จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture)

กรมชลประทาน 68019234004
฿15,193,200 ปีงบ 2568 ประกาศ 10 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการเกษตร, พัฒนาทักษะและเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด, สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนโรงเรียนเกษตรกรเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงตลาด, และกำหนดแผนการขยายผลหลังการประชุม วงเงินงบประมาณ 15,193,200 บาท ผู้เสนอราคาต้องมีความสามารถตามกฎหมายและปฏิบัติตามขอบเขตงานที่กำหนด ซึ่งรวมถึงการออกแบบและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ, การจัดเตรียมอาหาร, และการจัดทำรายงานความก้าวหน้าตามงวดงานที่กำหนด กลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 22 ตำบล ในจังหวัดพิษณุโลก, อุตรดิตถ์ และสุโขทัย โดยแต่ละตำบลเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 10 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 30 คนต่อครั้งต่อตำบล ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิงอย่างน้อยร้อยละ 50

English summary

This project aims to design and organize workshops to share knowledge and experiences among farmers in adapting to climate change in agriculture, develop skills and learn best practices, create understanding of driving farmer schools to support market access, and define an expansion plan after the workshops. The budget is 15,193,200 baht. Bidders must have legal capacity and comply with the scope of work, including designing and organizing learning activities in various formats, providing meals, and preparing progress reports according to the specified installments. The target group is farmers and local officials in 22 sub-districts in Phitsanulok, Uttaradit, and Sukhothai provinces. Each sub-district must participate in at least 10 sessions with at least 30 participants per session per sub-district throughout the contract period. At least 50% of the participants must be female.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ออกแบบและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแบ่งปันความรู้ในการตั้งรับปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้านการเกษตร
  • ดำเนินการพัฒนาทักษะ การเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากบทเรียนที่ได้รับจากการประชุม
  • สร้างความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนและแบ่งปันความรู้ของโรงเรียนเกษตรกร เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงตลาด รวมถึงสนับสนุนการศึกษาดูงานที่มีกลุ่มเกษตรกรบริหารงานโดยสตรีเป็นหลัก
  • กำหนดแผนการขยายผลหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำความรู้ไปถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตามประเมินการขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่างๆ

ขอบเขตของงาน

  • ออกแบบ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การบรรยาย สาธิต ฝึกปฏิบัติ
  • จัดเตรียมอาหารให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด
  • จัดทำรายงานความก้าวหน้าตามงวดงานที่กำหนด
  • ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน 22 ตำบล ตำบลละ 10 ครั้ง (ครั้งที่ 1 จำนวน 1 ครั้ง และ ครั้งที่ 2-4 จำนวน 3 ครั้ง และครั้งที่ 5-7 จำนวน 3 ครั้ง และ ครั้งที่ 8-10 จำนวน 3 ครั้ง)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการเริ่มงาน (Inception Report)
  • รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ฉบับที่ ๑ – ๗
  • สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครบ 22 ตำบล
  • รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report)
  • เอกสารหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ (เป็นเล่มและไฟล์ดิจิทัล)
  • ภาพถ่ายและวีดีโอ
  • รายงานการประเมินผล
  • แผนการขยายผล

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลาโครงการ: 480 วัน

  • งวดที่ 1: ภายใน 30 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 2: ภายใน 90 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 3: ภายใน 120 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 4: ภายใน 210 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 5: ภายใน 240 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 6: ภายใน 330 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 7: ภายใน 360 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 8: ภายใน 450 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา
  • งวดที่ 9: ภายใน 480 วัน หลังจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: มีความสามารถตามกฎหมาย
  • Technical Capabilities:
    • ความเหมาะสมด้านการออกแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ
    • มีกรอบแนวคิด รูปแบบการจัดกิจกรรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ
    • การจัดหาวิทยากร / ผู้ให้ข้อมูลในพื้นที่อย่างเหมาะสม
  • Personnel: -

เกณฑ์การพิจารณา

  • ข้อเสนอด้านเทคนิค (คุณภาพ) 100 คะแนน
    • ความสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในข้อเสนอโครงการ (55 คะแนน)
      • ความเหมาะสมด้านการออกแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ (20 คะแนน)
      • มีกรอบแนวคิด รูปแบบการจัดกิจกรรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ (20 คะแนน)
      • การจัดหาวิทยากร / ผู้ให้ข้อมูลในพื้นที่อย่างเหมาะสม (15 คะแนน)
    • ความเหมาะสม คุณภาพของการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ (35 คะแนน)
      • รูปแบบการจัดพาหนะสำหรับเดินทาง (ตามความเหมาะสมของหลักสูตรกับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม) (15 คะแนน)
      • ผู้รับจ้างดำเนินการจัดเตรียมอาหาร ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด (20 คะแนน)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การออกแบบหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ
  • การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ
  • การจัดเตรียมอาหารให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม
  • การจัดทำรายงานความก้าวหน้าและรายงานสรุปผล
  • การจัดทำเอกสารและไฟล์ดิจิทัล
  • การถ่ายภาพและวีดีโอ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายตามงวดงาน (9 งวด)
    • งวดที่ 1: 15%
    • งวดที่ 2: 5%
    • งวดที่ 3: 5%
    • งวดที่ 4: 20%
    • งวดที่ 5: 5%
    • งวดที่ 6: 20%
    • งวดที่ 7: 5%
    • งวดที่ 8: 20%
    • งวดที่ 9: 5%
  • อัตราค่าปรับ: 0.10% ต่อวันของราคาค่าจ้างในแต่ละงวด
  • ค่าปรับการจ้างช่วง: 10% ของวงเงินงานจ้างช่วง
  • การโอนสิทธิเรียกร้อง: เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมชลประทานกำหนด
  • กรรมสิทธิ์ในข้อมูล: ข้อมูลและผลงานทั้งหมดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมการประชุมแต่ละครั้งหรือไม่?
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งไม่น้อยกว่า 30 คน
  • โครงการนี้จะดำเนินการในพื้นที่ใดบ้าง?
