จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างทำการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปีงบประมาณ 2568

บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด 68019203652
฿3,320,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 23 ม.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจ้างติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) งบประมาณ 3,320,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ได้แก่ การตรวจวัดระดับเสียงและความสั่นสะเทือนใน 20 สถานีตรวจวัดที่กำหนด การเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์ผลตามมาตรฐานที่กำหนด รายละเอียดงานครอบคลุมถึงการจัดทำรายงานผลการตรวจวัด การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การส่งมอบรายงานในรูปแบบรูปเล่มและไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด มีประสบการณ์ในการทำงานประเภทเดียวกันไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และสามารถส่งมอบงานได้ภายใน 45 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มงานในแต่ละรอบการส่งมอบงาน

English summary

This project is a contract for the annual Environmental Impact Assessment (EIA) monitoring for the fiscal year 2025, related to the Red Line electric train project (Bang Sue - Rangsit and Bang Sue - Taling Chan sections), using the e-bidding method, with a budget of 3,320,000 Baht. The main objective is to monitor environmental impacts in the Red Line electric train project area, including noise and vibration level measurements at 20 designated monitoring stations, sample collection, and analysis according to specified standards. The scope of work includes preparing measurement reports, compliance with environmental impact mitigation and monitoring measures (EIA), and delivering reports in both hard copy and electronic file formats. Bidders must meet legal requirements, have experience in similar work of at least 1,000,000 Baht, and be able to deliver the work within 45 days from the date of notification to commence work for each delivery cycle.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง
  • เพื่อปรับปรุงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านเสียงและความสั่นสะเทือน

ขอบเขตของงาน

  • ทำการตรวจวัดระดับเสียง (Leq, Lmax, L90, Ldn) และความสั่นสะเทือน (PPV, Frequency) ณ สถานีตรวจวัดที่กำหนด (20 สถานี)
  • เก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมตามหลักวิชาการ
  • วิเคราะห์ผลการตรวจวัดเปรียบเทียบกับมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • จัดทำรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • จัดทำรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)
  • นำส่งรายงานผลการตรวจวัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม (12 เล่ม)
  • ไฟล์ PDF ของรายงาน (5 ชุด)
  • รายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาดำเนินการ: ตรวจวัด 2 ครั้งต่อปี
  • ระยะเวลาส่งมอบรายงาน: ภายใน 45 วันหลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินการตรวจวัด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: มีความสามารถตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ, ไม่เป็นผู้ถูกขึ้นบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน, มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด, เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างดังกล่าว, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
  • Standards Compliance: -
  • Experience: มีผลงานประเภทเดียวกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานเอกชนที่ รฟฟท.เชื่อถือ
  • Previous Project Cost: ผลงานประเภทเดียวกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1,000,000 บาท
  • Technical Capabilities: ผู้ปฏิบัติงานต้องมีประสบการณ์ด้านการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม
  • Personnel:
    • ผู้ปฏิบัติงานต้องมีประสบการณ์ด้านการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม
    • ผู้เก็บตัวอย่างต้องมีความรู้ หรือผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ หรือสถาบันที่ได้รับการรับรอง
  • Financial Requirements: มีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ที่ กค (กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง
    • ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาโดยใช้เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การตรวจวัดเสียง: Leq 24 ชั่วโมง, Leq 1 ชั่วโมง, Lmax, L90, Ldn
  • การตรวจวัดความสั่นสะเทือน: Peak Particle Velocity (PPV), Frequency
  • การเก็บตัวอย่างและการวิเคราะห์: เป็นไปตามหลักวิชาการและเกณฑ์มาตรฐานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • การนำเสนอผลงาน: แสดงจุดเก็บตัวอย่าง, พารามิเตอร์, วิธีการ, มาตรฐานเปรียบเทียบ, และผลการวิเคราะห์

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด งวดละ 50% ของค่าจ้าง
    • งวดที่ 1: เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1
    • งวดที่ 2: เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2
  • ค่าปรับ:
    • กรณีจ้างช่วง: 10% ของวงเงินค่าจ้างช่วง
    • กรณีผิดสัญญา: 0.1% ของราคาค่าจ้างต่อวัน
  • หลักประกันสัญญา: 5% ของราคาค่าจ้าง (เงินสด, เช็ค, หนังสือค้ำประกัน, พันธบัตรรัฐบาล)
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: -

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: ผู้เสนอราคาต้องส่งแผนการดำเนินงานอย่างไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดำเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้แทนของบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด พิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการตรวจวัด
  • ถาม: หากต้องการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่เข้าปฏิบัติงาน ต้องดำเนินการอย่างไร?
    ตอบ: ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมส่งประวัติ, ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงระยะเวลาการทำงาน และผลงานของบุคลากรคนใหม่ พร้อมลงนามกำกับมาให้ผู้ว่าจ้าง
  • ถาม: การจ่ายเงินเป็นอย่างไร?
