จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจัดฝึกอบรมจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ 2

กรมชลประทาน 68019272009
฿3,874,266 ปีงบ 2568 ประกาศ 7 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการประกวดราคาจ้างจัดฝึกอบรมจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) ในระยะที่ 2 เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต่อยอดและเสริมสร้างการเรียนรู้ของเกษตรกรภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร, ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, พัฒนาการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกร, และกำหนดแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรม โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 3,874,266 บาท และมีระยะเวลาดำเนินการ 420 วัน ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด, มีผลงานด้านการฝึกอบรม, และมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกระบวนการมีส่วนร่วมและด้านการฝึกอบรม

English summary

This project is an e-bidding procurement for the organization of Farmer Field School-FFS (Farmer Group) training courses. The training focuses on enhancing farmer resilience to climate change impacts through efficient water management and sustainable agriculture. The main objectives are to build upon and enhance farmer learning, promote understanding of climate change impacts, foster participation and knowledge sharing among farmers, and establish post-training expansion plans. The project has a budget of 3,874,266 baht and a duration of 420 days. Bidders must meet legal qualifications, have experience in training, and have personnel skilled in participatory processes and training.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อต่อยอดเสริมสร้างการเรียนรู้ของเกษตรกรภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS) จากการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรในระยะที่ 11 จนถึงสิ้นสุดโครงการ
  • เพื่อส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรรับรู้ และเข้าใจถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่มีต่อตัวเกษตรและการทำการเกษตรในพื้นที่ และสามารถปรับตัวได้ซึ่งเป็นผลจากการโดยใช้การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเกษตรกร
  • เพื่อพัฒนาและต่อยอดกระบวนการมีส่วนร่วมและจากการเรียนรู้ของเกษตรกรผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรในรูปแบบของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
  • กำหนดแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตามประเมินการขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่าง ๆ

ขอบเขตของงาน

  • ผู้รับจ้างต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบ จัดทำหลักสูตร พัฒนาเนื้อหาการฝึกอบรม จัดทำแผนการดำเนินการตลอดโครงการ และจัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน ภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) โดยต่อยอด/สอดคล้องกับการจัดฝึกอบรมฯ จากระยะที่ ๑
  • ผู้รับจ้างจะต้องใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการปรับปฏิทินการเกษตรที่แสดงถึงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้ร่วมกันผ่านแปลงสาธิตของโรงเรียนเกษตรกร อย่างน้อยตำบลละ ๑ แปลงสาธิต
  • ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมจำนวนทั้งหมด ๓ ครั้ง พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด ๒๒ ตำบลเดิม จัดฝึกอบรมทั้งหมดจำนวน ๑ ครั้ง/ตำบล/ปี ภายในระยะเวลา ๔๒๐ วัน ระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง (๑ วัน)/ตำบล/ครั้ง โดยเชิญเกษตรกรตำบลไผ่ขอดอน และตำบลพรหมพิรามเข้าร่วมอบรมด้วย
  • ผู้รับจ้างจะต้องเสนอกระบวนการดำเนินงาน ติดตาม สนับสนุน ผลการดำเนินงานของแปลงสาธิตเป็นระยะๆ เพื่อให้คำแนะนำในการจัดการแปลงอย่างเหมาะสม
  • ผู้รับจ้างต้องจัดหา/ประสานงานทีมวิทยากรซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เหมาะสมสอดคล้องกับการฝึกอบรม
  • ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมที่เหมาะสม หรือเป็นที่โรงเรียนเกษตรกร หรือแปลงสาธิตของเกษตรกรที่ได้จัดตั้งจากโรงเรียนเกษตรของโครงการฯ ไว้แล้ว และมีอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์และใช้จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมพร้อม และจัดหาอาหารและอาหารว่างอย่างเหมาะสมและเพียงพอสำหรับกิจกรรมฝึกอบรม และในกรณีที่บางคนมีข้อจำกัดด้านอาหาร หรือแพ้อาหาร ผู้รับจ้างมีหน้าที่จัดเตรียมอาหารพิเศษ เช่น อาหารมังสวิรัติ อาหารฮาลาล ฯลฯ
  • ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย และเตรียมการดำเนินงาน รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลของผู้เข้าอบรม ตลอดจนจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และทีมงานเพื่อประสานงานกับผู้เข้าอบรม รวมถึงดูแลความเรียบร้อยตลอดระยะเวลาการจัดฝึกอบรมอย่างเหมาะสม
  • ผู้รับจ้างจะต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและประเมินการนำความรู้ที่ได้จากโรงเรียนเกษตรกร
  • ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อภาพรวมของโครงการ อาทิความพึงพอใจต่อหลักสูตร วิทยากร สถานที่ ระยะเวลาในการฝึกอบรม เป็นต้น และจัดทำรายงานประเมินผล การจัดฝึกอบรม พร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุง
  • ผู้รับจ้างจะต้องมีแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรมและให้ติดตามผลของผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมว่าได้มีการขยายผล พร้อมเอกสาร/หลักฐาน รายงานติดตามประเมินผลตามวัตถุประสงค์โครงการ และหลักฐานยืนยัน รวมถึงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง
  • จัดให้มีการบันทึกภาพบรรยากาศการฝึกอบรม โดยจัดทำเป็นเอกสารนำเสนอความสำคัญของหลักสูตร รูปแบบและบรรยากาศการอบรม รวมถึงประโยชน์และสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วม
  • ผู้รับจ้างต้องถ่ายภาพนิ่ง จัดทำรายงานสรุปผลการฝึกอบรม วิเคราะห์ผลที่ได้จากการฝึกอบรม และพร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในรูปแบบเล่มรายงาน และไฟล์เอกสาร โดยจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) พร้อม USB Flash Drive ความจุไม่น้อยกว่า ๑๒๘ GB เพื่อจัดส่งให้สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน
  • ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดกระบวนการฝึกอบรม
  • จัดเตรียมข้อมูล รูปภาพ ออกแบบ ผลิต จัดพิมพ์ ภาพ ป้ายสัญลักษณ์ โปสเตอร์ ไวนิล และ/ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
  • การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของกระบวนการต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมตรวจรับพัสดุก่อนทุกครั้ง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการเริ่มงาน (Inception Report) ภายใน 30 วัน หลังลงนามในสัญญา พร้อมแผนงานและหลักสูตรการฝึกอบรม
  • รายงานสรุปผลการฝึกอบรม วิเคราะห์ผล และข้อเสนอแนะ (ภาษาไทยและอังกฤษ) ในรูปแบบเล่มและไฟล์ดิจิทัล
  • ภาพถ่ายบรรยากาศการฝึกอบรม
