ประกวดราคาจ้างก่อสร้างซ่อมสร้างถนนลาดยาง ผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตสาย พจ.ถ.88-065 สายหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 เริ่มบริเวณบ้านนางสมพิศ จันทร์เชื้อถึงบริเวณบ้านนายจักรกฤษ จันทร์เชื้อ
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างถนนลาดยางผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย พจ.ก.38-065 บริเวณหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 ตำบลวัดขวาง อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โดยมีรายละเอียดดังนี้ ขนาดความกว้าง 6.00 เมตร ยาว 560.00 เมตร (ไม่มีไหล่ทาง) ผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE หนาเฉลี่ย 0.05 เมตร หรือมีการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3,350.00 ตารางเมตร
ขอบเขตงานประกอบด้วย งานดินถมดินทาง, งานชั้นรองพื้นทาง, งานชั้นหินทาง, Prime Coat, Tack Coat, และงานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการปฏิบัติงาน ส่งวัสดุเพื่อตรวจสอบ, บดอัดดินให้ได้ตามมาตรฐาน, ควบคุมคุณภาพวัสดุ, และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท (มทช.) และข้อกำหนดใน TOR อย่างเคร่งครัด รวมถึงการตรวจสอบความหนาแน่น, ความเรียบ, และการแก้ไขความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอุปสรรคในการก่อสร้าง เช่น เสาไฟฟ้า และต้องปรับปรุงทางเชื่อมต่อให้ใช้งานได้ดี
English summary
This project involves the construction of an asphalt concrete pavement road on the Pj.K. 38-065 road, located in front of Wat Phrao, Village No. 4, Wat Khwang Subdistrict, Pho Thale District, Phichit Province. The road will be 6.00 meters wide and 560.00 meters long (without shoulders), with an average asphalt concrete pavement thickness of 0.05 meters, covering a construction area of at least 3,350.00 square meters.
The scope of work includes earthwork, subbase course, base course, Prime Coat, Tack Coat, and asphalt concrete pavement. The contractor is responsible for submitting a work plan, providing materials for inspection, compacting the soil to meet standards, ensuring material quality, and managing traffic during construction.
The contractor must strictly adhere to the Department of Rural Roads (DRR) standards and the requirements outlined in the TOR, including density testing, smoothness verification, and repairing any damages that may occur. The contractor is responsible for all expenses related to construction obstacles, such as utility poles, and must improve road connections for proper functionality.
สาย พจ.ก.38-065 สายหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 ตำบลวัดขวาง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ก่อสร้างถนนลาดยางผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย พจ.ก.38-065
- สร้างถนนที่มีความกว้าง 6.00 เมตร และความยาว 560.00 เมตร
- สร้างผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE หนาเฉลี่ย 0.05 เมตร
- ก่อสร้างพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,350.00 ตารางเมตร
ขอบเขตของงาน
- งานดินถมดินทาง: ใช้วัสดุตามมาตรฐาน มทช.204 - 2545, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Procter Density, ถมเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 20 ซม.
- งานชั้นรองพื้นทาง: ใช้วัสดุตามมาตรฐาน มทช.202 - 2557, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density, เกลี่ยแผ่เป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 20 ซม.
