จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างทำระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ จำนวน 1 ระบบ

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 68019182201
฿8,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 29 ม.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีความประสงค์จะดำเนินการจัดจ้างโครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลาง, ระบบวิเคราะห์ข้อมูล, และเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณ 8,000,000 บาท และมีระยะเวลาดำเนินการ 15 เดือน ผู้สนใจจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด, ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกัน, และต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนตามที่กำหนด และต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO หรือ CMMI รวมถึงมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์ม หรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,400,000 บาท พร้อมทั้งมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถครบถ้วนตามที่กำหนดใน TOR. ขอบเขตการดำเนินงานครอบคลุมถึงการศึกษาและวิเคราะห์, การออกแบบระบบ, การพัฒนาฐานข้อมูล, การติดตั้งและทดสอบระบบ, การฝึกอบรม, และการส่งมอบอุปกรณ์พร้อมทั้งเอกสารที่เกี่ยวข้อง

English summary

The Office of the National Economic and Social Development Council (NESDC) is inviting bids for the development of a database system and an investment data analysis system to enhance the analytical capabilities of investment data of state-owned enterprises. The project has a budget of 8,000,000 Baht and a project duration of 15 months. Interested parties must meet the specified qualifications, possess relevant experience, and have specialized personnel. The system must support data input, data analysis, and dissemination of investment information.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางให้สามารถรองรับการนำเข้าและเชื่อมต่อข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจ และมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับการสนับสนุนทางด้านข้อมูลในการจัดทำข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
  • เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูลเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มีความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ ติดตามผล เสนอแนะ และกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนสำหรับนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
  • ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทำงานของ กรว. และรูปแบบการจัดการข้อมูลรัฐวิสาหกิจด้วยเครื่องมือในปัจจุบัน
  • จัดทำโครงสร้างสถาปัตยกรรมและออกแบบระบบฐานข้อมูลการลงทุน การเงิน และการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ
  • พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน การเงิน และการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ
  • ดำเนินการติดตั้งและตั้งค่าการทำงานของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบงานทั้งหมด
  • ดำเนินการติดตั้งฐานข้อมูลและนำเข้าข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูล
  • จัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง/พัฒนาวิธีการจัดเก็บข้อมูล
  • ดำเนินการฝึกอบรมและจัดทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน
  • ส่งมอบอุปกรณ์และครุภัณฑ์ระบบฐานข้อมูลตามงานจ้างฯ
  • พัฒนา ระบบฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงชุดข้อมูล และดัชนีชี้วัดจากหน่วยงานต่าง ๆ
  • ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • รายงานการศึกษาขั้นต้น (Inception Report)
  • รายงานการศึกษาก่อนขั้นกลาง (Pre Interim Report)
  • รายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report)
  • ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report)
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) และรายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary)
  • โปรแกรมระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน
  • รายงานผลการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบฐานข้อมูลฯ
  • เอกสารคู่มือการใช้งาน (User Manual)
  • Source Code ของโปรแกรม
  • ชุดอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (ตามภาคผนวก)

ระยะเวลาดำเนินการ

15 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงานตามงวดงานดังนี้

  • งวดที่ 1: ภายใน 2 เดือน
  • งวดที่ 2: ภายใน 5 เดือน
  • งวดที่ 3: ภายใน 8 เดือน
  • งวดที่ 4: ภายใน 12 เดือน
  • งวดที่ 5: ภายใน 15 เดือน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP)
  • Standards Compliance:
    • ได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารคุณภาพ ISO 9001 หรือมาตรฐานการรับรองคุณภาพการบริหารงาน Software Engineering ISO/IEC 29110 หรือมาตรฐานด้านการปรับปรุงคุณภาพซอฟต์แวร์ CMMI
  • Experience:
    • มีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,400,000.00 บาท อย่างน้อย 1 ผลงาน ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา
  • Previous Project Cost:
    • มูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 2,400,000 บาท
  • Technical Capabilities:
    • สามารถแสดงผลแบบ Responsive Web Design
    • รองรับการแสดงผลผ่านทางเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ
    • สามารถนำเข้าข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
    • สามารถเพิ่มแหล่งข้อมูลและตารางในฐานข้อมูลได้
    • สามารถดึงข้อมูลและนำเข้าข้อมูลผ่าน csv และ excel file (xls, xlsx) ได้
    • สามารถเพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ Application Programing Interface (API)
    • ระบบต้องมีส่วนสำหรับบริหารจัดการการสร้าง API Key
    • ระบบมีส่วนสำหรับ API
    • ระบบรองรับการลงทะเบียนสำหรับบุคคลภายนอก
    • ระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Event Log)
    • ระบบบริหารจัดการสมาชิก (User Management)
    • ระบบบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานระบบ (Authentication and Authorizations Management)
    • ระบบประมวลผลและออกรายงานสำคัญ (Processing and Reporting System)
    • ระบบวิเคราะห์และสนับสนุนการใช้งาน (Analytic and Supporting System)
    • สามารถรองรับเทคโนโลยี IPMI 2.0, REST API และ TPM 2.0
  • Personnel:
    • หัวหน้าโครงการ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านการวางแผนและบริหารจัดการด้านการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และระบบงานฐานข้อมูลอย่างน้อย 15 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยระบบสารสนเทศ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านความปลอดภัยระบบสารสนเทศอย่างน้อย 10 ปี, และผ่านการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัย จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศอย่างน้อย 10 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบบริหารการเงินการคลัง: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป และประสบการณ์ด้านการเงินการคลัง อย่างน้อย 10 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • นักพัฒนาระบบ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบอย่างน้อย 5 ปี จำนวนอย่างน้อย 3 คน
    • นักออกแบบกราฟิก: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านการออกแบบกราฟิก อย่างน้อย 3 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • นักทดสอบระบบ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป, มีประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบ อย่างน้อย 1 คน
    • เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป จำนวนอย่างน้อย 1 คน
    • เลขานุการและผู้ประสานงานโครงการ: วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป จำนวนอย่างน้อย 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • เกณฑ์ราคา: น้ำหนักร้อยละ 10
  • เกณฑ์อื่น (ด้านคุณภาพ): น้ำหนักร้อยละ 90
    • ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80)
      • เทคนิคและการพัฒนาออกแบบระบบ (ร้อยละ 60)
        • กรอบแนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจขอบเขตของงาน (ร้อยละ 25)
        • การนำเสนอการบริหารจัดการโครงการและแผนการดำเนินงาน (ร้อยละ 10)
        • เทคนิควิธีดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ (ร้อยละ 25)
      • การใช้เทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (ร้อยละ 20)
        • ความเหมาะสมในการเลือกใช้เทคโนโลยีกับระบบที่เสนอ (ร้อยละ 10)
        • คุณสมบัติเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (ร้อยละ 10)
    • มาตรฐานการบริการของผู้ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนักร้อยละ 5)
    • ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนักร้อยละ 5)
      • จำนวนผลงานที่มีมูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 2.4 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 5 ปี (ร้อยละ 3)
      • มูลค่ารวมของผลงานที่ยื่นเสนอทั้งหมด (ร้อยละ 2)
  • ผู้ที่ได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด
  • ผู้ที่ได้คะแนนรวมในส่วนของเกณฑ์อื่น (ด้านคุณภาพ) จะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลแบบ Time Series และเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้อย่างน้อย 10 ปี
  • มีระบบจัดเก็บข้อมูลรายเดือน
  • สามารถส่งออกข้อมูลเป็นไฟล์ชนิดต่างๆ เช่น .doc .pdf .xls .csv
  • สามารถนำเข้าข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ และงบลงทุนเพิ่มเติมในระหว่างปีงบประมาณ
  • สามารถนำเข้าข้อมูลจากหน่วยงานภายในและภายนอกสำนักงานฯ
  • รองรับการแสดงผลแบบ Responsive Web Design
  • รองรับการแสดงผลผ่านทางเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์มือถือแบบสมาร์ทโฟน
  • ระบบการนำเข้าข้อมูลสามารถนำเข้าข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
  • ระบบต้องมีส่วนสำหรับบริหารจัดการการสร้าง API Key
  • ระบบรองรับการลงทะเบียนสำหรับบุคคลภายนอก
  • ระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Event Log)
  • ระบบบริหารจัดการสมาชิก (User Management)
  • ระบบบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานระบบ (Authentication and Authorizations Management)
  • ระบบประมวลผลและออกรายงานสำคัญ (Processing and Reporting System)
  • ระบบวิเคราะห์และสนับสนุนการใช้งาน (Analytic and Supporting System)
  • คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ (ตามภาคผนวก)
  • ระบบต้องทำการทดสอบเจาะระบบเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application Penetration Test) ให้ครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยตามมาตรฐาน OWASP Web Security Testing Guide (WSTG)

เงื่อนไขสัญญา

  • สำนักงานฯ จะจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างโดยแบ่งออกเป็น 5 งวด
    • งวดที่ 1: ร้อยละ 10 เมื่อส่งมอบ Inception Report และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงาน
    • งวดที่ 2: ร้อยละ 15 เมื่อส่งมอบ Pre Interim Report และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงาน
    • งวดที่ 3: ร้อยละ 25 เมื่อส่งมอบ Interim Report และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงาน
    • งวดที่ 4: ร้อยละ 30 เมื่อส่งมอบ Draft Final Report และหลักฐานการจัดฝึกอบรม และส่งมอบชุดอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    • งวดที่ 5: ร้อยละ 20 เมื่อส่งมอบ Final Report, Executive Summary, โปรแกรม, และเอกสารคู่มือ
  • เอกสารผลงานและระบบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการฯ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานฯ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • การส่งมอบงานแต่ละงวดมีอะไรบ้าง?