  • ข้อมูล, รูปภาพ, ป้ายสัญลักษณ์, โปสเตอร์, ไวนิล, และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบ 420 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นบุคคลที่ถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ, ไม่เป็นผู้ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน, มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด, เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น, ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย, ลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างหรือผลงานประเภทการฝึกอบรม อย่างน้อย 1 ผลงาน ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วน และได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities: -
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • ราคา: 10%
  • ข้อเสนอด้านเทคนิค: 90%
    • ความสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์โครงการ: 40%
      • กรอบแนวคิดและกระบวนการทำงาน
      • ความเหมาะสมด้านการออกแบบการฝึกอบรม
        • หลักสูตร
        • แผนการจัดกิจกรรม
        • กระบวนการเตรียมความพร้อม
    • ประสบการณ์บุคลากรและความพร้อมของทีมงาน: 50%
      • บุคลากรที่มีประสบการณ์
        • ประสบการณ์ด้านกระบวนการมีส่วนร่วมและการฝึกอบรม
        • ผลงานสำคัญ
        • วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงาน
      • ความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
        • ผลงานสำคัญ
        • วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงาน
      • จำนวนและความเหมาะสมของบุคลากร
      • ข้อเสนอแนะทางเทคนิค

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผู้รับจ้างต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบ จัดทำหลักสูตร และพัฒนาเนื้อหาการฝึกอบรม
  • หลักสูตรการอบรมต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์โครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
  • ผู้รับจ้างต้องใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการปรับปฏิทินการเกษตรที่แสดงถึงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  • ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่ฝึกอบรม, อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์, อาหาร, และอาหารว่าง
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปผลการฝึกอบรม, วิเคราะห์ผล, และข้อเสนอแนะ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: จ่าย 7 งวด
  • อัตราค่าปรับ: 0.1% ของค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน
  • การจ้างช่วง: ค่าปรับ 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง (ถ้าไม่ได้รับอนุญาต)
  • การโอนสิทธิเรียกร้อง: ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด
  • กรรมสิทธิ์ในข้อมูล: ข้อมูล, เอกสาร, และผลงานเป็นของกรมชลประทาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: โครงการนี้มีกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร?
    ตอบ: กลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS ครั้งที่ 1 และเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ
  • ถาม: พื้นที่ในการดำเนินการฝึกอบรมอยู่ที่ไหน?
    ตอบ: พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด 22 ตำบลเดิม โดยเชิญเกษตรกรจากตำบลไผ่ขอดอน และตำบลพรหมพิราม เข้าร่วมอบรมด้วย
  • ถาม: ต้องจัดฝึกอบรมทั้งหมดกี่ครั้ง?
    ตอบ: จัดฝึกอบรมทั้งหมด 3 ครั้ง ในพื้นที่ 22 ตำบล
  • ถาม: ระยะเวลาในการฝึกอบรมแต่ละครั้งเป็นอย่างไร?
    ตอบ: ระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง (1 วัน)/ตำบล/ครั้ง
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดหาอะไรบ้างสำหรับกิจกรรมฝึกอบรม?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่, อุปกรณ์, อาหาร, และอาหารว่าง
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องทำรายงานอะไรบ้าง?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องทำรายงานการเริ่มงาน, รายงานสรุปผลการฝึกอบรม, และรายงานการประเมินผล
  • ถาม: มีการประเมินผลอย่างไร?
    ตอบ: มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และมีการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
  • ถาม: ผู้ชนะการประมูลจะได้รับเงินอย่างไร?
    ตอบ: การจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็น 7 งวด ตามรายละเอียดที่กำหนด
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องมีบุคลากรประเภทใด?
    ตอบ: ต้องมีบุคลากรที่มีประสบการณ์, เชี่ยวชาญในด้านกระบวนการมีส่วนร่วม และความเชี่ยวชาญในการจัดฝึกอบรม
  • ถาม: หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมจะติดต่อสอบถามได้ที่ไหน?
    ตอบ: ติดต่อสอบถามได้ทางอีเมล: [email protected] หรือโทรศัพท์ 0 2243 6915 ต่อ 2227

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจัดฝึกอบรมจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ ๒ ๑.๒ ความเป็นมา โรงเรียนเกษตรกร เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ที่นำมาใช้ในการส่งเสริมการเกษตร โดยให้เกษตรกร เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรได้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งเก็บเกี่ยว และหลังเก็บเกี่ยว (Season Long Training) ทั้งนี้ การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร จะหลีกเลี่ยงการบรรยายในลักษณะห้องเรียน รูปแบบการเรียนรู้จะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยการปฏิบัติจริง และเรียนรู้โดยการศึกษาทดลอง เปลี่ยนเกษตรกรจากผู้รับและผู้ยอมรับ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ ผลผลิตที่มีคุณภาพ ผลผลิตคุ้มค่ากับการลงทุน กระบวนการผลิตปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภค มีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดย เกษตรกรจะเข้ารับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลเพาะปลูก ตามหลักสูตรที่กำหนด โดยเน้นให้มีการศึกษา ทดลอง วิเคราะห์ และตัดสินใจโดยตัวเกษตรกร ทั้งนี้ เกษตรกรจะเป็นผู้จัดทำวัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียน รวมทั้ง ทำแปลงศึกษา ทดลอง ทำสวนแมลง (Insect Zoo) การเก็บตัวอย่างศัตรูพืช เพื่อการจำแนกและศึกษาบทบาทของ สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และการวิเคราะห์ระบบนิเวศเกษตรกร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการใน แปลงทดลอง (Field Lab) หรือแปลงสำหรับฝึกหัดเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของโรงเรียนเกษตรกร ที่เกษตรกรจะ ร่วมกันใช้เป็นแปลงศึกษา ทดลอง เปรียบเทียบ กิจกรรมต่างๆ ที่เกษตรกรต้องการหรือควรจะเรียนรู้ โรงเรียนเกษตรกรจึงไม่ใช่การก่อสร้างอาคารสถานที่ขึ้นมาใหม่ แต่จะใช้สถานที่ต่าง ๆ ที่มีความเหมาะสม ในละแวกใกล้เคียงกับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ประมาณ ๓๐ คน ที่สามารถเดินทางได้โดยสะดวก ซึ่งอาจจะใช้บ้าน ของเกษตรกรที่จัดทำแปลง หรือการใช้ศาลาเพิงพัก ใต้ร่มไม้ที่มีความเหมาะสม หรือศูนย์พัฒนาด้านการเกษตรในพื้นที่ และควรมีโต๊ะ, เก้าอี้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ตามแผนการเรียนรู้ ซึ่งโครงการเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มี ประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน มีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้มีโรงเรียนเกษตรกรตำบลละ ๑ แห่ง ครอบคลุม พื้นที่ ๒๒ ตำบล ของ ๗ อำเภอ ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ และเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๖๒,๐๐๐ คน ใน ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน จึงได้มีการดำเนินโครงการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) ในระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๖) ดังนั้น โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำ ของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน จึงได้ดำเนินการจัดตั้ง โรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) ในระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๗-๒๕๖๙) เพื่อให้ผลการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกษตรกรสามารถตัดสินใจใน - ๒ - การดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ของตน ให้เป็นไปตามมาตรการที่มีความสอดคล้องกับการปรับตัวเพื่อรองรับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสมต่อไป ๑.