จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 1 งาน

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 68019070977
฿3,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 6 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการประกวดราคาจ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมดในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวานนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการสำหรับการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โครงการนี้ใช้งบประมาณ 3,000,000 บาท โดยผู้เสนอราคาต้องเป็นนิติบุคคล มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมาย, ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย, ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ, ไม่เป็นผู้ถูกระงับการยื่นข้อเสนอ, และต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา ผู้ให้บริการจะต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ มีระบบคุณภาพตามมาตรฐาน และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการถอดรหัสพันธุกรรม ผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบคือข้อมูลในรูปแบบไฟล์ FASTQ พร้อมทั้งมีเงื่อนไขการส่งมอบและระยะเวลาดำเนินการที่ชัดเจน

English summary

This project is a procurement for the analysis of exome and metagenome sequences in a group of diabetic patients. The objective is to support the development of integrated precision medicine. The budget is 3,000,000 baht. Bidders must be juristic persons with specified qualifications and deliver the work within 120 days after signing the contract. Data will be delivered in FASTQ file format, and service providers must meet relevant standard qualifications.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมกับการประยุกต์ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวาน ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
  • เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานของผู้ป่วย และสร้างฐานข้อมูลที่สามารถใช้ในการพัฒนาการแพทย์แม่นยำของโรคเบาหวานต่อไปได้
  • เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาในประเทศ ให้มีมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับใช้งานได้จริง
  • เพื่อการต่อยอดแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการนี้ ในการรักษาโรคอื่นๆต่อไป

ขอบเขตของงาน

  • ดำเนินการและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรอง
  • มีระบบคุณภาพที่ประกันคุณภาพการทดสอบ External Quality Assurance (EQA) ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS)
  • ใช้เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Exome Sequencing) หลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) and improved DNA Nanoballs (DNB) Technology
  • ใช้วิธีถอดรหัสพันธุกรรมแบบ paired-end ที่มีความยาวของการถอดรหัสพันธุกรรมไม่น้อยกว่า 100 คู่เบส
  • ถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร
  • มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอโดยการหาความเข้มข้นและปริมาณของตัวอย่างดีเอ็นเอ และมีการตรวจสอบความสมบูรณ์ (Integrity) ของตัวอย่าง
  • มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพของ DNA Library ด้วยการวัดปริมาณของ Library และการวัดขนาดโดยวิธี Fragment analysis
  • Whole Exome Sequencing: Average coverage 100X, Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90, Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
  • Whole metagenome sequencing: Total reads ไม่น้อยกว่า 10 Gb, Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90, Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
  • ส่งมอบข้อมูลรหัสพันธุกรรมในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัสพันธุกรรม โดยมีการบีบอัดเพื่อลดขนาดไฟล์

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ข้อมูลรหัสพันธุกรรมในรูปแบบไฟล์ FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัสพันธุกรรม
  • ไฟล์ข้อมูลที่ถูกบีบอัด (zip file)
  • ข้อมูลบันทึกอยู่ใน external hard drive

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาส่งมอบ 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ระยะเวลาดำเนินการทดสอบ 60 วันหลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว
  • ผู้ให้บริการจะดำเนินการสำรองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงานไว้เป็นระยะเวลา 90 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายฯ กำหนด
    • เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance:
    • มีระบบคุณภาพที่ประกันคุณภาพการทดสอบ External Quality Assurance (EQA) ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS)
    • ได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189:2012, ISO 15190:2003 ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์จีโนมด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS)
  • Experience:
    • มีประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและเวชศาสตร์จีโนมทางการแพทย์ให้กับคนไทยมาไม่น้อยกว่า 3 ปี
  • Previous Project Cost: -
  • Technical Capabilities:
    • ใช้เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Exome Sequencing) หลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) and improved DNA Nanoballs (DNB) Technology
    • ใช้วิธีถอดรหัสพันธุกรรมแบบ paired-end ที่มีความยาวของการถอดรหัสพันธุกรรมไม่น้อยกว่า 100 คู่เบส
    • สามารถถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัมต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร
  • Personnel:
    • ดำเนินการและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรอง
  • Financial Requirements:
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝากธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น
    • กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น

เกณฑ์การพิจารณา

  • การพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • Whole Exome Sequencing:
    • Average coverage 100X
    • Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
    • Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
  • Whole metagenome sequencing:
    • Total reads ไม่น้อยกว่า 10 Gb
    • Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
    • Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