    • โครงการนี้จะดำเนินการในพื้นที่ 22 ตำบล ในจังหวัดพิษณุโลก, อุตรดิตถ์ และสุโขทัย
  • ผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิงจำนวนเท่าไหร่?
    • ผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิงอย่างน้อยร้อยละ 50
  • ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอาหารให้ผู้เข้าร่วมด้วยหรือไม่?
    • ใช่ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการจัดเตรียมอาหารให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด
  • ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานในรูปแบบใดบ้าง?
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานทั้งในรูปแบบเล่มและไฟล์ดิจิทัล (doc และ pdf)
  • การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งหมดมีกี่ครั้ง?
    • การประชุมเชิงปฏิบัติการทั้งหมด 22 ตำบล ตำบลละ 10 ครั้ง
  • จะมีการประเมินผลการประชุมอย่างไร?
    • จะมีการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของการประชุมเชิงปฏิบัติการ และมีข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง
  • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานในรูปแบบใดบ้าง?
    • ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานตามงวดงานที่กำหนด ทั้งรายงาน, เอกสาร, ภาพถ่าย, วีดีโอ และไฟล์ดิจิทัล
  • หากผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้า จะมีค่าปรับอย่างไร?
    • มีค่าปรับในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน
  • ผู้รับจ้างสามารถจ้างช่วงงานได้หรือไม่?
    • ห้ามนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทาน

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจ้างจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกร ผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ๑.๒ ความเป็นมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ของประเทศไทยเชื่อมโยงกันในหลายมิติกับสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศของโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล ความแปรปรวนของระบบมหาสมุทร ซึ่งมีผลต่อความแปรปรวนและการเปลี่ยนแปลงในปริมาณน้ำฝน และระดับอุณหภูมิในประเทศไทย และถือเป็นปัจจัย เสี่ยงต่อการพัฒนาภาคเกษตร ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตของภาคเกษตรโดยตรง รวมถึงการเจริญเติบโตของภาค เกษตร โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme : UNDP) และ กองทุน ภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เห็นว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และพัฒนา วิถีการดำรงชีวิตของประชากรที่ได้รับผลกระทบให้ดีขึ้น ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตแบบสีเขียว ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเป็นแนวทางที่สามารถ ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้ยากไร้ให้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงพิจารณาให้ความ ช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทย โดยผ่านโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน ลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) เพื่อยกระดับ โครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมและน่าน ภายใต้กรอบแผนงานความร่วมมือ (Country Programme Document : CPD) ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๕-๒๕๖๙ : เร่งให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบมี ส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยยึดตามแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืน ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ มีความ ยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปรับตัวภาคการเกษตรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ การจัดการน้ำ การจัดการดิน การจัดการ ด้านสายพันธุ์ การจัดการปุ๋ย การจัดการด้านพื้นที่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำฟาร์ม การทำเกษตร ผสมผสานหรือหมุนเวียน ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลผลิตทางการเกษตร ดังนั้น เกษตรกรจึงเริ่มมีการปรับตัวเพื่อตั้งรับกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นด้วยแนวทางและเทคนิคต่าง ๆ รวมถึงการเรียนรู้และพร้อมที่จะปรับตัว ตลอดเวลา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในระยะยาว ดังนั้น การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกันจึง มีความจำเป็นต้องออกแบบหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้เกิดเรียนรู้ การพัฒนาเกิดทักษะ การคิดวิเคราะห์ แบบบูรณาการและมีความเชื่อมโยงกับทุกระบบที่เกี่ยวข้อง ๑.๓ วัตถุประสงค์ ๑.๓.๑ ออกแบบและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแบ่งปันความรู้ในการตั้งรับปรับตัวต่อสภาพ ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้านการเกษตร ๑.๓.๒ ดำเนินการพัฒนาทักษะ การเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากบทเรียนที่ได้รับจากการ ๑.๓.๓ สร้างความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนและแบ่งปันความรู้ของโรงเรียนเกษตรกร เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงตลาด รวมถึงสนับสนุนการศึกษาดูงานที่มีกลุ่มเกษตรกรบริหารงานโดยสตรีเป็นหลัก ๑.๓.๔ กำหนดแผนการขยายผลหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำ ความรู้ไปถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตาม ประเมินการขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่าง ๆ ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ... (ข้อมูลอื่นๆ) ๓. ขอบเขตการดำเนินงาน ๓.๑ ออกแบบ และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การบรรยาย สาธิต ฝึกปฏิบัติ ... (รายละเอียดอื่นๆ) ๕. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
ข้อเสนอด้านเทคนิค (คุณภาพ) คะแนนเต็ม
๑. ความสอดคล้องกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ในข้อเสนอโครงการ ๕๕
๑.๑ ความเหมาะสมด้านการออกแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการ ๒๐
๑.๒ มีกรอบแนวคิด รูปแบบการจัดกิจกรรม และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ๒๐
๑.๓ การจัดหาวิทยากร / ผู้ให้ข้อมูลในพื้นที่อย่างเหมาะสม ๑๕
๒. ความเหมาะสม คุณภาพของการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ๓๕
๒.๑ รูปแบบการจัดพาหนะสำหรับเดินทาง (ตามความเหมาะสมของหลักสูตรกับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม) ๑๕