๓ วัตถุประสงค์ ๑.๓.๑ เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้ของเกษตรกรภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS) จากการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรในระยะที่ ๑ จนถึงสิ้นสุดโครงการ ๑.๓.๒ เพื่อส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรรับรู้ และเข้าใจถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ (Climate Change) ที่มีต่อตัวเกษตรและการทำการเกษตรในพื้นที่ และสามารถปรับตัวได้โดย กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ๑.๓.๓ เพื่อพัฒนาและต่อยอดกระบวนการมีส่วนร่วมจากการเรียนรู้ของเกษตรกรผ่านการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรในรูปแบบของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ๑.๓.๔ กำหนดแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไป ถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตามประเมินการ ขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่าง ๆ ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ กรมชลประทาน ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e - GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างหรือผลงานประเภทการฝึกอบรม อย่าง น้อย ๑ ผลงาน และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้ว - ๓ - เสร็จตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่ กรมชลประทานเชื่อถือ พร้อมยื่นสำเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อผูกพัน หรือหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรองสำเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ๓. ขอบเขตการดำเนินงาน ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้ ๓.๑ ผู้รับจ้างต้องใช้กระบวนการมีส่วนร่วมในการออกแบบ จัดทำหลักสูตร พัฒนาเนื้อหาการ ฝึกอบรม จัดทำแผนการดำเนินการตลอดโครงการ และจัดฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มี ประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน ภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) โดยต่อยอด/สอดคล้องกับการจัดฝึกอบรมฯ จากระยะที่ ๑ ๓.๒ ผู้รับจ้างจะต้องใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมในการปรับปฏิทินการเกษตรที่แสดงถึงการปรับตัว ต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้ร่วมกันผ่านแปลง สาธิตของโรงเรียนเกษตรกร อย่างน้อยตำบลละ ๑ แปลงสาธิต ๓.๓ ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมจำนวนทั้งหมด ๓ ครั้ง พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด ๒๒ ตำบลเดิม จัด ฝึกอบรมทั้งหมดจำนวน ๑ ครั้ง/ตำบล/ปี ภายในระยะเวลา ๔๒๐ วัน ระยะเวลาการอบรมไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง (๑ วัน)/ตำบล/ครั้ง โดยเชิญเกษตรกรตำบลไผ่ขอดอน และตำบลพรหมพิรามเข้าร่วมอบรมด้วย ทั้งนี้ ระยะเวลาการฝึกอบรมอาจปรับได้ตามความเหมาะสม โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมตรวจรับพัสดุ ๓.๔ ผู้รับจ้างจะต้องเสนอกระบวนการดำเนินงาน ติดตาม สนับสนุน ผลการดำเนินงานของแปลง สาธิตเป็นระยะๆ เพื่อให้คำแนะนำในการจัดการแปลงอย่างเหมาะสม ๓.๕ ผู้รับจ้างต้องจัดหา/ประสานงานทีมวิทยากรซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ เหมาะสมสอดคล้องกับการฝึกอบรม ๓.๖ ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมสถานที่สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมที่เหมาะสม หรือเป็นที่โรงเรียนเกษตรกร หรือแปลงสาธิตของเกษตรกรที่ได้จัดตั้งจากโรงเรียนเกษตรของโครงการฯ ไว้แล้ว และมีอุปกรณ์ โสตทัศนูปกรณ์และใช้จัดทำกระบวนการมีส่วนร่วมพร้อม และจัดหาอาหารและอาหารว่างอย่างเหมาะสมและ เพียงพอสำหรับกิจกรรมฝึกอบรม และในกรณีที่บางคนมีข้อจำกัดด้านอาหาร หรือแพ้อาหาร ผู้รับจ้างมีหน้าที่ จัดเตรียมอาหารพิเศษ เช่น อาหารมังสวิรัติ อาหารฮาลาล ฯลฯ ๓.๗ ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือเชิญกลุ่มเป้าหมาย และเตรียมการดำเนินงาน รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูล ของผู้เข้าอบรม ตลอดจนจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และทีมงานเพื่อประสานงานกับผู้เข้าอบรม รวมถึงดูแลความ เรียบร้อยตลอดระยะเวลาการจัดฝึกอบรมอย่างเหมาะสม ๓.๘ ผู้รับจ้างจะต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของโครงการและประเมินการนำความรู้ที่ได้ จากโรงเรียนเกษตรกร ๓.๙ ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการประเมินผลความพึงพอใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรมต่อภาพรวมของ โครงการ อาทิความพึงพอใจต่อหลักสูตร วิทยากร สถานที่ ระยะเวลาในการฝึกอบรม เป็นต้น และจัดทำ รายงานประเมินผล การจัดฝึกอบรม พร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุง - ๔ - ๓.๑๐ ผู้รับจ้างจะต้องมีแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรมและให้ติดตามผลของผู้เข้าร่วมการ ฝึกอบรมว่าได้มีการขยายผล พร้อมเอกสาร/หลักฐาน รายงานติดตามประเมินผลตามวัตถุประสงค์โครงการ และหลักฐานยืนยัน รวมถึงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้อง ๓.๑๑ จัดให้มีการบันทึกภาพบรรยากาศการฝึกอบรม โดยจัดทำเป็นเอกสารนำเสนอความสำคัญของ หลักสูตร รูปแบบและบรรยากาศการอบรม รวมถึงประโยชน์และสิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วม ๓.๑๒ ผู้รับจ้างต้องถ่ายภาพนิ่ง จัดทำรายงานสรุปผลการฝึกอบรม วิเคราะห์ผลที่ได้จากการฝึกอบรม และพร้อมข้อเสนอแนะสำหรับการปรับปรุง ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ในรูปแบบเล่มรายงาน และไฟล์ เอกสาร โดยจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) พร้อม USB Flash Drive ความจุไม่น้อยกว่า ๑๒๘ GB เพื่อจัดส่งให้สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน ๓.๑๓ ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดกระบวนการฝึกอบรม ๓.๑๔ จัดเตรียมข้อมูล รูปภาพ ออกแบบ ผลิต จัดพิมพ์ ภาพ ป้ายสัญลักษณ์ โปสเตอร์ ไวนิล และ/ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ๓.๑๕ การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของกระบวนการต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมตรวจรับพัสดุ ก่อนทุกครั้ง ๔. ระยะเวลาการดำเนินงาน ระยะเวลาในการดำเนินการ ๔๒๐ (สี่ร้อยยี่สิบ) วัน นับถัดจากลงนามในสัญญา - ๕ - ๕. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ต้องผ่านเกณฑ์การให้ คะแนนจากคณะกรรมการพิจารณาผลการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยใช้หลักเกณฑ์การ ประเมินประสิทธิภาพต่อราคา (Price Performance) และพิจารณาให้คะแนนตามข้อเสนอหลัก ๓ ข้อเสนอ โดยคณะกรรมการฯ จะพิจารณารับข้อเสนอด้านคุณภาพและราคาในรายที่คะแนนรวมสูงที่สุด และจะต้องมี คะแนนเฉลี่ยรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ จากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ซึ่งขอบเขตการพิจารณาประเมินให้ คะแนนจะอยู่ภายใต้ขอบเขตดังต่อไปนี้