เงื่อนไขสัญญา

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างเมื่อผู้ขายส่งมอบสิ่งของครบถ้วนและมีการตรวจรับมอบเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าปรับ:
    • ร้อยละ 0.10 ของราคาค่าจ้างต่อวัน
    • ร้อยละ 10 ของวงเงินของงานจ้างช่วง กรณีมีการนำงานไปจ้างช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • การวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมจะดำเนินการอย่างไร?
    • การวิเคราะห์จะใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Whole Exome Sequencing และ Whole metagenome sequencing ตามข้อกำหนดที่ระบุ
  • ข้อมูลที่ส่งมอบจะมีรูปแบบใด?
    • ข้อมูลจะถูกส่งมอบในรูปแบบไฟล์ FASTQ ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานสำหรับการจัดเก็บข้อมูลลำดับเบส
  • ระยะเวลาในการดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมด?
    • ระยะเวลาดำเนินการทดสอบอยู่ที่ 60 วันหลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพเรียบร้อยแล้ว
  • ต้องส่งมอบเอกสารอะไรบ้างในวันยื่นข้อเสนอ?
    • เอกสารแสดงห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์, เอกสารรับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์จีโนม, และเอกสารรับรองมาตรฐาน ISO 15189:2012, ISO 15190:2003
  • มีการรับประกันคุณภาพของข้อมูลอย่างไร?
    • มีการควบคุมคุณภาพในหลายขั้นตอน รวมถึงการวัดค่า coverage, Q20, Q30 และการตรวจสอบคุณภาพของ DNA library
  • หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ จะติดต่อได้ที่ไหน?
    • (- ข้อมูลไม่ได้ระบุไว้ใน TOR-)