    • การส่งมอบงานแต่ละงวดประกอบด้วยรายงาน, ระบบ, หรืออุปกรณ์ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในขอบเขตของงาน และต้องได้รับการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
  • บุคลากรหลักที่ต้องจัดหาสำหรับการดำเนินโครงการมีอะไรบ้าง?
    • บุคลากรหลักประกอบด้วย หัวหน้าโครงการ, ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยระบบสารสนเทศ, ผู้เชี่ยวชาญด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ, ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารการเงินการคลัง, และนักพัฒนาระบบ
  • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากอะไรบ้าง?
    • การประเมินผลงานจะพิจารณาจากเกณฑ์ราคา (10%) และเกณฑ์คุณภาพ (90%) ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอด้านเทคนิค, มาตรฐานการบริการ, และผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ
  • มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของระบบอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย และจะต้องทำการทดสอบเจาะระบบเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application Penetration Test)
  • หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ จะติดต่อได้ที่ไหน?
    • สามารถติดต่อสอบถามได้ทางโทรสาร 0-2281-3015 หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
  • ต้องมีการฝึกอบรมอะไรบ้าง?
    • มีการฝึกอบรมหลายประเภท เช่น ฝึกอบรมแนวคิด/หลักการการวิเคราะห์ทางการเงิน, การใช้งานระบบสำหรับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งาน, และการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
  • ผลงานที่นำมายื่น จะต้องมีลักษณะอย่างไร?
    • ผลงานต้องเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์ม หรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,400,000 บาท
  • มีข้อกำหนดเรื่องการรับประกันอุปกรณ์อย่างไร?
    • เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 3 ปี, อุปกรณ์จอภาพมีการรับประกันไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ต้องมีมาตรฐานอะไรในการดำเนินงานบ้าง?
    • ต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารคุณภาพ ISO 9001 หรือมาตรฐาน ISO/IEC 29110 หรือ CMMI

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of References) งานจ้างทำระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการวิเคราะห์ จำนวน 1 ระบบ 1. หลักการและเหตุผล 1.1 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีหน้าที่สำคัญด้านหนึ่งในการจัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์การพัฒนา และกรอบการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในภาพรวม รวมถึงการพิจารณา งบประมาณประจำปีของรัฐวิสาหกิจ เพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุงหรือแก้ไขปัญหาการดำเนินงาน เพื่อให้สามารถบรรลุ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการติดตามและประเมินผล การลงทุนและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยมีกองงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ (กรว.) เป็นหน่วยงาน รับผิดชอบ 1.2 การลงทุนของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจมีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับภารกิจในการจัดตั้ง และปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ อาทิ แนวนโยบายระดับประเทศ ระดับกระทรวง ระดับองค์กร สภาวะแวดล้อม ของอุตสาหกรรมและธุรกิจ วัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน และฐานะการเงินของหน่วยงาน ซึ่งใน ขั้นตอนการวิเคราะห์งาน กรว. ต้องใช้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากและเป็นรูปแบบอนุกรมเวลา เพื่อให้สามารถพิจารณาถึงความจำเป็น/ความเหมาะสมและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนได้ อย่างชัดเจนรอบด้าน ความสามารถทางการเงินในการรองรับภาระจากการลงทุน และการเสนอ ความเห็น/ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อการลงทุนได้ตรงตามสภาพปัญหาและความต้องการขององค์กร และประเทศได้อย่างแท้จริง ดังนั้น การนำเครื่องมือสารสนเทศสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการทำงาน จะทำให้ กรว. มีระบบฐานข้อมูลที่ช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ของบุคลากร เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายของผู้บริหารที่สามารถเรียกใช้งาน ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถกำกับและติดตามประเมินผล ในช่วงระหว่างดำเนินการลงทุนและภายหลังการลงทุนแล้วเสร็จ 1.3 นอกจากนี้ ที่ผ่านมาสำนักงานฯ ได้รับการประสานขอข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งหน่วยงานภายในของสำนักงานฯ และหน่วยงานภายนอกจากภายในประเทศและต่างประเทศ เพื่อนำ ข้อมูลด้านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจใช้ประกอบการจัดทำข้อมูลด้านเศรษฐกิจในหลากหลายรูปแบบ เช่น การประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการนำเสนอข้อมูลการลงทุน เป็นรายสาขา/รายพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งจากข้อจำกัดด้านทรัพยากรบุคคลและปริมาณของข้อมูลที่มี เป็นจำนวนมากและยังไม่มีระบบฐานข้อมูลกลางในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดเก็บ ส่งผลให้ การสืบค้นและจัดทำข้อมูลแต่ละครั้งใช้เวลานาน และไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการได้ อย่างทันท่วงที 1.4 การจัดทำงบประมาณประจำปีของรัฐวิสาหกิจส่งผลต่อความต่อเนื่องในการดำเนินกิจการของ หน่วยงานและต่อประชาชนในวงกว้างทั้งในมิติเชิงเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม นวัตกรรม และการจ้างงาน จึงจำเป็นต้องมีช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพต่อสาธารณะ แม้ว่าที่ผ่านมา กรว. ได้พัฒนารูปแบบการจัดทำข้อมูลด้วยชุดโปรแกรมสำนักงาน (Microsoft Excel) แต่ยังประสบปัญหาที่ไม่สามารถจัดการข้อมูลในรูปแบบของรายงาน (Report) ซึ่งต้องจัดทำเป็น หลากหลายมุมมองเพื่อตอบสนองต่อความต้องการหรือการตัดสินใจของผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชา ที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งปัจจุบันสภาพแวดล้อมการดำเนินงาน ปริมาณข้อมูลข่าวสาร และเทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก กรว. จึงจำเป็นต้องจัดทำระบบฐานข้อมูลใหม่ 1.5 และสร้างช่องทางการให้บริการเผยแพร่ข้อมูลการลงทุน เอกสารและผลงานทางวิชาการที่ทันสมัย ผ่านเว็บไซต์ที่สามารถสืบค้นข้อมูลได้ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นตัวช่วยในการสื่อสารและสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างสำนักงานฯ และส่วนที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ทั้งระดับผู้บริหารสำนักงานฯ หน่วยงานภายในสำนักงานฯ และหน่วยงานภายนอกรวมถึงบุคคลทั่วไป รวมทั้งมีส่วนช่วยส่งเสริม ภาพลักษณ์ของสำนักงานฯ ในการเป็นองค์กรด้านวิชาการชั้นนำที่ทันสมัยของประเทศ ดังนั้น กรว. จึงจำเป็นต้องดำเนินการจัดทำระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน เพื่อให้ มีระบบฐานข้อมูลและเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์งานและการตัดสินใจ ด้านนโยบายที่มีประสิทธิภาพ สามารถเรียกใช้ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจได้อย่างสะดวก และสามารถติดตามประเมินผลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจได้อย่างใกล้ชิด 