- งานชั้นหินทาง: ใช้วัสดุตามมาตรฐาน มทช.253 - 2557, ทดสอบ Sieve Analysis และ Compaction ทุกๆระยะ 1,000 เมตร, ทดสอบ Field Density ทุกๆระยะ 50 เมตร
- งาน Prime Coat: ใช้วัสดุตามมาตรฐาน มทบ.225 - 2562, ยางแอสฟัลท์ชนิด MC - 70 หรือ CSS - 1 ปริมาณ 0.80 - 1.40 ลิตร/ตารางเมตร, ผิวหน้าพื้นทางสะอาดปราศจากฝุ่น
- งาน Tack Coat: ใช้วัสดุตามมาตรฐาน มท.227 - 2545, ยางแอสฟัลท์ชนิด CRS - 2 ปริมาณ 0.13 - 0.30 ลิตร/ตารางเมตร, ทิ้งไว้ 10 - 12 ชั่วโมงก่อนทำผิวชั้นต่อไป
- งานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต: ทำ Prime Coat หรือ Tack Coat ก่อนปู, ความหนาไม่เกิน 50 มม. หากแอ่งลึกไม่เกิน 30 มม., อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 120 องศาเซลเซียส, เก็บตัวอย่างทดสอบทุก 9,000 ตร.ม., บดอัดด้วยรถบดล้อเหล็กและล้อยาง
- การตรวจสอบแอสฟัลท์คอนกรีต: ตรวจสอบลักษณะผิว, ความหนา (เจาะตัวอย่างทุก 250 เมตร), ความแน่น (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของ Marshall Density), ซ่อมหลุมที่เจาะ
- การอํานวยการและควบคุมการจราจร: ติดตั้งป้ายจราจร, จัดบุคลากร, ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่จนกว่าจะเย็นตัว
- การออกแบบส่วนผสมแอสฟัสท์ติกคอนกรีต: ออกแบบเป็นรายโครงการ โดยหน่วยงานราชการหรือสถาบันที่เชื่อถือได้
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- แผนการปฏิบัติงาน (ส่งภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา)
- วัสดุงานทางเพื่อตรวจสอบ (ส่งภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญา)
- ถนนลาดยางผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 6.00 เมตร x 560.00 เมตร
- ผลการทดสอบวัสดุ (ดินถม, รองพื้นทาง, หินทาง, แอสฟัลท์)
- การควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
- แบบ As-Built
ระยะเวลาดำเนินการ
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงาน จัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้างผ่านผู้ควบคุมงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงาน จัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาอย่างชัดเจนในเอกสาร
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- งานดินถมดินทาง: วัสดุตามมาตรฐาน มทช.204 - 2545, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Procter Density
- งานชั้นรองพื้นทาง: วัสดุตามมาตรฐาน มทช.202 - 2557, บดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density
- งานชั้นหินทาง: วัสดุตามมาตรฐาน มทช.253 - 2557
- Prime Coat: มทบ.225 - 2562, ยาง MC - 70 หรือ CSS - 1, ปริมาณ 0.80 - 1.40 ลิตร/ตร.ม.
- Tack Coat: มท.227 - 2545, ยาง CRS - 2, ปริมาณ 0.13 - 0.30 ลิตร/ตร.ม.
- แอสฟัลท์ติกคอนกรีต: อุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 120 องศาเซลเซียส, ความแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของ Marshall Density
เงื่อนไขสัญญา
- ไม่ได้ระบุเงื่อนไขสัญญาอย่างละเอียดในเอกสาร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: วัสดุที่ใช้ในงานดินถมต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
- A: ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุถมคันทาง (มทช.204 - 2545) และผ่านการทดสอบรับรอง
- Q: ต้องบดอัดดินถมแน่นเท่าไหร่?
- A: ต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Procter Density
- Q: วัสดุที่ใช้ในงานชั้นรองพื้นทางต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
- A: ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202 - 2557) และผ่านการทดสอบรับรอง
- Q: ต้องบดอัดชั้นรองพื้นทางแน่นเท่าไหร่?
- A: ต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density
- Q: ต้องทดสอบ Field Density ของชั้นหินทางบ่อยแค่ไหน?
- A: ทดสอบทุกๆระยะ 50 เมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง
- Q: ยางแอสฟัลท์ที่ใช้ในงาน Prime Coat ต้องเป็นชนิดใด?
- A: เป็นชนิด MC - 70 หรือ CSS - 1
- Q: ยางแอสฟัลท์ที่ใช้ในงาน Tack Coat ต้องเป็นชนิดใด?
- A: เป็นชนิด CRS - 2
- Q: อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลท์ติกคอนกรีตขณะปูต้องไม่ต่ำกว่าเท่าไหร่?
- A: ต้องไม่ต่ำกว่า 120 องศาเซลเซียส
- Q: ต้องเจาะตัวอย่างเพื่อตรวจสอบความหนาของผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบ่อยแค่ไหน?
- A: เจาะทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง
- Q: ต้องมีความแน่นของแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเท่าไหร่?
