำงานของระบบ (Tuning) (4) คู่มือสำหรับผู้ดูแลระบบ (System Admin Manual) เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และการจัดเก็บ/สำรองข้อมูล (Back up Data)/ฟื้นฟูระบบ (Restore/Recovery) (5) รายละเอียด Data Dictionary และ API คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Dar (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ Cl (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 40 9. หลักเกณฑ์ในการพิจารณา 9.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ สกพอ. จะพิจารณาตัดสิน โดยใช้หลักเกณฑ์ เกณฑ์ขั้นต่ำประกอบเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น 9.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ กรณีใช้เกณฑ์ขั้นต่ำประกอบเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนนและน้ำหนักข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ ตั้งแต่ร้อยละ 70 ของคะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ประกอบด้วยเกณฑ์การพิจารณา ดังนี้ (1) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (1.1) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้แก่ หน่วยงานของรัฐ โดยให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 โดยมี วิธีการให้คะแนน ดังนี้
รายละเอียดการให้คะแนน คะแนน
1) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 3 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา 100
2) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 1 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา 50
3) ไม่มีผลงานตามที่กำหนด 0
(1.2) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่หน่วยงาน ของรัฐ โดยให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 10 โดยมีวิธีการให้ คะแนน ดังนี้
รายละเอียดการให้คะแนน คะแนน
1) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 3 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา 100
2) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 1 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา 50
3) ไม่มีผลงานตามที่กำหนด 0
(1.3) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบบริหารทุนมนุษย์ ให้แก่หน่วยงาน ของรัฐ โดยให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 10 โดยมีวิธีการให้ คะแนน ดังนี้
รายละเอียดการให้คะแนน คะแนน
1) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 3 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา 100
คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Or (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการ กรรมการและเลขานุการ
EEC 41 รายละเอียดการให้คะแนน 2) มีผลงานกับหน่วยงานของรัฐไม่น้อยกว่า 1 สัญญา และดำเนินการแล้วเสร็จทุกสัญญา (3) ไม่มีผลงานตามที่กำหนด คะแนน 50 0 (2) ข้อเสนอด้านเทคนิค (2.1) การนำเสนอหลักการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) ตามมาตรา 9 หรือ 26 หรือ 28 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และตัวอย่างหน้าจอแสดงการ ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของผู้ใช้งาน 2 ระดับ (ผู้สร้างเอกสารหรือคำขอ และผู้อนุมัติ) กำหนดน้ำหนัก เท่ากับร้อยละ 5 โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดการให้คะแนน คะแนน 1) นำเสนอหลักการฯ อย่างถูกต้อง และมีตัวอย่างหน้าจอแสดงการลงลายมือชื่อฯ 2 ระดับ 100 2) นำเสนอหลักการฯ อย่างถูกต้อง และมีตัวอย่างหน้าจอแสดงการลงลายมือชื่อฯ 1 ระดับ 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด 50 0 (2.2) การนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงานต่อไปนี้ได้ ครบถ้วน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 50 โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ (2.2.1) User Interface น้ำหนักร้อยละ 10 รายละเอียดการให้คะแนน 1) มีภาพแสดงหน้าจอ User Interface ผ่านคอมพิวเตอร์ และสามารถแสดงในรูปแบบ Mobile Responsive ได้ โดยออกแบบให้ใช้งานง่าย สะดวก สวยงาม ได้อย่างเหมาะสม 2) มีภาพแสดงหน้าจอ User Interface ผ่านคอมพิวเตอร์ และสามารถแสดงในรูปแบบ Mobile Responsive ได้ แต่ไม่สามารถออกแบบให้ใช้งานง่าย สะดวก สวยงาม ได้อย่าง เหมาะสม 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด คะแนน 100 50 0 คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 42 (2.2.2) กระบวนการบริหารงบประมาณ ตั้งแต่การจัดทำคำของบประมาณจนถึงการ จัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี น้ำหนักร้อยละ 10 รายละเอียดการให้คะแนน 1) สามารถรองรับการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี และรองรับการบันทึกข้อมูลจากหน่วยงานภายในเพื่อจัดทำคำของบประมาณประจำปีเพื่อ ส่งสำนักงบประมาณได้ 2) สามารถรองรับการจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด คะแนน 100 50 0 (2.2.3) การค้นหาข้อมูล และการแสดงความเชื่อมโยงของเอกสารและข้อมูลในการ จ่ายเงิน น้ำหนักร้อยละ 10 รายละเอียดการให้คะแนน 1) สามารถค้นหาข้อมูลการจ่ายเงินจากชื่อผู้ขอเบิก ชื่อหรือรหัสหน่วยงานผู้ขอเบิก รหัสงบประมาณที่ใช้ เลขที่ใบสำคัญจ่าย ชื่อผู้รับเงิน และสามารถแสดงข้อมูลและเอกสารที่ เกี่ยวข้องในการจ่ายเงินรายการนั้น ๆ ในหน้าจอเดียวกันได้ 2) สามารถค้นหาข้อมูลการจ่ายเงินจากชื่อผู้ขอเบิก ชื่อหรือรหัสหน่วยงานผู้ขอเบิก รหัสงบประมาณที่ใช้ เลขที่ใบสำคัญจ่าย ชื่อผู้รับเงิน และสามารถแสดงข้อมูลและเอกสารที่ เกี่ยวข้องในการจ่ายเงินรายการนั้น ๆ แต่ไม่สามารถแสดงผลในหน้าจอเดียวกันได้ 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด คะแนน 100 50 0 (2.2.4) การเบิกค่าใช้จ่าย ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2561 เรื่อง แนวทางการปฏิบัติในการดำเนินการจัดหาพัสดุที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการ บริหารงาน ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมของหน่วยงานของรัฐ น้ำหนักร้อยละ 10 รายละเอียดการให้คะแนน 1) รองรับการเบิกค่าใช้จ่ายตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 โดย สามารถเลือกเบิกจากเมนู ว119 แยกจากการเบิกค่าใช้จ่ายกรณีอื่นอย่างชัดเจน และสามารถ เลือกเบิกจากใบเคลียร์เงินยืมได้ 2) รองรับการเบิกค่าใช้จ่ายตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 โดยเบิก จากเมนู ว119 แยกจากการเบิกค่าใช้จ่ายกรณีอื่นอย่างชัดเจน 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน คะแนน 100 50 0 (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 43 (2.2.5) รูปแบบการอนุมัติและการปรับแต่งโครงสร้างการอนุมัติ น้ำหนักร้อยละ 10 รายละเอียดการให้คะแนน คะแนน 1) รองรับการอนุมัติตามโครงสร้างหน่วยงานและปรับแต่งได้ และรองรับการปรับแต่ง 100 โครงสร้างการอนุมัติชั่วคราวกรณีมีการแต่งตั้งผู้รักษาการแทนหรือผู้ปฏิบัติการแทน 2) รองรับการอนุมัติตามโครงสร้างหน่วยงานและปรับแต่งได้ 3) ไม่เป็นไปตามที่กำหนด 50 0 (2.3) นำเสนอรายละเอียดค่าบริการบำรุงรักษาระบบรายปี หลังจากสิ้นสุดการรับประกันตามสัญญา กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 5 โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ รายละเอียดการให้คะแนน 1) ไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าพัฒนาระบบ 2) เกินร้อยละ 15 ของค่าพัฒนาระบบ กำหนดน้ำหนักรวมของเกณฑ์อื่นเท่ากับ 100 และคำนวณคะแนนรวมดังนี้ เกณฑ์ (1) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ คะแนนที่ได้ น้ำหนัก(ร้อยละ) คะแนนเฉลี่ยถ่วง น้ำหนัก (1.1) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ 20 บริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) (1.2) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบสาร 10 บรรณอิเล็กทรอนิกส์ (1.3) ผลงานและประสบการณ์ในการพัฒนาระบบ 10 บริหารทุนมนุษย์ (2) ข้อเสนอด้านเทคนิค (2.1) การนำเสนอหลักการลงลายมือชื่อ 5 อิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) (2.2) การนำเสนอ Conceptual Designed และ ตัวอย่างหน้าจอระบบงาน คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 44 (2.2.1) User Interface (2.2.2) กระบวนการบริหารงบประมาณ 10 10 (2.2.3) การค้นหาข้อมูล และการแสดงความ เชื่อมโยงของเอกสารและข้อมูลในการจ่ายเงิน 10 (2.2.4) การเบิกค่าใช้จ่าย ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 10 (2.2.5) รูปแบบการอนุมัติและการปรับแต่ง โครงสร้างการอนุมัติ 10 (2.3) นำเสนอรายละเอียดค่าบริการบำรุงรักษาระบบ รายปี 5 คะแนนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักรวมของเกณฑ์อื่น 100 ทั้งนี้ ผู้เสนอราคาที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ จะต้องได้รับคะแนนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักรวมของข้อเสนอด้าน เทคนิคหรือข้อเสนออื่น ตั้งแต่ 70 คะแนนขึ้นไป และจะพิจารณาให้คะแนนตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่ กำหนด ดังนี้ (ก) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ (Price) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 20 โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ำสุดจะได้รับคะแนนเต็มของเกณฑ์ราคา และผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอ ราคาสูงกว่าราคาที่เสนอต่ำสุดจะได้รับคะแนนน้อยลงโดยมีสัดส่วนเทียบกับราคาที่เสนอต่ำสุดดังกล่าว โดย คิดคะแนนตามสูตรการคำนวณดังนี้ ร้อยละด้านราคาได้ = ร้อยละด้านราคาเต็ม - (ราคาที่เสนอ - ราคาที่เสนอต่ำสุด) x ร้อยละด้านราคาเต็ม ราคาที่เสนอต่ำสุด - ร้อยละด้านราคา (เต็ม) = คะแนนเต็มของเกณฑ์ราคา ราคาที่เสนอ = ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอ ราคาที่เสนอต่ำสุด = ราคาของผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ำสุด เกณฑ์ราคา และเกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคและข้อเสนออื่น ๆ ให้คิดคะแนนเป็นจุดทศนิยม (ข) เกณฑ์อื่น (ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น) กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 80 คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 45 โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 100 และมีวิธีการคำนวณคะแนนรวม ดังนี้ คะแนนที่ได้ น้ำหนัก(ร้อยละ) คะแนนเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก เกณฑ์ (ก) คะแนนราคาที่ยื่นข้อเสนอ (ข) คะแนนเกณฑ์อื่น (ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น) คะแนนรวม 20 80 100 9.3 ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดไม่มีคุณสมบัติถูกต้อง หรือยื่นเอกสารหลักฐานการยื่นข้อเสนอไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด คณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ จะไม่รับ พิจารณาข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายนั้น หาก สกพอ. เห็นว่า ผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเสนอเอกสารการยื่นข้อเสนอไม่ครบถ้วน หรือ มีรายละเอียดแตกต่างไปจากเงื่อนไขที่ สกพอ. กำหนดในส่วนที่มิใช่สาระสำคัญ และความแตกต่างกันนั้น ไม่มีผลทำให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบต่อผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเป็นการผิดพลาดเล็กน้อย สกพอ. อาจผ่อนปรนการตัดสิทธิ์ผู้เสนอราคารายนั้น หมายเหตุ การพิจารณาตัดสินตามหลักเกณฑ์ในข้อ 9 ทั้งหมด ผลการตัดสินของทางราชการถือว่าเป็น เด็ดขาด ผู้เสนอราคาจะฟ้องร้องหรือเรียกค่าเสียหายใด ๆ ไม่ได้ทั้งสิ้น หรือทางราชการจะไม่พิจารณา จัดซื้อก็ได้ สุดแต่จะพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ 10. เงื่อนไขการชำระเงิน สกพอ. จะชำระค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่น ๆ และค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น 5 งวด ดังนี้ งวดที่ 1 จำนวนร้อยละ 10 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 1 แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้องตามรายละเอียดสัญญาจ้าง ครบทุกประการแล้ว งวดที่ 2 จำนวนร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 2 แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้องตามรายละเอียดสัญญาจ้าง ครบทุกประการแล้ว งวดที่ 3 จำนวนร้อยละ 20 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 3 แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้องตามรายละเอียดสัญญาจ้าง ครบทุกประการแล้ว คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ งวดที่ 4 จำนวนร้อยละ 25 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 4 แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้องตามรายละเอียดสัญญาจ้าง ครบทุกประการแล้ว งวดที่ 5 จำนวนร้อยละ 25 ของวงเงินค่าจ้าง เมื่อผู้รับจ้างส่งมอบงานงวดที่ 5 แล้วเสร็จ โดยคณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจรับและเห็นว่าถูกต้องตามรายละเอียดสัญญาจ้าง ครบทุกประการแล้ว 11. ลิขสิทธิ์การใช้งาน 11.1 ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้งาน จะต้องมีลิขสิทธิ์การใช้งานถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อ ดำเนินการตามขอบเขตงานข้างต้นแล้วเสร็จ 11.2 ระบบบริหารจัดการสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-office) เป็นซอฟต์แวร์สำเร็จรูปต้องมีลิขสิทธิ์ การใช้งานแบบซื้อขาด (Perpetual Licenses) แบบไม่จำกัดผู้ใช้งาน 12. วงเงินในการจัดหา เงินงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 ในวงเงินงบประมาณรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 25,000,000.00 บาท (ยี่สิบห้าล้านบาทถ้วน) 13. ราคากลางของงานที่จัดหา เป็นจำนวนเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว 25,262,150.00 บาท (ยี่สิบห้าล้านสองแสนหกหมื่นสองพัน หนึ่งร้อยห้าสิบบาทถ้วน) 14. หลักฐานการยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอเอกสารหลักฐาน ยื่นมาพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยแยกเป็น 2 ส่วน คือ 14.1 ส่วนที่ 1 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล (ก) ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียน นิติบุคคล บัญชีรายชื่อหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) พร้อมทั้งรับรองสำเนาถูกต้อง (ข) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติ บุคคล หนังสือบริคณห์สนธิ บัญชีรายชื่อกรรมการผู้จัดการ ผู้มีอำนาจควบคุม (ถ้ามี) และบัญชีผู้ถือหุ้นราย ใหญ่ (ถ้ามี) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้ยื่นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชนของผู้นั้น สำเนาข้อตกลงที่แสดงถึงการเข้าเป็นหุ้นส่วน (ถ้ามี) สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือสำเนาหนังสือเดินทางของผู้เป็นหุ้นส่วนที่มิได้ถือสัญชาติไทย พร้อมทั้ง รับรองสำเนาถูกต้อง (3) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ยื่นข้อเสนอร่วมกันในฐานะเป็นผู้ร่วมค้า ให้ยื่นสำเนาสัญญาของ การเข้าร่วมค้า และเอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ (2) ของผู้ร่วมค้า แล้วแต่กรณี (4) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบอำนาจ ซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้ หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (5) ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (5.1) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคล ให้ยื่นงบแสดงฐานะการเงินที่มี การรับรองแล้ว 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา (5.2) ในกรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้ยื่นหนังสือรับรองบัญชี เงินฝาก ไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา และจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชี เงินฝากที่มี มูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (5.3) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียง พอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ให้ยื่นสำเนาหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ (สินเชื่อที่ธนาคารภายใน ประเทศหรือ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการ พาณิชย์และ ประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่ รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับ ถึง วันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (6) เอกสารเพิ่มเติมอื่น ๆ (6.1) สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (6.2) สำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง (ถ้ามี) (6.3) สำเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อผูกพัน และหนังสือรับรองของผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) ตามที่กำหนดในคุณสมบัติข้อ 4.11 (7) บัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ทั้งหมดที่ได้ยื่นพร้อมกับการเสนอราคาทางระบบจัดซื้อจัดจ้าง ภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ต้องแนบในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) ทั้งนี้ เมื่อผู้ยื่นข้อเสนอดำเนินการแนบไฟล์เอกสารตามบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ครบถ้วน ถูกต้องแล้ว ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์จะสร้างบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ให้ โดยผู้ยื่น ข้อเสนอไม่ต้องแนบบัญชีเอกสารส่วนที่ 1 ดังกล่าว ในรูปแบบ PDF File (Portable Document Format) 14.