จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 68019003392
฿10,418,376 ปีงบ 2568 ประกาศ 11 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการจัดจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Automatic Fire Suppression System) ในอาคารและสนามบิน 7 แห่งของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้แก่ สำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ระยะเวลาการจ้าง 1 ปี 6 เดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) ของระบบดับเพลิงอัตโนมัติทั้งหมด รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ตู้ควบคุมหลัก, อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟ, อุปกรณ์ตรวจจับควัน, อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ, ถังบรรจุสารดับเพลิง เป็นต้น การบำรุงรักษาจะต้องเป็นไปตามคู่มือการใช้งานและบำรุงรักษา (Operation & Maintenance Manual) ของผู้ผลิต หรือตามหลักวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน, รายงานผลการบำรุงรักษารายรอบ และรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานต่างๆ ตามที่ระบุใน TOR

English summary

This project involves the maintenance and upkeep of automatic fire suppression systems at 7 airports and AOT headquarters. The contract duration is 1 year and 6 months, starting from April 1, 2025, to September 30, 2026. The contractor is responsible for preventive maintenance (PM) and corrective maintenance (CM) of the entire fire suppression system, including components like the fire suppression control panel, power supply units, smoke detectors, manual call points, and extinguishing agent cylinders. Maintenance must adhere to the manufacturer’s operation & maintenance manual or the standards of the Engineering Institute of Thailand. The contractor must provide detailed monthly reports, periodic maintenance reports, and comprehensive performance summaries as specified in the TOR.

สถานที่ดำเนินการ
  • อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มีความประสงค์จะจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

ขอบเขตของงาน

  • บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ สถานที่ที่ระบุ
  • สถานที่ติดตั้ง: สำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย
  • ประเภทอุปกรณ์ที่ต้องดูแล: ตู้ควบคุมหลัก, อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟ, อุปกรณ์ตรวจจับควัน, อุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือ, อุปกรณ์ส่งสัญญาณ, ถังบรรจุสารดับเพลิง, และอุปกรณ์ประกอบอื่นๆ ตามรายละเอียดในผนวก ก
  • การบำรุงรักษาต้องเป็นไปตามมาตรฐานของผู้ผลิตหรือหลักวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
  • จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน:
    • รายงานผลการ PM รายเดือน
    • รายงานผลการ CM รายเดือน
    • รายงานสถานะของอุปกรณ์ทั้งหมด
    • เอกสารบันทึกเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน
    • รายงานสรุปผลการ PM ประจำรอบ (4 ครั้ง/ปี)
    • รายงานสรุปผลการ CM ประจำรอบ (4 ครั้ง/ปี)
    • เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ทั้งหมด (ตามผนวก ก)
    • แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์หลัก (As-Built Drawing)
  • การดำเนินการอื่นๆ:
    • กรณีสารดับเพลิงถูกฉีด, ผู้รับจ้างต้องเติมสารภายใน 5 วัน (หากเกิดจากผู้รับจ้าง)
    • ให้ความร่วมมือในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิง
    • ดำเนินการตาม SLA (Service Level Agreement) ที่กำหนด
    • รื้อถอนและติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ (กรณีมีการปรับปรุงพื้นที่)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) และการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (CM) ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
  • รายงานผลการปฏิบัติงานประจำเดือน (PM, CM, สถานะอุปกรณ์, เวลาปฏิบัติงาน)
  • รายงานผลการบำรุงรักษารายรอบ (PM, CM)
  • เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ทั้งหมด
  • แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์หลัก (As-Built Drawing)
  • การแก้ไขปัญหาและข้อขัดข้องตาม SLA
  • การดำเนินการตามเงื่อนไขอื่นๆ ที่ระบุใน TOR

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะเวลาจ้าง: 1 ปี 6 เดือน
  • เริ่มต้น: 1 เมษายน 2568 เวลา 00.00 น.
  • สิ้นสุด: 30 กันยายน 2569 เวลา 24.00 น. หรือตามที่ ทอท. กำหนด

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: ต้องเป็นไปตามคู่มือ OPERATION & MAINTENANCE Manual ของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือหลักวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
  • Experience:
    • ผู้จัดการโครงการ: ประสบการณ์ด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • วิศวกร: ประสบการณ์ด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 3 ปี
    • ช่างเทคนิค: ประสบการณ์ด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี
    • วิศวกร: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาไฟฟ้ากำลัง หรือ สาขาไฟฟ้าสื่อสาร และได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ก.ว.) ทางวิศวกรรมไฟฟ้า
    • ช่างเทคนิค: วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวช. สาขาไฟฟ้ากำลัง หรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
  • Technical Capabilities:
    • ความรู้ความชำนาญหรือประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
  • Other:
    • ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการภายในประเทศไทย ในการจำหน่ายหรือให้บริการหลังการขายระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล UL Listed หรือ FM approved หรือ Vds approved อย่างใดอย่างหนึ่ง จากเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิในการบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • การบำรุงรักษาต้องเป็นไปตามคู่มือ OPERATION & MAINTENANCE Manual ของเจ้าของผลิตภัณฑ์ หรือหลักวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
  • รายละเอียดและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ: ตามผนวก ก.1 - ก.7 (สำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่, และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย)
  • การตรวจสอบการทำงานและการทำความสะอาดอุปกรณ์: ตามผนวก ข
  • การจัดทำแบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์หลัก (As-Built Drawing)
  • การแก้ไขปัญหาตาม SLA (Service Level Agreement)
  • การทดสอบการคายประจุของแบตเตอรี่
  • การตรวจสอบสภาพถังบรรจุสารดับเพลิง

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงินค่าจ้าง: จ่ายเป็นรายงวด จำนวน 18 งวด เมื่อดำเนินการแต่ละงวดแล้วเสร็จและคณะกรรมการตรวจรับพัสดุตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
  • อัตราค่าจ้าง: ยืนตามราคาเดิมตลอดอายุสัญญา (ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม)
  • ค่าปรับ:
    • PM ไม่ครบถ้วน: ปรับวันละ 9,737 บาท
    • แก้ไขปัญหาเกิน SLA: ปรับชั่วโมงละ 390 บาท
    • ความพร้อมใช้งาน (SA) ไม่เป็นไปตามกำหนด: ปรับชั่วโมงละ 3,408 บาท
    • พนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย/นัดหยุดงาน: ปรับร้อยละ 0.10 ของวงเงินค่าจ้าง (แต่ไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์อะไรบ้างในการปฏิบัติงาน?
    • ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและเพียงพอพร้อมสำหรับการดำเนินงานตลอดเวลา
  • หากอุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติเสียหาย ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเงื่อนไข SLA ที่กำหนดไว้ใน TOR
  • การเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานทำอย่างไร?