ข้อเสนอด้านเทคนิค (คุณภาพ) คะแนนเต็ม (๑๐๐ คะแนน)
๑. ความสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในข้อเสนอโครงการ (๙๐ คะแนน)
๑.๑ มีกรอบแนวคิด และกระบวนการทำงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีความ น่าสนใจ มีประสิทธิภาพและตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ๔๐ คะแนน
๑.๒ ความเหมาะสมด้านการออกแบบการฝึกอบรม ๑๕ คะแนน
๑.๒.๑ หลักสูตรการอบรมมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ โครงการ และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ๒๕ คะแนน
๑.๒.๒ แผนการจัดกิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด ซึ่งสอดคล้องและครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมด ๑๐ คะแนน
๑.๒.๓ กระบวนการ การเตรียมความพร้อมในการจัดโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS) ๕ คะแนน
๒. ประสบการณ์ของบุคลากรและความพร้อมของทีมงาน ๕๐ คะแนน
๒.๑ เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในด้านกระบวนการมีส่วนร่วม และความเชี่ยวชาญในการจัดฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ เชี่ยวชาญในด้านการมีส่วนร่วม ๒๐ คะแนน
๒.๑.๑ ผลงานสำคัญที่ผ่านมา ๑๐ คะแนน
๒.๑.๒ วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง ๑๐ คะแนน
๒.๒ มีความรู้ความสามารถครอบคลุมในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ (Climate Change) เน้นการปรับตัว ผลกระทบที่เกิดขึ้น และ การปรับตัวในภาคการเกษตร ๒๐ คะแนน
๒.๒.๑ ผลงานสำคัญที่ผ่านมา ๑๐ คะแนน
๒.๒.๒ วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง ๑๐ คะแนน
๒.๓ จำนวนและความเหมาะสมของบุคลากร ๕ คะแนน
๒.๔ ผู้รับจ้างมีความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะทางเทคนิคที่ช่วยให้การ ดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากที่สุด ๕ คะแนน
๓. ข้อเสนอด้านราคา ๑๐ คะแนน
ดังนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้อง ในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน (แนบท้ายคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๕๔ /๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ให้กระทำได้ ๑.๑ ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ๑.๒ ผู้รับโอนตามข้อ ๑.๑ ดังกล่าวข้างต้นโอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ๒. ห้ามมิให้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ในกรณีสัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงภายใต้โครงการที่ดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ที่กำหนดให้จ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน เบิกจ่ายด้วยวิธีเบิกตรง (Direct Payment) ๓. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ผู้โอนและ ผู้รับโอนจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรมชลประทานทราบตามแบบฟอร์มที่แนบ และจะต้องตกลงยินยอม ผูกพันกับกรมชลประทาน ดังต่อไปนี้ ๓.๑ หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมชลประทานมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจากค่าซื้อ ทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามเงื่อนไขสัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลง ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน รับหรือหักออกไว้ได้ทันที ๓.๒ หากกรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องสั่งจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือ ค่าเช่าทรัพย์สิน ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวดล่าช้าหรือ เหตุอื่นใดก็ตาม ผู้รับโอนยินยอมสละสิทธิ์ในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้นจาก กรมชลประทาน ๓.๓ หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สิน ที่ผู้รับโอนได้รับไปคืนทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงินให้ กรมชลประทานภายในระยะเวลาที่กรมชลประทานกำหนด ๓.๔ หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและผู้รับโอน ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้น จะเกิดจากมูลหนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ที่ผู้รับโอน จะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ๓.๕ หากกรมชลประทาน มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน ๔. การส่งหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง ให้ผู้โอนหรือผู้รับโอนส่งหนังสือบอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องที่หน่วยงานซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามเงื่อนไข สัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงดังกล่าว เพื่อพิจารณาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจเพื่อทราบ เว้นแต่กรณีเป็นอำนาจกรม ให้พิจารณาทำความเห็นเสนอกรมเพื่อทราบ โดยผ่านกองพัสดุ และสำนักกฎหมายและที่ดิน ๕. ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า จะต้องเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีตามจำนวนเงินที่ระบุใน ใบส่งมอบงานหรือใบส่งของ ๖. ผู้รับโอนจะต้องเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินตามจำนวนเงินสุทธิที่ได้รับ เรียน อธิบดีกรมชลประทาน หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง เขียนที่. วันที่........เดือน. .พ.ศ. ข้าพเจ้า.. ตำแหน่ง (ชื่อผู้โอน) โดย. ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทน (ชื่อผู้โอน).. อายุ........... ปรากฏตามหนังสือรับรองของ.....สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สำนักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอำนาจ) ถนน. ตำบล/แขวง.. ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้โอน” และ ตำแหน่ง....... ดังแนบสำนักงานเลขที่ ....อำเภอ/เขต.. ..............จังหวัด. ชื่อผู้รับโอน) เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทน โดย. ..อายุ. ปี (ชื่อผู้รับโอน) ดังแนบ สำนักงานเลขที่ ปรากฏตามหนังสือรับรองของ.....(สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สำนักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอำนาจ).. ตำบล/แขวง. ..............อำเภอ/เขต... จังหวัด ข้าพเจ้า ผู้โอนและผู้รับโอน ขอแจ้งให้กรมชลประทานทราบว่า บัดนี้ ผู้โอนได้โอนสิทธิเรียกร้อง (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน).. .......................สัญญา / ใบสั่ง / ตามที่ผู้โอนมีสิทธิได้รับรวมทั้งค่า K (ถ้ามี) )* / ทั้งหมดโดยไม่จำกัดวงเงิน** ถนน.. ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้รับโอน” รับเงิน ข้อตกลง) เลขที่ ลงวันที่ ภายในวงเงิน .....บาท (............... ยินยอมผูกพันกับกรมชลประทานตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ให้แก่ผู้รับโอน ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามสำเนาสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องดังแนบ โดยผู้โอนและผู้รับโอนตกลง ๑. หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมชลประทานมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจาก... (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน) ข้อตกลง).. เลขที่ ลงวันที่ รับหรือหักออกไว้ได้ทันที ตามเงื่อนไข................สัญญา / ใบสั่ง / ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน ๒. หากกรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องสั่งจ่าย... (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน...ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวด ล่าช้าหรือเหตุอื่นใดก็ตามผู้รับโอนยินยอมสละสิทธิ์ในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้น จากกรมชลประทาน ๓. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องเงิน (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน).. ที่ผู้รับโอน ได้รับไปคืนทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงิน ให้กรมชลประทานภายในระยะเวลา ที่กรมชลประทานกำหนด ๔. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและหรือผู้รับโอน ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้น จะเกิดจากมูลหนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงิน.... ที่ผู้รับโอนจะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน) ๕. หากกรมชลประทาน... - ២- ๕. หากกรมชลประทาน มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทานยกขึ้น เป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน (ลงชื่อ). ผู้โอน (................... ..) (ลงชื่อ) ผู้รับโอน (............. ..) (ลงชื่อ). พยาน ..) (ลงชื่อ).. (........... หมายเหตุ * / ** : โปรดระบุให้ชัดเจนว่าต้องการโอนสิทธิเรียกร้องตาม * หรือ ** และขีดฆ่าข้อความ ที่ไม่ต้องการออก พยาน .) คำสั่งกรมชลประทาน ที่๕๔ /๒๕๖๒ เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามที่ได้มีคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔ และ ที่ ๕๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ไว้แล้ว นั้น เนื่องจากปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้กำหนดให้ส่วนราชการเบิกจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ในระบบ บริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) โดยดำเนินการในลักษณะจ่ายตรงเข้าบัญชี เงินฝากธนาคารของเจ้าหนี้ และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนสิทธิการรับเงินในระบบ GFMIS ไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน และการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๒๘ (๑) และข้อ ๔๑ วรรคสาม มีความคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔ และคำสั่ง กรมชลประทาน ที่ ๕๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ และให้ถือปฏิบัติ ดังนี้ ๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลงซึ่งกรมชลประทานกระทำกับบุคคลภายนอก ให้กระทำได้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ๒. ให้สำนัก กอง โครงการ หรือหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่หรือได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สิน ตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ไว้ในเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง และในสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลง ให้ชัดเจน ๓. เมื่อหน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ให้พิจารณาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจ เพื่อทราบ ตามวงเงินที่ได้รับมอบอำนาจตามคำสั่งกรมชลประทานในการสั่งการและดำเนินการเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งบังคับใช้ในขณะนั้น เว้นแต่กรณีเป็นอำนาจกรม ให้พิจารณาทำความเห็น เสนอกรมเพื่อทราบ โดยผ่านกองพัสดุ และสำนักกฎหมายและที่ดิน ๔. การจ่ายเงิน... - ២ - ๔. การจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือ บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง และการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ให้หน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ทำการเบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สินให้แก่ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องโดยไม่ต้อง แจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับโอนทราบ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 65 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายทองเปลว กองจันทร์) อธิบดีกรมชลประทาน บันทึกข้อความ แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 1 ส่วนราชการ กองการเงินและบัญชี ส่วนการเงิน โทร.๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๑ ที่ ๒ กงม.๑๔๓๐/๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เรียน ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการกอง วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๙๐๐/ว.๑๑๕ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็น หลักประกัน กระทรวงการคลังได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการจากเดิมเป็นดังนี้ (๑) ให้ผู้ให้หลักประกันส่งมอบพันธบัตรให้กับผู้รับหลักประกัน (๒) ให้ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้ง ธปท. ว่ามีการนำพันธบัตรมาใช้เป็นหลักประกัน โดยไม่ต้องนำพันธบัตรไปให้ ธปท. จดข้อความแสดงการใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๗๕๐ เพื่อให้การรับพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันเป็นไปอย่างถูกต้องตามหนังสือดังกล่าว กองการเงินและบัญชี จึงขอซ้อมความเข้าใจแนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน ดังนี้ ๑. การรับหลักประกัน ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค ๑.๑ ผู้ที่ประสงค์จะนำพันธบัตรรัฐบาลมาใช้เป็นหลักประกัน ต้องดำเนินการส่งมอบ ๑.๑.๑ ต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลให้กับผู้รับหลักประกัน ๑.๑.๒ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลพร้อมหนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้แล้วให้ดำเนินการ ทำหนังสือแจ้งการขอใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้ ๑.๒.๑ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒.๒ หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๓) หรือตามแบบ ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดย หัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ๑.๒.๓ สำเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล ๑. สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒) ๒. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ๑.๓ กองการเงิน... -២- แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 2 ๑.๓ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสำนัก กองที่ดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับพันธบัตรรัฐบาลจากกองพัสดุ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ พัสดุ ให้ดำเนินการออกใบรับหลักประกันซองประกวดราคา (ชป.391) ให้แก่ผู้เสนอราคา และลงทะเบียน หนังสือค้ำประกันซอง / สัญญา ๒. การเก็บรักษาหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๕๑ และคำสั่งกรมชลประทานที่ ๕๐/๒๕๕๖ เรื่อง การกำหนดวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการรับและนำส่งเงิน ค่าขายแบบ เงินประกันซอง เงินประกันสัญญา และเงินอื่น ๆ ส่วนกลาง ให้ดำเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) ส่วนภูมิภาค ให้ดำเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ งานการเงินและบัญชีของหน่วยเบิกจ่าย ๓. การคืนหลักประกัน ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค ๓.๑ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับแจ้งการถอนคืนพันธบัตรรัฐบาลให้ดำเนินการทำหนังสือแจ้งการถอนคืน พันธบัตรรัฐบาลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้ ๓.๑.๑ หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๔) ซึ่งระบุ ชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับ มอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ๓.๑.