- A: ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของ Marshall Density
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
องค์การบริหารส่วนตําบลวัดขวาง อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร
โครงการ:
ร้อมสร้างถนนลาดยางผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สาย พจ.ก.38-065 สายหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 เริ่มบริเวณ บ้านนางสมพิศ จันทร์เชื่อถึงบริเวณบ้านนายจักรกฤษ จันทร์เรือ
รายการประกอบแบบงานก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต
สํารวจ/ออกแบบ : หจก.นอร์ธเธิร์น เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ อีไซน์
- ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้างผ่านผู้ควบคุมงาน เพื่อที่จะทําการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการ ปฏิบัติงาน
- ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงาน จัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบหรือออกแบบผิวทาง ตามมาตรฐาน
กรมทางหลวงชนบท - งานดินถมดินทาง
3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุถมต้นทาง (มทช.204 - 2545) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละวัน ต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่ต้องการใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุมีความชื้นสม่ําเสมอ ก่อนทําการบดอัดแน่น 3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นๆ หนึ่ง หนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร ทุกขั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Procter Density 4. งานชั้นรองพื้นทาง
4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช.202 - 2557) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่นทอดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 ซม และให้มีความหนาแน่นแต่ละขั้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Modified Proctor Density - งานชั้นหินทาง
5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทาง ชนิดหินคลุก (มทช.253 - 2557) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย( Scarity)ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หาก วัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั้น ตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด จะต้องนําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
5.3 Central Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบ ทุกๆระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้น แต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบทั้งหมดเหมือน General Test ได้
5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) จะทดสอบทุกๆระยะ 50 เมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น - งาน Prime Cos: มทบ.225 - 2562
- ยางแอสฟัลท์ เป็นชนิด MC - 70 หรือ CSS - 1 ปริมาณการใช้ 0.80 - 1,40 ลิตร/ตารางเมตร
6.2
โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด - งาน Tack Coat มท.227 - 2545
7.1 ยางแอสฟัลท์ เป็นชนิด CRS - 2 ปริมาณการใช้ 0.13 - 0.30 ลิตร/ตารางเมตร
7.2 ก่อนที่จะทําการ Tack Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมด แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลท์แล้ว จะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10 - 12 ชั่วโมงก่อนที่จะทําผิวขั้นต่อไป - งานแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มทร. 225 - 2562 หรือ Tack Coat มทร. 227 - 2545 ก่อน
6.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน โดยมีการกวาดฝุ่นก่อนการสเปรย์ยางทุกสายทาง
5.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริม เพื่อปรับระดับ เฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือแองก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนา รวมที่จะปู จะต้องไม่เกิน 50 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 60 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
8.4
ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความ สะอาดทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
8.5 อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลต์คอนกรีตขณะปู ไม่ควรคลาดเคลื่อนไปจากออุณหภูมิเมื่อออกจากโรงงานผสมที่กําหนดให้โดยผู้ควบคุมงาน เกินกว่า 14 องศา เซลเซียส แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ํากว่า 120 องศาเซลเซียส
