จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างจ้างตัดเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาสำหรับชุดเครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน ๗๐ ชุด

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 68019164935
฿2,239,303.13 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องแบบรัฐพิธีให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา จำนวน 70 ชุด เพื่อใช้ในโอกาสรัฐพิธี พิธีการต่างๆ ของรัฐสภา และภารกิจกองเกียรติยศในการต้อนรับอาคันตุกะและผู้นำประเทศ เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ โดยเครื่องแบบประกอบด้วย เสื้อนอกคอปิดสีกากี, กางเกงขายาวสีกากีติดแถบสักหลาดสีแดงมารูน, และเครื่องอุปกรณ์ประกอบ เช่น หมวกปีกทรงแข็ง, กระดุมเสื้อตราพานรัฐธรรมนูญ, กระบี่พร้อมพู่ดิ้นทอง, เข็มขัดประคด, เข็มขัดหนังสีขาว, คันชีพพร้อมสายสะพาย, และอินทรธนูแข็ง ผู้เสนอราคาต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด และเสนอรายละเอียดขั้นตอนการวัดตัว รวมถึงตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ การพิจารณาคัดเลือกจะใช้เกณฑ์ราคา โดยผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานภายใน 120 วัน หลังได้รับการแจ้งจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และรับประกันความชำรุดบกพร่องภายใน 180 วัน

โครงการนี้มุ่งเน้นการจัดหาเครื่องแบบที่มีคุณภาพและถูกต้องตามข้อกำหนด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภามีเครื่องแบบที่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่และสร้างความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติภารกิจสำคัญต่างๆ ของรัฐสภา

English summary

This project aims to procure ceremonial uniforms for 70 parliamentary police officers for use in state ceremonies, parliamentary events, and guard of honor duties to welcome dignitaries and national leaders, enhancing the country’s image. The uniform includes a khaki closed-neck jacket, khaki trousers with maroon felt stripes, and accessories such as a peaked cap, constitution emblem buttons, a ceremonial sword with gold tassel, a sash, a white leather belt, a Sam Browne belt with a white strap, and hard shoulder boards. Bidders must meet specified qualifications and submit detailed body measurement procedures and material samples. Selection will be based on price. The contractor must deliver the uniforms within 120 days of notification from the inspection committee and guarantee against defects for 180 days.

The project focuses on procuring high-quality uniforms that meet specifications, providing parliamentary police officers with appropriate attire for performing their duties and enhancing credibility in important parliamentary missions.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาเครื่องแบบรัฐพิธีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเป็นครั้งแรก ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความเข้มแข็งสง่างาม
  • เพื่อใช้ในโอกาสรัฐพิธีและพิธีการต่าง ๆ ของรัฐสภา
  • เพื่อรองรับภารกิจกองเกียรติยศสำหรับต้อนรับอาคันตุกะและผู้นำประเทศในฐานะแขกของรัฐสภา
  • เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศในพิธีการรับรองอาคันตุกะให้สมเกียรติ
  • เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจของประธานรัฐสภา และภารกิจอื่น ๆ ตามคำสั่งของประธานรัฐสภา