    ตอบ: แบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดละ 50% เมื่อส่งมอบงานแต่ละงวด
  • ถาม: ระยะเวลาในการส่งมอบรายงาน?
    ตอบ: ภายใน 45 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งให้เริ่มงานในแต่ละรอบการส่งมอบงาน
  • ถาม: มีการตรวจวัดอะไรบ้าง?
    ตอบ: การตรวจวัดระดับเสียงและความสั่นสะเทือน ณ สถานีตรวจวัดที่กำหนด รวมถึงเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม
  • ถาม: หากผลการตรวจวัดมีความคลาดเคลื่อน ผู้รับจ้างต้องทำอย่างไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจซ่อมให้กับผู้ว่าจ้าง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน งานจ้าง ทำการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ชื่อโครงการ จ้างทำการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๘ เงินงบประมาณโครงการ ๓,๓๒๐,๐๐๐.๐๐ บาท ราคากลาง ๒,๐๔๒,๒๑๒.๗๐ บาท (สองล้านสี่หมื่นสองพันสองร้อยสิบสองบาทเจ็ดสิบสตางค์) ๒. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ รฟฟท. ณ วันยื่น ข้อเสนอ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมในการซื้อครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ เป็นไปตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยฯ ที่ กค (กวจ) ที่ ๐๔๐๕.๒/ว ๑๒๔ ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๖ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมี เงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่น ข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือ รับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกัน ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๔) กรณีตาม (๑) - (๓) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๔.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๔.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒.๑๑ ผู้รับข้อเสนอจะต้องมีผลงานประเภทเดียวกับงานที่ประกวดราคาครั้งนี้ในวงเงินไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานเอกชนที่ รฟฟท.เชื่อถือ ๓. รายละเอียดขอบเขตของงาน (รายละเอียดตามเอกสารแนบท้าย) ๔. การเสนอราคา และกำหนดส่งมอบ ๔.๑ สถานที่ส่งมอบพัสดุ ณ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ๔.๒ ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า ๙๐ วัน นับแต่วันยื่นข้อแสนอ โดยภายใน กำหนดยืนราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคาที่ตนได้เสนอไว้ และจะถอนการเสนอมิได้ ๔.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเสนอกำหนดเวลาดำเนินการแล้วเสร็จไม่เกิน ๔๕ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ หนังสือแจ้งจาก รฟฟท. ให้เริ่มทำงานในแต่ละรอบการส่งมอบงาน ๕. การทำสัญญา ผู้ชนะการยื่นข้อเสนอจะต้องทำสัญญากับ รฟฟท. ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งและ จะต้องวางหลักประกันสัญญาเป็นจำนวนเงินเท่ากับร้อยละ ๕ ของราคาค่าจ้างที่ เสนอราคาได้ ให้ รฟฟท. ยึดถือไว้ในขณะทำสัญญา โดยใช้หลักประกันอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ ๕.๑ เงินสด ๕.๒ เช็คที่ธนาคารสั่งจ่ายให้แก่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด โดยเป็นเช็คลงวันที่ที่ทำสัญญาหรือ ก่อนหน้านั้นไม่เกิน ๓ วัน ทำการ ๕.๓ หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ ๕.๔ หนังสือค้ำประกันของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือบริษัทเงินทุน หรือ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำ ประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แจ้งชื่อเวียนให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบแล้ว โดย อนุโลมให้ใช้ตามแบบหนังสือค้ำประกัน ๕.๕ พันธบัตรรัฐบาลไทย หลักประกันนี้จะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ผู้ชนะการ เสนอราคา พ้นจากข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแล้ว ๖. อัตราค่าปรับ ๖.๑ กรณีที่ผู้รับจ้างนำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก รฟฟท. จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินค่าจ้างช่วงนั้น ๖.๒ กรณีที่ผู้รับจ้างปฏิบัติผิดสัญญาจ้างนอกเหนือจากข้อ ๕.