    • ผู้รับจ้างต้องขอทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลให้แก่พนักงานของผู้รับจ้าง และต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการใช้บัตรฯ ของ ทอท. อย่างเคร่งครัด
  • มีค่าปรับอะไรบ้างในโครงการนี้?
    • มีค่าปรับในกรณีที่ PM ไม่ครบถ้วน, แก้ไขปัญหาเกิน SLA, ความพร้อมใช้งาน (SA) ไม่เป็นไปตามกำหนด, และพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย/นัดหยุดงาน
  • การจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานมีอะไรบ้าง?
    • รายงานผลการ PM, CM รายเดือน, รายงานสถานะอุปกรณ์, เอกสารบันทึกเวลาปฏิบัติงาน, รายงานสรุปผลการ PM, CM ประจำรอบ, เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์, และแบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์หลัก

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ข้อกำหนดรายละเอียดในการจัดจ้างของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) งานจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย 1. วัตถุประสงค์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) มีความประสงค์จะจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิง อัตโนมัติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยาน เชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย จำนวน 1 งาน 2. ระยะเวลาจ้าง ระยะเวลาจ้าง 1 ปี 6 เดือน ตั้งแต่ 1 เมษายน 2568 เวลา 00.00 น. ถึง 30 กันยายน 2569 เวลา 24.00 น. หรือตามที่ ทอท.กำหนด 3. มาตรฐานที่กำหนด มาตรฐานการซ่อมบำรุงรักษาต้องสอดคล้องตามคู่มือ OPERATION & MAINTENANCE Manual ของเจ้าของ ผลิตภัณฑ์หรือหลักวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย 4. รายละเอียดและขอบเขตงาน 4.1 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance : PM) และบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance : CM) ให้กับระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ติดตั้งใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ภายใน ทอท. ให้สามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง รายละเอียดดังนี้ 4.1.1 สำนักงานใหญ่ รายละเอียดตาม ผนวก ก.1 4.1.2 ท่าอากาศยานดอนเมือง รายละเอียดตาม ผนวก ก.2 4.1.3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รายละเอียดตาม ผนวก ก.3 4.1.4 ท่าอากาศภูเก็ต รายละเอียดตาม ผนวก ก.4 4.1.5 ท่าอากาศยานเชียงใหม่ รายละเอียดตาม ผนวก ก.5 4.1.6 ท่าอากาศยานหาดใหญ่ รายละเอียดตาม ผนวก ก.6 4.1.7 ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย รายละเอียดตาม ผนวก ก.7 4.2 ประเภทของอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ติดตั้งใช้งานในสถานที่ต่าง ๆ ตามรายละเอียดข้อ 4.1 ที่จะต้องดำเนินการ PM และ CM ประกอบด้วยอุปกรณ์ 4 กลุ่มหลัก ดังต่อไปนี้ 4.2.1 กลุ่มที่ 1 อุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีลักษณะหรือทำหน้าที่ควบคุมสั่งการหรือเป็น ศูนย์กลางการเชื่อมต่อของระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ข้อขัดข้องจะมีความวิกฤติรุนแรงมากที่สุด (Critical) อุปกรณ์ฯ ไม่สามารถใช้งานได้ หรือส่งผลให้ระบบดับเพลิง หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งหากเกิดปัญหา อัตโนมัติทั้งหมด (100%) ของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ ที่อุปกรณ์ดังกล่าวครอบคลุมการดับเพลิงอยู่ไม่สามารถใช้งานได้ ได้แก่ 4.2.1.1 ตู้ควบคุมหลัก (Fire Suppression Control Panel : FSCP) 4.2.1.2 อุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟ (Addressable power-supply unit) (รายละเอียดต่อเนื่องจากหน้าก่อน) (รายละเอียดต่อเนื่องจากหน้าก่อน) (รายละเอียดต่อเนื่องจากหน้าก่อน) (รายละเอียดต่อเนื่องจากหน้าก่อน) ผนวก ก ผนวก ก.1 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ สำนักงานใหญ่ ลำดับ|รายการอุปกรณ์|ยี่ห้อ|สถานที่|Nitrogen (N2) IG100|รวม ---|---|---|---|---|--- 1|Fire Suppression Control Panel|Notifier|MDB Room ชั้น 1 อาคารจอดรถ|1|3 2|Photo Smoke Detector With base|Notifier|Generator Room ชั้น 1 อาคารจอดรถ|1|6 3|Heat Detector|Notifier|Server Room ชั้น 2 อาคารจอดรถ|1|2 4|Manual Station|Notifier|---|---|2|6 5|Abort Switch Station|Kidde|---|---|1|3 6|Bell|System Sensor|---|---|2|5 7|Horn and Strobe|System Sensor|---|---|2|5 8|Storbe, Std Candela, Red 24 VDC|System Sensor|---|---|2|5 9|Cylinder|Tyco-LPG|---|---|15|27 10|Battery Backup|Local|---|---|2|6 |รวม||---|---|30|19|16|65 Page 1 of 1 ผนวก ก.2 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง ลำดับ|รายการอุปกรณ์|ยี่ห้อ|สถานที่|รวม ---|---|---|---|--- 1|Fire Suppression Control Panel|Novec1230 (ทดม.)|ห้อง Server CCTV ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 1|6 |---|---|---|ห้อง Server FIDS ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 1|20 |---|---|---|ห้องชุมสายโทรศัพท์ ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 1|12 |---|---|---|ห้องไฟฟ้า pier 2 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 1|10 |---|---|---|ห้องไฟฟ้า pier 3 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 2|11 |---|---|---|ห้องไฟฟ้า pier 4 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 2|12 |---|---|---|ห้องไฟฟ้า pier 5 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 2|11 |---|---|---|ห้องไฟฟ้า South Corridor ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 2|12 |---|---|---|ห้อง EE-Com Rm ชั้น 1 อาคารผู้โดยสาร 2|4 |---|---|---|ห้อง AOCC ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 2|1 |---|---|---|ห้อง ASCC ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 2|1 |---|---|---|ห้อง CCC ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร 2|1 |---|---|---|รวม|112 2|Addressable Smoke Detector With Base|Kidde|---|---|16 3|Manual Station|Kidde|---|---|4 4|Abort Switch Station|Kidde|---|---|12 5|Bell|Kidde|---|---|21 6|Horn and Strobe|Kidde|---|---|21 7|Cylinder|Kidde|---|---|13 8|Battery Backup|Local|---|---|18 |รวม||---|---|218 Page 1 of 1 ผนวก ก.3 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ลำดับ|รายการอุปกรณ์|ยี่ห้อ|อาคารผู้โดยสาร (MTB)|อาคารเทียบเครื่องบิน (Concours A, B, C, D, E, F, G)|อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ (AIMS)|กลุ่มอาคารบำรุงรักษาท่าอากาศยาน (AMF)|อาคารควบคุมลานจอด (Apron East และ West)|โรงผลิตน้ำเย็น (Chiller Plant)|สถานที่|FM200|CO2|Novec1230|(N2) IG100|รวม ---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|--- 1|Fire Suppression Control Panel|Kidde/Notifier|51|128|7|4|4|2|อาคาร Fire Rescue Main Station|---|---|---|---|62 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 2|Manual Station|FIKE/Siemens|158|409|0|8|4|16|สถานีสูบน้ำ ฝั่งตะวันตก|---|---|---|---|24 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 3|Smoke Detector With base|Kidde/Notifier|2|2|2|0|0|170|อาคาร Custom Free Zone|---|---|---|---|12 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 4|Manual Station|Siemens|8|8|143|1050|0|0|0|อาคาร AOB|---|---|---|---|1050 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 5|Abort Switch Station|Kidde/FIKE|51|128|11|4|2|4|อาคาร AIMS|---|---|---|---|66 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 6|Bell|FIKE/Siemens|104|266|7|7|4|8|---|---|---|---|---|---|128 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 7|Horn and Strobe|Kidde/System sersor|104|266|7|7|4|8|---|---|---|---|---|---|128 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 8|Cylinder|FIKE/Siemens|64|138|8|4|2|4|---|---|---|---|---|---|27 |---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---| 9|Battery Backup|Siemens/Tyco-LPG|102|256|14|8|4|8|---|---|---|---|---|---|20 |รวม||---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|685|1,719|83|50|24|56|12|12|38|72|36|807|256|61|18|35|731|4695 Page 1 of 1 ผนวก ก.4 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ลำดับ|รายการอุปกรณ์|ยี่ห้อ|สถานที่|Novec1230|รวม ---|---|---|---|---|---|--- 1|Fire Suppression Control Panel|Kidde|ห้อง A11-A15 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ|5|32 |---|---|---|ห้อง A21-A25 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ|5| |---|---|---|ห้อง A31-A35 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ|5| |---|---|---|ห้อง A41-A42 ชั้น 4 อาคารผู้โยสารระหว่างประเทศ|2| |---|---|---|ห้อง B11-B16 ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ|6| |---|---|---|ห้อง B21-B26 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ|6| |---|---|---|ห้อง B31-B32 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ|2| |---|---|---|ห้อง IT อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ|1| |รวม||---|---|---|---|32 2|Addressable Smoke Detector With Base|Kidde|---|---|10|64 3|Manual Station|Kidde|---|---|10|64 4|Abort Switch Station|Kidde|---|---|10|64 5|Bell|Kidde|---|---|10|64 6|Horn and Strobe|Kidde|---|---|10|64 7|Cylinder|Kidde|---|---|5|32 8|Battery Backup|Local|---|---|10|64 |รวม||---|---|60|60|60|24|72|72|24|12|384 Page 1 of 1 6 4.4.8.1 ส่วนการแจ้งของ ทอท. ประกอบด้วย วันเวลาที่แจ้งซ่อม, ชื่ออุปกรณ์ที่ขัดข้อง, อาการขัดข้อง, สถานที่ติดตั้ง พร้อมลงนามผู้แจ้งของ ทอท. เป็นอย่างน้อย 4.4.8.2 ส่วนการรับแจ้งและดำเนินการ ประกอบด้วย ผู้รับแจ้ง, วันเวลาที่เข้าถึงพื้นที่, สาเหตุการ ขัดข้อง, วิธีการซ่อมแซมแก้ไข, ผลการแก้ไข, การใช้อะไหล่, สถานะ SLA, ผู้ปฏิบัติงานผู้รับแจ้ง และผู้ควบคุมงาน ของ ทอท. เป็นอย่างน้อย 4.4.8.3 แบบฟอร์มสอดคล้องกับการบริหารสัญญาของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. หรือแนวทางของระบบบริการงานซ่อมบำรุงของ ทอท. (SAP Plant Maintenance) 4.4.8.4 กรณีพื้นที่ปฏิบัติงานเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงในการให้บริการท่าอากาศยานหรือ มีผลกระทบต่อผู้โดยสารโดยตรง เช่น พื้นที่ทางวิ่ง, ทางขับ, หลุมจอด, จุดตรวจค้นหรือพื้นที่ห้องรับรองพิเศษ เป็นต้น ผู้รับจ้างจะต้องได้รับอนุญาตจากผู้ควบคุมงานหรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท.ก่อนเข้าพื้นที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ในการพิจารณานับ เวลาของกรณีดังกล่าวให้ใช้วิจารณญาณโดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ทอท. เป็นหลัก 4.5 เอกสารรายงานผลการปฏิบัติงาน 4.5.1 เอกสารรายงานผลประจำเดือน (ทุกเดือน) 4.5.1.1 จัดทำรายงานผลการ PM ตามแผนการดำเนินการรายเดือน มีเนื้อหาประกอบด้วย สรุปรายการอุปกรณ์และจำนวนที่ดำเนินการ, ชื่ออุปกรณ์, กลุ่มประเภทอุปกรณ์, วันที่ดำเนินการ, ความครบถ้วน ถูกต้องของการทำความสะอาดและการตรวจสอบการทำงาน และชื่อผู้ปฏิบัติเป็นอย่างน้อย ส่งให้คณะกรรมการตรวจ รับพัสดุของ ทอท.