8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลท์ติกคอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มาช. (ท.)537 - 2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และ ปริมาณแอสฟัลท์ ซีเมนต์ที่ใช้
2.7 การปูแอสฟัลท์ติกคอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอ ทั้งทางด้านตามขวางและตามยาว โดย ไม่มีรอยจิก (Tear ng) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น ให้รีบ แก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
8.6 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้แอสฟัลท์ติกคอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 5 - 10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แห่งจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10 - 12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอยร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 อ้อ อีกครั้งหนึ่ง - การตรวจสอบแอสฟัลท์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture)จะต้องมีระดับความสาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย
เช่น ผิวหน้าหลุด (Puli) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวม หรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความ เสียหายดังกล่าว จะต้องดําเนินการแก้ไข ให้ถูกต้องเรียบร้อย ตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร 9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก้อน ตัวอย่าง ความหนาไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ใน แบบ หากความหนาต่ํากว่าที่กําหนด ให้เจาะตัวอย่าง จํานวน 3 ก้อน ตัวอย่างในแนวตั้งฉากกับถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร ทั้งนี้ อนุญาตให้มีความหนาก้อนตัวอย่างต่ําสุดไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของความหนาที่กําหนดและนํามาหาค่าเฉลี่ยความหนา จะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ 3.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลท์ติกคอนกรีต บนผิวทางเรียบร้อยแล้ว ให้ทําการเจาะก้อนตัวอย่างเป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลท์ติก คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่าง จํานวน 1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดสอบหาความหนาแน่น ซึ่ง จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของ Marshall Density
9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อมด้วยแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ที่มีอุณหภูมิไม่ น้อยกว่า 120 องศาเซลเซียส ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด - การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลท์ตกคอนกรีต ให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทําให้เกิดร่องรอยบนผิว ทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่กรมทางหลวงชนบทกําหนด พร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ ผ่าน จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้
ผิวทางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจะจะให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน - ค่าระดับผิวทางให้ยึดถือตามระดับของผิวถนนเดิมเป็นหลัก ทั้งนี้ให้ยึดถือและตรวจรับงานจ้างตามความหนา ความกว้าง ความยาว หรือพื้นที่รวมเป็นหลัก 12. การออกแบบส่วนผสมแอสฟัสท์ติกคอนกรีต ให้จัดทําโดยหน่วยงานราชการหรือสถาบันที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ ให้ออกแบบเป็นรายโครงการ ไม่อนุญาตให้ใช้
การออกแบบรวมหรือใช้ผลการออกแบบโครงการอื่นมาใช้ในโครงการนี้ได้
Am auz วิศวกรโยธา : 220 ตรวจสอบ :
นายนรินทร์ อินรัตน์) วิศวกรโยธา ย, 9360
แผ่นที่
รายละเอียดโครงการ
เห็นชอบ :
อนุมัติ :
นายศุภกิจ กรุหิน) ผู้อ่านายการกองช่าง
(นางสาวสายสุนี ซึ่งอยู่ข ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลวัดขวาง
(นางสาวสาหร่าย โตเทศ นายกองค์การบริหารส่วนตําบลวัดขวาง
เผ่นที่
แผนท
รวม
02
19
โครงการซ่อมสร้างถนนลาดยาง ผิวจราจรแอสฟัสท์ติกคอนกรีต ฝ่าย พล.ต88-065 สายหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 เริ่มบ้านนางสมพิศ จันทร์เชื้อ ถึง บริเวณบ้านนายจักรกฤษ จันทร์เชื้อ สถานที่ก่อสร้าง สาย พล.ต88-065 สายหน้าวัดพร้าว หมู่ที่ 4 เริ่มบนรถบ้านของผมทิศ จันทร์เชื้อ ถึง บริเวณบ้านนายจักรกฤษ จันทร์เชื้อต่างสดขวาง อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร ปริมาณงาน ขนาดความกว้าง 6.00 เมตร ยาว 560.00 เมตร (ไม่มีไหล่ทาง) หนา 0.04 เมตร ผิวทาง ASPHALTIC CONCRETE หนาเฉลี่ย 0.05 เมตร หรือมีการก่อสร้างไม่น้อยกว่า 3,350.00 ตารางเมตร