๑ จะกำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตรา ร้อยละ ๐.๑ ของราคาค่าจ้าง ๗. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้ชนะการเสนอราคา หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ซึ่งได้ทำสัญญา จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง ของสิ่งของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า - ปี นับถัดจากวันที่ รฟฟท. ได้รับมอบงาน โดยผู้รับ จ้างต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายใน - วัน นับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่อง ๘. การบริหารโครงการ เพื่อให้โครงการนี้แล้วเสร็จภายในระยะเวลากำหนดและมีคุณภาพของงานที่ดี ดังนั้นผู้ยื่นข้อเสนอต้อง ดำเนินงานบริหารโครงการตามข้อกำหนด ดังนี้ ๘.๑ ผู้รับจ้างจะต้องรายงานแผนการดำเนินงานให้แก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุในงานจัดจ้างทราบ ก่อนการดำเนินงาน ภายใน ๑๕ วันนับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๘.๒ ผู้รับจ้างจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา ในโครงการไว้เป็นความลับ จะเปิดเผยให้ผู้อื่นทราบมิได้ และไม่นำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการ ดำเนินการในโครงการนี้ ๘.๓ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ขอสงวนสิทธิ์ที่จะกำหนดหรือร้องขอให้มีการแก้ไข และ/หรือ ปรับปรุงขอบเขตของงานใหม่ ในกรณีที่มีกฎหมายออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งในกรณีที่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด เห็นว่ามีความจำเป็นหรือเหมาะสมอันเนื่องด้วย กฎระเบียบใด ๆ หรือนโยบายรัฐที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ๙. เกณฑ์การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอ ราคารวม ๙.๑ การพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ รฟฟท. จะพิจารณาตัดสินโดยใช้เกณฑ์หลักเกณฑ์ราคา ๙.๒ การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ (ก) กรณีการใช้หลักเกณฑ์ราคา การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ รฟฟท. จะพิจารณาจาก ๑๐. ค่าจ้าง และการจ่ายเงิน ๑๐.๑ รฟฟท. จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนภาษีอากรอื่นๆและค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว ให้แก่ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้รับจ้าง โดยแบ่งออกเป็น ๒ งวด ดังนี้ งวดที่ ๑. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ ๑ ตาม งวดที่ ๒. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๕๐ ของค่าจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ ๒ ตาม ๑๑. การสงวนสิทธิ์ กรณีมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น ทั้งในช่วงการพิจารณาข้อเสนอ และดำเนินงานต่างๆ ภายหลังจากได้ทำ สัญญากับผู้ยื่นข้อเสนอแล้ว บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัดสงวนสิทธิ์ในการตัดสินวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้น ดังกล่าว และให้ถือว่าคำวินิจฉัยของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัดข้างต้นเป็นที่สิ้นสุดเด็ดขาดแล้ว ผู้ยื่น ข้อเสนอตลอดจนผู้รับจ้างต้องยอมรับคำวินิจฉัยดังกล่าวโดยจะไม่โต้แย้ง หรือมีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น เอกสารทั้งหมดที่ยื่นนี้ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด สงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืน ให้ถือเป็นเอกสารราชการ รวมทั้งยกเลิกการพิจารณาคัดเลือกเมื่อใดก็ได้ ซึ่งค่าใช้จ่ายใดๆ อันเกิดจากการยื่นเอกสารต่างๆ รฟฟท. จะไม่รับผิดชอบ รวมถึงที่ปรึกษาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น รฟฟท.อาจประกาศยกเลิกการจัดซื้อในกรณีต่อไปนี้ได้ โดยที่ผู้ยื่นข้อเสนอจะเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จาก รฟฟท.ไม่ได้ (1) รฟฟท.มิได้รับการจัดสรรเงินที่จะใช้ในการจัดจ้างหรือที่ได้รับจัดสรรแต่ไม่เพียงพอที่จะทำการจัด จ้างครั้งนี้ต่อไป (2) มีการกระทำที่เข้าลักษณะผู้ยื่นข้อเสนอที่ชนะการจัดจ้างหรือที่ได้รับการคัดเลือกมีผลประโยชน์ ร่วมกัน หรือมีส่วนได้เสียกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม หรือสมยอมกันกับผู้ ยื่นข้อเสนอรายอื่น หรือเจ้าหน้าที่ในการเสนอราคา หรือส่อว่ากระทำการทุจริตอื่นใดในการเสนอราคา สาธารณะ (3) การทำการจัดจ้างต่อไปอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ รฟฟท.