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน จ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 1 งาน 1. ความเป็นมา ในปัจจุบัน วิศวกรรมชีวการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างสูงในทั้งการป้องกันและการรักษา โรคต่างๆ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น มีการประยุกต์ใช้การประมวลผลทางวิศวกรรมร่วมกับข้อมูลทาง พันธุกรรมในการออกแบบวิธีการรักษาและการเลือกใช้ยาที่ออกฤทธิ์ได้อย่างจำเพาะกับเซลล์มะเร็งของผู้ป่วย แต่ละราย ซึ่งเป็นผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาผู้ป่วยสูงขึ้น อีกทั้งยังสามารถลดผลข้างเคียงในการรักษาได้ใน ขณะเดียวกันด้วย นอกจากนี้ยังสามารถทำการคัดกรองเพื่อให้ทราบถึงความเสี่ยงของการเกิดโรคซึ่งทำให้ สามารถทำการป้องกันและควุมไม่ให้เกิดโรคที่มีความรุนแรงต่อไปได้ ซึ่งการประยุกต์ใช้วิศวกรรมชีว การแพทย์เพื่อให้ได้ผลการป้องกันและรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมกับคนไข้อย่างจำเพาะในแต่ ละรายนี้เรียกว่า การแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine) โดยการแพทย์แม่นยำกำลังเข้ามามีความสำคัญ มากยิ่งขึ้นทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ซึ่งการพัฒนาและการประยุกต์ใช้การแพทย์แม่นยำให้ได้อย่าง แพร่หลายและมีประสิทธิภาพนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างมากทั้งในด้านการให้บริการทางด้านสาธารณสุขต่อ ประชาชนและการเพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรม ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาการแพทย์แม่นยำ โดยทางศูนย์วิจัยฯได้มีการ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ในสาขาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องและสามารถบูรณาการ เทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆ เหล่านี้เข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถพัฒนาการแพทย์แม่นยำที่มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน (Prevention) การวินิจฉัย (Diagnosis) และการรักษา (Treatment) โรค ต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อระบบบริการด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ โรคที่มีความสำคัญในลำดับ ต้นๆ ของประเทศไทยโรคหนึ่งคือ โรคเบาหวาน ซึ่งเป็นโรคที่อยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ (ด้านสาธารณสุข) ระยะ 20 ปี จากรายงานข้อมูลสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย พบว่าประเทศไทยมีผู้ที่เป็นเบาหวานมาก เป็นอันดับ 4 ในภูมิภาคแปซิฟิก รองจากจีน อินเดีย และญี่ปุ่น และยังมีแนวโน้มของอุบัติการณ์ของโรคเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 6.9 เป็นร้อยละ 8.9 ทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่นและวัยทำงาน นอกจากนี้ กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์การเสียชีวิตของผู้ป่วยโรคเบาหวานใน พ.ศ. 2557 ว่าโรคเบาหวานเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเพศหญิงและเพศชาย เป็นอันดับที่ 2 และ 7 ของประเทศ ตามลำดับ และเป็นสาเหตุการสูญเสียสุขภาวะของประชากรเพศหญิงและเพศชาย เป็นอันดับ 1 และ 7 ของ ประเทศตามลำดับ โดยมีการคาดการณ์ว่า จะมีผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมี ผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียนของกระทรวงสาธารณสุขมากกว่า 3 ล้านคน ก่อให้เกิดความสูญเสีย งบประมาณของภาครัฐในการรักษาเฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี เนื่องจากโรคเบาหวานไม่สามารถรักษา ให้หายขาดได้ อีกทั้งโรคเบาหวานยังเป็นสาเหตุสำคัญของโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ (Non-communicable diseases; NCDs) เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือด หัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไตวายเรื้อรัง และความผิดปกติของเส้นประสาท เป็นต้น ซึ่งนำไปสู่การ เสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยอายุ 30 - 69 ปี หรือเรียกว่า “การเสียชีวิตก่อนวัยอันควร” ทางศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีขีดความสามารถในการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ต่างๆ ทางด้านวิศวกรรมที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องด้วยความร่วมมือของคณาจารย์จากคณะวิศกรรมศาสตร์และคณะ แพทยศาสตร์ทั้งภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและหน่วยงานภายนอก เช่น เทคโนโลยีเซนเซอร์ทาง การแพทย์ (Biomedical sensor) เทคโนโลยีทางชีวสารสนเทศ (Bioinformatics) การพัฒนาระบบนำส่งยา (Drug delivery system) เทคโนโลยีทางวิศวกรรมเนื้อเยื้อ (Tissue engineering) ชีวกลศาสตร์และชีววัสดุ (Biomechanics & Biomaterial) เพื่อพัฒนาเป็น แพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการ (Integrated Precision Medicine Platform) เพื่อการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานให้ได้อย่างครบวงจรและเกิด ประสิทธิภาพสูงสุด โดยจะทำเชื่อมโยงทุกส่วนทั้งทางด้านการป้องกัน การวินิจฉัย การรักษาโรคเบาหวานเข้า ด้วยกันด้วยระบบบริการการแพทย์ทางไกล (Telehealth) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ซึ่งมี รายละเอียดในแต่ละส่วนและการทำงานร่วมกันของส่วนต่าง ๆ ดังนี้ การป้องกันโรคแม่นยำ (Precision prevention) พัฒนาและประยุกต์ใช้เซนเซอร์ทางแสงแบบไม่รุกล้ำ (non-invasive) ในการตรวจคัดกรอง ผู้ป่วยโรคเบาหวานผ่านทางตัวชี้วัดทางชีวภาพในลมหายใจ (Exhaled Breath Biomarker) ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว ไม่เจ็บปวด และมีราคาถูก อีกทั้งยังสามารถลดการติดเชื้อจากการตรวจวัด ทำให้สามารถนำไปใช้ตรวจ คัดกรองกับกลุ่มประชากรทั้งในและนอกสถานพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อตรวจพบผู้ป่วย โรคเบาหวานก็จะทำให้สามารถนำผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการรักษาก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการที่รุนแรงขึ้นได้ พัฒนาระเบียบวิธีและปัญญาประดิษฐ์ทางด้านชีวสารสนเทศในการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการเป็น โรคเบาหวานจากฐานข้อมูลทางพันธุกรรม โดยหากพบว่าเป็นผู้มีความเสี่ยงสูงก็สามารถให้คำแนะนำในการ ดูแลรักษาสุขภาพเพื่อให้สามารถป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นในอนาคตได้ การวินิจฉัยโรคแม่นยำๆ (Precision diagnosis) พัฒนาการวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยด้วยระเบียบวิธีและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการ ตรวจวินิจฉัยผู้ป่วย พัฒนาระบบการแพทย์ทางไกลในการเก็บข้อมูลทางคลีนิคต่าง ๆ ของผู้ป่วยเพื่อรวบรวม ข้อมูลทั้งหมดเข้าสู่ระบบคลาวด์ และประยุกต์ใช้ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยในการ ตรวจวินิจฉัยให้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถวินิจฉัยหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เกิดขึ้น การรักษาโรคแม่นยำ (Precision Treatment) พัฒนาเนื้อเยื่อผิวหนังทดแทนในการักษาแผล เบาหวาน โดยนำข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยมาร่วมวิเคราะห์เพื่อให้เนื้อเยื่อผิวหนังที่พัฒนาขึ้นมีความเข้า กันได้มากที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละคน พัฒนายาและระบบนำส่งยาในการักษาผู้ป่วยโดยนำข้อมูลทางพันธุกรรม ของผู้ป่วยมาร่วมวิเคราะห์เพื่อให้ได้ชนิดของยา ขนาดของยา และระยะเวลาในการให้ยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วย แต่ละคน นำข้อมูลต่าง ๆ ระหว่างการรักษา เช่น ระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย ผลของการใช้เนื้อเยื้อ เป็นต้น เข้าสู่ระบบคลาวด์ผ่านการเก็บข้อมูลการแพทย์ทางไกล เพื่อให้สามารถติดตามการรักษาผู้ป่วยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถนำข้อมูลผลการรักษาที่ได้มาเชื่อมโยงกับข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วยเพื่อ นำมาพัฒนาวิธีในการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นได้ต่อไป พัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญต่อการ รักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย คือรองเท้าสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ป่วย เช่น ลักษณะของ แผลผู้ป่วย นำมาออกแบบให้เหมาะสมที่สุดกับผู้ป่วยแต่ละคน (Patient-centered device) และเมื่อผู้ป่วยนำ รองเท้าไปใช้งานก็จะมีการเก็บข้อมูลของผู้ป่วย เช่น ภาพฝ่าเท้าของผู้ป่วย ลักษณะการเดินของผู้ป่วย ผ่าน ระบบการแพทย์ทางไกล เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินผลการรักษา และเก็บเป็นฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาการ ออกแบบทางวิศวกรรมให้เหมาะสมต่อผู้ป่วยต่อไป การบูรณาการทั้ง 3 ด้านอย่างครบวงจรดังที่กล่าวมา ข้างต้น ร่วมกับการใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ นับเป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ ทันสมัยมาใช้ทางการแพทย์และสาธารณสุข และเป็นการจัดทำฐานข้อมูลการบริการสุขภาพที่มีการเชื่อมข้อมูล รายบุคคลแบบดิจิทัล ซึ่งนำไปสู่การป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานได้จริง มีมาตรฐานสากล และมี ประสิทธิภาพสูงขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดงานวิจัยไปสู่การนำไปใช้จริงและการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป ซึ่งจะช่วยสร้างความยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และลดการพึ่งพาเทคโนโลยีที่ นำเข้าจากต่างประเทศได้ 2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการ ในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ร่วมกับการ ประยุกต์ใช้ระบบการแพทย์ทางไกลและปัญญาประดิษฐ์ เพื่อการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวานที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น 2. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคเบาหวาน ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น 3. เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานของผู้ป่วย และสร้างฐานข้อมูลที่สามารถใช้ ในการพัฒนาการแพทย์แม่นยำของโรคเบาหวานต่อไปได้ 4. เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาในประเทศ ให้มีมาตรฐาน และเป็นที่ ยอมรับใช้งานได้จริง 5. เพื่อการต่อยอดแพลตฟอร์มการแพทย์แม่นยำแบบบูรณาการนี้ ในการรักษาโรคอื่นๆต่อไป 3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการ บริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาซื้อด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ณ วันที่ประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำอันเป็นการ ขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิ์หรือความคุ้มกันซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขั้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้า หลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบใน ปริมาณงาน สิ่งของหรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี จากผลต่างระหว่างสสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยจะต้อง มีเงินฝากคงเหลือมนบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของงบประมาณโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอใน แต่ละครั้งและหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงิน ฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะ เข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยจะต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัท เงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินเพื่อการพาณิชย์และประกอบ ธุรกิจการค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่ง ประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบโดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รองรับ หรือที่ สำนักงานสาขารองรับ (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่น ข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ 4.1 ดำเนินงานและให้คำปรึกษาทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์โดยแพทย์เฉพาะทางด้านพันธุ ศาสตร์ที่มีประสบการณ์และได้รับการรับรองให้เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นผู้ให้บริการเวชศาสตร์จีโนม 4.2 มีระบบคุณภาพที่ประกันคุณภาพการทดสอบ External Quality Assurance (EQA) ในรายการ ทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) กับหน่วยงานทดสอบความสามารถระดับสากล เช่น College of American Pathology (CAP) ประเทศสหรัฐอเมริกา 4.3 ใช้เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรม (Whole Exome Sequencing) หลักการ Combinatorial Probe-Anchor Synthesis (cPAS) and improved DNA Nanoballs (DNB) Technology แบบ บก.06 ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและรายละเอียดค่าใช้จ่าย การจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง 1. ชื่อโครงการ จ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 1 งาน 2. หน่วยงานเจ้าของโครงการ ศูนย์วิจัยวิศวกรรมชีวเวช คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ 3. วงเงินงบประมาณที่ได้จัดสรร 3,000,000.-บาท (สามล้านบาทถ้วน) 4. วันที่กำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ณ วันที่ เป็นเงิน 3,000,000.- บาท ราคา/หน่วย (ถ้ามี) 17 มกราคม 2568 5. แหล่งที่มาของราคากลาง (สืบราคาจากบริษัท จำนวน 3 ราย ) 5.1 Applicad Public Company Limited 5.2 บริษัท ซิสเต็มเมติค อินสทรูเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด 5.3 บริษัท แสงวิทย์ ซายน์ จำกัด 6. รายชื่อผู้รับผิดชอบกำหนดราคากลาง (จำนวน 3 คน) .บาท 6.1 รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์ 6.2 ศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย พยุงภร 6.3 นางรวิวรรณ จันทรแม้น รายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) ๑. ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ ๑.๑ ชื่อโครงการ ประกวดราคาจ้างวิเคราะห์หาลำดับเอ็กโซมและเมตาจีโนมทั้งหมด ในกลุ่มผู้ป่วยโรค เบาหวาน จำนวน ๑ งาน ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ๑.๒ ความเป็นมา ๑.๓ วัตถุประสงค์ ๑.๔ วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร ๓,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (สามล้านบาทถ้วน) คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๒.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๒.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๒.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๒.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวตามที่ ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๒.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงาน ของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๒.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหาร พัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ๒.๗ เป็นนิติบุคคล ผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๒.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการ ขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในการเสนอราคาครั้งนี้ ๒.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อ เสนอได้มีคำสั่งสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๒.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ในเอกสารเชิญชวน เว้นแต่ในกรณีกิจการร่วมค้าที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นก่อสร้าง ของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ กรณีมีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อ ตกลงดังกล่าวจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตาม สัญญา มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย ๒.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๒.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้อง มีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงิน ที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท (๓) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากบัญชีเงินฝาก ธนาคาร ณ วันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากเป็นบวกในมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอใน ครั้งนั้น และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดัง กล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๔) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้า ยื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อเพื่อมาสนับสนุนให้มูลค่าสุทธิ ของกิจการ (Net Worth) ไม่ ติดลบ หรือให้มีสภาพคล่องที่ดีจนเพียงพอต่อการยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้าประกัน ตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับ มอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๕) กรณีตาม (๑) - (๔) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๕.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๕.