รายการประกอบแบบ - มิติที่แสดงในแบบมีหน่วยเป็นเมตร นอกจากระบุเป็นอย่างอื่นไม่อนุญาตให้มีตรายจากแบบ
- วัสดุทั้งหมดในแบบก่อสร้างและรายละเอียดประกอบแบบจะต้องได้รับเห็นชอบจากช่างผู้ควบคุมงานของเทศบาล ฯ ก่อนดําเนินการก่อสร้าง
- ดับและแตกอาจกําหนให้โดยช่างผู้ควบคุมงานและผู้ออกแบบโครงการ
- เป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างในการหาและดําเนินการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อโครงสร้างและสิ่งอื่น เช่น ทรัพย์ใน
ซึ่งสาธารณูปโภค ความปลอดภัยของชีวิตคนงานหรือบุคคลอื่น ๆ ในระหว่างทําการก่อสร้าง - หากในการก่อสร้างจริงเกิดความคลาดเคลื่อนไปจากแบบก่อสร้าง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งช่างผู้ควบคุมงานและคณะกรรมการตรงกลางทราบทันทีเพื่อดําเนินการแก้ไขและก่อสร้าง ตามคําแนะนําในทันทีเมื่อการแก้ไขนั้นไม่ผิดไปจากรายการสําคัญในรูปแบบ ฯ แต่เป็นส่วนที่จําเป็นต้องกระทําเพื่อให้งานก่อสร้างเป็นไปโดยเรียบร้อยรวมถึงความมั่นคงแข็งแรง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นยอมที่จะทํางานนั้นโดยไม่คิดค่าจ้างเป็นสารที่ตกลงไว้และไม่เรียกร้องสิทธิ์ในการขอต่อระยะเวลาการก่อสร้างใด ๆ
- การก่อสร้างนั้น ต้องเป็นไปตามรูปแบบและรายการละเอียดต่อท้ายสัญญาต่าง ๆ และผู้รับจ้างรับรองว่าได้ตามแบบรูปและรายการละเอียดต่าง ๆ ที่กล่าวไว้ทั้งหมดโดยถ้วนทุกอย่างแล้ว
- กรณีเสาไฟฟ้า โทรศัพท์ ท่อเมนประปา หรืออุปสรรคขวางแนวก่อสร้างอื่น ๆ ทําให้เกิดปัญหาและอุปสรรคจะต้องแจ้งให้ช่างคุมงานเพื่อ
พิจารณาแก้ไขส่วนค่าใช้จ่ายผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด - จุดเชื่อมทางธรรม ทางแยก ผู้รับจ้างจะต้องดําเนินการตามสภาพความเป็นส่วนให้ใช้การได้ดี
- ผู้รับจ้างจะต้องทําการเกลี่ย ปรับระดับและบดอัดแน่นทนทางเดินตามมาตรฐานที่กําหนด
- รายละเอียดในแบบแปลน ขัดแย้งกับรายละเอียดโครงการ ให้ยึดถือรายละเอียดโครงการเป็นสําคัญ
- หากปริมาณ เนื้องานที่ก่อสร้างไม่ครบถ้วนตามข้อกําหนด ในรายละเอียดโครงการก่อสร้าง หรือแบบแปลน ให้ผู้ว่าจ้างหักเงินค่าผ้าจากผู้รับจ้าง
- ให้ผู้ควบคุมงานตรวสอบและควบคุมให้เป็นไปตามรูปแบบและรายละเอียดและข้อกําหนดในสัญญาจ้างทุกประการโดยสั่งเปลี่ยนแปลง
แก้ไขเพิ่มเติม หรือ ตอนค้างได้ตามที่เห็นสมควรและตามหลักวิชาช่างเพื่อให้เป็นไปตาม รูปแบบรายละเอียด และข้อกําหนในสัญญา - ให้ผู้ควบคุมงานรายงานการปฏิบัติงาน รวมทั้งปัญหาอุปสรรคแก่คณะกรรมการควรล้าง รับราย
- หากพบจะต้องมีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงรูปแบบและรายการให้ช่างผู้ควบคุมงานรายงานแก่คณะกรรมการโดยเร็วเพื่อให้คณะกรรมการการค้าเสนอความเห็น แต่ ผู้สั่งจ้างเพื่อพิจารณาเสนอต่อไป
- งานเทคอนกรีต ก่อนทําการเทคอนกรีตทุกครั้ง ผู้รับจ้างจะต้องแจ้งผู้ควบคุมงานเข้าไปตรวจสอบและได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานก่อนทําการเทคอนกรีต
- จุดวางท่อสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามเหมาะสม ไม่ต้องมีปริมาณงานโรมทั้งโครงการไม่น้อยกว่าที่กําหนด พร้อมกําแพงปากท่อทั้งสองด้านทุกจุด โดยอ้างอิงตามแบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (งานตอนตลาดป้องกันการกัด ปลายท่อระบายน้ําชนิด) แบบเลขที่ 10-5-103
- ผู้รับจ้างดําเนินการสํารวจเพื่อวางแนวเส้นทางและกําหนดระดับก่อนการลงมือก่อสร้างพร้อมจัดทําแบบ As-Buat อีกครั้ง โดยแนวและระดับการก่อสร้างอาจเปลี่ยนแปลงได้ตาม ความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ออกแบบโครงการเป็นนายลักษณ์อักษร และต้องคํานวณปริมาณงานดินเปรียบเทียบกับปริมาณงานตามแบบแปลน
หากมีปริมาณงานน้อยกว่าแบบแปลนเงินให้ทําการคืนเงินในส่วนนั้น
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
แบบขยายฝาตะแกรงเหล็กปิดบ่อพัก
แบบมาตรฐานป้ายจราจรบังคับและป้ายเตือน
สารบัญแบบ
แบบแสดง / ชื่อแบบ
แผ่นที
แบบแสดง เชื่อแบบ
01
ปกแบบ
11
02
03
สารบัญแบบ + รายการประกอบแบบ
แผนที่พอสังเขป
12
13
แบบรางระบายน้ํา
04
รูปตัดทั่วไป, บัญชีแสดงปริมาณงาน
14
05
แปลนโครงการ
15
06
แปลนโครงการ, รูปตัดตามยาว
16
แบบมาตรฐานป้ายจราจรป้ายเตือน
07
แปลนโครงการ, รูปตัดตามยาว
17
08
รูปตัว Cross Section
18
09
รูปตัด Cross Section
19
แบบป้ายโครงการ
10
รูปตัด Cross Section
แบบมาตรฐานป้ายจราจรป้ายเตือน
แบบมาตรฐานการติดตั้งป้ายจราจร (แบบป้ายเดียว)
เอ็นเป็นรัง แอนด์
NE!
เอร์เรร์ย
เอนต์ ทีโย,