หรือกระทบต่อประโยชน์ (4) กรณีอื่นในทำนองเดียวกับ (๑) (๒) หรือ (๓) ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งออกตามความใน กฎหมายว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๑๒. การสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม* สำหรับผู้สนใจที่ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่างขอบเขตงานฉบับนี้ สามารถ สอบถามได้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ [email protected] ทั้งนี้ ระยะเวลาในการสอบถามรายละเอียด เพิ่มเติมให้เป็นไปตามเงื่อนไขในเอกสารประกวดราคา ๑๓. การรับฟังความคิดเห็น รับฟังความคิดเห็น ผู้ประกอบการสามารถเสนอแนะความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างของเขตของงานฉบับนี้ ได้ที่ สถานที่ติดต่อ.. โทรศัพท์.. E-Mail.... ทั้งนี้ ในการเสนอแนะความคิดเห็น ผู้เสนอแนะต้องเปิดเผยชื่อ และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ให้ รฟฟท. ทราบด้วย ไม่รับฟังความคิดเห็น เนื่องจาก.. ๑.๑ ความเป็นมา ตามที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายภารกิจบริหารการเดินรถไฟฟ้าชานเมือง (สายสีแดง) ช่วง บางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด (รฟฟท.) ซึ่งเปิดการเดินรถไฟฟ้าอย่างเป็น ทางการโดยนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ นั้น สำหรับการก่อสร้างระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ซึ่งเป็นโครงการสำคัญเร่งด่วน ตามแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (M- MAP) โดยได้รับอนุมัติโครงการจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๐ เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ความสำคัญของการดำเนินการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดงคือสามารถลดปัญหาการจราจรที่ ติดขัดบริเวณจุดตัดทางรถไฟกับถนนจำนวน ๘ จุด และลดการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างสิ้นเชิง สามารถใช้ประโยชน์ เพื่อการเดินรถไฟทางไกลสายเหนือและสายตะวันออกฉียงเหนือ โดยรองรับการเดินรถที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ระบบขนส่งทางรถไฟที่สะดวก ทันสมัย ตรงเวลา จะจูงใจให้คนหันมาใช้บริการรถไฟมากขึ้น โดย คาดว่าเมื่อเดินรถระบบรถไฟฟ้าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจากรังสิตสู่บางซื่อไม่น้อยกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน/ วัน และเมื่อขยายโครงการจากบางซื่อไปชุมทางบ้านภาษีในอนาคต จะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารที่คาดว่าจะ มีประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ คน/วัน สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการเดินรถระบบรถไฟชานเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ซึ่งจะช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงของประเทศได้อย่างมาก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โครงการ รถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต) ได้รับเงินกู้จากองค์การความร่วมมือแห่งประเทศญี่ปุ่น (JICA) และ ผู้เชี่ยวชาญฯ อนุมัติรายงาน EIA ครั้งที่ ๑/๒๕๕๑ วันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๑ ตามหนังสือ ธส. ๑๐๐๙.๔/๓๐๙๑ ลงวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) อนุมัติครั้ง ที่ ๒/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๑ หนังสือเลขที่ ธส.(กกวล.) ๑๐๐๘/ว ๖๒๒๔ ลงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๑ กระทรวงคมนาคม เสนอให้ปรับปรุงรายละเอียดแบบก่อสร้างสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์และศูนย์ซ่อม บำรุงรถไฟฟ้า เพื่อรองรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จึงทำการจ้าง บริษัท TEAM Consulting Engineering and Management จำกัด ทำการปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อม (รายงาน EIA) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง (ช่วงบางซื่อ-รังสิต) ซึ่งส่งรายงาน EIA ถึงสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในเดือนเมษายน ๒๕๕๘ แล้ว การแก้ไขรายงานการ ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กกวล.) ในการ ประชุมครั้งที่ ๒๘/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๘ ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือ กกพ. ที่ ธส.