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๓. ขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ เอกสารแนบ ๑ ขอบเขตของงาน เอกสารแนบ ๒ ตารางแสดงวงเงินและราคากลาง ๔. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ ระยะเวลาส่งมอบ ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ๕. งวดงานและการจ่ายเงิน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะจ่ายค่าจ้างซึ่งได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนภาษีอากร อื่น ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงแล้วให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ขาย เมื่อผู้ขายได้ส่งมอบสิ่งของ ได้ครบถ้วนตามสัญญาซื้อขายหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ตรวจรับมอบจ้างไว้เรียบร้อยแล้ว ๖. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาคัดเลือกผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะ พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา ๗. อัตราค่าปรับ ๗.๑ อัตราค่าปรับกำหนดให้คิดในอัตราร้อยละ ๐.๑๐ ของราคาค่าจ้างต่อวัน ๗.๒ กรณีที่นำงานที่รับจ้างไปจ้างช่วงให้ผู้อื่นทำอีกทอดหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก คณะ วิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะกำหนดค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืนดังกล่าวเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐ ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 4.4 ใช้วิธีถอดรหัสพันธุกรรมแบบ paired-end ที่มีความยาวของการถอดรหัสพันธุกรรมไม่น้อยกว่า 100 คู่เบส และหลังจาก Clean data แล้วได้ขนาดความยาวไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของความยาว original 4.5 สามารถถอดรหัสพันธุกรรมจากตัวอย่างดีเอ็นเอมนุษย์ ที่ความเข้มข้นไม่น้อยกว่า 20 นาโนกรัม ต่อไมโครลิตร ปริมาณไม่น้อยกว่า 20 ไมโครลิตร 4.6 มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพตัวอย่างดีเอ็นเอโดยการหาความเข้มข้นและปริมาณของตัวอย่าง ดีเอ็นเอ และมีการตรวจสอบความสมบูรณ์ (Integrity) ของตัวอย่าง 4.7 มีขั้นตอนการควบคุมคุณภาพของ DNA Library ด้วยการวัดปริมาณของ Library และการวัดขนาด โดยวิธี Fragment analysis 4.8 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมของตัวอย่างแต่ละตัวอย่างที่ได้มีคุณภาพดังนี้ 4.8.1 Whole Exome Sequencing 4.8.2 Average coverage 100X 4.8.3 Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูล ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง 4.8.4 Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของข้อมูล ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง 4.9 Whole metagenome sequencing 4.9.1 Total reads ของข้อมูลจะต้องมีขนาดไม่น้อยกว่า 10 Gb 4.9.2 Percentage of bases with Q20 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของข้อมูล ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง 4.9.3 Percentage of bases with Q30 (Phred score) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของข้อมูล ทั้งหมดในแต่ละตัวอย่าง 5. เงื่อนไขการส่งมอบ 5.1 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบอยู่ในรูปของไฟล์ชนิด FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัส พันธุกรรม แล้วดำเนินการบีบอัดเพื่อลดขนาดของไฟล์ (zip file) แล้วบันทึกใส่ใน external hard drive เพื่อส่งมอบให้แก่คณะผู้วิจัย Rom 6. รายละเอียดอื่นๆ 5.1 ผู้ให้บริการต้องมีห้องปฏิบัติการทางเทคนิคการแพทย์ เปิดให้บริการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยแสดงเอกสารในวันที่ยื่นเสนอราคา 5.2 ผู้ให้บริการต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ที่ได้รับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์ จีโนมของสถานพยาบาล โดยแสดงเอกสารรับรองมาตรฐานการบริการเวชศาสตร์ในวันที่ ยื่นเสนอราคา 5.3 ผู้ให้บริการต้องได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการตามมาตรฐาน ISO 15189:2012, ISO 15190:2003 ในรายการทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการตรวจวิเคราะห์จีโนม ด้วยเทคโนโลยี Next Generation Sequencing (NGS) โดยแสดงเอกสารรับรองมาตรฐาน ในวันที่ยื่นเสนอราคา 5.4 มีประสบการณ์ในการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและเวชศาสตร์จีโนมทางการแพทย์ ให้กับคนไทยมาไม่น้อยกว่า 3 ปี โดยแสดงเอกสารการตรวจวิเคราะห์ทางพันธุกรรมและเวช ศาสตร์จีโนมทางการแพทย์ ในวันที่ยื่นเสนอราคา 5.5 ข้อมูลรหัสพันธุกรรมที่จะส่งมอบจะต้องอยู่ในรูปของไฟล์ชนิด FASTQ ที่ได้จากเครื่องถอดรหัส พันธุกรรมและได้บีบอัดเพื่อลดขนาดของไฟล์ โดยข้อมูลแบบ clean reads ที่ได้จากเครื่อง ถอดรหัสพันธุกรรม โดยจะต้องส่งมาให้ในวันที่ส่งมอบงาน 5.6 การตรวจวิเคราะห์ดำเนินการภายในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อความรวดเร็วและป้องกันความ เสียหายของคุณภาพตัวอย่าง 5.7 ระยะเวลาดำเนินการทดสอบอยู่ที่ 60 วันหลังจากตัวอย่างได้รับการตรวจสอบคุณภาพ เรียบร้อยแล้ว 5.8 ผู้ให้บริการจะดำเนินการสำรองข้อมูลการถอดรหัสพันธุกรรมหลังส่งมอบงานไว้เป็น ระยะเวลา 90 วัน 7. ระยะเวลาการส่งมอบ ส่งมอบภายใน 120 วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา 8. วงเงินงบประมาณในการจัดหา วงเงินในการจัดหา 3,000,000.-บาท (สามล้านบาทถ้วน) 9. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการจัดจ้างครั้งนี้จะใช้เกณฑ์การพิจารณาราคาในการตัดสิน คณะกรรมการจัดทำขอบเขตของงาน ประธานกรรมการ (รองศาสตราจารย์ ดร.จุฑามาศ รัตนวราภรณ์) กรรมการ (ศาสตราจารย์ ดร.สัญชัย พยุงภร) กรรมการและเลขานุการ (นางรวิวรรณ จันทรแม้น)