พร้อมการตรวจรับงานในแต่ละงวด 4.5.1.2 จัดทำรายงานผลการ CM รายเดือน มีเนื้อหาประกอบด้วย เลขที่ใบงาน, วันเวลาที่ รับแจ้ง, ผู้แจ้ง, อาการขัดข้อง, สาเหตุการขัดข้อง, วิธีการซ่อมแซมแก้ไข, ผลการตรวจซ่อม, วันเวลาที่ตรวจซ่อมเสร็จ, ชื่อผู้ทำการตรวจซ่อม และแนบสำเนาใบงานพร้อมเอกสารประกอบทุกการแจ้งซ่อม เป็นอย่างน้อย รวมถึงค่าอะไหล่ที่ ใช้ในการ CM แต่ละครั้ง ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พร้อมการตรวจรับงานในแต่ละงวด 4.5.1.3 จัดทำรายงานสถานะของอุปกรณ์ที่ติดตั้งทั้งหมด มีเนื้อหาประกอบด้วย รายการอุปกรณ์ จำนวน สถานที่ติดตั้ง โดยให้มีรายละเอียดสอดคล้องเป็นปัจจุบันตลอดระยะเวลาสัญญาส่งให้คณะกรรมการตรวจรับ พัสดุของ ทอท. พร้อมการตรวจรับงานในแต่ละงวด 4.5.1.4 จัดทำเอกสารบันทึกเวลาปฏิบัติงานของพนักงาน ในทุกวันที่ส่งเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พร้อมการตรวจรับงานในแต่ละงวด ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องจัดทำแบบฟอร์มเอกสารรายงานผลประจำเดือนส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ของ ทอท. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มปฏิบัติงาน (1). (2). 7 4.5.2 เอกสารการรายงานผลประจำรอบบำรุงรักษา (4 ครั้งต่อปี หรือ 3 เดือน/ครั้ง) 4.5.2.1 จัดทำรายงานสรุปผลการ PM เมื่อเสร็จสิ้นรอบการบำรุงรักษาในแต่ละครั้ง และ ได้ดำเนินการครบถ้วนทุกอุปกรณ์ตามแผนแล้ว โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย สรุปรายการอุปกรณ์และจำนวนที่ดำเนินการ ตลอดทั้งหมดของรอบบำรุงรักษาที่ผ่านมา, ชื่ออุปกรณ์, กลุ่มประเภทอุปกรณ์, วันที่ดำเนินการ เป็นอย่างน้อย ส่งให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พร้อมการตรวจรับงานในรอบบำรุงรักษาที่กำหนด 4.5.2.2 จัดทำรายงานสรุปผลการ CM เมื่อเสร็จสิ้นรอบการบำรุงรักษาในแต่ละครั้งโดยมีเนื้อหา ประกอบด้วย สรุปจำนวนอุปกรณ์ที่ขัดข้องแยกตามชนิด, สรุปอาการขัดข้องแยกตามประเภทอาการ, สรุปวิธีการ ซ่อมแซมแก้ไข รวมถึงสรุปการใช้อะไหล่สำรองทุกชนิด เป็นอย่างน้อย รวมถึงค่าอะไหล่ที่ใช้ในการซ่อม (ถ้ามี) เพื่อใช้เป็น ข้อมูลวิเคราะห์การสำรองอุปกรณ์และการวางแผนบำรุงรักษาในครั้งต่อไป ส่งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. พร้อมการตรวจรับงานในรอบบำรุงรักษาที่กำหนด 4.5.2.3 สรุปรายการอุปกรณ์ทั้งหมด (ตาม ผนวก ก) รวมถึงชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ โดยมีเนื้อหา ประกอบด้วย ชื่ออุปกรณ์, ประเภทอุปกรณ์, ยี่ห้อ, รุ่นหรือ Serial Number, สถานที่ติดตั้ง และประวัติการซ่อมบำรุง เป็นรายอุปกรณ์ตลอดทุกครั้งที่ผ่านมาพิมพ์ลงกระดาษขาวขนาดไม่น้อยกว่าขนาด A3 พร้อมบันทึกเป็น File ลง USB Flash Drive หรือดีกว่า ไม่น้อยกว่า 1 ชุด หรือตามความต้องการที่เหมาะสม 4.5.2.4 แบบแสดงจุดติดตั้งอุปกรณ์หลัก (ผนวก ก) ที่มีในระบบฯ ทั้งหมด พร้อมการวางแนวสาย นำสัญญาณและสายไฟฟ้าในรูปแบบ Auto CAD (As-Built Drawing) โดยให้สอดคล้องและถูกต้องเมื่อเปรียบเทียบกับ สถานที่จริงและสิ่งแวดล้อม พร้อมพิมพ์ลงกระดาษขาวขนาดไม่น้อยกว่าขนาด A3 พร้อมบันทึกเป็น File ลง USB Flash Drive หรือดีกว่า ไม่น้อยกว่า 1 ชุด หรือตามความต้องการที่เหมาะสม 4.5.3 ในการส่งรายงานเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อ 4.5.1 และ 4.5.2 คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. สามารถกำหนดเพิ่มขึ้นได้ตามความเหมาะสมโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก ทอท. 4.5.4 เอกสารการรายงานผลทั้งหมดที่ส่งให้ ทอท. ต้องได้รับการลงลายมือชื่อรับรองจากผู้จัดการ โครงการของผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานของ ทอท. ด้วย 4.6 การดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซมแก้ไขและบำรุงรักษาระบบฯ 4.6.1 กรณีสารดับเพลิงภายในถังบรรจุสารดับเพลิง (Cylinder) ถูกฉีด ให้ดำเนินการดังนี้ 4.6.1.1 กรณีเกิดจากผู้รับจ้างเป็นผู้กระทำ ผู้รับจ้างจะต้องทำการเติมสารดับเพลิงให้แล้วเสร็จ ภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันที่ ทอท.อนุญาตให้ผู้รับจ้างเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยผู้รับจ้างจัดทำรายงานส่งผู้ควบคุมงาน ของ ทอท. พร้อมการรายงานผลภายในเดือนนั้น ๆ และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด 4.6.1.2 กรณีอุปกรณ์ประกอบภายในถังบรรจุสารดับเพลิง (Cylinder) ขัดข้องเป็นเหตุให้สาร ดับเพลิงและแรงดันภายในถังลดลงต่ำกว่ามาตรฐานไม่สามารถดับเพลิงได้ ผู้รับจ้างจะต้องรายงานให้คณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุทราบทันทีภายใน 24 ชั่วโมง โดยมีเนื้อหา ได้แก่ อุปกรณ์ที่ชำรุดเสียหาย สถานที่ของอุปกรณ์ วันที่ตรวจพบ สาเหตุของการชำรุดเสียหาย แนวทางแก้ไข และเสนอราคา ค่าซ่อมแซมแก้ไขนั้น ๆ เป็นอย่างน้อย หากผู้รับจ้าง ไม่รายงาน ... 8 ไม่รายงานภายในกำหนด 24 ชั่วโมง และ ทอท. ตรวจสอบพบภายหลัง ให้ถือว่าความชำรุดเสียหายนั้นเกิดจากความ ผิดพลาดของ ผู้รับจ้างในการปฏิบัติงาน PM เอง ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการเปลี่ยนอุปกรณ์พร้อมเติมสารดับเพลิงและ แรงดันให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยต้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน หลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. และ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด 4.6.1.3 กรณีเกิดจากเหตุอื่น ๆ ที่มิได้เกิดจากผู้รับจ้างเป็นผู้กระทำ ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบหา สาเหตุบันทึกรายละเอียดในใบแจ้งซ่อม และรายงานให้ผู้ควบคุมงานทราบ ภายใน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันที่ ทอท. อนุญาตให้ผู้รับจ้างเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน 4.6.2 หากเกิดปัญหาข้อขัดข้องในระบบอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ผู้รับจ้างจะต้องให้ ความร่วมมือกับ ทอท. ในการประสานงานและตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหาดังกล่าว และหากข้อขัดข้องนั้นมีสาเหตุ จากระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบปรับปรุงแก้ไขให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์มีประสิทธิภาพด้วย 4.6.3 หากเกิดปัญหาข้อขัดข้องจากระบบอื่น ๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน ทอท. หรือ หน่วยงานอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับ ทอท. เช่น ระบบไฟฟ้า เป็นต้น แล้วส่งผลกระทบให้ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่สามารถ ใช้งานได้ตามปกติ เมื่อระบบนั้น ๆ ได้รับการแก้ไขปัญหาให้กลับมาใช้งานได้ดีดังเดิมแล้ว ผู้รับจ้างจะต้องตรวจสอบ หรือปรับปรุง หรือซ่อมแซมแก้ไขระบบดับเพลิงอัตโนมัติให้สามารถใช้งานได้ปกติดังเดิม ตามเงื่อนไขข้อตกลงที่กำหนด ไว้ใน SLA 4.6.4 กรณี ทอท. ได้รับประสานให้มีการปิด-เปิดระบบฯ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างต้องส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินงานดังกล่าวให้ตามที่รับแจ้ง (เฉพาะในวันและเวลาทำการ) 4.6.5 ในการทำ PM และ CM แต่ละครั้ง หากพบปัญหาความไม่เรียบร้อยหรือผิดปกติ ให้ผู้รับจ้าง รายงานผู้ควบคุมงานของ ทอท.