๒.๒ ผู้รับจ้างดำเนินการจัดเตรียมอาหาร ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ๒๐
๖. วงเงินงบประมาณ ... (ข้อมูลอื่นๆ) ๗. กลุ่มเป้าหมาย ... (ข้อมูลอื่นๆ) ๘. อัตราค่าปรับ ... (ข้อมูลอื่นๆ) ๙. การจ่ายเงินค่าจ้างและการส่งมอบงาน
งวดงาน รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน
งวดที่ ๑ รายงานการเริ่มงาน (Inception Report) ภายใน ๓๐ วัน นับถัดจากวัน | ๑๕%
ผู้รับจ้างส่งมอบแผนงานตลอดโครงการ พร้อม | ลงนามในสัญญา
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้อง ในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน (แนบท้ายคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๕๔ /๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ให้กระทำได้ ๑.๑ ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ๑.๒ ผู้รับโอนตามข้อ ๑.๑ ดังกล่าวข้างต้นโอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ๒. ห้ามมิให้มีการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ในกรณีสัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงภายใต้โครงการที่ดำเนินการด้วยเงินกู้หรือเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ ที่กำหนดให้จ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน เบิกจ่ายด้วยวิธีเบิกตรง (Direct Payment) ๓. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ผู้โอนและ ผู้รับโอนจะต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้กรมชลประทานทราบตามแบบฟอร์มที่แนบ และจะต้องตกลงยินยอม ผูกพันกับกรมชลประทาน ดังต่อไปนี้ ๓.๑ หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมชลประทานมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจากค่าซื้อ ทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามเงื่อนไขสัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลง ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน รับหรือหักออกไว้ได้ทันที ๓.๒ หากกรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องสั่งจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือ ค่าเช่าทรัพย์สิน ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวดล่าช้าหรือ เหตุอื่นใดก็ตาม ผู้รับโอนยินยอมสละสิทธิ์ในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้นจาก กรมชลประทาน ๓.๓ หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สิน ที่ผู้รับโอนได้รับไปคืนทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงินให้ กรมชลประทานภายในระยะเวลาที่กรมชลประทานกำหนด ๓.๔ หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและผู้รับโอน ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้น จะเกิดจากมูลหนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ที่ผู้รับโอน จะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง ๓.๕ หากกรมชลประทาน มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน ๔. การส่งหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง ให้ผู้โอนหรือผู้รับโอนส่งหนังสือบอกกล่าว การโอนสิทธิเรียกร้องที่หน่วยงานซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามเงื่อนไข สัญญา ใบสั่ง หรือข้อตกลงดังกล่าว เพื่อพิจารณาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจเพื่อทราบ เว้นแต่กรณีเป็นอำนาจกรม ให้พิจารณาทำความเห็นเสนอกรมเพื่อทราบ โดยผ่านกองพัสดุ และสำนักกฎหมายและที่ดิน ๕. ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า จะต้องเป็นผู้ออกใบกำกับภาษีตามจำนวนเงินที่ระบุใน ใบส่งมอบงานหรือใบส่งของ ๖. ผู้รับโอนจะต้องเป็นผู้ออกใบเสร็จรับเงินตามจำนวนเงินสุทธิที่ได้รับ เรียน อธิบดีกรมชลประทาน หนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง เขียนที่. วันที่........เดือน. .พ.ศ. ข้าพเจ้า.. ตำแหน่ง (ชื่อผู้โอน) โดย. ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทน (ชื่อผู้โอน).. อายุ........... ปรากฏตามหนังสือรับรองของ.....สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สำนักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอำนาจ) ถนน. ตำบล/แขวง.. ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “ผู้โอน” และ ตำแหน่ง....... ดังแนบสำนักงานเลขที่ ....อำเภอ/เขต.. ..............จังหวัด. ชื่อผู้รับโอน) เป็นผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อแทน โดย. ..อายุ. ปี (ชื่อผู้รับโอน) ดังแนบ สำนักงานเลขที่ ปรากฏตามหนังสือรับรองของ.....(สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าเขต กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ / สำนักงานพาณิชย์จังหวัด / และหรือหนังสือมอบอำนาจ).. ตำบล/แขวง. ..............อำเภอ/เขต... จังหวัด ข้าพเจ้า ผู้โอนและผู้รับโอน ขอแจ้งให้กรมชลประทานทราบว่า บัดนี้ ผู้โอนได้โอนสิทธิเรียกร้อง (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน).. .......................สัญญา / ใบสั่ง / ตามที่ผู้โอนมีสิทธิได้รับรวมทั้งค่า K (ถ้ามี) )* / ทั้งหมดโดยไม่จำกัดวงเงิน** ถนน.. ซึ่งต่อไปนี้ เรียกว่า “ผู้รับโอน” รับเงิน ข้อตกลง) เลขที่ ลงวันที่ ภายในวงเงิน .....บาท (............... ยินยอมผูกพันกับกรมชลประทานตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ ให้แก่ผู้รับโอน ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามสำเนาสัญญาโอนสิทธิเรียกร้องดังแนบ โดยผู้โอนและผู้รับโอนตกลง ๑. หากมีค่าเสียหายหรือเงินอื่นใดที่กรมชลประทานมีสิทธิจะได้รับ หรือหักออกจาก... (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน) ข้อตกลง).. เลขที่ ลงวันที่ รับหรือหักออกไว้ได้ทันที ตามเงื่อนไข................สัญญา / ใบสั่ง / ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน ๒. หากกรมชลประทาน มีความจำเป็นต้องสั่งจ่าย... (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน...ล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลาที่สมควร ไม่ว่าเนื่องจากสาเหตุการอนุมัติเงินประจำงวด ล่าช้าหรือเหตุอื่นใดก็ตามผู้รับโอนยินยอมสละสิทธิ์ในการเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายอื่นใดในระหว่างที่ล่าช้านั้น จากกรมชลประทาน ๓. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องเงิน (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน).. ที่ผู้รับโอน ได้รับไปคืนทั้งหมดหรือบางส่วนแล้ว ผู้โอนและผู้รับโอนขอรับผิดชอบใช้เงิน ให้กรมชลประทานภายในระยะเวลา ที่กรมชลประทานกำหนด ๔. หากกรมชลประทาน มีสิทธิเรียกร้องจากผู้โอนและหรือผู้รับโอน ไม่ว่าสิทธิเรียกร้องนั้น จะเกิดจากมูลหนี้ใดๆ หรือจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังการโอนสิทธิเรียกร้องในครั้งนี้ ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทาน นำสิทธิเรียกร้องดังกล่าวมาหักกลบลบกับเงิน.... ที่ผู้รับโอนจะได้รับตามสัญญาโอนสิทธิเรียกร้อง (ค่าซื้อทรัพย์สิน / ค่าจ้างทำของ / ค่าเช่าทรัพย์สิน) ๕. หากกรมชลประทาน... - ២- ๕. หากกรมชลประทาน มีข้อต่อสู้ใดๆ ต่อผู้โอน ผู้รับโอนยินยอมให้กรมชลประทานยกขึ้น เป็นข้อต่อสู้แก่ผู้รับโอนได้เช่นกัน (ลงชื่อ). ผู้โอน (................... ..) (ลงชื่อ) ผู้รับโอน (............. ..) (ลงชื่อ). พยาน ..) (ลงชื่อ).. (........... หมายเหตุ * / ** : โปรดระบุให้ชัดเจนว่าต้องการโอนสิทธิเรียกร้องตาม * หรือ ** และขีดฆ่าข้อความ ที่ไม่ต้องการออก พยาน .) คำสั่งกรมชลประทาน ที่๕๔ /๒๕๖๒ เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามที่ได้มีคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔ และ ที่ ๕๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ เรื่อง การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าจ้างหรือค่าซื้อทรัพย์สิน ไว้แล้ว นั้น เนื่องจากปัจจุบันกรมบัญชีกลางได้กำหนดให้ส่วนราชการเบิกจ่ายเงินให้เจ้าหนี้ในระบบ บริหารการเงินการคลังภาครัฐด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) โดยดำเนินการในลักษณะจ่ายตรงเข้าบัญชี เงินฝากธนาคารของเจ้าหนี้ และได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการโอนสิทธิการรับเงินในระบบ GFMIS ไว้แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน และการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกเงินจากคลัง การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บ รักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๒๘ (๑) และข้อ ๔๑ วรรคสาม มีความคล่องตัวและมี ประสิทธิภาพ จึงให้ยกเลิกคำสั่งกรมชลประทาน ที่ ๓๔๕/๒๕๔๔ ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๔ และคำสั่ง กรมชลประทาน ที่ ๕๐๑/๒๕๔๕ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ และให้ถือปฏิบัติ ดังนี้ ๑. การโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ตามสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลงซึ่งกรมชลประทานกระทำกับบุคคลภายนอก ให้กระทำได้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไข ตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ๒. ให้สำนัก กอง โครงการ หรือหน่วยงาน ซึ่งมีหน้าที่หรือได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการจัดซื้อ จัดจ้าง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สิน ตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ไว้ในเอกสารเกี่ยวกับการจัดซื้อ จัดจ้าง และในสัญญา ใบสั่งหรือข้อตกลง ให้ชัดเจน ๓. เมื่อหน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้เบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ได้รับหนังสือบอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้องแล้ว ให้พิจารณาทำความเห็นเสนอผู้มีอำนาจ เพื่อทราบ ตามวงเงินที่ได้รับมอบอำนาจตามคำสั่งกรมชลประทานในการสั่งการและดำเนินการเกี่ยวกับ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งบังคับใช้ในขณะนั้น เว้นแต่กรณีเป็นอำนาจกรม ให้พิจารณาทำความเห็น เสนอกรมเพื่อทราบ โดยผ่านกองพัสดุ และสำนักกฎหมายและที่ดิน ๔. การจ่ายเงิน... - ២ - ๔. การจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน ภายหลังจากที่ได้รับหนังสือ บอกกล่าวการโอนสิทธิเรียกร้อง และการโอนสิทธิเรียกร้องในเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่า ทรัพย์สินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่แนบท้ายคำสั่งนี้ ให้หน่วยเบิกจ่ายส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค ทำการเบิกจ่ายเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สินให้แก่ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้องโดยไม่ต้อง แจ้งความยินยอมในการโอนสิทธิเรียกร้องให้ผู้รับโอนทราบ ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 65 กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายทองเปลว กองจันทร์) อธิบดีกรมชลประทาน บันทึกข้อความ แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 1 ส่วนราชการ กองการเงินและบัญชี ส่วนการเงิน โทร.๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๑ ที่ ๒ กงม.๑๔๓๐/๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เรียน ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการกอง วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ที่ กค ๐๙๐๐/ว.๑๑๕ ลงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๘ เรื่อง แนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็น หลักประกัน กระทรวงการคลังได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการจากเดิมเป็นดังนี้ (๑) ให้ผู้ให้หลักประกันส่งมอบพันธบัตรให้กับผู้รับหลักประกัน (๒) ให้ผู้รับหลักประกันมีหนังสือแจ้ง ธปท. ว่ามีการนำพันธบัตรมาใช้เป็นหลักประกัน โดยไม่ต้องนำพันธบัตรไปให้ ธปท. จดข้อความแสดงการใช้เป็นหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๗๕๐ เพื่อให้การรับพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันเป็นไปอย่างถูกต้องตามหนังสือดังกล่าว กองการเงินและบัญชี จึงขอซ้อมความเข้าใจแนวทางการใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน ดังนี้ ๑. การรับหลักประกัน ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค ๑.๑ ผู้ที่ประสงค์จะนำพันธบัตรรัฐบาลมาใช้เป็นหลักประกัน ต้องดำเนินการส่งมอบ ๑.๑.๑ ต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลให้กับผู้รับหลักประกัน ๑.๑.๒ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับต้นฉบับพันธบัตรรัฐบาลพร้อมหนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้แล้วให้ดำเนินการ ทำหนังสือแจ้งการขอใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกันต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้ ๑.๒.๑ หนังสือส่งมอบใบตราสารหนี้ (เอกสารแนบ ๑) ๑.๒.๒ หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๓) หรือตามแบบ ที่ ธปท. กำหนด ซึ่งระบุชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดย หัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับพัสดุ ๑.