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาผ้าตัดเครื่องแบบรัฐพิธี: ผ้าสีกากี เบอร์ 05 ที่มีคุณภาพตามข้อกำหนด
  • ตัดเย็บเครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน 70 ชุด: ประกอบด้วยเสื้อนอกคอปิดสีกากีพร้อมปลอกคอเสื้อและปลอกข้อมือ, กางเกงขายาวสีกากีติดแถบสักหลาดสีแดงมารูน
  • จัดหาเครื่องอุปกรณ์ประกอบ: หมวกปีกทรงแข็งสีกากี, กระดุมเสื้อตราพานรัฐธรรมนูญสีเงิน, กระบี่พร้อมพู่ดิ้นทอง, เข็มขัดประคดพื้นสีเลือดหมูสลับสีขาวและสีดำ, เข็มขัดหนังสีขาวพร้อมหัวเข็มขัด, คันชีพพร้อมสายสะพายสีขาว, อินทรธนูแข็ง (กระดานบ่า)
  • ดำเนินการวัดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม
  • จัดทำแผนการทำงาน, แผนการผลิตและการตัดเย็บ, และแผนการใช้พัสดุ
  • ส่งมอบงานที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  • จัดทำรายละเอียดขั้นตอนวิธีการทำความสะอาด การดูแลรักษา และการจัดเก็บชุดเครื่องแบบ
  • รับประกันความชำรุดบกพร่องของชุดเครื่องแบบและเครื่องอุปกรณ์ประกอบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ชุดเครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน 70 ชุด (เสื้อ, กางเกง)
  • เครื่องอุปกรณ์ประกอบ (หมวก, กระดุม, กระบี่, เข็มขัดประคด, เข็มขัดหนัง, คันชีพ, อินทรธนู)
  • รายละเอียดขั้นตอนและวิธีการวัดตัว
  • ตัวอย่างผ้า, กระดุม, ซิป, และวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ในการตัดเย็บ
  • ตัวอย่างงานผลิตเครื่องอุปกรณ์ประกอบและงานตัดเย็บชุดเครื่องแบบ
  • แผนการทำงาน, แผนการผลิตและการตัดเย็บ
  • แผนการใช้พัสดุ
  • รายละเอียดขั้นตอนวิธีการทำความสะอาด, การดูแลรักษา, และการจัดเก็บชุดเครื่องแบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ดำเนินการวัดตัวให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • นำส่งตัวอย่างผ้า, กระดุม, ซิป และวัสดุอื่น ๆ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • นำส่งตัวอย่างงานผลิตเครื่องอุปกรณ์ประกอบและงานตัดเย็บชุดเครื่องแบบ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • จัดทำแผนการทำงาน การผลิตและการตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธี ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • จัดทำแผนการใช้พัสดุ ภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา
  • ส่งมอบงานภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุมีหนังสือแจ้ง
  • รับประกันความชำรุดบกพร่องภายใน 180 วัน นับถัดจากวันที่ส่งมอบงานครบถ้วน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก หรือมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หรือมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอ
  • ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายละเอียดขั้นตอนและวิธีการวัดตัว วัดขนาดศีรษะ ในการกำหนดขนาดตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธีพร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบ สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและคุณลักษณะตรงตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด โดยใช้เกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผ้าตัดเครื่องแบบรัฐพิธี: ผ้าสีกากี เบอร์ 05, มีความคงทนของสีต่อการซักฟอกและการขัดถู, มีส่วนของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (polyester), เลเยอร์ และฝ้าย
  • เสื้อนอกคอปิดสีกากี: แขนยาวทรงกระบอก, คอปิดคอตั้ง, ผ่าอกตลอดแนว, มีกระเป๋าบนและล่างอย่างละ 2 กระเป๋า, ด้านหลังมี 4 ตะเข็บ, ปักพื้นผ้าสักหลาดสีแดงขอบดำปักช่อชัยพฤกษ์และดาวสี่แฉก
  • กางเกงขายาวสีกากี: ขากระบอกตรง, ขอบเอวมีที่ร้อยเข็มขัด, ติดแถบสักหลาดสีแดงมารูนที่แนวตะเข็บข้างกางเกง
  • หมวกปีกทรงแข็งสีกากี: หุ้มด้วยผ้าเสิร์จสีกากี, มียอดโลหะสีเงิน, ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีเงินขนาดใหญ่, ผ้าพันหมวกทำด้วยสักหลาดสีแดงมารูน
  • กระบี่: ทำด้วยโลหะสีเงิน ยาวประมาณ 90 เซนติเมตร ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้าง มีโกร่งกระบี่ประดับตราพิทักษ์รัฐธรรมนูญ

เงื่อนไขสัญญา

  • ค่าปรับ: กรณีดำเนินงานไม่แล้วเสร็จหรือล่าช้า คิดค่าปรับร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญาต่อวัน
  • การชำระเงิน: ชำระเงินร้อยละ 100 หลังจากส่งมอบงานเสร็จเรียบร้อยและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีมติตรวจรับพัสดุไว้ถูกต้องครบถ้วน
  • ค่าปรับกรณีชำรุดบกพร่อง: หากแก้ไขความชำรุดบกพร่องล่าช้า ปรับวันละ 100 บาทต่อชุด

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: เครื่องแบบรัฐพิธีประกอบด้วยอะไรบ้าง?

    • ตอบ: ประกอบด้วย เสื้อนอกคอปิดสีกากี, กางเกงขายาวสีกากีติดแถบสักหลาด, หมวกปีกทรงแข็ง, กระดุมเสื้อตราพานรัฐธรรมนูญ, กระบี่พร้อมพู่ดิ้นทอง, เข็มขัดประคด, เข็มขัดหนังสีขาว, คันชีพพร้อมสายสะพาย, และอินทรธนูแข็ง
  • ถาม: ผู้เสนอราคาต้องส่งมอบอะไรบ้างนอกเหนือจากเครื่องแบบ?