๒ สำเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล ๑. สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒) ๒. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ๓.๒ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสำนัก กองที่ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการหมดภาระผูกพันของผู้เสนอราคา จากกองพัสดุ หรือ หน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ให้ดำเนินการตรวจสอบหลักประกันในทะเบียนหนังสือ ค้ำประกันซอง / สัญญา และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติคืนหลักประกัน และดำเนินการคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอ ราคา โดยผู้เสนอราคาจะต้องนำต้นฉบับใบรับหลักประกันซอง (ชป.391) มาคืน และบันทึกการจ่ายคืน หลักประกันในทะเบียนหนังสือค้ำประกันซอง / สัญญา อนึ่ง... -៣- แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 3 อนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะดำเนินการบันทึกการใช้หรือการถอนพันธบัตรรัฐบาล เป็นหลักประกัน ในระบบทะเบียนเมื่อได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีหนังสือ แจ้งให้หน่วยงานทราบภายในเวลา ๗ วัน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบและดำเนินการต่อไป (นางสาวทิพาภรณ์ วชิราภากร) ผอ.งบ. แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 4 ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ วันที่ เดือน ..พ.ศ.. ข้าพเจ้า. (ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่ ขอส่งมอบตราสารหนี้/พันธบัตร รวมราคาที่ตราไว้ ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน ตราสารหนี้/พันธบัตร .บาท (... (................ เอกสารแนบ ๑ ..) รายละเอียด ดังนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จํานวนเงิน (บาท) รวม ...) สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ลงชื่อ (............. หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท. (เจ้าของกรรมสิทธิ์) ..) แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 5 ทําที่ โทร. วันที่ เดือน พ.ศ. เรื่อง ตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้า (ระบุชื่อ บริษัท/มูลนิธิ/สหกรณ์นิติบุคคล) ขอส่งตัวอย่างลายมือชื่อ ผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันข้าพเจ้าในการโอนกรรมสิทธิ์ รับโอนกรรมสิทธิ์ จำนำ ถอนจำนำ และ จัดการธุรกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับตราสารหนี้ทุกประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน และตัวแทนจ่ายเงิน ดังตัวอย่างลายมือชื่อข้างล่างนี้ ลำดับที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. ชื่อ ตำแหน่ง ตัวอย่างลายมือชื่อ จำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันพร้อมเงื่อนไขในการลงนาม คือ จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ { กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ) สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์เอกสารการจัดตั้งนิติบุคคล 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 3. ข้อบังคับหรือระเบียบของนิติบุคคล ที่กำหนดอำนาจการลงนามแทนนิติบุคคล เอกสารแนบ ២ ร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) ๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างจัดฝึกอบรมจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การ รวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ ๒ ด้วยวิธี ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑.๒ ความเป็นมา โรงเรียนเกษตรกร เป็นกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ที่นำมาใช้ในการส่งเสริมการเกษตร โดยให้ เกษตรกรเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ เพื่อให้เกษตรกรได้ร่วมกันคิด ร่วมกันแก้ไขปัญหา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสามารถตัดสินใจได้ด้วยตนเองในกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่เริ่มปลูกจนกระทั่งเก็บเกี่ยวและหลัง เก็บเกี่ยว (Season Long Training) ทั้งนี้ การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกรตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร จะหลีกเลี่ยง การบรรยายในลักษณะห้องเรียน รูปแบบการเรียนรู้จะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ โดยการปฏิบัติจริง และเรียนรู้โดยการศึกษาทดลอง เปลี่ยนเกษตรกรจากผู้รับและผู้ยอมรับ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มี คุณภาพ ผลผลิต คุ้มค่ากับการลงทุน กระบวนการผลิตปลอดภัยต่อเกษตรกรและผู้บริโภคมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูง สุด เกิดความยั่งยืนทางการเกษตรและไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรจะเข้ารับการฝึกอบรมอย่าง ต่อเนื่องตลอดฤดูกาลเพาะปลูก ตามหลักสูตรที่กำหนด โดยเน้นให้มีการศึกษา ทดลอง วิเคราะห์ และตัดสินใจ โดยตัวเกษตรกร ทั้งนี้ เกษตรกรจะเป็นผู้จัดทำวัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียน รวมทั้งทำแปลงศึกษา ทดลอง ทำสวนแมลง (Insect Zoo) การเก็บตัวอย่างศัตรูพืช เพื่อการจำแนกและศึกษาบทบาทของสิ่งมีชีวิตในระบบ นิเวศ และการวิเคราะห์ระบบนิเวศเกษตรกร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการในแปลง ทดลอง (Field Lab) หรือแปลงสำหรับฝึกหัดเรียนรู้ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของโรงเรียนเกษตรกร ประกอบด้วย พื้นที่ประมาณ ๑ ไร่หรือ ๑,๖๐๐ ตารางเมตร ที่เกษตรกรจะร่วมกันใช้เป็นแปลงศึกษา ทดลอง เปรียบเทียบ กิจกรรมต่างๆ ที่เกษตรกรต้องการหรือควรจะ เรียนรู้ เหมาะสม โรงเรียนเกษตรกรจึงไม่ใช่การก่อสร้างอาคารสถานที่ขึ้นมาใหม่ แต่จะใช้สถานที่ต่าง ๆ ที่มีความ ในละแวกใกล้เคียงกับเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย ประมาณ ๓๐ คน ที่สามารถเดินทางได้โดยสะดวก ซึ่งอาจจะใช้ บ้าน ของเกษตรกรที่จัดทำแปลง หรือการใช้ศาลาเพิงพัก ใต้ร่มไม้ที่มีความเหมาะสม หรือศูนย์พัฒนาด้านการเกษตร เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในพื้นที่ ก็ได้ และควรมีโต๊ะ, เก้าอี้ เพื่อให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ตามแผนการเรียนรู้ ซึ่งโครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน มีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้มีโรงเรียน เกษตรกรตำบลละ ๑ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ ๒๒ ตำบล ของ ๗ อำเภอ ในจังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และ อุตรดิตถ์ และเกษตรกรกลุ่มเป้าหมาย มีจำนวน ๖๒,๐๐๐ คน ใน ๒๐,๐๐๐ ครัวเรือน จึงได้มีการดำเนิน โครงการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) ในระยะที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๖) ดังนั้น โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของ ประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน จึงได้ดำเนินการจัดตั้ง โรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) ในระยะที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๖๗ -๒๕๖๙) เพื่อให้ผลการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกษตรกรสามารถ ตัดสินใจในการดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรในพื้นที่ของตน ให้เป็นไปตามมาตรการที่มีความสอดคล้องกับ การปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลก ระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการเกษตรแบบยั่งยืนจึงได้ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรในระยะที่ ๒ ต่อไป ๑.๓ วัตถุประสงค์ ๑.๓.