ทราบในทันที พร้อมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยเร็วและเตรียม ความพร้อมในการดำเนินงานไว้ให้ทันต่อสถานการณ์ 4.6.6 กรณีเกิดข้อขัดข้องในด้าน Software ของชุดควบคุมในระบบฯ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงที่กำหนดไว้ใน SLA โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ทอท. 4.6.7 ในการตรวจสอบอุปกรณ์ของระบบฯ แนวท่อสาย หรือจุดพักสาย หากพบว่าเสื่อมสภาพ เช่น แถบ สัญลักษณ์บ่งชี้ไม่ชัดเจน หรือไม่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มีวัตถุหรือสิ่งของใด ๆ มาทำให้การทำงานของอุปกรณ์ มีประสิทธิภาพลดลง ผู้รับจ้างจะต้องรายงาน ทอท. ทราบทันที กรณีที่สามารถดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้ให้ผู้รับจ้าง ดำเนินการแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ทอท. 4.6.8 หากพบว่าอุปกรณ์ในระบบฯ มีจำนวนเปลี่ยนแปลงไปจาก ผนวก ก ให้ผู้รับจ้างทำเอกสารสรุป รายละเอียดอุปกรณ์รายงานให้ผู้ควบคุมงานของ ทอท. ทราบด้วย 4.6.9 การตรวจซ่อมแก้ไขข้อขัดข้องของระบบดับเพลิงอัตโนมัตินั้น หมายรวมถึงกรณีที่เกิดข้อขัดข้องขึ้น จากการใช้งานตามปกติ โดยผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขข้อขัดข้องดังกล่าวให้เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลงใน SLA และ ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดในทุกกรณีด้วย 4.6.10 กรณีขัดข้อง 9 4.6.10 กรณีขัดข้องจากเหตุผิดปกติวิสัย เช่น อุบัติเหตุเฉี่ยวชน เป็นต้น ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขให้ สามารถใช้งานได้ปกติ ภายใน 15 วัน หลังจากที่ ทอท. ดำเนินการทางกฎหมายและผู้รับจ้างได้รับหนังสือแจ้งข้อสรุป แนวทางปฏิบัติจาก ทอท. อย่างเป็นทางการแล้ว 4.6.11 กรณี ทอท. หรือสัญญาจ้างอื่น ๆ ภายในการกำกับดูแลของ ทอท. ต้องการพื้นที่เพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใด ๆ และมีอุปกรณ์ของระบบดับเพลิงอัตโนมัติเป็นอุปสรรคหรือกีดขวางการดำเนินงานซึ่งสามารถ ดำเนินการได้ ผู้รับจ้างต้องร่วมสำรวจและดำเนินการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ทอท. ดังนี้ 4.6.11.1 รื้อถอนอุปกรณ์ออกให้แล้วเสร็จภาย 5 วัน หลังจาก ทอท. ทำการแจ้งผู้รับจ้างและ อนุญาตให้ผู้รับจ้างเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงาน 4.6.11.2 นำอุปกรณ์กลับไปติดตั้งคืนยังตำแหน่งหรือบริเวณพื้นที่ที่เหมาะสมให้แล้วเสร็จ สามารถใช้งานได้ตามปกติภายใน 7 วัน หลังจาก ทอท. ทำการแจ้งผู้รับจ้างและอนุญาตให้ผู้รับจ้างเข้าถึงพื้นที่ ปฏิบัติงาน 5. การจัดพนักงานของผู้รับจ้างเข้าปฏิบัติงาน 5.1 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งพนักงานที่มีความรู้ความชำนาญหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิง อัตโนมัติ เข้ามาปฏิบัติงาน PM ตามแผนที่ได้แจ้งไว้ ให้เพียงพอตลอดอายุสัญญาจ้าง โดยในระหว่างดำเนินการต้องมี ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วย และเจ้าหน้าที่ของ ทอท. จะเป็นผู้ประสานงานอำนวยความสะดวก ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 5.2 ผู้รับจ้างต้องจัดส่งพนักงานที่มีความรู้ความชำนาญหรือมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบดับเพลิง อัตโนมัติ เข้ามาปฏิบัติงาน CM ตามที่ ทอท. ได้แจ้งข้อขัดข้องภายในเงื่อนไขข้อตกลง SLA ให้เพียงพอตลอดอายุสัญญา จ้าง โดยในระหว่างดำเนินการต้องมีผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างเข้าร่วมปฏิบัติงานด้วย และเจ้าหน้าที่ของ ทอท. จะเป็นผู้ ประสานงานอำนวยความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวข้อง 6. คุณสมบัติของพนักงานของผู้รับจ้าง 6.1 ผู้จัดการโครงการ วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี มีประสบการณ์ผ่านงานด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่น้อยกว่า 3 ปี 6.2 วิศวกร วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตสาขาไฟฟ้ากำลัง หรือ สาขาไฟฟ้าสื่อสาร และได้รับ ใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (ก.ว.) ทางวิศวกรรมไฟฟ้า และมีประสบการณ์ผ่านงานด้านระบบ ดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่น้อยกว่า 3 ปี 6.3 ช่างเทคนิค วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปวช. สาขาไฟฟ้ากำลัง หรือสาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขา คอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ผ่านงานด้านระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ไม่น้อยกว่า 1 ปี 7. หน้าที่รับผิดชอบ ... 10 7. หน้าที่รับผิดชอบของผู้รับจ้าง 7.1 ผู้รับจ้างต้องศึกษารายละเอียดและทำความเข้าใจข้อกำหนดตลอดจนข้อความที่ขัดแย้งหรือไม่ชัดเจนให้ เรียบร้อยก่อน เมื่อเริ่มดำเนินงานแล้วพบว่ามีข้อขัดแย้งหรือคลาดเคลื่อนใด ๆ ก็ตาม หากเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีหรือเป็น ตามหลักการทางเทคนิค ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทุกอย่างให้ถูกต้องเต็มที่ และจะไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดเพิ่มเติมทั้งสิ้น จาก ทอท. 7.2 ผู้รับจ้างต้องส่งพนักงานเข้ารับการอบรมด้านความปลอดภัยในการทำงานตามที่ ทอท. กำหนดพร้อม จัดทำเอกสารแผนความปลอดภัยในการทำงาน แจ้งให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ทราบเป็นหลักฐานก่อน เริ่มปฏิบัติงานด้วย 7.3 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับพื้นที่ปฏิบัติงานและ ลักษณะงานสำหรับพนักงานของผู้รับจ้าง ให้เพียงพอในการปฏิบัติงานตลอดระยะเวลาสัญญาจ้าง พร้อมแจ้งให้ คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. ทราบเป็นหลักฐานก่อนเริ่มปฏิบัติงานด้วย 7.