    • ตอบ: ต้องส่งมอบรายละเอียดขั้นตอนการวัดตัว, ตัวอย่างวัสดุที่ใช้ในการตัดเย็บ, แผนการทำงาน, แผนการผลิต, แผนการใช้พัสดุ, และรายละเอียดการดูแลรักษาเครื่องแบบ
  • ถาม: ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของเครื่องแบบนานเท่าใด?

    • ตอบ: 180 วัน นับถัดจากวันที่ส่งมอบงานครบถ้วน
  • ถาม: หากเครื่องแบบชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?

    • ตอบ: ต้องจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้สามารถใช้งานหรือสวมใส่ได้ภายใน 30 วัน โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ถาม: หากส่งมอบงานล่าช้า จะมีค่าปรับหรือไม่?

    • ตอบ: มีค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างตามสัญญา
  • ถาม: คุณสมบัติของผ้าที่ใช้ตัดเครื่องแบบคืออะไร?

    • ตอบ: เป็นผ้าสีกากี เบอร์ 05, มีความคงทนของสีต่อการซักฟอกและการขัดถู, มีส่วนของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (polyester), เลเยอร์ และฝ้าย
  • ถาม: การวัดตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา มีความสำคัญอย่างไร?

    • ตอบ: เพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสมและสวยงาม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสวมใส่เครื่องแบบได้อย่างถูกต้องและสง่างาม
  • ถาม: ทำไมต้องมีแผนการทำงานและแผนการผลิต?

    • ตอบ: เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมคุณภาพและระยะเวลาในการผลิตได้
  • ถาม: การจัดหาเครื่องแบบรัฐพิธีมีความสำคัญอย่างไรต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร?

    • ตอบ: เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในการรับรองอาคันตุกะและผู้นำต่างประเทศ และสนับสนุนภารกิจของประธานรัฐสภา
  • ถาม: ผู้เสนอราคาสามารถเปลี่ยนรูปแบบของเครื่องแบบเองได้หรือไม่?

    • ตอบ: ไม่ได้ ห้ามผู้รับจ้างเปลี่ยนรูปแบบของเครื่องแบบและชนิดของผ้าเองตามความต้องการของผู้ตัด