กกวล.๑๐๐๙.๔/ ๑๒๗๔๒ ลงวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ และได้รับการอนุมัติเพิ่มเติมจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กกวล.) ในประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๘ ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือ ธส.กกวล. เลขที่ ๑๐๐๕/ว. ๒๕๗๔ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๙ เพื่อให้เป็นไปตามรายงาน EIA การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต้องเคร่งครัด ดำเนินการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบควบคู่ไปกับเงื่อนไข และแผนปฏิบัติการด้านสิ่งแวดล้อม การรถไฟแห่ง ประเทศไทย (รฟท.) มอบหมายให้กิจการร่วมค้า SU ประกอบด้วย บมจ.Unique Engineering and Construction และบมจ. Sino - Thai Engineering and Construction เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง สัญญาที่ ๑ งาน โยธา ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ บมจ.Italian- Thai Development ในฐานะผู้รับเหมาก่อสร้าง สัญญาที่ ๒ เสร็จสิ้นงาน ด้านโยธาแล้ว จากนั้น Mitsubishi Hitachi Sumitomo Consortium (MHSC) ในฐานะผู้รับเหมาของสัญญา ๓ เริ่มทำงานเมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๙ หลังจากส่งมอบพื้นที่บางส่วนโดยสัญญา ๑ และสัญญา ๒ ในระยะ ดำเนินการโครงการระบบขนส่งมวลชน (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน รวมถึงสถานีกลาง กรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งระบุว่าผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม มาตรการที่อธิบายไว้ในรายงาน EIA เพื่อ หลีกเลี่ยงผลกระทบ ด้วยเหตุนี้ บจก.United Analyst and Engineering Consultant ได้รับมอบหมายจาก MHSC เป็นผู้รับเหมาตามสัญญา ๓ ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมตาม เงื่อนไขรวมทั้งยื่นรายงานต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.) และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ๑.๒ การจัดตำแหน่งและสถานี เริ่มที่แยกประดิพัทธ์ ระยะประมาณ ๑.๘ กิโลเมตร.อยู่ทางทิศใต้ของสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ไปตามทางรถไฟ สายเหนือ ผ่านสถานีจตุจักร สถานีบางเขน สถานีหลักสี่ และสถานีดอนเมือง สิ้นสุดที่สถานีรังสิต จังหวัดปทุมธานี ระยะทางรวม ๒๖.๓ กิโลแมตร. อนาคตจะขยายเส้นทางไปมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต.จากพื้นที่บางซื่อ (กม. ๖+๐๐๐) ถึง ดอนเมือง (กม.๒๕+๒๓๒) เส้นทางยกระดับความยาว ๑๙.๒ กิโลเมตร. โดยที่สถานีดอนเมือง (กม. ๒๕+๒๓๒) ถึงสถานีรังสิต (กม.๓๒+๓๕๐) เป็นทางรถไฟระยะทาง ๗.๑ กิโลเมตร.และเชื่อมต่อกับทางรถไฟสาย เหนือที่มีอยู่ ส่วนแนวเส้นทางทิศตะวันตก เริ่มจากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์วิ่งขึ้นไปทางทิศเหนือตามแนวทาง รถไฟสายใต้ แล้วเลี้ยวซ้ายวิ่งเลียบทางพิเศษศรีรัช เชื่อมต่อกับ รถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรม ที่สถานีบาง ซ่อน จากนั้นวิ่งข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาขนานกับสะพานพระราม ๗ ไปจนถึงสถานีตลิ่งชัน ศาลายา รถไฟฟ้าจะวิ่ง ตามแนวทางรถไฟสายใต้ไปจนสิ้นสุดโครงการที่สถานีรถไฟนครปฐม อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม และส่วนสาย ตลิ่งชัน – ศิริราช รถไฟฟ้าวิ่งตามแนวทางรถไฟสายตลิ่งชัน เชื่อมกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม และรถไฟฟ้ามหา นคร สายเฉลิมรัชมงคล ที่สถานีบางขุนนนท์ แล้ววิ่งตามแนวรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม เพื่อสิ้นสุดโครงการที่ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ๑.๒.๑ ตำแหน่งสถานี โครงการนี้ประกอบด้วย ๑๓ สถานี (แยกเป็นเส้นทางสายเหนือ จำนวน ๑๐ สถานีและเส้นทางสายตะวันตก ๓ สถานี) ดังนี้ แนวเส้นทางสายเหนือ ประกอบด้วย
สถานี ตำแหน่ง
สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (กม.๗+๘๐๐) บริเวณแยกบางซื่อบนถนนเทอดดำริ
สถานีจตุจักร (กม.๑๐+๒๗๕) ถนนกำแพงเพชร ๒ และกำแพงเพชร ๖ ใกล้โครงการบ้านจัดสรรพนักงานการรถไฟฯ กม.๑๑
สถานีวัดเสมียนนารี (กม.๑๒+๓๔๐) ระหว่างจตุจักร-บางเขน สถานีบนถนนกำแพงเพชร ๖ ตรงข้ามวัดเสมียนนารี
สถานีบางเขน (กม.๑๓+๒๘๑) แยกบางเขน ระหว่างถนนกำแพงเพชร ๖ และถนนงามวงศ์วาน ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และเลียบถนนวิภาวดีรังสิต
สถานีทุ่งสองห้อง (กม.๑๔+๗๕๐) กำแพงเพชร ๖ และวิภาวดีรังสิต ถนนใกล้กองบังคับการตำรวจจราจรสุนัขและม้า
สถานีหลักสี่ (กม.๑๗+๙๔๓) ถนนกำแพงเพชร ๖ ทางเหนือของแยกหลักสี่ และตรงข้ามตึกไอทีสแควร์ถนนแจ้งวัฒนะ
สถานีการเคหะ (กม.๑๙+๕๐๐) ถนนกำแพงเพชร ๖ เลียบถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้โครงการการเคหะแห่งชาติ (ดอนเมือง)
สถานีดอนเมือง (กม.๒๑+๕๒๕) ตรงข้ามอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานดอนเมือง บนถนนกำแพงเพชร ๖ เลียบถนนวิภาวดีรังสิต และใกล้สถานีรถไฟดอนเมือง
สถานีหลักหก (กม.๒๗+๔๗๗) ระหว่างสถานีดอนเมืองและสถานีรังสิต บนถนนกำแพงเพชร ๖ และเชื่อมต่อกับถนนเอกทักษิณและถนนพหลโยธินใกล้หมู่บ้านเมืองเอก
สถานีรังสิต (กม.๓๐+๓๔๗) ถนนรังสิต-ปทุมธานี และถนนกำแพงเพชร ๖ ใกล้หมู่บ้านรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี
๔.๒ การตรวจวัดเสียง เพื่อติดตามตรวจสอบระดับเสียงบริเวณใกล้เคียงที่คาดว่า จะได้รับผลกระทบจากโครงการ ในระยะ ดำเนินการ ทั้งนี้เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับมาปรับปรุงมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบด้านเสียงให้มี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น วิธีการดำเนินงาน ดัชนีที่ทำการตรวจสอบ คือ ระดับเสียงเฉลี่ย ๒๔ ชั่วโมง (Leq ๒๔ ชั่วโมง) ระดับเสียงเฉลี่ยรายชั่วโมง ๒๔ ชั่วโมง (Leq ๑ ชั่วโมง) ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) ระดับเสียง L๙๐ ระดับเสียงกลางวัน-กลางคืน (Ldn) ดำเนินการตรวจวัด ๕ วันต่อเนื่อง เป็นประจำทุก 5 เดือน หรือ ๒ ครั้งต่อปี สถานีตรวจวัด : จำนวน ๒๐ สถานี ได้แก่
  • สถานีที่ ๑ บริเวณ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย
  • สถานีที่ ๒ บริเวณนิคมรถไฟ กม.๑๑
  • สถานีที่ ๓ บริเวณวัดเสมียนนารี
  • สถานีที่ ๔ บริเวณโรงเรียนอนุบาลวณลักษณ์
  • สถานีที่ ๕ บริเวณโรงเรียนบางเขน
  • สถานีที่ ๖ บริเวณตลาดหลักสี่
  • สถานีที่ ๗ บริเวณชุมชนการเคหะทุ่งสองห้อง
  • สถานีที่ ๘ บริเวณวัดดอนเมือง
  • สถานีที่ ๙ บริเวณหมู่บ้านปรีชา
  • สถานีที่ ๑๐ บริเวณโรงเรียนรัตนโกสินทร์ รังสิต
  • สถานีที่ ๑๑ บริเวณหมู่บ้านโฮมเพลส
  • สถานีที่ ๑๒ หมู่บ้านกลางเมือง (ปิ่นเกล้า - จรัญ)
  • สถานีที่ ๑๓ เมโทร สกาย บางซื่อ
  • สถานีที่ ๑๔ คอนโดมิเนี่ยม ริชพาร์ค (บางซ่อน)
  • สถานีที่ ๑๕ หมู่บ้านร่มรื่น
  • สถานีที่ ๑๖ ธนาคาร ธกส.
  • สถานีที่ ๑๗ สะพานพระราม๗
  • สถานีที่ ๑๘ สะพานข้ามคลองบางกอกน้อย
  • สถานีที่ ๑๙ บริเวณซอยสิรินธร ๒
  • สถานีที่ ๒๐ บริเวณถนนฉิมพลี ๑๒
๔.๓ การตรวจวัดความสั่นสะเทือน เพื่อตรวจสอบความสั่นสะเทือน บริเวณใกล้เคียงคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากโครงการ ทั้งนี้ เพื่อนำ ข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงมาตรการป้องกัน และแก้ไขผลกระทบด้านความสั่นสะเทือนให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น วิธีการดำเนินงาน ดัชนีที่ทำการตรวจวัด คือ ความเร็วอนุภาคสูงสุด (Peak Particle Velocity) และความถี่ (Frequency) ดำเนินการตรวจวัด ๕ วันต่อเนื่อง เป็นประจำทุก 5 เดือน หรือ ๒ ครั้งต่อปี สถานีตรวจวัด : จำนวน ๒๐ สถานี ได้แก่
  • สถานีที่ ๑ บริเวณ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย
  • สถานีที่ ๒ บริเวณนิคมรถไฟ กม.๑๑
3 ๗. ขั้นตอนก่อนเข้าตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม ผู้รับจ้างที่ได้รับการว่าจ้างแล้ว ต้องส่งหลักฐานการผ่านงานด้านสิ่งแวดล้อมของผู้ที่จะเข้าปฏิบัติงานให้กับผู้ ประสานงานของบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด เพื่อจัดทำบัตรเข้าปฏิบัติงาน ภายในพื้นที่ระบบรถไฟฟ้า อัน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง ใบประกาศคุณวุฒิพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และ รูปถ่ายหน้าตรงอายุรูปถ่ายไม่เกิน ๖ เดือน