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อศึกษาและพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางให้สามารถรองรับการนำเข้าและเชื่อมต่อข้อมูลจาก รัฐวิสาหกิจ และมีระบบการวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับการสนับสนุนทางด้านข้อมูลในการจัดทำข้อมูล การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 2.2 เพื่อพัฒนาและปรับปรุงระบบข้อมูลเพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจที่มี ความรวดเร็ว ถูกต้อง และสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์ ติดตามผล เสนอแนะ และกำหนด นโยบายและยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.3 เพื่อเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนของรัฐวิสาหกิจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนสำหรับ นำไปใช้ประโยชน์ต่อไป 3. คุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอ ได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย 2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 3) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ 1) (กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ) 2) (กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท) 3) (สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของ โครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือ เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ในวันลงนามในสัญญา) 4) (กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุน เพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อ บริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของ วงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจาก สำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)) 3.10 (ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้) 1) กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย 2) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้น ต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ 3) กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกราย จะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนาม กิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ 1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏ ในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ 2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะ การเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท 3.13 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องได้รับการรับรองมาตรฐานการบริหารคุณภาพ ISO 9001 หรือมาตรฐานการรับรอง คุณภาพการบริหารงาน Software Engineering ISO/IEC 29110 หรือมาตรฐานด้านการปรับปรุง คุณภาพซอฟต์แวร์ CMMI โดยแนบสำเนาหนังสือรับรองดังกล่าวประกอบ ซึ่งต้องมีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา 3.14 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบ ฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,400,000.00 บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน) อย่างน้อย 1 ผลงาน ผลงานดังกล่าวเป็นผลงานภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จ ถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานอื่น ของรัฐ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หน่วยงานอื่นซึ่งมีกฎหมาย บัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเชื่อถือ โดยแนบสำเนาเอกสารสัญญาหรือข้อตกลง ที่แสดงรายละเอียดของงานจ้างฯ และสำเนาหนังสือรับรองผลงานมาพร้อมการยื่นข้อเสนอด้วย 3.15 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดหาบุคลากรผู้ที่มีความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับตำแหน่ง โดยจะต้องมี บุคลากรเข้ามาดำเนินการไม่น้อยกว่า 11 คน และให้จัดส่งรายชื่อทีมงานบุคลากรหลัก จำนวน ไม่น้อยกว่า 7 คน และรายชื่อทีมงานบุคลากรสนับสนุน จำนวนไม่น้อยกว่า 4 คน ประกอบด้วย 1) บุคลากรหลัก ประกอบด้วย (1) หัวหน้าโครงการ วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป มีประสบการณ์ด้านการวางแผน และบริหารจัดการในด้านการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์และระบบงานฐานข้อมูล ตลอดจนอำนวยการดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ ขอบเขต เป้าหมาย และระยะเวลาของโครงการที่กำหนดไว้ โดยมีประสบการณ์อย่างน้อย 15 ปี จำนวน อย่างน้อย 1 คน (2) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความปลอดภัยระบบสารสนเทศ วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโท ขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านความปลอดภัยระบบ สารสนเทศ อย่างน้อย 10 ปี และผ่านการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัย โดยแนบ สำเนาประกาศนียบัตรการอบรมมาพร้อมการยื่นข้อเสนอด้วย จำนวนอย่างน้อย 1 คน (3) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์และออกแบบระบบสารสนเทศ วุฒิการศึกษาอย่างน้อย ปริญญาโทขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการวิเคราะห์ และออกแบบระบบสารสนเทศ อย่างน้อย 10 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน (4) ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระบบบริหารการเงินการคลัง วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาโทขึ้นไป และประสบการณ์ด้านการเงินการคลัง อย่างน้อย 10 ปี จำนวนอย่างน้อย 1 คน (5) นักพัฒนาระบบ วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการพัฒนาระบบ อย่างน้อย 5 ปี จำนวนอย่างน้อย 3 คน รวมจำนวนบุคลากรหลักทั้งสิ้นอย่างน้อย 7 คน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องแสดงรายละเอียดประวัติ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์การทำงานของบุคลากรหลักยื่นเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาด้วย 2) บุคลากรสนับสนุน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องจัดหาบุคลากรสนับสนุน ให้เพียงพอเพื่อให้การจัดทำ โครงการฯ บรรลุผลสำเร็จ ได้แก่ (1) นักออกแบบกราฟิก วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการออกแบบกราฟิก อย่างน้อย 3 ปี จำนวน อย่างน้อย 1 คน (2) นักทดสอบระบบ วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป มีความรู้ ความเข้าใจ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการทดสอบระบบ จำนวนอย่างน้อย 1 คน (3) เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป ทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูล และบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ รวมทั้งกิจกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการ จำนวน อย่างน้อย 1 คน (4) เลขานุการและผู้ประสานงานโครงการ วุฒิการศึกษาอย่างน้อยปริญญาตรีขึ้นไป ทำหน้าที่ ประสานงานและอำนวยความสะดวกการดำเนินงานโครงการ จำนวนอย่างน้อย 1 คน 4. ขอบเขตการดำเนินงาน 4.1 จัดทำแผนการดำเนินงานโครงการให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด โดยแผนการดำเนินงาน จะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อย คือ ขั้นตอนหรือกิจกรรม ระยะเวลาการดำเนินงาน บุคลากรที่เกี่ยวข้อง โดยในแต่ละขั้นตอนหรือกิจกรรมต้องระบุผลงานและช่วงเวลาที่ต้องส่งมอบงานให้ชัดเจน 4.2 ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการทำงานของ กรว. และรูปแบบการจัดการข้อมูลรัฐวิสาหกิจด้วย เครื่องมือในปัจจุบัน ทั้งงบประมาณประจำปี งบลงทุนเพิ่มเติมในระหว่างปีงบประมาณ การรายงาน ผลการดำเนินงาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาหรือข้อจำกัดในการดำเนินงาน ข้างต้น รวมถึงการสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลของ กรว. จากหน่วยงานภายในสำนักงานฯ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดทำแผนการดำเนินงานโครงการโดยละเอียดและออกแบบกระบวนการทำงานหรือรูปแบบ การจัดการข้อมูลที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสนับสนุน และเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาไฟล์ที่ใช้งานในปัจจุบันให้ง่ายต่อการนำเข้า ข้อมูล อาทิ การปรับไฟล์งบประมาณประจำปีให้รองรับการจัดทำข้อเสนองบประมาณในปีถัดไป 4.3 จัดทำโครงสร้างสถาปัตยกรรมและออกแบบระบบฐานข้อมูลการลงทุน การเงิน และการดำเนินงาน ของรัฐวิสาหกิจ โดยการวางแผนโครงสร้างของระบบ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และแนวทาง การนำเข้าข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจและการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และระบบ สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า (Input Validation) สอดคล้องกับสถาปัตยกรรม การบริหารจัดการองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ของสำนักงานฯ และสามารถแลกเปลี่ยน ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีขอบเขตการดำเนินงานอย่างน้อย ดังนี้ 1) สามารถจัดเก็บข้อมูลแบบ Time Series และเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้อย่างน้อย 10 ปี 2) มีระบบจัดเก็บข้อมูลรายเดือน โดยเจ้าหน้าที่ กรว. และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ สามารถเข้าถึง การบันทึกและแก้ไขข้อมูลตามสิทธิ์การใช้งาน เพื่อประกอบการวิเคราะห์งบประมาณประจำปี และใช้ประโยชน์ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 3) สามารถส่งออกข้อมูล (Export) เป็นไฟล์ชนิดต่าง ๆ อาทิ .doc .pdf .xls .csv หรือตามที่ สำนักงานฯ กำหนด 6 4) สามารถนำเข้าข้อมูลรายงานการวิเคราะห์ และงบลงทุนเพิ่มเติมในระหว่างปีงบประมาณ รวมทั้ง สามารถสืบค้นข้อมูลได้ตามที่สำนักงานฯ กำหนด 5) สามารถนำเข้าข้อมูลจากหน่วยงานภายในและภายนอกสำนักงานฯ โดยพัฒนาและจัดทำระบบ การเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบอัตโนมัติหรือการจัดทำรูปแบบมาตรฐานข้อมูล (Template) ที่มี ความชัดเจนและสะท้อนผลการดำเนินงานในแต่ละมิติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเข้าสู่ ระบบฐานข้อมูลได้อย่างเหมาะสมตามความพร้อมของสถานภาพข้อมูล กฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานต่าง ๆ หรือการเชื่อมโยงในรูปแบบอื่น ๆ ที่เหมาะสม 4.4 พัฒนาระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน การเงิน และการดำเนินงานของ รัฐวิสาหกิจ โดยมีขอบเขตการดำเนินงานอย่างน้อย ดังนี้ 1) ระบบที่สามารถรองรับเทคโนโลยี (1) รองรับการแสดงผลแบบ Responsive Web Design (2) รองรับการแสดงผลผ่านทางเว็บไซต์บนอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และอุปกรณ์มือถือแบบสมาร์ทโฟน 2) ระบบการนำเข้าข้อมูล (1) สามารถนำเข้าข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจและตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลตามเงื่อนไข ที่สำนักงานฯ กำหนด (2) สามารถรองรับการเพิ่มแหล่งข้อมูลโดยผู้ดูแลระบบ และสามารถเพิ่มตารางในฐานข้อมูล และใส่ข้อมูลด้วยตนเองได้ (3) กรณีที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลอัตโนมัติกับหน่วยงาน จะต้องทำการดึงข้อมูลที่กำหนดตาม ระยะเวลาที่กำหนด และต้องออกแบบให้สามารถดึงข้อมูลและนำเข้าข้อมูลผ่าน csv และ excel file (xls, xlsx) ได้เป็นอย่างน้อย (4) ผู้ดูแลระบบสามารถเพิ่มการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ Application Programing Interface (API) จากหน่วยงานอื่น ๆ ได้ด้วยตนเอง 3) ระบบการบริหารจัดการการเผยแพร่ข้อมูล (1) ระบบต้องมีส่วนสำหรับบริหารจัดการการสร้าง API Key สำหรับการเข้าถึงและเรียกใช้ ข้อมูลจากระบบไปเผยแพร่ (2) ระบบต้องมีส่วนสำหรับ API ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลตามรูปแบบที่กำหนด ที่จะแตกต่างไป ตามนโยบายการให้ข้อมูลของแต่ละผู้บริหารและภารกิจของแต่ละหน่วยงาน (3) ระบบรองรับการลงทะเบียนสำหรับบุคคลภายนอก แบบฟอร์มลงทะเบียนเก็บข้อมูล ตามที่ สำนักงานฯ กำหนด (4) เจ้าหน้าที่กำหนดข้อมูลเผยแพร่โดยกำหนดสถานะสาธารณะ (Public) และกำหนดวันที่ เผยแพร่ได้ 4) ระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Event Log) (1) ระบบต้องสามารถเก็บบันทึก Log ในทุกขั้นตอนการใช้งานที่เกิดขึ้นในระบบสำหรับกรณี ที่มีความต้องการตรวจสอบการกระทำของผู้ใช้งานระบบแต่ละคนภายหลังได้ 7 (2) การเก็บประวัติการใช้งานหากเข้าดูด้วยตัวผู้ใช้งานจะเห็นเพียงประวัติการใช้ระบบของตนเอง แต่ถ้าเข้าดูด้วยตำแหน่งผู้ดูแลระบบจะสามารถเห็นประวัติการใช้งานของทุกคน (3) ระบบต้องสามารถเก็บประวัติการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน แต่ไม่เกิน 1 ปี 5) ระบบบริหารจัดการสมาชิก (User Management) (1) การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงระบบในส่วนต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มผู้ใช้งานและผู้ใช้งานภายหลัง ตามที่สำนักงานฯ กำหนด โดยเบื้องต้นกำหนดผู้เข้าใช้งาน 4 กลุ่ม ได้แก่ Π • ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการสิทธิ์การตรวจสอบผู้ใช้งาน (Authentication) ได้ กลุ่มผู้ใช้งานภายในองค์กร ต้องสามารถทำการเข้าสู่ระบบ (log in) เข้าใช้งานระบบได้ ตามกลุ่มที่สำนักงานฯ กำหนด กลุ่มรัฐวิสาหกิจ ต้องเข้าสู่ระบบ (log in) เข้าใช้งานเพื่อรับ – ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ • กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป (2) การสร้างรายชื่อผู้ใช้งานพร้อมรหัสผ่านตั้งต้นได้ (3) การบันทึกและปรับปรุงรายชื่อผู้เข้าใช้งานระบบเป็นรายบุคคล (4) การปรับปรุงรหัสผ่านผู้เข้าใช้งานเป็นรายบุคคล (5) สามารถสร้าง แก้ไข ลบ ผู้ใช้งานและกลุ่มผู้ใช้งานได้ (6) สามารถค้นหาข้อมูลผู้ใช้งานและกลุ่มผู้ใช้งานได้ 6) ระบบบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานระบบ (Authentication and Authorizations Management) การบริหารจัดการสิทธิ์การใช้งานระบบต้องสามารถทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์ สำหรับควบคุมความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานระบบ ที่สามารถตรวจสอบสิทธิ์ การเข้าถึงข้อมูลการใช้งานระบบของกลุ่มผู้ใช้งานและผู้ใช้งานแต่ละรายตามที่กำหนดไว้ ในระบบบริหารจัดการสมาชิก (User Management) โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ สามารถยืนยัน ตัวตนของผู้ใช้งาน (Authentication) ผ่านการเชื่อมต่อกับระบบ Active Directory ของสำนักงานฯ ตามสิทธิ์ที่กำหนด 7) ระบบประมวลผลและออกรายงานสำคัญ (Processing and Reporting System) การแสดงผลมีหน้าจอ UI (User Interface) แสดงผลข้อมูลที่สำคัญในรูปแบบ กราฟ ตาราง ให้เข้าใจง่าย รวมถึงสรุปจำนวนผู้ใช้งาน และรองรับการกรองและค้นหาข้อมูลได้ และระบบ ต้องสามารถประมวลผลข้อมูลในรูปแบบตามที่สำนักงานฯ กำหนด เพื่อสรุปภาพรวมของข้อมูล และรายงานผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง 8) ระบบวิเคราะห์และสนับสนุนการใช้งาน (Analytic and