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Term of Reference) สำหรับจ้างตัดเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาสำหรับชุดเครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน ๗๐ ชุด ๑. หลักการและเหตุผล เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำนักรักษาความปลอดภัย สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยบุคคลและทรัพย์สินภายในบริเวณรัฐสภา รวมทั้งการอารักขาบุคคลสำคัญ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา และมีอำนาจหน้าที่ เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการฝ่ายรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ มีสิทธิแต่งเครื่องแบบตามมาตรา ๔ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๑๒ ประกอบประกาศประธานรัฐสภา ว่าด้วยเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๖๗ ตลอดจนการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ข้าราชการ บุคคลในวงงานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา อาคันตุกะ โดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจรัฐสภามีภารกิจอื่นนอกเหนือจากการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยบุคคล และทรัพย์สินภายในบริเวณรัฐสภา กล่าวคือ การปฏิบัติหน้าที่ในด้านต่าง ๆ รวมถึงภารกิจในงานรัฐพิธี และพิธีการต่าง ๆ ของรัฐสภา ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่เป็นกองเกียรติยศสำหรับต้อนรับอาคันตุกะและ ผู้นำของต่างประเทศในฐานะแขกของรัฐสภา และปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ตามคำสั่งของประธานรัฐสภา ดังนั้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศในพิธีการรับรองอาคันตุกะให้เหมาะสม และสมเกียรติแก่บุคคลสำคัญทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความประทับใจและภาพลักษณ์ที่ดี ในการมาเยือนให้เป็นไปอย่างราบรื่น นับเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ต้องถือเป็นระเบียบ ปฏิบัติประจำ และต้องมีการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย เข้มแข็งสง่างาม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ เพื่อเป็นค่าเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาสำหรับชุดเครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน ๗๐ ชุด ในการดำเนินการจัดหาเป็นครั้งแรก ให้สามารถดำเนินการจัดหาเครื่องแต่งกายเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา สำหรับเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อจัดหาเครื่องแบบรัฐพิธีให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาเป็นครั้งแรก ให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มีความเข้มแข็งสง่างาม ๒.๒ เพื่อใช้ในโอกาสรัฐพิธีและพิธีการต่าง ๆ ของรัฐสภา ๒.๓ เพื่อรองรับภารกิจกองเกียรติยศสำหรับต้อนรับอาคันตุกะและผู้นำประเทศในฐานะแขกของรัฐสภา ๒.๔ เพื่อเป็นการเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศในพิธีการรับรองอาคันตุกะให้สมเกียรติ ๒.๕ เพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจของประธานรัฐสภา และภารกิจอื่น ๆ ตามคำสั่งของประธานรัฐสภา ๓. คุณสมบัติของผู้เสนอราคา ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศ ของกรมบัญชีกลาง ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน และได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงาน เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคล นั้นด้วย ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง และการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๓.