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายพร้อมสัญลักษณ์สำหรับใช้ปิดกั้นแสดงขอบเขตพื้นที่ปฏิบัติงานในทุกจุดที่มีการ ดำเนินงานแม้ว่าจะมีหลายจุดพร้อมกัน โดยต้องแสดงให้เห็นได้ชัดเจนทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืนเพื่อ ความปลอดภัยในการทำงาน 7.5 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างตามเอกสาร ผนวก ง และกฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมการทำงานอย่างเคร่งครัด 7.6 ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบโดยสิ้นเชิงและปฏิบัติต่อพนักงานของผู้รับจ้างให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานและ กฎหมายอื่น ๆ ทั้งที่บัญญัติไว้ในปัจจุบัน หรือที่จะใช้บังคับในโอกาสต่อไปที่รัฐพึงมีให้แก่ลูกจ้าง 7.7 ผู้รับจ้างต้องขอทำบัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลให้แก่พนักงานของผู้รับจ้าง สำหรับใช้ผ่าน เข้า-ออก หรืออยู่ในพื้นที่หวงห้าม โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดและปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับการใช้บัตรฯ ของ ทอท. อย่างเคร่งครัด พร้อมส่งผลการตรวจประวัติอาชญากรจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แนบประกอบการขอทำบัตรฯ ด้วย 7.8 ผู้รับจ้างต้องควบคุมกำกับดูแลพนักงานของผู้รับจ้างให้ใช้บัตรรักษาความปลอดภัยสำหรับบุคคลตาม คำเตือนที่ระบุไว้ด้านหลังบัตรฯ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. และทุกครั้งที่พนักงานของผู้รับจ้างสิ้นสุด การปฏิบัติงานในแต่ละวันแล้ว ให้ส่งคืนบัตรฯ แก่ผู้ควบคุมงานของผู้รับจ้างหรือผู้ควบคุมงานของ ทอท. เก็บรักษาไว้ ห้ามแลกเปลี่ยนบัตรฯ หรือนำบัตรฯ ไปให้บุคคลอื่นใช้ หรือนำไปใช้งานนอกเวลาปฏิบัติงานโดยเด็ดขาด 7.9 ผู้รับจ้างต้องกำหนดเครื่องแต่งกายให้กับพนักงานของผู้รับจ้างทุกคน โดยให้มีเสื้อคลุมสะท้อนแสงหรือ เสื้อที่แสดงถึงความปลอดภัยในการทำงานพร้อมชื่อหน่วยงานหรือบริษัทหรือสังกัดที่ชัดเจน และรองเท้าหุ้มส้นเป็น อย่างน้อย การแต่งกายต้องสะอาดเรียบร้อยและปลอดภัย เครื่องแต่งกายดังกล่าวต้องมีลักษณะแตกต่างกับเครื่องแบบ ของพนักงาน ทอท. 7.10 ผู้รับจ้าง ... สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ลำดับ รายการอุปกรณ์ ยี่ห้อ 1 Fire Suppression Control Panel สถานที่ FM200 ห้องเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ห้องศูนย์รักษาความปลอดภัย ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ห้องอุปกรณ์สื่อสาร ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ ห้องหม้อแปลงไฟฟ้า ชั้น 1 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ห้องอุปกรณ์สื่อสาร ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ห้อง BAS ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Kidde 1 1 1 1 2 Addressable Smoke Detector With Base Kidde 8 7 2 4 3 Smoke Detector With base 4 Manual Station Kidde 1 1 ผนวก ก.5 รวม 6 21 2 2 4 Kidde 1 2 1 1 1 1 7 5 Abort Switch Station Kidde 1 2 1 1 1 1 7 6 Bell Kidde 1 1 1 1 1 5 7 Horn and Strobe Kidde 2 2 2 1 1 1 8 Cylinder 6 Battery Backup รวม 6 Kidde 1 1 1 2 1 1 7 Local 2 2 2 2 2 2 12 17 17 11 13 10 10 78 Page 1 of 1 ผนวก ก.6 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ สถานที่ d ลำดับ รายการอุปกรณ์ ยีห้อ 1 Fire Suppression Control Panel Nitrogen (N2) IG100 ห้อง Server ชั้น 2 อาคารสำนักงาน ห้อง Generator ชั้น 1 อาคารสำนักงาน ห้อง MDB ชั้น 1 อาคารสำนักงาน รวม Siemens 1 1 1 3 2 Addressable Smoke Detector With Base Siemens 4 2 2 8 3 Manual Station Siemens 1 1 1 3 4 Abort Switch Station Siemens 1 1 1 3 5 Bell Siemens 1 1 1 3 6 Horn and Strobe Siemens 1 1 1 3 7 Cylinder 8 Pilot Cylinder 9 Battery Backup รวม Siemens 13 Siemens 1 13 1 Local 2 2 2 6 Page 1 of 1 25 9 9 43 ผนวก ก.7 สถานที่ติดตั้งและจำนวนอุปกรณ์ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ลำดับ ; : รายการอุปกรณ์ ยหอ 1 Fire Suppression Control Panel สถานที่ Novec1230 ห้อง 2410 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ห้อง 2309 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ห้อง 2409 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ห้อง 2405a ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร ห้อง 2405b ชั้น 2 อาคารผู้โดยสาร รวม Kidde 1 1 1 1 1 5 2 Addressable Smoke Detector With Base Kidde 6 4 4 2 2 18 3 Manual Station : Kidde 1 1 1 1 1 5 4 Abort Switch Station Kidde 1 1 1 1 1 5 5 Bell Kidde 2 2 2 2 2 10 6 Horn and Strobe Kidde 2 2 2 2 2 10 7 Cylinder 8 Battery Backup รวม Kidde 1 1 1 1 1 5 Local 2 2 2 2 2 10 16 14 14 12 12 68 Page 1 of 1 ผนวก ข ตารางการตรวจสอบการทำงานและการทำความสะอาด งานจ้างดูแลและบำรุงรักษาระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ณ อาคารสำนักงานใหญ่, ท่าอากาศยานดอนเมือง, ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานภูเก็ต, ท่าอากาศยานเชียงใหม่, ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ผนวก ข ลำดับ อุปกรณ์ การดำเนินการ ตรวจสอบการทำงาน 1 Fire Suppression Control Panel : - การทำงานทุกอย่างของระบบ FSCP ฟิวส์ หลอดไฟ และหลอดแอลอีดี แหล่งจ่ายไฟฟ้าหลัก - ปุ่มกด รวมถึงส่วนที่แสดงสถานะ ด้วยแสง และเสียง ต่างๆ ตรวจสอบวันที่ และ เวลา ให้ถูกต้อง โดยให้อ้างอิงเวลากับ Master Clock ของ ทอท. การเชื่อมต่อระหว่างชุดควบคุม และอุปกรณ์ทั้งหมดที่ เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ทดสอบการคายประจุของแบตเตอรี่ คือปลดเครื่องประจุ แบตเตอรี่แล้วตรวจสภาพการคายประจุของแบตเตอรี่ตาม ข้อกำหนดของผู้ผลิต วัดแรงดันที่ขั้วแบตเตอรี่ ต้องไม่ต่ำกว่าที่ ระบุไว้ในข้อกำหนดของผู้ผลิต - เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยผู้ผลิต หรือ เปลี่ยนเมื่อไม่สามารถประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่มีแรงดันตาม ข้อกำหนดของผู้ผลิตได้ 2 Addressable Smoke detector with - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ Base ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector ตรวจสอบการทำงานโดยฉีด Smoke Detector Tester ดูสถานะ LED และการส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุม 3 Smoke Detector with base - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector ตรวจสอบการทำงานโดยฉีด Smoke Detector Tester ดูสถานะ LED และการส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุม ทำความสะอาด - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector Equipment FACP พร้อมอุปกรณ์ประกอบ - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ - Connector 4 Heat Detector ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพ - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ ใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector - ตรวจสอบการทำงานโดยใช้เครื่องเป่าลมร้อนเป่าดูสถานะ LED และการส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุม Connector 1/2 ลำดับ อุปกรณ์ 5 Manual Pull Station 6 Abort Switch Station 7 Bell 8 Strobe and Horn 9 ถังบรรจุสารดับเพลิง (Cylinder) 10 อุปกรณ์ประกอบการใช้งานอื่น ๆ Nozzle Pressure Switch Supervisory Switch Lever Operated Control Head Electric Control Head Agent Release Module Master Solenoid Actuator Caution Signal Plate การดำเนินการ ตรวจสอบการทำงาน - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย สายสัญญาณและ Connector ตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยมือผู้ใช้ และดูการส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุม ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector ทดสอบการทำงานและดูการส่งสัญญาณไปยังชุดควบคุม - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย สายสัญญาณและ Connector ทดสอบการทำงานโดยการสั่งจากชุดควบคุม และดูการรับ สัญญาณมาแสดงผล - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector ตรวจสอบการทำงานโดยการสั่งจากชุดควบคุม และดูการรับ สัญญาณมาแสดงผลในรูปแบบเสียงกับแสง - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - สายสัญญาณและ Connector ตรวจสอบสภาพถัง เช่น เข็มในมาตรวัด (Pressure Gauge), ตรวจชุดฉีด, ตรวจสอบปริมาณสารที่บรรจุในถังดับเพลิง, ตรวจสอบ คันบีบ, สลักถังดับเพลิงและซีลล็อก, อายุการใช้งาน ถังดับเพลิงซึ่งจะต้องอยู่ในสภาพดีถังไม่บุบ ไม่บวม ไม่รั่ว และ ไม่ขึ้นสนิม - ชั่งน้ำหนักวัดปริมาณสารดับเพลิงเพื่อให้พร้อมต่อการใช้งาน (เฉพาะถังที่ไม่มีเข็มในมาตรวัด (Pressure Gauge)) ตรวจสอบสภาพอุปรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย - ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์และการจับยึดอุปกรณ์ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ปกติและปลอดภัย สายสัญญาณและ Connector ทดสอบการทำงานโดยการสั่งจากชุดควบคุม และดูการรับ สัญญาณมาแสดงผล (ถ้ามี) ทำความสะอาด ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector - ตัวอุปกรณ์และส่วนประกอบของอุปกรณ์ Connector 212 ผนวก ค ผนวก ค ข้อตกลงระดับคุณภาพการให้บริการระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (Service Level Agreement : SLA) ระดับของ ความขัดข้อง Critical รายละเอียด อุปกรณ์กลุ่มที่ 1 ขัดข้อง ใช้งานไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถใช้งานได้ หรือ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติทั้งหมด (100%) ของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ ที่อุปกรณ์ ดังกล่าวครอบคลุมการดับเพลิงอยู่ ไม่สามารถใช้งานได้ Resolution Time 24 ชั่วโมง High อุปกรณ์กลุ่มที่ 2 ขัดข้อง ใช้งานไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถใช้งานได้ หรือ 48 ชั่วโมง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 70% ของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ ที่อุปกรณ์ ดังกล่าวครอบคลุมการดับเพลิงอยู่ ไม่สามารถใช้งานได้ Medium อุปกรณ์กลุ่มที่ 3 ขัดข้อง ใช้งานไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถใช้งานได้ หรือ ระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่น้อยกว่า 50% ของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ ที่อุปกรณ์ ดังกล่าวครอบคลุมการดับเพลิงอยู่ ไม่สามารถใช้งานได้ 120 ชั่วโมง Low อุปกรณ์กลุ่มที่ 4 ขัดข้อง ใช้งานไม่สมบูรณ์หรือไม่สามารถใช้งานได้ หรือ 168 ชั่วโมง ระบบดับเพลิงอัตโนมัติไม่เกินกว่า 50% (0-50%) ของห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ ที่อุปกรณ์ดังกล่าวครอบคลุมการดับเพลิงอยู่ ไม่สามารถใช้งานได้ “ หมายเหตุ Resolution Time คือ ระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องให้แล้วเสร็จ โดยให้เริ่มนับตั้งแต่วันเวลาที่ ทอท. ทำการแจ้งผู้รับจ้างและอนุญาตให้ผู้รับจ้างเข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานจนถึงวันเวลาที่ ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องแล้วเสร็จ (ผู้รับจ้างสามารถดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จก่อนระยะเวลา ดังกล่าวได้) ผนวก ง AOT บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) Airports of Thailand Public Company Limited ผนวก ง ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ดาวน์โหลดข้อบังคับและคู่มีอว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 (ม.