Supporting System) ระบบต้องสามารถวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลที่นำเข้าตามที่สำนักงานฯ กำหนด เพื่อสนับสนุน การวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ อาทิ การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio) สัดส่วน ในแต่ละหมวดการลงทุน สัดส่วนวงเงินผูกพัน และสัดส่วนวงเงินเบิกจ่ายลงทุน โดยเป็นไปตาม หลักวิชาการ 4.5 ดำเนินการติดตั้งและตั้งค่าการทำงานของระบบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ระบบบริหารจัดการฐานข้อมูล และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาระบบงานทั้งหมด 4.6 ดำเนินการติดตั้งฐานข้อมูลและนำเข้าข้อมูลสู่ระบบฐานข้อมูล โดยผู้รับจ้างต้องมีเจ้าหน้าที่สนับสนุน ในการนำเข้าข้อมูลย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งดำเนินการทดสอบการใช้งานระบบฐานข้อมูล (User Acceptance Test : UAT) ที่พัฒนาร่วมกับสำนักงานฯ เพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขระบบให้ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่และกระบวนการรับฟังปัญหาที่ชัดเจน เพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว และสนับสนุนการใช้งานจริง 4.7 จัดทำข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุง/พัฒนาวิธีการจัดเก็บข้อมูลรวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ 8 หน่วยงานอื่นในอนาคต เพื่อนำไปสู่การพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลให้สามารถเชื่อมโยงกันระหว่าง หน่วยงานภาครัฐอย่างบูรณาการ และสามารถนำข้อมูลภายในระบบฐานข้อมูลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตลอดจนชี้ให้เห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ระบบฐานข้อมูลด้านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เพื่อนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อไป 4.8 ดำเนินการฝึกอบรมและจัดทำเอกสารคู่มือการปฏิบัติงาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) ฝึกอบรมแนวคิด/หลักการการวิเคราะห์ทางการเงินและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ สำหรับ เจ้าหน้าที่ กรว. อย่างน้อย 10 คน ในระยะเวลาอย่างน้อย 1 วัน และจัดทำเอกสารประกอบ การอบรมอย่างน้อย 10 ชุด พร้อมทั้งวิดีทัศน์การอบรม หากมีสถานการณ์ที่ไม่สามารถ จัดการฝึกอบรม Onsite ได้ ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมออนไลน์ในรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning) หรือตามที่สำนักงานฯ เห็นสมควร โดยต้องจัดฝึกอบรม ให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดที่ 4 2) ฝึกอบรมแนวคิด/หลักการการวิเคราะห์ทางการเงินทั่วไป สำหรับเจ้าหน้าที่สำนักงานฯ อย่างน้อย 30 คน ในระยะเวลา 1 วัน และจัดทำเอกสารประกอบการอบรมอย่างน้อย 30 ชุด พร้อมทั้ง วิดีทัศน์การอบรม หากมีสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดการฝึกอบรม Onsite ได้ ผู้รับจ้างต้องจัด อบรมออนไลน์ในรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning) หรือตามที่ สำนักงานฯ เห็นสมควร โดยต้องจัดฝึกอบรมให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย 3) ฝึกอบรมการใช้งานระบบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบงาน (Admin) อย่างน้อย 3 คน จำนวน 1 วัน และผู้ใช้งาน (User) เจ้าหน้าที่ กรว. อย่างน้อย 10 คน จำนวน 1 วัน และจัดทำเอกสาร คู่มือแนะนำการใช้งานสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบงาน (Admin) อย่างน้อย 3 ชุด และ สำหรับผู้ใช้งาน (User) อย่างน้อย 10 ชุด พร้อมทั้งวิดีทัศน์คู่มือแนะนำการใช้งาน หากมี สถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดการฝึกอบรม Onsite ได้ ผู้รับจ้างต้องจัดอบรมออนไลน์ในรูปแบบ การเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning) หรือตามที่สำนักงานฯ เห็นสมควร โดยต้อง จัดฝึกอบรมให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย 4) ฝึกอบรมการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายใหม่ การบริหารจัดการระบบฐานข้อมูลและ เรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลระบบศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ศทส.) อย่างน้อย 2 คน จำนวน 1 วัน และจัดทำเอกสารคู่มือการทำงานและแนะนำการใช้ งานระบบอย่างน้อย 2 ชุด หากมีสถานการณ์ที่ไม่สามารถจัดการฝึกอบรม Onsite ได้ ผู้รับจ้าง ต้องจัดอบรมออนไลน์ในรูปแบบการเรียนรู้โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Learning) หรือ ตามที่สำนักงานฯ เห็นสมควร โดยต้องจัดฝึกอบรมให้เสร็จสิ้นก่อนส่งมอบงานงวดสุดท้าย 5) จัดทำคู่มือขั้นตอนการรับ - ส่งข้อมูลผ่านระบบให้รัฐวิสาหกิจตามรูปแบบที่สำนักงานฯ กำหนด ทั้งนี้ ผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการฝึกอบรมทั้งหมด อาทิ ค่าสถานที่ ค่าเอกสาร ค่าอาหารว่างเครื่องดื่ม และค่าวิทยากร 4.9 ส่งมอบอุปกรณ์และครุภัณฑ์ระบบฐานข้อมูลตามงานจ้างฯ ซึ่งต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่ได้ ทำการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อนและไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาปรับปรุงสภาพใหม่ (Reconditioned หรือ Rebuilt) และยังอยู่ในสายการผลิต รวมทั้งต้องให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและบริการ หลังการขายตลอดอายุการรับประกันตามที่กำหนดในภาคผนวก 4.10 พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงชุดข้อมูล และดัชนีชี้วัดจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยอุปกรณ์ ซึ่งมีคุณภาพตามมาตรฐานในระดับสากล สามารถทำงานร่วมกับระบบเครื่องแม่ข่ายของสำนักงานฯ ในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน พร้อมทั้งสามารถเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับระบบเครือข่ายสารสนเทศของ สำนักงานฯ ได้ 4.11 ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดทางด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย (Security Specification) สำหรับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลฯ โดยจะต้องทำการทดสอบเจาะระบบเว็บแอปพลิเคชัน (Web Application Penetration Test) ให้ครอบคลุมประเด็นความปลอดภัยตามมาตรฐาน OWASP Web Security Testing Guide (WSTG) เวอร์ชันล่าสุด และดำเนินการแก้ไขเพื่อปิดช่องโหว่ที่ตรวจพบ 4.12 คุณสมบัติของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารภาคผนวก 5. กำหนดเวลาที่ต้องการให้งานแล้วเสร็จ กำหนดเวลาให้งานแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 15 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยผู้รับจ้างต้อง ส่งมอบงานตามขอบเขตของงานที่กำหนด ดังนี้ 5.1 งวดที่ 1 รายงานการศึกษาขั้นต้น (Inception Report) จำนวน 15 ชุด และในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด ภายใน 2 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) แผนการดำเนินงานโครงการ (Project Plan) โดยละเอียด 2) ผลการศึกษากระบวนการทำงานของ กรว. และรูปแบบการจัดการข้อมูลรัฐวิสาหกิจด้วยเครื่องมือ ในปัจจุบัน ทั้งงบประมาณประจำปี งบลงทุนเพิ่มเติมในระหว่างปีงบประมาณ และการรายงาน ผลการดำเนินงาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3) ผลการสอบถามความต้องการใช้ข้อมูลของ กรว. จากหน่วยงานภายในสำนักงานฯ ที่เกี่ยวข้อง 5.2 งวดที่ 2 รายงานการศึกษาก่อนขั้นกลาง (Pre Interim Report) จำนวน 15 ชุด และในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด ภายใน 5 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ออกแบบและจัดทำโครงสร้างสถาปัตยกรรมของระบบฐานข้อมูลการลงทุน การเงิน และ การดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ โดยการวางแผนโครงสร้างของระบบ ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และแนวทางการนำเข้าข้อมูลจากรัฐวิสาหกิจและการเชื่อมโยงข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2) ร่างต้นแบบ (Prototype) ระบบฐานข้อมูลฯ 5.3 งวดที่ 3 รายงานการศึกษาขั้นกลาง (Interim Report) จำนวน 15 ชุด และในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด ภายใน 8 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ผลการออกแบบระบบต้นแบบ (Prototype) ระบบฐานข้อมูลฯ 2) ผลการถ่ายโอนข้อมูลจากฐานข้อมูลเดิมของ กรว. 3) จัดทำระบบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่นำเข้า (Input Validation) สอดคล้องกับ สถาปัตยกรรมการบริหารจัดการองค์กร (Enterprise Architecture: EA) ของสำนักงานฯ และสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5.4 งวดที่ 4 ร่างรายงานฉบับสมบูรณ์ (Draft Final Report) จำนวน 15 ชุด และในรูปแบบไฟล์ อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด ภายใน 12 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ผลการพัฒนาระบบต้นแบบของระบบฐานข้อมูลฯ ที่อยู่ในขั้นตอนของการทดสอบโดยผู้ใช้งานจริง (User Acceptance Test : UAT) โดยแยกตามกลุ่มผู้เข้าใช้งาน ซึ่งมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ (1) สามารถนำเข้าข้อมูล/จัดเก็บข้อมูล 5.5 (2) สามารถประมวลผลและออกรายงานได้ (3) สามารถแสดงผลการใช้งาน 2) สรุปผลการทดสอบการใช้งานระบบฯ เพื่อนำไปสู่การใช้งานระบบจริง (Go-Live) ซึ่งมีคุณสมบัติ อย่างน้อย ดังนี้ (1) สามารถนำเข้าข้อมูล/จัดเก็บข้อมูล (2) สามารถประมวลผลและออกรายงานได้ (3) สามารถแสดงผลการใช้งาน 3) หลักฐานการจัดฝึกอบรมแนวคิด/หลักการการวิเคราะห์ทางการเงินและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ 4.8 ข้อย่อยที่ 1) 4) ส่งมอบชุดอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับระบบฐานข้อมูลฯ (รายละเอียดปรากฏ ตามภาคผนวก) งวดที่ 5 รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) และรายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) 5.5.1 รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report) และรายงานบทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) ซึ่งมี เนื้อหาครอบคลุมผลการพัฒนาระบบฐานข้อมูลฯ ที่แล้วเสร็จ และสามารถใช้งานได้ครบถ้วน ตามที่ได้ระบุไว้ในขอบเขตการดำเนินงาน จำนวนอย่างละ 20 ชุด และในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด ภายใน 15 เดือน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) โปรแกรมระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการวิเคราะห์ จำนวน 1 ระบบ 2) รายงานผลการตรวจสอบช่องโหว่ของระบบฐานข้อมูลฯ ตามขอบเขตการดำเนินงาน ข้อ 4.11 3) หลักฐานการจัดฝึกอบรมตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ 4.8 ข้อย่อยที่ 2) - 4) 4) Source Code ของโปรแกรมระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ 5.5.2 เอกสารคู่มือการใช้งานของผู้ใช้งาน ผู้ดูแลระบบ และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจในรูปแบบเอกสาร จำนวน 15 ชุด และในรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1 ชุด พร้อมทั้งวิดีทัศน์คู่มือ แนะนำการใช้งาน ทั้งนี้ เอกสารผลงานและระบบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการฯ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักงานฯ หลังสิ้นสุด โครงการ ผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบต้นฉบับงานรวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่ได้รวบรวม/ดำเนินการ ซึ่งสามารถ นำไปทำซ้ำ แก้ไข เปลี่ยนแปลง พิมพ์หรือผลิตเพิ่มเติมได้ ให้สำนักงานฯ ทั้งหมด ในกรณีผู้รับจ้างมีความประสงค์ จะนำไปใช้ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานฯ เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 11 6. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอครั้งนี้ สำนักงานฯ จะพิจารณาโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ใช้เกณฑ์ราคาประกอบเกณฑ์อื่น โดยข้อเสนอด้านราคาให้กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 10 และข้อเสนอ ด้านคุณภาพ ให้กำหนดน้ำหนักเท่ากับร้อยละ 90 โดยพิจารณาให้คะแนนตามหัวข้อที่กำหนด ดังนี้ 6.1 เกณฑ์ราคา กำหนดน้ำหนักร้อยละ 10 คะแนนเต็มเท่ากับ 100 คะแนน โดยกำหนดหลักเกณฑ์ การให้คะแนน ดังนี้ 1) ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ำสุดจะได้ 100 คะแนน 2) ผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอราคาต่ำลำดับถัดไป จะให้คะแนนโดยคำนวณจากราคาที่เสนอ = 100 – ((ผลต่างราคาของผู้เสนอราคากับราคาผู้เสนอราคาต่ำสุด / ราคาผู้เสนอราคาต่ำสุด) x 100 ) 6.2 เกณฑ์อื่น (ด้านคุณภาพ) กำหนดน้ำหนักร้อยละ 90 (ประกอบด้วย ข้อเสนอด้านเทคนิค มาตรฐาน การบริการของผู้ยื่นข้อเสนอ และผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นเสนอ) โดยมีรายละเอียดดังนี้ 6.2.1 รายละเอียดของเกณฑ์อื่น (ด้านคุณภาพ) 1) ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) ประกอบด้วย (1) เทคนิคและการพัฒนาออกแบบระบบ ร้อยละ 60 (1.1) กรอบแนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจขอบเขตของงาน ร้อยละ 25 (1.2) การนำเสนอการบริหารจัดการโครงการและแผนการดำเนินงาน ร้อยละ 10 (1.3) เทคนิควิธีดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ ร้อยละ 25 (2) การใช้เทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ร้อยละ 20 (2.1) ความเหมาะสมในการเลือกใช้เทคโนโลยีกับระบบที่เสนอ ร้อยละ 10 (2.2) คุณสมบัติเทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ร้อยละ 10 2) มาตรฐานการบริการของผู้ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนักร้อยละ 5) 3) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนักร้อยละ 5) (1) จำนวนผลงานที่มีมูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 2.4 ล้านบาท ร้อยละ 3 ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จถึงวันที่ ยื่นเอกสารประกวดราคา (2) มูลค่ารวมของผลงานที่ยื่นเสนอทั้งหมด ร้อยละ 2 กำหนดเงื่อนไขประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม โดยคะแนนรวมในส่วนของเกณฑ์อื่น (ด้านคุณภาพ) ของผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพ 6.2.2 หลักเกณฑ์การให้คะแนนของแต่ละเกณฑ์ย่อย ประกอบด้วย 1) ข้อเสนอด้านเทคนิค (น้ำหนักร้อยละ 80) (1) เทคนิคและการพัฒนาออกแบบระบบ ให้น้ำหนักร้อยละ 60 (1.1) กรอบแนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจขอบเขตของงาน ให้น้ำหนักร้อยละ 25 โดยมีค่าอ้างอิงในการให้คะแนน ดังนี้ 12 (1.1) กรอบแนวคิดหรือความรู้ความเข้าใจขอบเขตของงาน ไม่มีการอธิบายหลักการเหตุผล และรายละเอียดกรอบแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาระบบ มีการอธิบายหลักการเหตุผล แต่ไม่มีรายละเอียดกรอบแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาระบบ มีการอธิบายหลักการเหตุผล มีรายละเอียดกรอบแนวคิดในการออกแบบและพัฒนาระบบ แต่อธิบาย ไม่ชัดเจนหรือไม่ครอบคลุมวัตถุประสงค์ มีการอธิบายหลักการเหตุผล มีรายละเอียดกรอบแนวคิดในการออกแบบและพัฒนา