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (1) ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอมอบอำนาจให้บุคคลอื่นกระทำการแทนให้แนบหนังสือมอบ อำนาจซึ่งติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย โดยมีหลักฐานแสดงตัวตนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ ทั้งนี้หากผู้รับมอบอำนาจเป็นบุคคลธรรมดาต้องเป็นผู้ที่บรรลุนิติภาวะตามกฎหมายแล้วเท่านั้น (2) หลักประกันการเสนอราคา (3) เอกสารอื่นๆ จะต้องมีเอกสารดังนี้ 3.1 สำเนาหนังสือรับรองผลงานการพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ให้แก่ หน่วยงานของรัฐ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (1.1) 3.2 สำเนาหนังสือรับรองผลงานการพัฒนาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ ให้แก่หน่วยงาน ของรัฐ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (1.2) 3.3 สำเนาหนังสือรับรองผลงานการพัฒนาระบบบริหารทุนมนุษย์ ให้แก่หน่วยงานของรัฐ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (1.3) 3.4 เอกสารการนำเสนอหลักการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) และตัวอย่าง หน้าจอแสดงการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.1) 3.5 เอกสารการนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน User Interface ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.2.1) 3.6 เอกสารการนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน กระบวนการบริหารงบประมาณ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.2.2) 3.7 เอกสารการนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน การค้นหาข้อมูล และการแสดงความเชื่อมโยงของเอกสารและข้อมูลในการจ่ายเงิน ตามหลักเกณฑ์ในการ พิจารณา ข้อ 9.2 (2.2.3) 3.8 เอกสารการนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน การเบิกค่าใช้จ่าย ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 119 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2561 ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.2.4) 3.9 เอกสารการนำเสนอ Conceptual Designed และตัวอย่างหน้าจอระบบงาน รูปแบบการอนุมัติและการปรับแต่งโครงสร้างการอนุมัติ ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.2.5) 3.10 เอกสารการนำเสนอรายละเอียดค่าบริการบำรุงรักษาระบบรายปี หลังจากสิ้นสุดการ รับประกันตามสัญญา ตามหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ข้อ 9.2 (2.3) 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องนำเสนอรายละเอียดเป็นตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติตามรูปแบบดังนี้ 15. การเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว ยกเว้นในกรณีที่ผู้เสนอราคาเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้น ภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย สามารถเสนอราคาที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มได้ 16. ค่าปรับและการบอกเลิกสัญญา หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์ จุดหนึ่งศูนย์) ของราคางานจ้างนั้น (ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท) นับถัดจากวันที่ครบกำหนดแล้วเสร็จตาม สัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จจริง และในระหว่างที่ผู้ว่าจ้างยังมิได้บอกเลิก สัญญานั้น หากผู้ว่าจ้างเห็นว่าผู้รับจ้างยังไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาต่อไปได้ ผู้ว่าจ้างสามารถใช้สิทธิ บอกเลิกสัญญาได้ และถ้าผู้ว่าจ้างได้แจ้งข้อเรียกร้องไปยังผู้รับจ้างเมื่อครบกำหนดแล้วเสร็จของงาน ขอให้ชำระค่าปรับแล้ว ผู้ว่าจ้างมีสิทธิจะปรับผู้รับจ้างจนถึงวันบอกเลิกสัญญาได้อีกด้วย 17. ลักษณะของงานจ้าง เป็นงานจ้างออกแบบและพัฒนาระบบงานอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องรองรับการกำหนดสิทธิผู้ใช้งาน ตามโครงสร้างองค์กรของ สกพอ. กฎระเบียบ และขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในของ สกพอ. และ สอดคล้องกับมาตรฐานและข้อกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ 18. การรับประกันคุณภาพและความบกพร่องของงาน ผู้รับจ้างตกลงรับประกันคุณภาพ ความบกพร่อง หรือขัดข้องไม่สมบูรณ์ของงานทั้งหมดตามสัญญานี้ เป็นระยะเวลา 1 (หนึ่ง) ปี นับถัดจากวันที่ สกพอ. ได้ตรวจรับงวดสุดท้ายจากผู้รับจ้างโดยครบถ้วนถูกต้อง แล้ว และจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาเป็นระยะเวลา 1 ปี โดยผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่สำหรับรับผิดชอบดูแลและบำรุงรักษาระบบ e-office พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขระบบ e-office ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดระยะเวลาตามวรรคสอง หากงานมีความบกพร่อง หรือมีข้อขัดข้องผิดพลาด หรือไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติไม่ว่าทั้งหมด หรือแต่บางส่วน สกพอ. จะแจ้งสภาพของความบกพร่องหรือข้อขัดข้องผิดพลาดในเบื้องต้นไปยังผู้รับจ้าง ทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือ e-mail และเมื่อผู้เสนอราคาได้รับแจ้งแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องตอบรับทราบมายัง สกพอ. ทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือ e-mail และต้องแก้ไขปัญหาทางโทรศัพท์ หรือจัดส่งเจ้าหน้าที่มา ให้บริการ ณ สถานที่ที่ติดตั้งงานในขณะนั้น (On-site service) ตามที่ สกพอ. ร้องขอ ภายใน 1 ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจาก สกพอ. และทำการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ดังเดิม ภายใน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งจาก สกพอ. โดยไม่คิดค่าแรงงาน ค่าใช้จ่ายใน การเดินทางสำหรับการให้บริการ และค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจากค่าจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญา ถ้าผู้รับจ้าง ไม่ปฏิบัติตาม สกพอ. มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการแก้ไขความบกพร่อง หรือข้อขัดข้องผิดพลาด EEC 51 ดังกล่าว โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการนั้น หรือหากมีเหตุ จำเป็นที่ไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จภายใน 24 (ยี่สิบสี่) ชั่วโมง ได้ ผู้รับจ้างต้องรายงานความก้าวหน้าให้ สกพอ. ทราบทุกวัน 19. หลักประกันสัญญา กรณีที่ผู้รับจ้างไม่ใช่หน่วยของรัฐ ผู้รับจ้างจะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อย ละ 5 ของราคาค่าจ้างให้ใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ เงินสด เช็คหรือดราฟท์ที่ธนาคารเซ็นสั่งจ่าย ซึ่งลงวันที่ที่เช็คหรือดราฟท์นั้นชำระต่อผู้ปฏิบัติงาน หรือ ก่อนวันนั้นไม่เกิน 3 วันทำการ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศตามตัวอย่างที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด โดย อาจเป็นหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนดก็ได้ หนังสือค้ำประกันของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบ กิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่ง ประเทศไทย ตามรายชื่อของบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดย อนุโลม ให้ใช้ตามตัวอย่างหนังสือค้ำประกันของธนาคารที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด พันธบัตรรัฐบาลไทย 20. การสงวนสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) 20.1 บรรดาลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของข้อมูล เอกสารคู่มือต่าง ๆ และสิ่ง อื่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ ให้ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (สกพอ.) ทั้งหมด หากผู้รับจ้างประสงค์จะขอใช้ประโยชน์ ทำซ้ำ หรือเผยแพร่บรรดาข้อมูล ข้างต้น เพื่อการอื่นใดนอกเหนือจากงานจ้างนี้ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก สกพอ. ก่อนการ ดำเนินการ หากคณะกรรมการฯ พิจารณาว่างานที่ส่งมอบไม่มีประสิทธิภาพตามข้อกำหนด หรือไม่เป็นไป ตามคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ คณะกรรมการฯ สามารถยกเลิกการจ้างโดยไม่จ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้าง และ ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น 20.2 สกพอ. สงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขหรือข้อกำหนดในสัญญา หรือข้อตกลงจ้าง เป็นหนังสือให้เป็นไปตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด (ถ้ามี) คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Chr hr. (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ 21. เงื่อนไขการบอกเลิกสัญญา EEC 52 กรณีที่คู่สัญญาเข้าดำเนินการตามสัญญา แต่การดำเนินการตามสัญญามีความล่าช้าไม่เป็นไป ตามแผนงานหรือระยะเวลาที่กำหนดไว้ ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งเร่งรัดให้คู่สัญญาดำเนินการ ให้เป็นไปตามแผนงานการทำงานหรือระยะเวลาดังกล่าว หากคู่สัญญายังมีความล่าช้า หน่วยงานของรัฐ สามารถใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาบอกเลิกสัญญาตามมาตรา 103 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระราชบัญญัติการ จัดซื้อจัดจ้าง ฯ โดยหน่วยงานของรัฐประเมินผลการดำเนินงานตามแผนการทำงาน และพิจารณาตาม หลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังนี้ 21.1 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญา มีผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 25 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 