๑ เพื่อต่อยอดเสริมสร้างการเรียนรู้ของเกษตรกรภายใต้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS) จากการจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรในระยะที่ 11 จนถึงสิ้นสุดโครงการ ๑.๓.๒ เพื่อส่งเสริมความรู้ให้เกษตรกรรับรู้ และเข้าใจถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ (Climate Change) ที่มีต่อตัวเกษตรและการทำการเกษตรในพื้นที่ และสามารถปรับตัวได้ซึ่งเป็นผล จากการโดยใช้การจัดกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเกษตรกร ๑.๓.๓ เพื่อพัฒนาและต่อยอดกระบวนการมีส่วนร่วมและจากการเรียนรู้ของเกษตรกรผ่านการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเกษตรกรในรูปแบบของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม ๑.๓.๔ กำหนดแผนการขยายผลหลังการฝึกอบรมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไป ถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตามประเมินการ ขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่าง ๆ ๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๓,๘๗๔,๒๖๖.๐๐ บาท (สามล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสี่พันสอง หกสิบหกบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย พัสดุ ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร ภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวาง การแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นก่อสร้าง ของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ กรณีมีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อ ตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมี ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดัง กล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒.๑๓ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานประเภทเดียวกันกับงานที่จ้างหรือผลงานประเภทการฝึกอบรม อย่าง ๑ ผลงาน และผลงานดังกล่าวของผู้ยื่นข้อเสนอต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นผลงานที่แล้วเสร็จ ตามสัญญา ส่งมอบถูกต้องครบถ้วนและได้มีการตรวจรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วน ราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่กรม ชลประทาน เชื่อถือ พร้อมยื่นสำเนาสัญญาหรือหลักฐานแห่งข้อผูกพัน หรือหนังสือรับรองผลงานดังกล่าว ลงลายมือรับรอง สำเนาถูกต้อง และประทับตรา (ถ้ามี) พร้อมกับการยื่นข้อเสนอ ๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ เอกสารแนบ ๑ TOR จัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร FFS ระยะที่ ๒ เอกสารแนบ ๒ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน เอกสารแนบ ๓ แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน ๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ระยะเวลาส่งมอบ ๔๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๕. งวดงานและการจ่ายเงิน กรมจะจ่ายค่าจ้างซึ่งให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐ ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามพระราชบัญญัติ แก้ไข เพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ๓๐) พ.ศ. ๒๕๓๔ หมวด ๔ ส่วนมาตรา ๘๐/๑ (๔) ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่าย ทั้งปวงด้วยแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของได้ครบถ้วนตาม สัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ ได้ตรวจรับมอบ จ้างไว้เรียบร้อยแล้ว ๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ กรมใช้หลักเกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่นในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ โดยจะพิจารณาให้คะแนน ตามปัจจัยหลักและน้ำหนักที่กำหนด และผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องได้คะแนนข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนออื่น ผ่านเกณฑ์ ขั้นต่ำที่สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน กรุงเทพฯกำหนด ดังนี้ ๖.๑ จ้างจัดฝึกอบรมจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ ๒ ประกอบด้วย (๑) ราคาที่ยื่นข้อเสนอ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๑๐.๐๐ (๒) ข้อเสนอด้านเทคนิคหรือข้อเสนอื่นๆ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๙๐.๐๐ (๒.๑) ความสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในข้อเสนอ โครงการ กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๔๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๑.๑ มีกรอบแนวคิด และกระบวนการทำงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มีความน่าสนใจ มีประสิทธิภาพและตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ (๑๕ คะแนน) ๒.๑.๒ ความเหมาะสมด้านการออกแบบการฝึกอบรม (๒๕ คะแนน) - หลักสูตรการอบรมมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ และ ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย (๑๐ คะแนน) แผนการจัดกิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินงานโดย ละเอียด ซึ่งสอดคล้องและ ครบถ้วนตามขอบเขตการดำเนินงานทั้งหมด (๕ คะแนน) กระบวนการ การเตรียมความพร้อมในการจัดโรงเรียนเกษตรกร (Farmer Field School-FFS) (๑๐ คะแนน) (๒.๒) ประสบการณ์ของบุคลากรและความพร้อมของทีม งาน กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ ๕๐.๐๐ โดยมีวิธีการให้คะแนน ดังนี้ ๒.๒.๑ เป็นบุคลากรที่มีประสบการณ์ เชี่ยวชาญในด้านกระบวนการมีส่วนร่วม และ ความเชี่ยวชาญในสามารถการจัดฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเชี่ยวชาญในด้านการมีส่วนร่วม (๒๐ คะแนน) ผลงานสำคัญที่ผ่านมา (๑๐ คะแนน) - วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง (๑๐ คะแนน) ๒.๒.๒ มีความรู้ความสามารถครอบคลุมในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ (Climate Change) เน้นการปรับตัว ผลกระทบที่เกิดขึ้น และการปรับตัวในภาคการเกษตร (๒๐ คะแนน) ดำเนินงาน ผลงานสำคัญที่ผ่านมา (๑๐ คะแนน) วุฒิการศึกษา/ประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้อง (๑๐ คะแนน) ๒.๒.๓ จำนวนและความเหมาะสมของบุคลากร (๕ คะแนน) ๒.๒.๔ ผู้รับจ้างมีความสามารถในการให้ข้อเสนอแนะทางเทคนิคที่ช่วยให้การ มีประสิทธิภาพมากที่สุด (๕ คะแนน) ๗. กลุ่มเป้าหมาย เกษตรกร) โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๗.๑ เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่ม ครั้งที่ ๑ และเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ จังหวัด พิษณุโลก อุตรดิตถ์และ สุโขทัย ที่มีความสนใจเพิ่มเติม จำนวน ๒๔๒ ตำบล ไม่น้อยกว่า ๓๐ ราย ต่อโรงเรียน ตลอดอายุสัญญา (โดยผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิงอย่างน้อย ร้อย ละ ๕๐ ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด) พิราม ๗.๒ พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด 22 ตำบลเดิม โดยเชิญเกษตรกรจากตำบลไผ่ขอดอน และตำบลพรหม เข้าร่วมอบรมด้วย ๘. อัตราค่าปรับ ๗.๑ อัตราค่าปรับกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน ๗.๒ กรณีที่นำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก สำนักบริหาร โครงการ กรมชลประทาน กรุงเทพฯ จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของ วงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๙. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด ตามคำสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบันคำสั่ง กรมที่ ๙๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ดังนี้ (๑) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (๒) ผู้รับโอนตามข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ๑๐. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกอง การเงินและบัญชี ที่ กงบ.๑๔๓๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) 00. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสารและผลงาน ข้อมูล เอกสารประกอบการฝึกอบรม เล่มรายงาน และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ ได้ปฏิบัติงานให้กับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่ส่งมอบหรือ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลสรุปการฝึกอบรม และเล่มรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ได้จากการปฏิบัติงานนี้ ให้แก่ผู้ใดหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ๑๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ ๑. นายสุรพงษ์ พวงคต ตำแหน่ง เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ ๒. นายเจษฎาภรณ์ เจริญพงษ์ ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ ๒. นางสาวสุกฤตา อุดรจรัส ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ สังกัดส่วนเศรษฐกิจสังคมและประเมินผลโครงการ สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ ภายใน ๒๒๒๗ ๑๓. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานจ้างการจัดฝึกอบรม โครงการจัดฝึกอบรมจัดตั้ง โรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มี ประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ ๒ โปรดสอบถามมายังกรมชลประทานผ่านไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected] โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ ภายใน ๒๒๒๗ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๖. วงเงินงบประมาณ งบประมาณ จำนวน ๓,๘๗๔,๒๖๖ บาท (สามล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสี่พันสองร้อยหกสิบหกบาทถ้วน) โดยเบิกจ่ายจากกรมชลประทาน อนึ่ง การดำเนินการจ้างดังกล่าวจะดำเนินการโดยใช้จ่ายจากเงินนอก งบประมาณ โดยรับงบประมาณสนับสนุนแบบให้เปล่าจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (GCF) ทั้งนี้กรม ชลประทานขอสงวนสิทธิ์ที่จะยกเลิกการดำเนินการจ้างหากไม่ได้รับงบประมาณดังกล่าว ๗. กลุ่มเป้าหมาย ๗.๑ เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของโรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่ม เกษตรกร) ครั้งที่ ๑ และเกษตรกรในพื้นที่โครงการฯ จังหวัด พิษณุโลก อุตรดิตถ์และ สุโขทัย ที่มีความสนใจ เพิ่มเติม จำนวน ๒๔ ตำบล ไม่น้อยกว่า ๓๐ ราย ต่อโรงเรียน ตลอดอายุสัญญา (โดยผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิง อย่างน้อย ร้อยละ ๕๐ ของผู้เข้ารับการฝึกอบรมทั้งหมด) ๗.๒ พื้นที่ดำเนินการทั้งหมด ๒๒ ตำบลเดิม โดยเชิญเกษตรกรจากตำบลไผ่ขอดอน และตำบลพรหมพิราม เข้าร่วมอบรมด้วย ๘. อัตราค่าปรับ ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานได้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขของสัญญาและ ผู้รับจ้างมิได้บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้างเป็นรายวันเป็นจำนวนเงิน ร้อยละ ๐.๑ ของค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้าง ทำงานแล้วเสร็จ ๙. การจ่ายเงินค่าจ้างและการส่งมอบงาน ผู้ว่าจ้างจะจ่ายเป็นเงินบาทโดยตรงให้แก่ผู้รับจ้าง ภายหลังจากผู้รับจ้างได้ส่งมอบผลงานให้แก่ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของผู้ว่าจ้าง และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับผลงานดังกล่าวเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดจ่ายค่าจ้าง จำนวน ๗ (เจ็ด) งวด ดังนี้
งวดงาน รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน
งวดที่ ๑ รายงานการเริ่มงาน (Inception Report) ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวัน
ลงนามในสัญญา
ผู้รับจ้างส่งมอบแผนงานตลอดโครงการ พร้อม
เอกสารหลักสูตรการฝึกอบรม โดยจัดทำเป็นเล่ม
รายงาน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และจัดทำ
เป็น Digital file (.doc และ .pdf) จำนวนอย่างละ
๗ ชุด และบันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ
๑๒๘ GB จำนวน ๒ อัน ซึ่งประกอบด้วย
๑. รายละเอียดแผนการดำเนินงานตลอดโครงการ
๒. รายละเอียดการจัดฝึกอบรม ประกอบด้วย
หัวข้อสำหรับการฝึกอบรม รายชื่อวิทยากร
กำหนดการ
๑๕% ของค่าจ้าง
ธนาคารแห่งประเทศไทย แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 6 หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้า ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันดังต่อไปนี้ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน รวมราคาที่ตราไว้.. รายละเอียด ดังนี้ .บาท (... วันที่ เดือน .พ.ศ.. ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จํานวนเงิน (บาท) รวม ..) ..) เอกสารแนบ ๓ สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี. หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ที่อยู่สำหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน, ผู้ติดต่อ/ตำแหน่ง และสถานที่ติดต่อ ของผู้รับหลักประกัน) จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (ผู้รับหลักประกัน) ..)
ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
ธนาคารแห่งประเทศไทย แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 7 หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน) (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้) วันที่เเดือน ..พ.ศ... เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า (ผู้รับหลักประกัน) ได้รับตราสารหนี้ของ เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่ บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่ (ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น (................. สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี เลขที่ท้าย รวม จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (...... ....... ..) จำนวนเงิน (บาท) (ผู้รับหลักประกัน) ..)
ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
- ๑๑ - ๑๐. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสารและผลงาน ข้อมูล เอกสารประกอบการฝึกอบรม เล่มรายงาน และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ ได้ปฏิบัติงานให้กับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่ส่งมอบหรือ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลสรุปการฝึกอบรม และเล่มรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ได้จากการปฏิบัติงานนี้ ให้แก่ผู้ใดหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ๑๑. ผู้รับผิดชอบโครงการ ๑๑.๑ นายสุรพงษ์ พวงคต ตำแหน่ง เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ ๑๑.๒ นายเจษฎาภรณ์ เจริญพงษ์ ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ ๑๑.๓ นางสาวสุกฤตา อุดรจรัส ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ สังกัดส่วนเศรษฐกิจสังคมและประเมินผลโครงการ สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ ภายใน ๒๒๒๗ ๑๒. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานจ้างการจัดฝึกอบรม โครงการจัดฝึกอบรมจัดตั้ง โรงเรียนเกษตรกร Farmer Field School-FFS (การรวมกลุ่มเกษตรกร) หลักสูตร การฝึกอบรมเกษตรกรเพื่อ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มี ประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืนระยะที่ ๒ โปรดสอบถามมายังกรมชลประทานผ่านไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected] โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