๗ เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอราคารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาล ของผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้ร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือ มูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือ เชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปี สุดท้าย ก่อนวันยื่นข้อเสนอ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดง (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะทางการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณากำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่น ข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอจำนวนไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอ เป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อจากธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือ ที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๓) ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔. คุณลักษณะเฉพาะ ๔.๑ ผ้าตัดเครื่องแบบรัฐพิธี เป็นผ้าสีกากี เบอร์ ๐๕ สำหรับตัดเครื่องแบบ ผืนผ้าต้องเรียบร้อยไม่มีตำหนิและสามารถใช้ตัดเครื่องแบบได้ทั้งผืน มีความคงทนของสีผ้าต่อการซักฟอกและการขัดถู ผ้ามีส่วนของเส้นใยโพลีเอสเตอร์ (polyester), เลเยอร์ และฝ้าย ๔.๒ เครื่องแบบรัฐพิธี จำนวน ๗๐ ชุด ประกอบด้วย ๔.๒.๑ ตัวเสื้อ : เสื้อนอกคอปิดสีกากี พร้อมปลอกคอเสื้อและปลอกข้อมือ (๑) เสื้อนอกคอปิดสีกากี แขนยาวทรงกระบอก ลักษณะคอปิด คอตั้งสูงขนาดความกว้าง ตามมาตรฐานของเครื่องแบบ (๒) ตัวเสื้อ ผ่าอกตลอดแนว ที่แนวอก เจาะรูสำหรับสอดกระดุมโลหะ จำนวน ๓๗ ดุม (๓) เสื้อด้านหน้า มีกระเป๋าบนและล่างอย่างละ ๒ กระเป๋า กระเป๋าบนเป็นกระเป๋าปะ กึ่งกลางมีแถบตามทางดิ่ง มีปกรูปมนชายกลางแหลม กระเป๋าล่างเป็นรูปย่ามมีปกรูปตัด ปกกระเป๋า ทั้งสิ้นเจาะรูสำหรับสอดกระดุมโลหะ กระเป๋าละ ๑ ดุม ตามความเหมาะสมและเพื่อความสวยงาม (๔) เสื้อด้านหลัง มีตะเข็บด้านหลัง ๔ ตะเข็บ ตะเข็บคู่กลางเหนือแนวเอว เป็นตะเข็บ ธรรมดา ใต้แนวเอวเป็นตะเข็บจีบเข้าหากัน ต้นตะเข็บจีบใต้แนวเข็มขัดหรือเข็มขัดประคด มีกระดุม โลหะสีเงินขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม ระหว่างกลางตะเข็บมีจีบผ่าตั้งแต่ชายเสื้อถึงแนวเอว แนวตะเข็บ ทั้ง ๒ ข้าง ชายเสื้อด้านหลังปักพื้นผ้าสักหลาด สีแดงขอบดำปักช่อชัยพฤกษ์และดาวสี่แฉกด้วยไหมหรือ วัตถุเทียมไหมสีทอง ตามความเหมาะสมและเพื่อความสวยงาม (๕) มีซับในตัวเสื้อ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังจากไหล่ขวายาวถึงไหล่ซ้าย พร้อมเสริมบ่าในตัว (๖) ไหล่เสื้อทั้งสองข้างมีห่วง ทำด้วยผ้าสีเดียวกันกับชุด สำหรับประดับอินทรธนูแข็ง และเครื่องหมายตำแหน่งตามความยาวของบ่า จำนวน ๒ ห่วง อยู่กึ่งกลางไหล่ ให้เหมาะสมและสวยงาม (๗) ปกคอเสื้อ มีปลอกคอเสื้อใส่ประกอบ ทำด้วยพื้นผ้าสักหลาดสีแดงขอบดำ ปักช่อชัยพฤกษ์และดาวสี่แฉกด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองยาวตามรอบคอเสื้อ ให้เหมาะสมสวยงาม (๘) ปลายแขนเสื้อ มีปลอกข้อมือใส่ประกอบ ทำด้วยผ้าสักหลาดสีแดงขอบดำ ที่ปลอก ข้อมือด้านนอกเหนือขอบบน ต่อด้วยผ้าสักหลาดสีแดงเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่วปลายแหลมมน ที่ขอบ ปักด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองสลับดำอยู่ด้านใน ขนานกับรอบด้านบนของรูปสามเหลี่ยม ส่วนบน ประกอบด้วยตราสัญลักษณ์ตำรวจรัฐสภา และอุณาโลมเปล่งรัศมี ผูกด้วยลายกนกก้านขด ปลายแขน เสื้อเป็นลายช่อชัยพฤกษ์และดาวสี่แฉก ตัวลายปักด้วยไหมหรือวัตถุเทียมไหมสีทองพื้นหลังสีแดง ขลิบทอง ให้เหมาะสมสวยงาม ๔.๒.๒ กางเกง : กางเกงขายาวสีกากีติดแถบสักหลาดสีแดงมารูน (๑) กางเกงขายาวสีกากีขากระบอกตรง (๒) ขอบเอว ภายนอกมีที่ร้อยเข็มขัด ๗ หู หูกางเกงฝังใต้ขอบเอว ภายในขอบกางเกง มีช่องใส่ยางยืดสีดำ ให้สามารถปรับยืดหยุ่นกับเอวได้ (๓) กระเป๋าเจาะด้านหลัง ข้างละ ๑ ใบ มีกระดุมและฝาปิด (๔) กระเป๋าเจาะด้านข้างแนวตะเข็บกางเกง ข้างละ ๑ ใบ เดินแนวตะเข็บกันแตก (๕) ติดแถบสักหลาดสีแดงมารูนที่แนวตะเข็บข้างกางเกงด้านนอกทั้งสองข้าง ดังนี้ (ก) เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาประเภทวิชาการ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ประเภททั่วไป ตั้งแต่ระดับชำนาญงาน ติดแถบสักหลาดสีแดงมารูน กว้าง ๒ เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ และแถบสีดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร อยู่ระหว่างกลาง จำนวน ๖๗ ชุด (ข) เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน ติดแถบสักหลาดสีแดง มารูน กว้าง ๑ เซนติเมตร ข้างละ ๒ แถบ และแถบสีดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร อยู่ระหว่างกลาง จำนวน ๓ ชุด ๔.