21.2 เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 1 ใน 2 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้วปรากฏกรณี ดังต่อไปนี้ คู่สัญญา (1) คู่สัญญามีผลงานประจำเดือนที่ตั้งไว้ไม่ถึงร้อยละ 50 ของแผนงานประจำเดือน และ (2) ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 50 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างโดยความล่าช้าเป็นความผิดของ (3) เมื่อล่วงเลยระยะเวลาไปเกิน 3 ใน 4 ของระยะเวลาตามแผนงานแล้ว คู่สัญญามี ผลงานสะสมไม่ถึงร้อยละ 65 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง โดยความล่าช้าเป็นความผิดของคู่สัญญา 22. กำหนดยืนราคา จำนวน 120 วัน 23. ข้อกำหนดอื่น ๆ การรักษาความลับ 23.1 ผู้เสนอราคาจะต้องจัดเก็บรักษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานที่ผู้เสนอราคาได้รับจาก สกพอ. และข้อมูลต่าง ๆ ที่ผู้เสนอราคาได้จัดทำขึ้นเนื่องจากการดำเนินงานตามสัญญานี้อย่างเป็นความลับ ของ สกพอ. ซึ่งต่อไปในสัญญานี้เรียกว่า “ข้อมูลที่เป็นความลับ” โดยผู้เสนอราคาต้องหามาตรการในการ จัดเก็บข้อมูลที่เป็นความลับให้มิดชิด รวมทั้งไม่เปิดเผย หรือเผยแพร่ หรือกระทำด้วยวิธีการใดให้บุคคลอื่น ใดที่มิใช่คู่สัญญาภายใต้สัญญานี้ หรือมิใช่บุคคลที่ สกพอ.ได้อนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรให้มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่จะรับทราบข้อมูลที่เป็นความลับภายใต้สัญญานี้ ได้ทราบถึงข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าว เว้นแต่จะเป็น การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของผู้เสนอราคาที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับข้อมูล ดังกล่าวเท่านั้น และผู้เสนอราคาจะต้องจัดให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานดังกล่าวได้ผูกพันและปฏิบัติตาม เงื่อนไขในการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับเช่นว่านั้นด้วย คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Ohr (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ EEC 53 23.2 หากผู้เสนอราคามิได้ปฏิบัติตามข้อ 23.1 ผู้เสนอราคาจะต้องรับผิดชอบต่อ สกพอ. หรือบุคคล อื่นที่เป็นเจ้าของข้อมูลที่เป็นความลับนั้นในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ข้อมูลที่เป็นความลับ ดังกล่าว ได้ถูกเปิดเผยไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน และ สกพอ. มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ทันที 23.3 ผู้เสนอราคาจะยังคงต้องผูกพันตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับตาม ข้อ 23.1 ต่อไป ตราบที่ข้อมูลที่เป็นความลับดังกล่าวยังคงเป็นความลับอยู่ แม้ว่าการจ้างตามสัญญานี้ได้ สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม 24. ผู้รับผิดชอบดำเนินการ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โทร. 02-0338000 ต่อ 8222 อีเมล [email protected] คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน Ohr (นางสาวผุสดี ชูวิทย์) ประธานกรรมการ W (นายอมรินทร์ เข็มทอง) กรรมการ (นายภูดิศ ธงชัยธนาภัท) กรรมการและเลขานุการ เลขที่ เรื่อง รับรองวงเงินสินเชื่อ ตามที่ ธรรมดา). เลขที่ แบบหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ วันที่ ภาคผนวก 1 (ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคคล/บุคคค เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/เลขประจำตัวประชาชน จะขอเข้ารับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการงาน ก่อสร้าง ซึ่งตามหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการงานก่อสร้างกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้อง เสนอหนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อ/จะเข้ายื่นข้อเสนอกับหน่วยงานของรัฐซึ่งเงื่อนไขการยื่นข้อเสนอกรณีที่ผู้ ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่น ข้อเสนอต้องขอวงเงินสินเชื่อจากธนาคาร โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จึงมีความประสงค์ให้ธนาคาร (ชื่อธนาคาร), รับรองวงเงิน สินเชื่อ เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย นั้น (ชื่อธนาคาร). ขอรับรองว่า.. บุคคลธรรมดา มีวงเงินทุนหมุนเวียนในวงเงินไม่ต่ำกว่า.. จำนวนเงินเป็นอักษร) และยินดีให้วงเงินสินเชื่อภายในวงเงิน... (.......จํานวนเงินเป็นอักษร) (ชื่อผู้ประกอบการ นิติบุคคล/ .บาท (.. บาท ขอแสดงความนับถือ (ชื่อผู้ลงนาม .........ชื่อธนาคาร)