๒.๓ สำเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล ๑. สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒) ๒. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ๑.๓ กองการเงิน... -២- แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 2 ๑.๓ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสำนัก กองที่ดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับพันธบัตรรัฐบาลจากกองพัสดุ หรือหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ พัสดุ ให้ดำเนินการออกใบรับหลักประกันซองประกวดราคา (ชป.391) ให้แก่ผู้เสนอราคา และลงทะเบียน หนังสือค้ำประกันซอง / สัญญา ๒. การเก็บรักษาหลักประกัน การเก็บรักษาหลักประกันให้เป็นไปตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินจากคลัง การเก็บรักษาเงิน และการนำเงินส่งคลัง พ.ศ.๒๕๕๑ และคำสั่งกรมชลประทานที่ ๕๐/๒๕๕๖ เรื่อง การกำหนดวิธีปฏิบัติ เกี่ยวกับการรับและนำส่งเงิน ค่าขายแบบ เงินประกันซอง เงินประกันสัญญา และเงินอื่น ๆ ส่วนกลาง ให้ดำเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) ส่วนภูมิภาค ให้ดำเนินการเก็บรักษาพันธบัตรรัฐบาลไว้ในตู้นิรภัยที่ งานการเงินและบัญชีของหน่วยเบิกจ่าย ๓. การคืนหลักประกัน ส่วนกลาง และ ส่วนภูมิภาค ๓.๑ งานพัสดุหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นของหน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับ การพัสดุ (ผู้รับหลักประกัน) เมื่อได้รับแจ้งการถอนคืนพันธบัตรรัฐบาลให้ดำเนินการทำหนังสือแจ้งการถอนคืน พันธบัตรรัฐบาลต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และส่งเอกสาร ดังนี้ ๓.๑.๑ หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (เอกสารแนบ ๔) ซึ่งระบุ ชื่อผู้ให้หลักประกัน รุ่นตราสารหนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย ราคาที่ตราไว้ และลงนามโดยหัวหน้าหน่วยงานที่ได้รับ มอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ๓.๑.๒ สำเนาพันธบัตรรัฐบาล พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง พร้อมแนบ กรณีบุคคลธรรมดา สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง กรณีนิติบุคคล ๑. สำเนาหนังสือรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ที่ออกไว้ไม่เกิน ๑ เดือน หรือหนังสือ แสดงความเป็นนิติบุคคลที่ออกโดยส่วนราชการ พร้อมลงลายมือชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง และตราประทับ (ถ้ามี) และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม (เอกสารแนบ ๒) ๒. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม พร้อมลงลายมือชื่อรับรอง สำเนาถูกต้อง และตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนาม ๓.๒ กองการเงินและบัญชี (ส่วนการเงิน) หรืองานการเงินและบัญชีของสำนัก กองที่ ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อได้รับหนังสือแจ้งการหมดภาระผูกพันของผู้เสนอราคา จากกองพัสดุ หรือ หน่วยงานที่ได้รับมอบอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการพัสดุ ให้ดำเนินการตรวจสอบหลักประกันในทะเบียนหนังสือ ค้ำประกันซอง / สัญญา และเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติคืนหลักประกัน และดำเนินการคืนหลักประกันให้แก่ผู้เสนอ ราคา โดยผู้เสนอราคาจะต้องนำต้นฉบับใบรับหลักประกันซอง (ชป.391) มาคืน และบันทึกการจ่ายคืน หลักประกันในทะเบียนหนังสือค้ำประกันซอง / สัญญา อนึ่ง... -៣- แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 3 อนึ่ง ธนาคารแห่งประเทศไทยจะดำเนินการบันทึกการใช้หรือการถอนพันธบัตรรัฐบาล เป็นหลักประกัน ในระบบทะเบียนเมื่อได้รับเอกสารถูกต้องครบถ้วน เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะมีหนังสือ แจ้งให้หน่วยงานทราบภายในเวลา ๗ วัน จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบและดำเนินการต่อไป (นางสาวทิพาภรณ์ วชิราภากร) ผอ.งบ. แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 4 ธนาคารแห่งประเทศไทย หนังสือส่งมอบตราสารหนี้ วันที่ เดือน ..พ.ศ.. ข้าพเจ้า. (ระบุชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์) บัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวผู้เสียภาษี เลขที่ ขอส่งมอบตราสารหนี้/พันธบัตร รวมราคาที่ตราไว้ ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน ตราสารหนี้/พันธบัตร .บาท (... (................ เอกสารแนบ ๑ ..) รายละเอียด ดังนี้ เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จํานวนเงิน (บาท) รวม ...) สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ลงชื่อ (............. หมายเหตุ เจ้าของกรรมสิทธิ์ลงลายมือชื่อเหมือนตัวอย่างที่ให้ไว้กับ ธปท. (เจ้าของกรรมสิทธิ์) ..) แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 5 ทําที่ โทร. วันที่ เดือน พ.ศ. เรื่อง ตัวอย่างลายมือชื่อผู้มีอำนาจจัดการตราสารหนี้ เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้า (ระบุชื่อ บริษัท/มูลนิธิ/สหกรณ์นิติบุคคล) ขอส่งตัวอย่างลายมือชื่อ ผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันข้าพเจ้าในการโอนกรรมสิทธิ์ รับโอนกรรมสิทธิ์ จำนำ ถอนจำนำ และ จัดการธุรกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับตราสารหนี้ทุกประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียน และตัวแทนจ่ายเงิน ดังตัวอย่างลายมือชื่อข้างล่างนี้ ลำดับที่ 1. 2. 3. 4. 5. 6. ชื่อ ตำแหน่ง ตัวอย่างลายมือชื่อ จำนวนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันพร้อมเงื่อนไขในการลงนาม คือ จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ { กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ) สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท กระทรวงพาณิชย์เอกสารการจัดตั้งนิติบุคคล 2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม 3. ข้อบังคับหรือระเบียบของนิติบุคคล ที่กำหนดอำนาจการลงนามแทนนิติบุคคล เอกสารแนบ ២ ๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของ เกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงการเสริมสร้างความสามารถในการ รับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการเกษตร แบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑.๒ ความเป็นมา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ของประเทศไทยเชื่อมโยงกันในหลายมิติกับ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในสภาพภูมิอากาศของโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเล ความแปรปรวน ของระบบมหาสมุทร ซึ่งมีผลต่อความแปรปรวนและการเปลี่ยนแปลงในปริมาณน้ำฝน และระดับอุณหภูมิใน ประเทศไทย และถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการพัฒนาภาคเกษตร ส่งผลกระทบต่อปริมาณผลผลิตของภาคเกษตร โดยตรง รวมถึงการเจริญเติบโตของภาคเกษตร โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme : UNDP) และ กองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) เห็น ว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และพัฒนาวิถีการดำรงชีวิตของประชากรที่ได้รับผลกระ ทบให้ดีขึ้น ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตแบบสีเขียว ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ และมีภูมิคุ้มกันต่อ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะเป็นแนวทางที่สามารถช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มผู้ยากไร้ให้ดีขึ้นอย่างมีนัย สำคัญ จึงพิจารณาให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลไทย โดยผ่านโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการ เกษตร แบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมและน่าน ภายใต้กรอบแผนงานความร่วมมือ (Country Programme Document : CPD) ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๕ - ๒๕๖๙ : เร่งให้ประเทศไทยสามารถเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมได้รวดเร็ว ยิ่งขึ้น โดยยึดตามแนวทางการพัฒนาแบบยั่งยืน ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ มีความยืดหยุ่นและเป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม การปรับตัวภาคการเกษตรต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ การจัดการน้ำ การจัดการดิน การจัดการด้านสายพันธุ์ การจัดการปุ๋ย การจัดการด้านพื้นที่ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการทำ เกษตรผสมผสานหรือหมุนเวียน ช่วยลดความเสี่ยงต่อผลผลิตทางการเกษตร ดังนั้น เกษตรกรจึงเริ่มมี การปรับตัวเพื่อตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นด้วยแนวทางและเทคนิคต่าง ๆ รวมถึงการ เรียนรู้และพร้อมที่จะปรับตัวตลอดเวลา เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งให้แก่เกษตรกรในระยะยาว กันและกัน ดังนั้น การแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่ง จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบหลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้เกิดเรียนรู้ การพัฒนาเกิดทักษะ การ คิดวิเคราะห์แบบบูรณาการและมีความเชื่อมโยงกับทุกระบบที่เกี่ยวข้อง ๑.๓ วัตถุประสงค์ ๑.๓.๑ ออกแบบและจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแบ่งปันความรู้ในการตั้งรับปรับตัวต่อสภาพภูมิ อากาศ ๑.๓.๒ ดำเนินการพัฒนาทักษะ การเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากบทเรียนที่ได้รับจากการ ประชุม เชิงปฏิบัติการ ๑.๓.๓ สร้างความเข้าใจและความรู้เกี่ยวกับการขับเคลื่อนและแบ่งปันความรู้ของโรงเรียนเกษตรกร เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงตลาด รวมถึงสนับสนุนการศึกษาดูงานที่มีกลุ่มเกษตรกรบริหารงานโดยสตรีเป็นหลัก ๑.๓.๔ กำหนดแผนการขยายผลหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำ ความรู้ ไปถ่ายทอดตามแผนการขยายผลที่กำหนดและจัดทำแผนกิจกรรมการถ่ายทอดความรู้ รวมทั้งติดตามประเมิน การขยายผล หรือประยุกต์สิ่งที่เกษตรกรได้เรียนรู้จากกิจกรรมและผลลัพธ์ต่าง ๆ ๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๑๕,๑๙๓,๒๐๐.๐๐ บาท (สิบห้าล้านหนึ่งแสนเก้าหมื่นสาม สองร้อยบาทถ้วน) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ... (rest of page 2 content) ... (rest of page 3 content) ... (rest of page 4 content) ... (rest of page 5 content) กับจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม) (๑๕ คะแนน) ๒.๒.๒ ผู้รับจ้างดำเนินการจัดเตรียมอาหาร ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด (๒๐ คะแนน) โดยกำหนดให้น้ำหนักรวมทั้งหมดเท่ากับร้อยละ ๑๐๐ ๗. กลุ่มเป้าหมาย ต่อ เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เช่น เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร ภายใต้โครงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและ การเกษตรแบบยั่งยืน ในพื้นที่ (จังหวัด พิษณุโลก อุตรดิตถ์และ สุโขทัย) ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย ๒๒ ตำบล โดยแต่ละตำบลเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง จำนวนผู้เข้าร่วม ไม่น้อยกว่า ๓๐ คน/ครั้ง/ตำบล ตลอด อายุสัญญา (โดยผู้เข้าร่วมต้องเป็นเพศหญิงอย่างน้อย ร้อยละ ๕๐ ของผู้เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ ทั้งหมด) ๘. อัตราค่าปรับ ๗.๑ อัตราค่าปรับกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างในแต่ละงวดต่อวัน ๗.๒ กรณีที่นำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมชลประทาน จะ กำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ๙. หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงิน การโอนสิทธิเรียกร้องในการรับเงินค่าซื้อทรัพย์สิน ค่าจ้างทำของ หรือค่าเช่าทรัพย์สิน จะกระทำได้เฉพาะ กรณีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กรมกำหนด ตามคำสั่งกรมชลประทานที่บังคับใช้ในขณะนั้น (ปัจจุบันคำสั่ง กรมที่ ๙๘/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒) ดังนี้ (๑) ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือ ผู้ให้เช่า โอนให้แก่ธนาคารภายในประเทศ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ ของธนาคารแห่งประเทศไทย (๒) ผู้รับโอนตามข้อ (๑) ดังกล่าวข้างต้น โอนกลับคืนให้แก่ผู้ขาย ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้เช่า ๑๐. แนวทางและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน การใช้พันธบัตรรัฐบาลไทยเป็นหลักประกัน ให้เป็นไปตามแนวทางและวิธีปฏิบัติที่กรมกำหนด (บันทึกกอง การเงินและบัญชี ที่ กงบ.๑๔๓๐/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) ๑๑. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสารและผลงาน ข้อมูล เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ เล่มรายงาน และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจน ระบบทั้งหมดที่ได้ปฏิบัติงานให้กับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่ส่ง มอบหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ และเล่มรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ได้ จากการปฏิบัติงานนี้ให้แก่ผู้ใดหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง ๑๒. ผู้รับผิดชอบโครงการ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๑. นายสุรพงษ์ พวงคต ตำแหน่ง เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ ๒. นายเจษฎาภรณ์ เจริญพงษ์ ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ ๓. นางสาวสุกฤตา อุดรจรัส ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ สังกัดส่วนเศรษฐกิจสังคมและประเมินผลโครงการ สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ ภายใน ๒๒๒๗ ๑๓. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ร้ ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานจ้างจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการแบ่งปันความ และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงการเสริมสร้าง ความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการ น้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) โปรดสอบถามมายังกรมชลประทานผ่าน ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected] โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ - b- งวดงาน งวดที่ ๒ รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๙๐ วัน นับถัดจากวัน | ๕% ฉบับที่ ๑ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๘ ผู้รับจ้างมอบรายงาน ลงนามในสัญญา สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครบ ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๑ ครั้ง ครั้งที่ ๑ พร้อมเอกสารหลักสูตร การประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยจัดทำเป็นเล่ม รายงาน ภาษาไทย และจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่างละ ๘ ชุด ซึ่ง ประกอบด้วย ๑. ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๑ ครั้งครั้งที่ ๑ เสร็จสิ้น ๒. รายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๑ ครั้ง และบัญชี รายชื่อของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ของค่าจ้าง ๓. ภาพถ่าย และวีดีโอ บรรยากาศการประชุมเชิง ปฏิบัติการ พร้อมทั้ง เอกสารและวัสดุประกอบอื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเชิง ปฏิบัติการทั้งหมด ๔. รายงานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของ การประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมข้อเสนอแนะแนว ทางการปรับปรุง (โดยมีตัวอย่างจากเกษตรกรที่เข้า ร่วม) งวดที่ ๓ รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจาก | ๕% ฉบับที่ ๒ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๘ จัดทำเป็นเล่มรายงาน วันลงนามในสัญญา ของค่าจ้าง ภาษาไทย และจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่างละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย นำเสนอความก้าวหน้าของแผนการปฏิบัติงานใน การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ ๒-๔ ของ ๒๒ ตำบล ฯลฯ - ๗ งวดงาน งวดที่ ๔ รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๒๑๐ วัน นับถัดจาก ๒๐% ฉบับที่ ๓ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๘ ผู้รับจ้างมอบรายงาน วันลงนามในสัญญา สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครบ ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๒ ๔ พร้อมเอกสาร หลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยจัดทำเป็น เล่มรายงานครั้งละ ๑ เล่ม ภาษาไทย และจัดทำ เป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่าง ละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย ๑. ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้งครั้งที่ ๒ - ๔ เสร็จสิ้น ๒. รายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง และบัญชี รายชื่อของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๓. ภาพถ่าย และวีดีโอ บรรยากาศการประชุมเชิง ปฏิบัติการ พร้อมทั้ง เอกสารและวัสดุประกอบอื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการทั้งหมด ของค่าจ้าง ๔. รายงานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของ การประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมข้อเสนอแนะแนว ทางการปรับปรุง (โดยมีตัวอย่างจากเกษตรกรที่เข้า ร่วม) งวดที่ ๕ รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๒๔๐ วัน นับถัดจาก | ๕% ฉบับที่ ๔ ครั้งที่ ๔/๒๕๖๘ จัดทำเป็นเล่มรายงาน วันลงนามในสัญญา ของค่าจ้าง ภาษาไทย และจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่างละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย นำเสนอความก้าวหน้าของแผนการปฏิบัติงานใน การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ ๕-๗ ของ ๒๒ ตำบล ฯลฯ 2- งวดงาน งวดที่ 5 รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๓๓๐ วัน นับถัดจาก ๒๐% ฉบับที่ ๕ ครั้งที่ ๕/๒๕๖๘ ผู้รับจ้างมอบรายงาน วันลงนามในสัญญา สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครบ ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๕ - ๗ พร้อมเอกสาร หลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยจัดทำเป็น เล่มรายงาน ครั้งละ ๑ เล่ม ภาษาไทย และจัดทำ ของค่าจ้าง เป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่าง ละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย ๑. ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้งครั้งที่ ๕ - ๗ เสร็จสิ้น ๒. รายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง และบัญชี รายชื่อของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๓. ภาพถ่าย และวีดีโอ บรรยากาศการประชุมเชิง ปฏิบัติการ พร้อมทั้ง เอกสารและวัสดุประกอบอื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการทั้งหมด ๔. รายงานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของ การประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมข้อเสนอแนะแนว ทางการปรับปรุง (โดยมีตัวอย่างจากเกษตรกรที่เข้า ร่วม) งวดที่ ๗ รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) | ภายใน ๓๖๐ วัน นับถัดจาก ๕% ฉบับที่ ๖ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๙ จัดทำเป็นเล่มรายงาน วันลงนามในสัญญา ของค่าจ้าง ภาษาไทย และจัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่างละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย นำเสนอความก้าวหน้าของแผนการปฏิบัติงานใน การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ ๘-๑๐ ของ ๒๒ ตำบล ฯลฯ - ৩ - งวดงาน งวดที่ ๘ รายละเอียดการดำเนินงาน การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน รายงานความก้าวหน้า (Progress Report) ภายใน ๔๕๐ วัน นับถัดจาก ๒๐% ฉบับที่ ๗ ครั้งที่ ๒/๒๕๖๙ ผู้รับจ้างมอบรายงาน วันลงนามในสัญญา ของค่าจ้าง สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครบ ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๘ ๑๐ พร้อมเอกสาร หลักสูตรการประชุมเชิงปฏิบัติการ โดยจัดทำเป็น เล่มรายงาน ครั้งละ ๑ เล่ม ภาษาไทย และจัดทำ เป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลงใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวนอย่าง ละ ๘ ชุด ซึ่งประกอบด้วย ๑. ดำเนินการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้งครั้งที่ 4 ๑๐ เสร็จสิ้น ๒. รายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ จำนวน ๒๒ ตำบล ตำบลละ ๓ ครั้ง และบัญชี รายชื่อของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๓. ภาพถ่าย และวีดีโอ บรรยากาศการประชุมเชิง ปฏิบัติการ พร้อมทั้ง เอกสารและวัสดุประกอบอื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการทั้งหมด ๔. รายงานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของ การประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมข้อเสนอแนะแนว ทางการปรับปรุง (โดยมีตัวอย่างจากเกษตรกรที่เข้า ร่วม) - ๑๐ - งวดงาน งวดที่ ๙ รายละเอียดการดำเนินงาน รายงานฉบับสุดท้าย (Final Report) การส่งมอบงาน การจ่ายเงิน ภายใน ๔๘๐ วัน นับถัดจาก | ๕% ผู้รับจ้างมอบรายงานสรุปผลการประชุมเชิง | วันลงนามในสัญญา ปฏิบัติการตลอดการดำเนินโครงการ โดยจัดทำเป็น เล่มรายงาน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และ จัดทำเป็น Digital file (.doc และ .pdf) บันทึกลง ใน USB Flash Drive ความจุ ๑๒๘ GB จำนวน อย่างละ ๑๕ ชุด ซึ่งประกอบด้วย ๑. รายงานสรุปผลการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ และรายงานสรุปผลการประเมินการจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการ ตามวัตถุประสงค์ จัดทำเป็นเล่มรายงาน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และบัญชีรายชื่อของ เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด ๒. ภาพถ่าย และวีดีโอ บรรยากาศการประชุมเชิง ปฏิบัติการ พร้อมทั้ง เอกสารและวัสดุประกอบอื่น ๆ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมเชิง ปฏิบัติการทั้งหมด ๓. รายงานการประเมินผลตามวัตถุประสงค์ของ การประชุมเชิงปฏิบัติการ พร้อมข้อเสนอแนะแนว ทางการปรับปรุง (โดยมีตัวอย่างจากเกษตรกรที่เข้า ร่วม) จัดทำเป็นเล่มรายงาน ภาษาไทยและ ภาษาอังกฤษ ๔. รายงานผลตามแผนการขยายผลหลังการ ประชุมเชิงปฏิบัติการ จัดทำเป็นเล่มรายงาน ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ๑๐. กรรมสิทธิ์ในข้อมูล เอกสารและผลงาน ของค่าจ้าง ข้อมูล เอกสารประกอบการประชุมเชิงปฏิบัติการ เล่มรายงาน และทรัพย์สินทางปัญญา ตลอดจน ระบบทั้งหมดที่ได้ปฏิบัติงานให้กับผู้ว่าจ้างตามสัญญาจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ว่าจ้าง โดยผู้รับจ้างจะต้องไม่ ส่งมอบหรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลสรุปการประชุมเชิงปฏิบัติการ และเล่มรายงาน ตลอดจนระบบทั้งหมดที่ ได้จากการปฏิบัติงานนี้ให้แก่ผู้ใดหรือนำไปใช้ประโยชน์โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ ว่าจ้าง ธนาคารแห่งประเทศไทย แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 6 หนังสือแจ้งการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ข้าพเจ้า ขอใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันดังต่อไปนี้ให้แก่ เพื่อเป็นหลักประกัน รวมราคาที่ตราไว้.. รายละเอียด ดังนี้ .บาท (... วันที่ เดือน .พ.ศ.. ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท) รวม ..) ..) เอกสารแนบ ๓ สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี. หากมีการชำระเงินต้นตามตราสารหนี้ ผู้รับหลักประกันและผู้ให้หลักประกันตกลงชำระให้แก่ผู้รับหลักประกัน เป็นผู้รักษาไว้ กรณีตกลงเป็นอย่างอื่น โปรดระบุ ที่อยู่สำหรับจัดส่งตราสารหนี้ หรือเอกสาร (ระบุชื่อผู้รับหลักประกัน, ผู้ติดต่อ/ตำแหน่ง และสถานที่ติดต่อ ของผู้รับหลักประกัน) จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (ผู้รับหลักประกัน) ..)
ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
รวม
ธนาคารแห่งประเทศไทย แนวทางการใช้พันธบัตรเป็นหลักประกัน - 7 หนังสือขอถอนการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกัน (โดยผู้รับหลักประกัน) (กรณีไม่ประสงค์ให้ ธปท. บันทึกข้อความแสดงการใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันในตราสารหนี้) วันที่เเดือน ..พ.ศ... เรียน ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ตามที่ข้าพเจ้า (ผู้รับหลักประกัน) ได้รับตราสารหนี้ของ เป็นหลักประกัน เมื่อวันที่ บัดนี้ การใช้ตราสารหนี้เป็นหลักประกันได้สิ้นสุดลง และข้าพเจ้ายินยอมถอนหลักประกันให้แก่ (ผู้ให้หลักประกัน) รายละเอียด ดังนี้ ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น (................. สำหรับดอกเบี้ยตราสารหนี้ให้นำเข้าบัญชี เลขที่ท้าย รวม จึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ ลงชื่อ (...... ....... ..) จำนวนเงิน (บาท) (ผู้รับหลักประกัน) ..)
ตราสารหนี้/พันธบัตร เลขที่ต้น เลขที่ท้าย จำนวนเงิน (บาท)
รวม
๑๑. ผู้รับผิดชอบโครงการ - ๑๑ - ๑๑.๑ นายสุรพงษ์ พวงคต ตำแหน่ง เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ ๑๑.๒ นายเจษฎาภรณ์ เจริญพงษ์ ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ ๑๑.๓ นางสาวสุกฤตา อุดรจรัส ตำแหน่ง เศรษฐกรปฏิบัติการ สังกัดส่วนเศรษฐกิจสังคมและประเมินผลโครงการ สำนักบริหารโครงการ กรมชลประทาน โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕ ภายใน ๒๒๒๗ ๑๒. ช่องทางติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้สนใจต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานจ้างจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในการแบ่งปัน ความรู้และประสบการณ์ของเกษตรกรสู่เกษตรกรผ่านกระบวนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงการ เสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการ บริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand Through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) โปรดสอบถามมายัง กรมชลประทานผ่านไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ : [email protected] โทร. ๐ ๒๒๔๓ ๖๙๑๕