๘. การนำเสนอและพิจารณาผลงาน
เมื่อลงนามสัญญาจ้างแล้ว ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจวัดตามแผนงาน และรายงานผลการตรวจวัด ซึ่ง
ต้องมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
๘.๑ แสดงจุดเก็บตัวอย่างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน ตามที่ระบุไว้ในพื้นที่ดำเนินการ โดยใช้แผนที่ และ
ภาพถ่ายจุดตรวจวัดประกอบ ทั้งนี้ ในกรณีสถานีตรวจวัด หรือจุดวัดแตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ ต้อง
แจ้งผู้ว่าจ้างเห็นชอบก่อนตรวจวัด และต้องระบุสถานที่ใหม่ให้ชัดเจน พร้อมอธิบายหาสาเหตุการ
เปลี่ยนแปลงดังกล่าวในรายงาน
๘.๒. ในการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อม (Environmental Sample) ต้องเป็นไปตามหลักวิชาการหรือเกณฑ์
มาตรฐานของหน่วยงาน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ฉลากกำกับตัวอย่าง วัสดุอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้
วิธีการเก็บตัวอย่าง (รวมทั้งจัดเก็บตัวอย่าง) วิธีการเก็บรักษาตัวอย่าง และจำนวนตัวอย่าง เป็นต้น
นอกจากนี้ต้องมีภาพถ่ายขณะเก็บตัวอย่าง ภาพถ่าย
เครื่องมือขณะตรวจวัด พร้อมแสดง วัน เวลาในภาพถ่ายอย่างชัดเจน โดยการถ่ายภาพ จะต้องแสดงให้
เห็นว่าเป็นการตรวจวัด ณ สถานที่ตามที่กำหนดไว้ในรายงาน พร้อมทั้งระบุสภาพแวดล้อมในขณะเก็บ
ตัวอย่าง เพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ผลต่อไป ทั้งนี้ ผู้เก็บตัวอย่างจะต้องมีความรู้ โดยจบการศึกษา
ในด้านที่เกี่ยวข้องกับการเก็บตัวอย่าง หรือผ่านการอบรมจากหน่วยงานราชการ หรือ สถาบันที่ได้รับ
การรับรอง
๘.๓ แสดงพารามิเตอร์ในการตรวจวัด วิธีการเก็บตัวอย่าง วิธีการวิเคราะห์ตัวอย่างและมาตรฐาน
เปรียบเทียบ และวิเคราะห์ผล
๘.๔
ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเปรียบเทียบกับมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เป็นไปตาม
กฎหมายกำหนดหากไม่มีกฎหมาย ใช้การอ้างอิงตามหลักสากลที่เหมาะสมกับภายในประเทศและ
เปรียบเทียบกับผล การวิเคราะห์ของทุกครั้งที่ผ่านมา โดยแสดงในรูปกราฟ ตาราง หรือลักษณะอื่น ๆ
ที่สามารถแสดงการ เปรียบเทียบผลได้ชัดเจน
๘.๕ ในการรายงานการตรวจวัดคุณภาพคุณภาพสิ่งแวดล้อม (แสดงในภาคผนวก) ให้เสนอหลักฐานการ
แสดงการควบคุมคุณภาพผลการตรวจวัดให้ครอบคลุมตามหลักวิชาการทุกประเด็น
๘.๖ ภาคผนวก ควรประกอบด้วย เอกสารอ้างอิงต่าง ๆ สำเนาหนังสืออนุญาตขึ้นทะเบียนห้องปฏิบัติการ
วิเคราะห์เอกชนแผนภาพหรือภาพถ่ายอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บตัวอย่างสิ่งแวดล้อมและข้อมูล
ประกอบอื่น ๆ ใบรับรองการสอบเทียบเครื่องมือวัดต่าง ๆ เป็นต้น
๙. การเสนอรายงานและจัดส่งรายงาน
จัดทำรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน และ
ติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ ตาม
รูปแบบการจัดทำรายงานของการจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม (EIA) (แสดงในภาคผนวก) พร้อมทั้งบุคลากรผู้ทำการตรวจวัด คุณวุฒิ พร้อมลงนามรับรองผล จำนวน
๑๒


๕ เล่ม พร้อมส่งมอบไฟล์ PDF เป็นอุปกรณ์ Handy Drive จำนวน ๕ ชุด พร้อมบรรจุภัณฑ์ระบุชื่อโครงการและ
ภาพปก จำนวน ๕ ชุด โดยรายละเอียดการจัดส่งรายงานดังนี้
๙.๑ นำส่งรูปเล่มรายงานแก่ รฟฟท. ภายใน ๔๕ วันนับจากเสร็จสิ้นการดำเนินการตรวจวัด จำนวน ๒
เล่ม พร้อมส่งมอบไฟล์ PDF เป็นอุปกรณ์ Handy Drive จำนวน ๒ ชุด พร้อมนำเสนอผลการตรวจวัดคุณภาพ
สิ่งแวดล้อม การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบ
ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กรณีมีการแก้ไข ปรับปรุง และเพิ่มเติมรายละเอียด จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ภายใน ๗ วันหลังจากได้รับการแจ้งจากบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด
๙.๒ นำส่งรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน
และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ ส่งให้
หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่
