จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบางแสก จากบ้านนางน้อย แสนสุภา ถึง หัวสะพานคลองงา หมู่ที่ 2 บ้านบางม่า ตำบลทุ่งคาโงก กว้าง 5.00 เมตร ยาว 1,240.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 6,200.00 ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมือง จังหวัดพังงา

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคาโงก 68019112990
฿2,526,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 พังงา
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบนถนนสายบ้านบางแส จากบ้านนางน้อย แสนสุภา ถึงหัวสะพานคลองงา หมู่ที่ 2 บ้านบางม่า ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา โดยมีรายละเอียดของงานคือ การเสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กว้าง 5.00 เมตร ยาว 1,240.00 เมตร หนาเฉลี่ย 0.05 เมตร หรือพื้นที่ไม่น้อยกว่า 6,200.00 ตารางเมตร ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามข้อกำหนดมาตรฐานงานทางหลวงชนบท รวมถึงการจัดทำแผนการปฏิบัติงาน การควบคุมคุณภาพวัสดุ การบดอัดดิน การ Prime Coat และ Tack Coat การปูผิวแอสฟัลท์คอนกรีต การควบคุมคุณภาพงาน และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด

English summary

This project aims to improve the road surface with asphalt concrete on Ban Bang Sae Road, from Ban Nang Noi Saen Supa to the Klong Nga Bridge in Moo 2, Ban Bang Ma, Thung Khok Ngok Subdistrict, Mueang Phang Nga District, Phang Nga Province. The project involves asphalt concrete overlay with a width of 5.00 meters, a length of 1,240.00 meters, and an average thickness of 0.05 meters, covering an area of no less than 6,200.00 square meters. The contractor must comply with the Department of Rural Roads standards, including work plan preparation, material quality control, soil compaction, prime coat and tack coat application, asphalt concrete paving, quality control, and traffic management during construction, to ensure smooth and high-quality construction as per the specified standards.

สถานที่ดำเนินการ

หมู่ที่ 2 บ้านบางม่า ตำบลทุ่งคาโงก อำเภอเมืองพังงา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีตเพื่อปรับปรุงสภาพถนน
  • ทำให้ผิวจราจรมีความเรียบและสม่ำเสมอ
  • สร้างความสะดวกและปลอดภัยในการสัญจร

ขอบเขตของงาน

  • จัดทำแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วันหลังลงนามสัญญา
  • จัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วันหลังลงนามสัญญาเพื่อตรวจสอบ
  • งานดินถมคันทาง:
    • ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มทร. 201-2545
    • ผสมวัสดุให้เข้ากัน พรมน้ำ และเกลี่ยให้สม่ำเสมอก่อนบดอัด
    • ถมดินเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 20 ซม. บดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density
  • งานชั้นรองพื้นทาง:
    • ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มท.202-2545
    • กลบและบดอัดหลุมบนผิวจราจรเดิมหรือคันทางใหม่
    • เกลี่ยแผ่วัสดุรองพื้นทาง บดอัดเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 20 ซม. แต่ละชั้นมีความหนาแน่นไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
  • งานพื้นทาง:
    • ใช้วัสดุคุณภาพตามมาตรฐาน มทร. 203-2545
    • หากวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว ให้ขุดคุ้ยและผสมใหม่
    • ทดสอบ Sieve Analysis และ Compaction ทุกระยะ 1,000 เมตร
    • ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง
  • งาน Prime Coat มท.225-2545:
    • ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    • ผิวหน้าพื้นทางต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดออก
  • งาน Tack Coat มทช.227-2545:
    • ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    • กวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดก่อนทำการ Tack Coat
    • ทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมงก่อนทำผิวชั้นต่อไป
  • งานแอสฟัลต์คอนกรีต:
    • ทำ Prime Coat หรือ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    • พื้นทางต้องสะอาดปราศจากฝุ่น
    • อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีตเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องมีอุณภูมไม่น้อยกว่า 121 °C
    • เก็บตัวอย่างแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส. (1)607-2545
    • ผิวหน้าต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ำเสมอ
    • บดอัดด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว ตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน
  • การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว:
    • ลักษณะผิว (Surface Texture) ต้องมีระดับความลาดตามแบบ
    • เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือ 3 ก้อนตัวอย่าง
    • ทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
    • ซ่อมหลุมที่เจาะตัวอย่างด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C
  • การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง:
    • จัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่
    • ติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ
    • จัดหาบุคลากรเพื่ออำนวยการจราจร
  • การตีเส้นจราจรบนผิวทาง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการปฏิบัติงาน
  • วัสดุงานทางที่ได้มาตรฐาน
  • ผิวทางที่เสริมผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีตตามข้อกำหนด
  • ผลการทดสอบความแน่นของดินและวัสดุ
  • การจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง
  • การตีเส้นจราจรบนผิวทาง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: วัสดุที่ใช้ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินถมคันทาง (มทร. 201-2545), วัสดุรองพื้นทาง (มท.202-2545), วัสดุพื้นทางหินคลุก (มทร. 203-2545), Prime Coat (มท.225-2545), Tack Coat (มทช.227-2545) และมาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต (มท 230–2545, มทช.230–2545)

เกณฑ์การพิจารณา

รายละเอียดตามเอกสารประกวดราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • วัสดุดินถมคันทาง: ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินถมคันทาง (มทร. 201-2545)
  • วัสดุรองพื้นทาง: ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มท.202-2545)
  • วัสดุพื้นทาง: ต้องมีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทร. 203-2545)
  • Prime Coat: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร (มท.225-2545)
  • Tack Coat: ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร (มทช.227-2545)
  • แอสฟัลต์คอนกรีต: อุณหภูมิเมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องมีอุณภูมไม่น้อยกว่า 121 °C (มท 230–2545, มทช.230–2545)

เงื่อนไขสัญญา

รายละเอียดตามเอกสารประกวดราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • โครงการนี้มีพื้นที่ที่ต้องทำการเสริมผิวจราจรกี่ตารางเมตร? พื้นที่ไม่น้อยกว่า 6,200 ตารางเมตร
    • ต้องใช้ยางแอสฟัลต์ชนิดใดในการทำ Prime Coat และใช้ปริมาณเท่าใด? ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    • ต้องใช้ยางแอสฟัลต์ชนิดใดในการทำ Tack Coat และใช้ปริมาณเท่าใด? ใช้ยางแอสฟัลต์ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    • อุณหภูมิของแอสฟัลต์คอนกรีตที่ใช้ในการก่อสร้างต้องมีค่าเท่าใด? เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างต้องไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วต้องมีอุณภูมไม่น้อยกว่า 121 °C
    • ต้องมีการทดสอบอะไรบ้างในการควบคุมคุณภาพวัสดุพื้นทาง? ทดสอบ Sieve Analysis และ Compaction ทุกระยะ 1,000 เมตร และทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง
    • ต้องบดอัดดินถมคันทางให้มีความแน่นเท่าใด? ไม่น้อยกว่า 95% Standard Proctor Density
    • ต้องบดอัดชั้นรองพื้นทางให้มีความแน่นเท่าใด? ไม่น้อยกว่า 95% Modified Proctor Density
    • ต้องเจาะตัวอย่างเพื่อตรวจสอบความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตทุกระยะเท่าใด? ทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร
    • ความหนาแน่นของแอสฟัลต์คอนกรีตที่บดอัดแล้วต้องมีค่าเท่าใด? ไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
    • ต้องทำอย่างไรหากพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว? ต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