๓ เครื่องอุปกรณ์ประกอบ ดังนี้ ๔.๓.๑ หมวกปีกทรงแข็งสีกากี (หมวกยอด) พร้อมหน้าหมวก จำนวน ๗๐ ใบ หมวก หุ้มด้วยผ้าเสิร์จสีกากี มียอดโลหะสีเงิน (ก) ยอดหมวกทำด้วยโลหะสีเงินรูปบัวตูมตั้งอยู่บนจานรอง (ข) ตราหน้าหมวกทำด้วยโลหะสีเงินขนาดใหญ่ (ค) ผ้าพันหมวกทำด้วยสักหลาดสีแดงมารูนมีขอบสีดำทั้งบนและล่าง (ง) ดอกมะเขือทำด้วยโลหะสีเงิน ดังนี้ ดอกมะเขือใหญ่ก้านสั้น ติดทับผ้าพันหมวกข้างซ้าย ดอกมะเขือใหญ่ก้านยาว ติดทับผ้าพันหมวกข้างขวา ดอกมะเขือเล็กก้านยาว ติดด้านหลังกึ่งกลางหมวกเหนือผ้าพันหมวก - b- (จ) สายรัดคางทำด้วยโลหะสีเงิน แบบสร้อยบิดต่อสร้อยห่วง ต้นสายรัดคางเกี่ยวไว้ ที่ดอกมะเขือใหญ่ก้านสั้นผ่านหน้าหมวกและดอกมะเขือใหญ่ก้านยาว ปลายสายรัดคางเกี่ยวที่ดอกมะเขือเล็ก ก้านยาว - หน้าหมวก ตรงกลางเป็นรูปพานรัฐธรรมนูญเบื้องบนรัฐธรรมนูญมีอุณาโลมกับรัศมีโดยรอบอยู่ ภายในกรอบรูปตราแผ่นดินรัชกาลที่ ๕ ที่ขอบมีตัวอักษรว่า “พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” ทำด้วยโลหะสีเงิน ๔.๓.๒ กระดุมเสื้อตราพานรัฐธรรมนูญสีเงิน จำนวน ๗๐ ชุด ลักษณะกลมนูน มีรูปพานรัฐธรรมนูญอยู่ตรงกลาง ๔.๓.๓ กระบี่พร้อมพู่ดิ้นทอง จำนวน ๗๐ ชุด ทำด้วยโลหะสีเงิน ยาวประมาณ ๙๐ เซนติเมตร ปลายด้ามเป็นรูปหัวช้าง มีโกร่งกระบี่ ประดับตราพิทักษ์รัฐธรรมนูญทำด้วยโลหะสีเงิน และโกร่งกระบี่ มีพู่ดิ้นทอง ประกอบที่ฝัก มีห่วง ๑ ห่วง ครบชุด ๔.๓.๔ เข็มขัดประคด พื้นสีเลือดหมูสลับสีขาวและสีดำ จำนวน ๖๗ ชุด ทำด้วยไหมหรือด้ายถัก พื้นสีเลือดหมู กว้าง ๕.๕ เซนติเมตร มีแถบไหมหรือ ด้ายสีดำ กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร ขลิบด้านบนและด้านล่าง ติดแถบสีเงินหรือสีขาว กว้าง ๑ เซนติเมตร ๒ แถบ ตรงกลางเข็มขัดขนานไปตามความยาวของสายเข็มขัด เว้นระยะกึ่งกลางระหว่างแถบ ๒.๕ เซนติเมตร โดยรอบมีพู่ทำด้วยลวดสีเงินหรือไหมสีขาวและไหมสีเลือดหมูกับไหมสีดำสลับกันจำนวน ๒ พู่ ห้อยที่เข็มขัดแนวนอกขากางเกงด้านซ้าย ๔.๓.๕ เข็มขัดหนังสีขาวพร้อมหัวเข็มขัด จำนวน ๓ ชุด เข็มขัดหนังสีขาวหรือวัตถุเทียมหนังสีขาว กว้าง ๕ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะ สีเงินลักษณะสี่เหลี่ยม มีรูปดาบเขนตรงกลางรูปพานรัฐธรรมนูญขนาดใหญ่ดุนนูนอยู่กึ่งกลาง ๔.๓.๖ คันชีพ พร้อมสายสะพายสีขาว จำนวน ๗๐ ชุด คันชีพ เป็นกระเป๋าสีขาวแบบแบน ฝากระเป๋ป่าขลิบดิ้นเงิน กว้าง ๑ เซนติเมตร กึ่งกลาง ฝากระเป๋าประดับตราพิทักษ์รัฐธรรมนูญทำด้วยโลหะสีเงิน พร้อมสายสะพายสีขาว ๔.๓.๗ อินทรธนูแข็ง (กระดานบ่า) เย็บเป็นแผ่นกว้าง ๕ เซนติเมตร ยาวตามขนาดของบ่า ด้านคอย่อมุมพื้นสีเลือดหมู ตอนปลายติดดุมโลหะสีเงินขนาดเล็ก ๑ ดุม สาบสีดำ และมีรายละเอียด ดังนี้ (ก) สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน มีแถบสีทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร เย็บขอบเว้นด้านไหล่ จำนวน ๓ ชุด ๑.. .២. ho. กนกวรินทร์ 5 ann ....... ... ๗ - (ข) สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการ และประเภท ทั่วไป ระดับชำนาญงาน มีแถบสีทองกว้าง ๑ เซนติเมตร เย็บขอบเว้นด้านไหล่และมีลวดลาย สีทองประกอบแถบด้านนอก จำนวน ๕๙ ชุด (ค) สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการ ระดับ ชำนาญการพิเศษ และประเภททั่วไป ระดับอาวุโส มีลักษณะเช่นเดียวกับ (ข) เว้นแต่มีแถบสีทองกว้าง ๐.๕ เซนติเมตร พาดกึ่งกลางตามทางยาวของอินทรธนู จำนวน ๘ ชุด ๕. การยื่นข้อเสนอ ๕.๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอราคาเป็นเงินบาทและเสนอราคาเพียงราคาเดียว ทั้งนี้ ราคารวมที่เสนอ จะต้องตรงกันทั้งตัวเลขและตัวหนังสือ ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ โดยคิดราคาที่ได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวงจนกระทั่ง ส่งมอบงานให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้น โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องรับผิดชอบราคา ที่ตนได้เสนอไว้และจะถอนการเสนอราคามิได้ ๕.๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแนบรายละเอียดขั้นตอนและวิธีการวัดตัว วัดขนาดศีรษะ ในการกำหนดขนาด ตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธีพร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบ สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา มาพร้อมกับ ใบเสนอราคา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาผู้ได้รับจัดสรรชุดเครื่องแบบสวมใส่ได้อย่างเหมาะสมสวยงาม โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องดำเนินการวัดตัวเพื่อตัดชุดให้แล้วเสร็จภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนาม ในสัญญา ดังนี้ ๑. รูปแบบหรือวิธีการวัดตัวที่เลือกใช้ ๒. ขั้นตอนการวัดตัว ๓. ขนาดวัดตัวมาตรฐาน ๔. แบบฟอร์มการวัดตัว ๕.๓ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องนำตัวอย่างผ้า กระดุม ซิป และวัสดุอื่น ๆ ที่ใช้ ในการตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ตามข้อ ๔ หรือตัวอย่าง ผ้า กระดุม ซิป และวัสดุอื่น ๆ ที่มีรูปแบบหรือลักษณะใกล้เคียงกัน โดยตัวอย่างผ้าที่นำส่ง ให้มีขนาดกว้าง 5 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว และตัวอย่างผ้าต้องแสดงให้เห็นถึงเฉดสี ตามคุณลักษณะผ้าตามที่ระบุ ไว้ในข้อ ๔ ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรฐานของผ้า กระดุม ซิป และวัสดุอื่น ๆ แสดงต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๕.๔ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องนำตัวอย่างงานผลิตเครื่องอุปกรณ์ประกอบและ งานตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธีสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ซึ่งมีคุณลักษณะตามข้อ ๔ หรือตัวอย่าง - ៨ - งานผลิตและงานตัดเย็บชุดเครื่องแบบที่มีรูปแบบหรือลักษณะการตัดเย็บใกล้เคียงกัน ให้สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบมาตรฐานการผลิตและการตัดเย็บ แสดงต่อคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๕.๕ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดทำแผนการทำงาน การผลิตและการตัดเย็บชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ซึ่งมีคุณลักษณะตามข้อ ๔ แสดง ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๗ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๕.๖ ผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นผู้ชนะการเสนอราคา จะต้องจัดทำแผนการใช้พัสดุ ชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ซึ่งมีลักษณะตามข้อ ๔ แสดง ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ภายใน ๑๕ วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ๖. การพิจารณาคัดเลือก พิจารณาผู้ยื่นข้อเสนอที่มีคุณสมบัติและคุณลักษณะตรงตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด โดยใช้ เกณฑ์ราคา ๗. การตรวจรับ ๗.๑ ผู้รับจ้าง จะต้องจัดเตรียมชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบ ตามข้อ ๔ ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วน โดยบรรจุแยกเป็นรายบุคคล แสดงชื่อ - นามสกุลไว้ที่กล่องหรือห่อบรรจุให้ชัดเจน เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบก่อนดำเนินการ ส่งมอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาที่ได้รับจัดสรร ตามสถานที่ที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กำหนด ๗.๒ ผู้รับจ้าง จะต้องแนบรายละเอียดขั้นตอนวิธีการทำความสะอาด การดูแลรักษา และการจัดเก็บ ชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบ เพื่อเป็นแนวทางในการทำความสะอาด การดูแล รักษา และการจัดเก็บ ชุดเครื่องแบบรัฐพิธี พร้อมเครื่องอุปกรณ์ประกอบที่เหมาะสม ให้แก่สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการส่งเอกสารให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ให้เรียบร้อย ภายในวันที่ผู้รับจ้างดำเนินการส่งมอบงาน ๘. การส่งมอบงาน ๘.