และมีความชัดเจน ครอบคลุมวัตถุประสงค์ และสามารถปฏิบัติงานได้จริง รวมถึงการนำเสนอเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ ต่อหน่วยงาน คะแนน 0 คะแนน 1 - 35 คะแนน 36 - 70 คะแนน 71 - 100 คะแนน วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา (1.2) การนำเสนอการบริหารจัดการโครงการและแผนการดำเนินงาน ให้น้ำหนัก ร้อยละ 10 โดยมีค่าอ้างอิงในการให้คะแนน ดังนี้ การนำเสนอการบริหารจัดการโครงการและแผนการดำเนินงาน คะแนน ไม่มีการนำเสนอแผนตามที่กำหนด 0 คะแนน มีการนำเสนอแผนตามที่กำหนด แต่ไม่มีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน หรือมีแต่ไม่ชัดเจน 1 - 35 คะแนน มีการนำเสนอแผนตามที่กำหนด แผนงานมีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนพอเข้าใจ และ 36 - 70 คะแนน ระยะเวลาดำเนินงานแต่ละขั้นตอนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การดำเนินงาน มีการนำเสนอแผนตามที่กำหนด แผนงานมีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน ยะเวลาดำเนินงานและการดำเนินการของบุคลากรในแต่ละขั้นตอนโดยละเอียด สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การดำเนินงาน และเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน 71 - 100 คะแนน วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา 13 (1.3) เทคนิควิธีดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ ให้น้ำหนักร้อยละ 25 โดยมีค่าอ้างอิงในการให้คะแนน ดังนี้ เทคนิควิธีดำเนินการออกแบบและพัฒนาระบบ ไม่มีรายละเอียดวิธีการดำเนินการ หรือมีแต่ไม่สอดคล้องกับขอบเขตของงาน มีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน แต่ไม่มีการอธิบายวิธีการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน หรือ มีการอธิบายแต่ไม่ชัดเจนหรือไม่ครบถ้วน มีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน มีการอธิบายวิธีการดำเนินงานแต่ละขั้นตอนแต่ไม่มี รายละเอียดเทคนิควิธีการดำเนินงาน หรือแสดงให้เห็นได้ว่าสามารถดำเนินงานได้จริงตามข้อเสนอหรือไม่ มีรายละเอียดการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน มีการอธิบายวิธีการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน และ มีรายละเอียดเทคนิควิธีการดำเนินงานหรือแสดงให้เห็นได้ว่าสามารถดำเนินงานได้จริงตามข้อเสนอ รวมถึงแนวคิดในการวิเคราะห์ปัญหา มีวิธีแก้ไขปัญหาระหว่างการดำเนินงานอย่างสมเหตุสมผล และ การนำเสนอเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน คะแนน 0 คะแนน 1 - 35 คะแนน 36 - 70 คะแนน 71 - 100 คะแนน วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา 14 3) ผลงานและประสบการณ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ (น้ำหนักร้อยละ 5) โดยเป็นผลงานที่เกี่ยวข้อง กับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล ในวงเงินไม่น้อยกว่า 2,400,000.00 บาท (สองล้านสี่แสนบาทถ้วน) ภายในระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา โดยต้องแนบสำเนาเอกสารสัญญา หรือข้อตกลงที่แสดงรายละเอียดของงานจ้างฯ และสำเนาหนังสือรับรองผลงานมาพร้อม การยื่นข้อเสนอด้วย (1) จำนวนผลงาน ให้น้ำหนักร้อยละ 3 โดยมีค่าอ้างอิงในการให้คะแนน ดังนี้ ผลงานและประสบการณ์ที่มีมูลค่าผลงานไม่น้อยกว่า 2.4 ล้านบาท มีผลงานด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล จำนวน 1 ผลงาน จำนวน 2 ผลงาน จำนวน 3 ผลงาน มีผลงานด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล มีผลงานด้านการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบนแพลตฟอร์มหรือระบบฐานข้อมูลเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูล จำนวนมากกว่า 3 ผลงาน วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา คะแนน 70 คะแนน 80 คะแนน 90 คะแนน 100 คะแนน 15 (2) มูลค่ารวมของผลงานที่ยื่นเสนอทั้งหมด ให้น้ำหนักร้อยละ 2 โดยมีค่าอ้างอิง ในการให้คะแนน ดังนี้ มูลค่ารวมของผลงานที่ยื่นเสนอทั้งหมด มูลค่ารวมของผลงาน 2.5 ล้านบาท มูลค่ารวมของผลงานมากกว่า 2.5 ล้านบาท ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท มูลค่ารวมของผลงานมากกว่า 5 ล้านบาท ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท มูลค่ารวมของผลงานมากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป วิธีการประเมินหรือการให้คะแนน พิจารณาให้คะแนนจากเอกสารที่ผู้ยื่นข้อเสนอยื่นมา คะแนน 70 คะแนน 80 คะแนน 90 คะแนน 100 คะแนน 6.3 สำนักงานฯ จะพิจารณาตัดสินโดยคัดเลือกจากผู้ยื่นข้อเสนอรายที่ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน และ ยื่นเอกสารครบถ้วน ถูกต้อง มีคุณสมบัติตามที่กำหนดในประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง ผ่านเกณฑ์ด้านคุณภาพที่สำนักงานฯ กำหนด ซึ่งได้คะแนนรวมด้านคุณภาพและด้านราคามากที่สุด 7. วงเงินงบประมาณ จำนวน 8,000,000 บาท (แปดล้านบาทถ้วน) 8. งวดงานและการจ่ายเงิน สำนักงานฯ จะจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้างโดยแบ่งออกเป็น 5 งวด ดังนี้ 8.1 งวดที่ 1 กำหนดจ่ายร้อยละ 10 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างส่งรายงานการศึกษาขั้นต้น (Inception Report) ตามขอบเขตของงาน ข้อ 5.1 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว 8.2 งวดที่ 2 กำหนดจ่ายร้อยละ 15 ของค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างส่งรายงานการศึกษาก่อนขั้นกลาง (Pre Interim Report) ตามขอบเขตของงาน ข้อ 5.2 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงาน ที่ส่งมอบเรียบร้อยแล้ว 12. หน่วยงานรับผิดชอบ กองงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 13. ช่องทางส่งข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ดังนี้ โทรสาร 0-2281-3015 ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected] ผู้ประกอบการที่ต้องการให้ข้อเสนอแนะ วิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็น ต้องเปิดเผยตัว โดยระบุ ชื่อและที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ (นางวรินภรณ์ นรเดชานนท์) ประธานกรรมการ (นางสาวธีรนุช สินสิริถาวร) กรรมการ (นางสาวกาญจนา พรมเทพ) กรรมการ (นายอภิชาติ จักรศรีพร) กรรมการ (นางสาวประภัสสร ก่ออิฐ) กรรมการและเลขานุการ ภาคผนวก ระบบฐานข้อมูลและระบบวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ จำนวน 1 ระบบ ปีงบประมาณ 2568 คุณลักษณะเฉพาะของชุดอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ประกอบด้วยฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ดังนี้ 1) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย จำนวน 1 ชุด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (1) มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) แบบ 12 แกนหลัก (12 Core) หรือดีกว่า สำหรับคอมพิวเตอร์ แม่ข่าย (Server) โดยเฉพาะและมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาพื้นฐาน ไม่น้อยกว่า 2.4 GHz จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย (2) มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รองรับการประมวลผลแบบ 64 bit มีหน่วยความจำ แบบ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกัน ไม่น้อยกว่า 11 MB (3) มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด DDR4 หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า 128 GB (4) มีหน่วยควบคุมในการจัดการ RAID หรือ Non-RAID (JBOD mode) (5) มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด Solid State Drives หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 3.84 TB จำนวนไม่น้อยกว่า 6 หน่วย (6) มี HDD แบบ M.2 ขนาด 128 GB หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย (7) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10/100/1000 Base-T หรือ ดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 2 ช่อง (8) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) แบบ 10GbE Base-T หรือ SFP+ หรือดีกว่า จำนวนไม่น้อยกว่า 4 ช่อง (9) มี Port USB รวมไม่น้อยกว่า 2 ports และสามารถ ตรวจสอบสถาณะการทำงานของระบบ, Firmware, Network และข้อผิดพลาดผ่าน Port USB (10) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่นำเสนอต้องสามารถรองรับเทคโนโลยี IPMI 2.0, REST API และ TPM 2.0 ได้เป็นอย่างน้อย (11) มีระบบการเตือนถึงความเป็นไปได้ในการชำรุดเสียหายของอุปกรณ์ล่วงหน้าสำหรับ Processor, Voltage Regulator, Memory, Hard Disk, Power Supplies, Fan และ RAID Controller ได้เป็นอย่างน้อย (12) เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่เสนอ ต้องผ่านมาตรฐานอาทิ FCC(Class A), UL หรือ ISO 9000 Series เป็นอย่างน้อย (13) มีโมดูล SFP+ 10G จำนวน 8 ชุด (14) มีสาย LC/LC MM.PATCH CORD จำนวน 4 ชุด (15) มีสาย RJ45 TO RJ45 PATCH CORD จำนวน 3 ชุด (16) มี Power Supply แบบ Redundant หรือ Hot Swap จำนวน 2 หน่วย (17) ได้รับการออกแบบสำหรับติดตั้งกับตู้อุปกรณ์สื่อสารมาตรฐาน (19" Rack) โดยมีขนาด ไม่เกิน 2U พร้อมอุปกรณ์ในการติดตั้ง (18) ผลิตภัณฑ์ที่เสนอต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังมิได้ทำการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อน และไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาปรับปรุงสภาพใหม่ (Reconditioned หรือ Rebuilt) ยังอยู่ในสายการผลิต และยินดีให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย มีการรับประกันผลิตภัณฑ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี ทั้งค่าแรงและอะไหล่ทุกชิ้นส่วน โดยให้บริการ ณ สถานที่ทำงานของลูกค้า (Onsite Service 24x7) โดยมีเอกสารหรือ หนังสือรับรอง ซึ่งต้องระบุชื่อโครงการของสำนักงานฯ อย่างชัดเจนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือสาขาในประเทศไทยมาแสดง 2) อุปกรณ์จอภาพระบบสัมผัสและโต้ตอบ (Interactive Display) 1 ชุด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (1) หน้าจอมีขนาดไม่น้อยกว่า 80 นิ้ว เป็นระบบสัมผัส (2) มีระบบปฏิบัติการ (Operation System) (3) สามารถเชื่อมโยงกับอุปกรณ์เพื่อแสดงผลแบบไร้สาย (4) มีระบบรับเสียงและลำโพงสำหรับการประชุมออนไลน์ (5) ขาตั้งจอภาพที่มีความแข็งแรง (6) ผลิตภัณฑ์ที่เสนอต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยังมิได้ทำการติดตั้งใช้งาน ณ ที่ใดมาก่อนและ ไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกนำมาปรับปรุงสภาพใหม่ (Reconditioned หรือ Rebuilt) ยังอยู่ ในสายการผลิต และยินดีให้การสนับสนุนทางด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย มีการรับประกันผลิตภัณฑ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี ทั้งค่าแรงและอะไหล่ทุกชิ้นส่วน โดยให้บริการ ณ สถานที่ทำงานของลูกค้า (Onsite Service 8x5) โดยมีเอกสารหรือหนังสือ รับรอง ซึ่งต้องระบุชื่อโครงการของสำนักงานฯ อย่างชัดเจนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือ สาขาในประเทศไทยมาแสดง 3) โปรแกรมบริหารจัดการระบบเครื่องแม่ข่ายแบบเสมือน ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเสมือน และ ระบบเครือข่ายเสมือน (HCI) จำนวน 1 ระบบ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (1) สามารถติดตั้งใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย จำนวนไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง (2) สามารถบริหารจัดการเครื่องคอมพิวเตอร์แบบเสมือน (Virtual Machine) ได้อย่างน้อย ดังนี้ สามารถสร้าง Virtual Machine ได้ไม่จำกัดจำนวน ตามทรัพยากรที่ใช้งานได้ (Resource Usable) บนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่นำเสนอ สามารถกำหนดขนาดของ CPU, RAM และ Disk ให้กับ Virtual Machine ได้ • สามารถกำหนดประเภทของ Disk แบบ Thin Provisioning ให้กับ Virtual Machine ได้ • สามารถตรวจสอบสถานะการทำงานหรือใช้งาน CPU, RAM และ Disk ของ Virtual Machine ได้ (3) สามารถบริหารจัดการระบบเครือข่ายเสมือน (Virtual Network) ได้อย่างน้อย ดังนี้ Distributed Virtual Switch Virtual Router Distributed Firewall หรือ Micro-Segmentation (4) มีความสามารถแสดง Real-Time Traffic Data เพื่อตรวจสอบปริมาณ Traffic ของ VM, Distributed Switch และ Virtual Router ที่เกิดขึ้นในระบบ HCI ได้เป็นอย่างน้อย (5) มีระบบบริหารจัดการสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและระบบจัดเก็บข้อมูลกลาง โดยมี คุณสมบัติอย่างน้อยดังต่อไปนี้ • สามารถเรียกใช้งานผ่าน Web Browser ได้ เพื่อง่ายต่อการเข้าถึงและใช้งาน • ต้องสามารถทำ High Availability เพื่อป้องกัน Single Point of Failure ได้ • ต้องสามารถดูแลจัดการได้ทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน และระบบจัดเก็บ ข้อมูลเสมือนในชุดเดียวกันได้โดยไม่ต้องดูแลจัดการหลายระบบ • มีความสามารถในการบริหารจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลเสมือนโดยสามารถควบคุมสั่ง การทั้งการทำ Snapshot, Backup และ Recovery ได้ โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมอื่นช่วย (6) ต้องสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมบริหารจัดการระบบเครื่องแม่ข่ายแบบเสมือน ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบเสมือน และระบบเครือข่ายเสมือน (HCI) ที่สำนักงานฯ ใช้งานอยู่ได้ (7) มีความสามารถในการสำรองข้อมูลแบบ Scheduled Backup โดยไม่ต้องใช้ความสามารถ ของ Software 3rd party ได้แก่ Weekly, Daily และ Hourly โดยสามารถกำหนดระยะเวลา การเก็บรักษาข้อมูล (Retention Period) เป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี และสามารถเก็บข้อมูล ไปยัง External Storage ผ่านโปรโตคอล iSCSI และ Fibre Channel (FC) ได้เป็นอย่างน้อย โดยไม่จำกัดจำนวน VM ที่ต้องการสำรองข้อมูล (8) โปรแกรมที่เสนอต้องมีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีเอกสารหรือหนังสือรับรอง ซึ่งต้อง ระบุชื่อโครงการของสำนักงานฯ อย่างชัดเจนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือสาขาในประเทศไทย มาแสดง 4) หน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SATA หรือ SAS หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 6 TB ใช้กับ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลชนิด NAS (Network-Attached Storage) จำนวน 3 ชุด 5) ชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการแบบองค์กรสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) สำหรับ รองรับหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 16 แกนหลัก (16 core) ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ตามกฎหมาย จำนวน 1 ชุด 6) ชุดโปรแกรมระบบจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database Management) แบบองค์กร สำหรับรองรับเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ไม่น้อยกว่า 1 เครื่อง ที่มีลิขสิทธิ์ ถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 1 ชุด