องค์การบริหาร
ตําบลทุ่งคา
อ.เมือง
จ.พังงา
โครงการ
เสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบางแส
จากบ้านนางน้อย แสนสุภา ถึงหัวสะพานคลองงา
หมู่ที่ 2 บ้านบางม่า ตําบลทุ่งคาโงก
ปริมาณงาน
กว้าง 5.00 เมตร ยาว 1,240.00 เมตร หนาเฉลี่ย 0.05 เมตร.
หรือพื้นที่ไม่น้อยกว่า 6,200.00 ตารางเมตร
องค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งคาโงก อําเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา
DEPARTMENT
อ. อู่ทอง
5
OF
รุ ง ข น บ ก
RURAL ROADS
สพ.ถ
46 050
Versace
สพ.2011)
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับ อปท.
กรมทางหลวงชนบท
ชั้น -
เบ จนนตามสบ
กระทรวงคมนาคม

1

ขอกําหนดงานเสริมผิวและซอมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต

  1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทําการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป้นแผนการปฏิบัติงาน
  2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท
  3. งานดินถมคันทาง
    3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมต้นทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคนทาง (มทร. 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ
    ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    3.2 วัสดุที่จะทําการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ําตามจํานวนที่กําหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ําเสมอก่อนทําการบดอัดแน่น
    3.3 การถมดินทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชิ้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Standard Proctor Denalty
  4. งานชั้นรองพื้นทาง
    4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มท.202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนําวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชิ้นๆ ชิ้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ
    95% Modified Proctor Density
  5. งาน นนทาง
    5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทร. 203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว
    5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทําการคลุกเคล้าใหม่นั่นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกําหนด
    ให้นําวัสดุนั้นออกและนําวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน
    5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตําแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตําแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้
    5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กําหนดไว้เป็นอย่างอื่น
  6. งาน Prime Coat มา1225-2545
    6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร
    6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก
  7. งาน Tock Coat มา1227-2545
    7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร
    7.2 ก่อนที่จะทําการ Tock Coat จะต้องทําการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด
    7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทําผิวขึ้นต่อไป
  8. งานแอสฟัลต์คอนกรีด
    8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทําการ Prime Coat ตาม มท.225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช.227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน
    8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแต่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะรวมไปพร้อมกันกับ การปูในทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 50 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องแยกเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชิ้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร
    8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132 °C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 8.6 ทําการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทส. (1)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม
    และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้
    8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกําหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ําเสมอทั้งทางด้านตามความและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอบเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนํามาใช้
    8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้ปิดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ําหนักประมาณ 8-10 ตัน จํานวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ําหนักประมาณ 10-12 คน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย ร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง
    9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
    8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทําความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทํา Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต
    9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ําเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดําเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตาม ควบคุมงานเห็นสมควร
    9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จํานวน 1 ก่อนตัวอย่าง หรือจํานวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ
    นํามาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ในแบบ
    9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทําการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทําการเจาะก่อนตัวอย่าง
    เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจํานวน
    1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนํามาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density
    9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทําความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทําการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 6 ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกําหนด 10. การอํานวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทํา ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จําเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กําหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออํานวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทําให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน
    แบบมาตรฐานงานทาง
    สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกําหนดการก่อสร้าง)
    แบบเลขที่ 78-7-601
    แผ่นที่ 100
    ระดับ ม
    SIDE SLOPE
    Slope

    รูปตัดโครงสร้างทาง 1
    ะกับ นน
    SIDE SLOPE
    ใหล่ทาง
    Slope
    Rans
    Re
    Slope
    Slope
    SIDE SLOPE
    ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม
    โครงสร้างทางเดิม
    ใหล่ทาง
    SIDE SLOPE
    รายการประกอบแบบ
  9. ทํา DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชํารุดเสียหายจนถึงขั้นโครงสร้างทาง
  10. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชํารุดเสียหายแต่ไม่ลึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทํา SKIN PATCHING
    ให้เรียบร้อยเสียก่อน
  11. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว 4. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
  12. ทําผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
  13. ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง 7. รายละเอียดตามรูปติดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต
    และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดําเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่
    ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  14. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กําหนดไว้ในแบบ อาจจะกําหนดให้ทําการตอนใด
    ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทําการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทําการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน
    9.. ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กําหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดําเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม
    ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง
  15. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7.8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กําหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกําหนดในแบบแต่ละสายทาง
  16. งานไหล่ทางจะกําหนดในแบบแต่ละสาย
  17. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทําติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกําหนดไว้ในแบบแต่ละสายทาง ซึ่งต้องจัดทําให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย
    หมายเหตุ
    " แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบํารุงรักษาทาง แบบที่3 ( มฐ. ปร.3/2546) และแบบที่ 3.2 มฐ. ปร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท
    ทาผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ใหล่ทางลาดยางเดิม
    รูปตัดโครงสร้างทาง 2
    ทาผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม
    ข้อกําหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
    ขอก้าหนด
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต
    มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต

มท 230–2545
มทช.230–2545
มาตรฐานงานแทคโคท " มทช.227-2545 แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
ลําดับที
รายการ
1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
2
ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต
อ้างถึง
3
TACK COAT
อ้างถึง
4
การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
อ้างถึง
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต
H
nn-3-110(1) 110(4)
แบบเลขที่ 7 -7-201
แผ่นที่ 94
เห็นบาง
150ม
150 ม
ระยอง นาค หลับแข่ง (จาง) แนวสายก
บริเวณแข่ง a o 5
B

C

D

บริเวณท้น ’ s 5
0.0°

รูป ปลวก แบ่ง
E
ศาลาพง :
เส้นใบชาจ กันได้
การเส้นจราจรบริเวณโค้งราบ
ระยะทางมองเห็นค่าสุด สําหรับการแข่งที่ความเร็วต่างๆ
ความสาคัญ Us) ระยะมองเห็น สุดหรับแข่ง
60
80
88 288
160
180
210
240
275
150
100
815
Tradate e
150 ม
ไฟ

FILE
4
EXOFABR
รบก น น
การเส้นจราจร กรณีความกว้างของช่องจราจรลง
150ม
เมma
Ch
A
A
1501L MIN
150
การตีเส้นจราจร กรณีมีความกว้างของไหล่ทางตาลง
aims
ให้ กง
aane
โค้ง
150 21
ไหล่
เพลง N
unnanuma
A
B

  • แพล
    นายบกพ
    มองเห็นค่า สําหรับการแข่ง จากศ
    C
  • แข่ง 4 ทั้ง 5
    D
  • ป.ล แห่ง ’ ’
    E
    0,0
    b.b
    -175,24
    ปลายวณแห่ง
    การ เส้นจราจรบริเวณโค้งง
    เริ่มต้นตรงบริเวณท้าแข่ง
    150 ม
    ไชยพง
    A
    TOU MINT
    களிய
    0.50 050-0.10
    0.50
    เม อมกล

    090-060
    rane
    wate
    When
    180 บ
    เก
    A
    150 M
    นาร
    การตีเส้นจราจรแยก
    ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนวง
    1 เส้นแบ่ง TNT AT
    1 เส้นประ
    : พบในชน
    3.00
    9.00
    ไท ทาง
    airs
    maishanin 24 11
    E
  • 3.00 4
    9.00
    +3.001
    ทน. ในบท ชน
    உஞ்சூய
    A เน
    3.00
    0.10
    11.00
    0.10
    ท เส้นทาง
    2.10
    E
    3.00
    1.00

    มใน
    E
    E
    WELTATRI
    (150 MIN)
    เส้นทับ
    เบ
    (TOTAL MINI
    ไหง
    เส้นขอบกาง
    150
    กรณีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างจราจรถนน
    เทป่าย 2-25
    ให้ ind
    150 ม
    ไท ทาง
    A
    1501 MIN
    เดิม ลบ ก
    S MIN
    เห็นบอกลง
    การเส้นจราจรบริเวณสะพาน
    ไหล่ทาง
    ไหล่ทาง
    ใหล่ทาง
    150ม
    ให้ ทาง
    ให้ตั้งป้าย 25
    รายการประกอบแบบ
    1 มีต่างๆ มีหน่วยเป็นมากจากระบุเป็นอย่างอื่น
  1. เส้นแบ่งทางจราจร ใช้เส้นเหลือง ขนาดกว้าง 1 ซม. เส้นกลางราคายาแนว
    21 เส้นประเมินเส้นเหลืองแบ่งของการจราจรในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้แซงขึ้นหน้ากันได้สองทิศทาง
    ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประจํากําหนดไว้ดังนี้