การรถไฟแห่งประเทศไทย จำนวน ๑ เล่ม พร้อมส่งมอบไฟล์ PDF เป็นอุปกรณ์ Handy Drive
จำนวน ๑ ชุด
สำนักงานเขตจตุจักร จำนวน ๑ เล่ม พร้อมส่งมอบไฟล์ PDF เป็นอุปกรณ์ Handy Drive จำนวน
๑ ชุด
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จำนวน ๑ เล่ม พร้อมส่ง
มอบไฟล์ PDF เป็นอุปกรณ์ Handy Drive จำนวน ๑ ชุด
๑๐. ระยะเวลาดำเนินการ
ดำเนินการตรวจวัดตามแผน EIA กำหนด ๒ ครั้งต่อปี
๑๑. ระยะเวลาในการส่งมอบงานและการจ่ายเงิน
๑๑.๑ ส่งมอบรายงานตามขอบเขตของงานตามข้อ ๙.๑ – ๔.๒
งวดที่ ๑ ภายใน ๔๕ วัน นับจากวันได้รับแจ้งจาก รฟฟท. ให้เริ่มงาน
งวดที่ ๒ ภายใน ๔๕ วัน นับจากวันได้รับแจ้งจาก รฟฟท. ให้เริ่มงาน
๑๑.๒ การจ่ายเงิน
เมื่อผู้รับจ้างได้ส่งรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมรายงานการปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน
และติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ฉบับสมบูรณ์ งวด
ชำระเงินแบ่งเป็น ๒ งวด ตามข้อ ๑๑.๑ และคณะกรรมการตรวจรับได้ทำการตรวจครบเรียบร้อยแล้ว
๑๒. หลักประกันปฏิบัติตามสัญญา
ผู้รับจ้างต้องนำเงิน หรือ หนังสือค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย มูลค่าร้อยละ ๕ ของมูลค่า
ตามสัญญา มอบให้ไว้แก่ผู้ว่าจ้าง เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติงานตามสัญญา โดยผู้ว่าจ้างจะคืนหลักประกัน
(ปลอดดอกเบี้ย) ให้แก่ผู้รับจ้าง เมื่อบริษัทได้หักเงินที่ได้จ่ายล่วงหน้า จากเงินค่าจ้างที่จ่ายตามผลงานแต่ละงวด
ครบถ้วนแล้ว และหลังจากสิ้นสุดสัญญาผู้รับจ้างมิได้มีภาระหนี้ หรือภาระผูกพันใด ๆ ต่อผู้ว่าจ้าง


๑๓. เงื่อนไขการดำเนินการ
๑๓.๑ ผู้รับจ้างจะต้องประกอบไปด้วย ผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ ด้านการตรวจวัดสิ่งแวดล้อม และ
สามารถปฏิบัติงานในวันหยุด และ/หรือนอกเวลาการทำงานปกติ
๑๓.๒ สามารถจัดหาบุคลากรได้เพียงพอตามแผนที่ผู้ว่าจ้างกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตรวจวัดในพื้นที่
สถานีรถไฟฟ้า
๑๓.๓ กรณีเกิดข้อบกพร่องในการเก็บตัวอย่าง หรือวิเคราะห์ผล ทำให้ผลการตรวจวัดเกิดความคลาดเคลื่อน
จากผู้รับจ้างผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจซ่อมให้กับผู้ว่าจ้าง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
๑๓.๔ อุปกรณ์ประกอบการติดตั้ง เครื่องมือการตรวจวัดต่าง ๆ ต้องมีความปลอดภัย และไม่มีอันตรายต่อ ผู้
ใช้บริการ
๑๓.๕ ขณะปฏิบัติงานในระบบรถไฟฟ้า ผู้รับจ้างติดบัตรประจำตัวตลอดเวลา และปฏิบัติตามกฎระเบียบความ
ปลอดภัยของบริษัทฯ
๑๓.๖ ก่อนเข้าดำเนินการตรวจวัด ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการดำเนินงานเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง เพื่อให้
ผู้แทนของบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด พิจารณาอนุมัติ หากมีการเปลี่ยนแปลงแผนการตรวจวัด ต้องแจ้ง
เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อติดตามการปฏิบัติงาน
๑๓.๗ กรณีมีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่เข้าปฏิบัติงาน ในระหว่างดำเนินการผู้รับจ้าง ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์
อักษรพร้อมส่งประวัติ ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงระยะเวลาการทำงาน และผลงานของบุคลากร
คนใหม่ พร้อมลงนามกำกับมาให้ผู้ว่าจ้าง
๑๓.๘ ให้ผู้ควบคุมงานร่วมติดตามการดำเนินงานของผู้รับจ้าง เมื่อผู้รับจ้างเข้าไปดำเนินการศึกษา หรือเก็บ
ข้อมูลในพื้นที่ ตามความเหมาะสม
๑๓.๙ ผู้ว่าจ้างจะสนับสนุนข้อมูลที่เกี่ยวข้องในการตรวจวัดให้กับผู้รับจ้างตามความจำเป็น พร้อมทั้งให้
คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา และร่วมชี้แจงในกรณีที่จำเป็น พร้อมอำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่
ตรวจวัด
๑๓.๑๐ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ไม่รวมค่าโดยสารรถไฟฟ้า เว้นแต่การตรวจวัดที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวัด
ภายในขบวนรถไฟฟ้าโดยตรงเท่านั้น โดยผู้ว่าจ้างจะอำนวยความสะดวกในการโดยสารรถไฟฟ้าระหว่าง
สถานี
๑๔. วงเงินงบประมาณ
เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๓,๓๒๐,๐๐๐ บาท (สามล้านสามแสนสองหมื่นบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
ร้อยละ ๗