๑ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการส่งมอบงานที่ผ่านการตรวจสอบถูกต้องครบถ้วน ตามข้อ ๗ ณ สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีหนังสือแจ้ง ไปยังผู้รับจ้างเพื่ออนุมัติให้ดำเนินการ ๘.๒ การส่งมอบงานจะต้องมีไม้แขวนพร้อมถุงคลุมชุดเครื่องแบบสำหรับเก็บรักษาเป็นอย่างดี ๔.๓ การส่งมอบงานจะต้องมีถุงคลุมหรือกล่องเก็บเครื่องอุปกรณ์ประกอบสำหรับเก็บรักษาเป็นอย่างดี ๘.๔ กรณีที่ชุดเครื่องแบบรัฐพิธีที่ส่งมอบเกิดการชำรุด บกพร่อง หรือมีขนาดตัดเย็บเล็กหรือใหญ่ เกินไป จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภาผู้ได้รับจัดสรรไม่สามารถสวมใส่ชุดเครื่องแบบได้ ผู้รับจ้างต้อง ดำเนินการแก้ไขหรือตัดเย็บใหม่จนสามารถสวมใส่ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่คิดค่าจ้างและค่าขนส่ง เพิ่มเติม ภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ๘.๕ กรณีที่เครื่องอุปกรณ์ประกอบที่ส่งมอบเกิดการชำรุด บกพร่อง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ผู้ได้รับจัดสรรไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไข ซ่อมแซม หรือจัดหาอุปกรณ์ ประกอบให้ใหม่ โดยไม่คิดค่าจ้างและค่าขนส่งเพิ่มเติม ภายในกำหนดระยะเวลาตามสัญญา ๘.๖ กรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยอันมิอาจคาดหมายได้ และไม่ใช่กรณีที่เกิดจากความผิดของผู้รับจ้าง คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ มีอำนาจสามารถพิจารณาสงวนสิทธิเพื่อขยายระยะเวลาการตรวจรับพัสดุ โดยให้ผู้รับจ้างมีหนังสือขอขยายระยะเวลาการส่งมอบพัสดุพร้อมเอกสารประกอบ ๙. การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้าง จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง ของชุดเครื่องแบบรัฐพิธีและเครื่องอุปกรณ์ประกอบ ภายใน ๑๘๐ วัน นับถัดจากวันที่ได้ส่งมอบงานให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครบถ้วน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีมติตรวจรับพัสดุไว้ครบถ้วนถูกต้องเรียบร้อยแล้ว โดยภายใน กำหนดเวลาดังกล่าว หากชุดเครื่องแบบรัฐพิธีหรือเครื่องอุปกรณ์ประกอบเกิดการชำรุดบกพร่อง อันเนื่องมาจากการใช้งานปกติ ผู้รับจ้างต้องจัดการซ่อมแซมแก้ไขจนสามารถใช้งานหรือสวมใส่ได้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้งความชำรุดบกพร่องจากสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือแจ้งไปยังผู้รับจ้าง โดยไม่คิดค่าจ้างและค่าขนส่งเพิ่มเติม หากผู้รับจ้าง ไม่สามารถดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ผู้รับจ้างจะต้องชำระ ค่าปรับเป็นรายวัน วันละ ๑๐๐ บาทต่อชุด นับถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลา ๓๐ วัน จนกว่าจะแก้ไข ความชำรุดบกพร่องและส่งมอบงานที่แก้ไขแล้วเสร็จ ๑๐. การคิดค่าปรับ ในกรณีที่ ผู้รับจ้างดำเนินงานไม่แล้วเสร็จหรือล่าช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา สำนักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะคิดค่าปรับเป็นรายวัน เป็นจำนวนเงินตายตัวในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของค่าจ้างตามสัญญา ๑๐ ๑๑. การชำระเงิน ๑๑.๑ การยืนราคา กำหนดยืนราคา ภายใน ๓๐ วัน ๑๑.๒ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอื่น ๆ และ ค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้ว เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ ๑๐๐ ของค่าจ้างตามสัญญา ผู้รับจ้าง ได้ดำเนินการส่งมอบงานตาม ข้อ ๘ ทั้งหมดให้เสร็จเรียบร้อยตามข้อกำหนดในสัญญาทุกประการ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้มีมติตรวจรับพัสดุไว้ถูกต้องครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ๑๒. วงเงินงบประมาณ ๒,๒๓๙,๓๐๓.๑๓ บาท (สองล้านสองแสนสามหมื่นเก้าพันสามร้อยสามบาทสิบสามสตางค์) ๑๓. ข้อกำหนดอื่น ๆ ๑๓.๑ ผู้รับจ้าง ต้องให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการ และตรวจงาน สั่งจ้างได้ตามความเหมาะสม ๑๓.๒ ห้ามผู้รับจ้าง เปลี่ยนรูปแบบของเครื่องแบบ และชนิดของผ้าเองตามความต้องการของผู้ตัด โดยให้ผู้รับจ้างดำเนินการตัดตามรายละเอียดและคุณลักษณะที่กำหนดไว้ในขอบเขตของงาน เว้นแต่ เพื่อความเหมาะสมและความสวยงาม