ทางหลวงนอกเขตชุมชน เส้นยาว 8 ม เว้นช่อง 9 ม
ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 ม. เว้นช่อง 8 ม
22 เส้น ยาว เป็นเส้นสีเหลือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทางจราจรในบริเวณที่ห้ามแซงในสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก โดยบริเวณก่อนถึงทางแยก ทันรถเปลี่ยนช่องจากจะต้องไม่น้อยกว่า 24 ม
28 เส้นประกับไบ เป็นเส้นสีเหลือง คู่ขนานกันไป ไทยทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้เส้นที กับสันประเมินเป็นรองจรในปรามที่ทามมาหนึ่งแข่ง แต่ยอมให้ที่มาจากด้านตรงข้ามแซงได้ ด้านที่ห้ามแซง
ใช้ พบ ส่วนตนที่ยอมให้แสงใช้ส้นประ
24 เส้นทางแห่ง บริเวณทางโค้งและทางใต้แนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง
25 การค้าง 5 ม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องแบ่งทิศทางจร
ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาศัย, บริเวณห้ามแซง, ระยะ 20 เมตรก่อนถึงบริเวณดังกล่าว และภายในโค้งที่มีค่ากว่า 20 เมตร ระยะ 20 เมตรก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
8. เส้นขอบทาง ให้ใช้ พ บ บ ง 2 ซม ทั้ง 2 ข้าง ตลอดแนว
4. อบทั้งหมด ( เพด, แอสฟัลคอนกรีต, คอนเหล็ก) ให้ใช้ทองมหาเด็ก ม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม.
หมายเห
แบบเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบเลขที่1-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท
แบบมาตรฐานงานทาง สําหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กาวมาาากวงแบน
เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร)
แบบเลขที่ 10-3-110 (1)
แผ่นที่ 49
จุดดําาเนินการ
x - 47P435920
y - 944720
จุดสิ้นสุดโครงการ
47P x -435303
y -943785
คลองพังงา
กบนล ก.สาย บ้านบางแ ก ม.5
ครอง งง
คลองพังง
ถนนสายคาโ
UN LEET
ถนน คสล.สายบ้านทับเหรียง
การบริหารสวร
ตําบลทุ่งคาโงก
โครงการ
อ.เมือง
จ.พังงา
เสริมผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายบ้านบางแส จากบ้านนางน้อย แสนสุภา ถึงหัวสะพานคลอง หมู่ที่ 2
บ้านบางม่า
สถานทีก่อสร้าง
หมู่ที่ 2 ตําบล ทุ่งคาโงก อําเภอ เมืองพังงา จังหวัด พังงา
สํารวจ / เขียนแบบ
นาย บุญประสิทธิ์ เมืองจันทร์ (ผู้ช่วยช่างโยธา) ตรวจ
แผนที่สังเขป
ให้ใช้ขนาดตามที่กําหนดให้เท่านั้น

  • รายละเอียดที่ไม่ได้ระบุในแบบให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของช่างผู้ควบคุมงานเท่านั้น
    นายสงกรานต์ กระแสใส- (ผอ.กองช่าง)
    วิศวกร
    6
    นาย ถิรพิรัชย์ หัสรินทร์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตําบลทุ่งคาโงก
    อนุมัต
    780/20
    นาย นิคม สฤษดิสุข (นายก อบต.)
    แสดงแบบ
    แผนที่สังเขป
    มาตราส่วน
    N