ค.66) 11 7.10 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสำนักงานของผู้รับจ้าง โดยเป็นที่ตั้งชัดเจนและเป็นพื้นที่ที่ผู้รับจ้างได้รับสิทธิ์ การใช้งานโดยตรง และควรเป็นสถานที่ที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถเดินทางเข้ามาปฏิบัติงานได้ทันตามระยะเวลา ที่กำหนด 7.11 ผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมยานพาหนะพร้อมบัตรอนุญาตเข้าพื้นที่หวงห้ามให้เพียงพอ เพื่อใช้สนับสนุน การปฏิบัติงานตรวจซ่อมและบำรุงรักษาได้ทันตามระยะเวลาที่ ทอท. กำหนด 7.12 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ในการปฏิบัติงานให้เหมาะสมและเพียงพอ พร้อมสำหรับการดำเนินงานตลอดเวลา 7.13 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในกรณีมีการถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ระบบฯ ระหว่างการซ่อมบำรุง พร้อมส่งคืนอุปกรณ์ดังกล่าวให้ ทอท. ผ่านผู้ควบคุมงานของ ทอท. โดยอุปกรณ์ฯ ต้องอยู่ในสภาพดังเดิม หากสูญหาย หรือมีสภาพไม่เหมือนเดิม ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกี่ยวข้องให้แก่ ทอท. ทั้งนี้หากผู้รับจ้างต้องการนำ อุปกรณ์ฯ ไปตรวจซ่อมแก้ไขภายนอก ต้องให้ผู้ควบคุมงานพิจารณาอนุญาตก่อนการดำเนินงาน 7.14 ผู้รับจ้างต้องวางแผนการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและการปฏิบัติงานของ ทอท. รวมถึง ดูแลกวดขันพนักงานในสังกัดให้ปฏิบัติตามคำสั่งและแนวทางการปฏิบัติที่ ทอท. กำหนด พร้อมทั้งปฏิบัติต่อผู้มาใช้ บริการของ ทอท. ด้วยกริยามารยาทสุภาพเรียบร้อย 7.15 ข้อมูล หรือเอกสาร หรือสิ่งที่สื่อความหมายให้รู้ข้อความ เรื่องราว ข้อเท็จจริง ไม่ว่าการสื่อความหมาย นั้นจะผ่านวิธีการใด ๆ และไม่ว่าจะจัดทำไว้ในรูปแบบใด ๆ รวมถึงรูปแบบ รูปภาพ วิธีการ หรืองานที่ได้รวบรวมหรือ ประกอบขึ้นทั้งหมดที่ ทอท. เปิดเผยแก่พนักงานของผู้รับจ้าง รวมถึงผลการศึกษา ออกแบบ และแผนงานต่าง ๆ ตลอดจนข้อกำหนดและรายละเอียดหรืออื่น ๆ ภายใต้การจัดจ้างฯ ผู้รับจ้างจะต้องใช้เพื่อการปฏิบัติงานตามสัญญานี้ เท่านั้น ห้ามมิให้ผู้รับจ้างใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์ หรือทำการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีอื่นใด ห้ามมิให้ใช้หรือพยายามที่จะใช้ข้อมูลหรือสิ่งที่ได้มาจากข้อมูลเพื่อการอื่นใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ทอท. รวมถึง ห้ามมิให้อ้างถึงหรือรวมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการประดิษฐ์ใดๆ หรือการขอรับความคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาใด ๆ เว้นแต่ ทอท. จะอนุญาตหรือให้ความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเท่านั้น โดยพนักงานของผู้รับจ้างจะต้องรักษา ข้อมูลเป็นความลับและไม่นำข้อมูลทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อมูลไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน บุคคลที่สามและ/ หรือนำข้อมูลที่ได้ไปแสวงหาผลประโยชน์ไม่ว่าทางหนึ่งทางใดในเชิงพาณิชย์ รวมตลอดถึงจะไม่นำข้อมูลที่ได้ไปกระทำ การใด ๆ อันเป็นทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ ทอท. ทั้งนี้หากมีการละเมิดไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนตามข้างต้น ผู้รับจ้างต้องยินยอมชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นในภายหลังให้แก่ ทอท. ตามมูลค่าความเสียหาย ที่เกิดขึ้นจริงหรือประเมินได้จริงและ ทอท. สามารถใช้สิทธิ์ฟ้องร้องเป็นคดีต่อศาลได้ 7.16 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการทำงาน (แผนแม่บท) มาให้ ทอท. ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา (1). (2). 8. เงื่อนไขการ ... 12 8. เงื่อนไขการปฏิบัติงาน 8.1 กรณีที่มีข้อความขัดแย้งระหว่างกันภายในเอกสารฉบับนี้ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้ถือประโยชน์ สูงสุดของ ทอท. เป็นหลัก 8.2 กรณีผู้รับจ้างไม่ได้มีการปฏิบัติงานในพื้นที่หวงห้ามของ ทอท. จึงไม่ได้ขอทำบัตรรักษาความปลอดภัย สำหรับบุคคลไว้ ปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. โดยผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบัตรอื่นใดทดแทนสำหรับใช้แสดงตัวตนให้พนักงานของผู้รับจ้างพกติดตัวไว้ขณะ 8.3 กรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างพบกระเป๋า หีบห่อ หรือสิ่งของ ซึ่งทิ้งไว้ในพื้นที่รับผิดชอบเป็นระยะเวลานาน โดยไม่ทราบผู้เป็นเจ้าของ ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายหรือนำไปเป็นทรัพย์สินส่วนตัวเด็ดขาด ให้แจ้งผู้ควบคุมงาน หรือพนักงานของ ทอท. ที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อตรวจสอบตามมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยทันที 8.4 กรณีระหว่างปฏิบัติงาน มีการกระทำใด ๆ ของผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดความสูญเสีย หรือเสียหาย หรือ สูญหายต่อระบบอื่น ๆ หรือทรัพย์สินใด ๆ ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบซ่อมแซมแก้ไขให้สามารถใช้งานได้ดี ดังเดิมโดยเร่งด่วน และหากซ่อมแซมแก้ไขไม่ได้ต้องจัดหาสิ่งที่เทียบเท่าหรือดีกว่าเดิมมาทดแทนให้ ทอท. โดยผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไข 8.5 กรณีระหว่างปฏิบัติงาน มีการกระทำใด ๆ ของผู้รับจ้างที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ต่อเจ้าหน้าที่ ทอท. หรือเจ้าหน้าที่ราชการ หรือเจ้าหน้าที่เอกชน หรือพนักงานของผู้รับจ้าง หรือประชาชนทั่วไป ผู้รับจ้างต้องเป็น ผู้รับผิดชอบทุกประการอย่างไม่มีเงื่อนไข 8.6 กรณีที่พนักงานของผู้รับจ้างกระทำการละเมิดต่อ ทอท. หรือเจ้าหน้าที่ของ ทอท. หรือผู้ใช้บริการหรือ บุคคลทั่วไปที่มาอยู่ในพื้นที่ ทอท. อันเกี่ยวเนื่องกับงานตามสัญญานี้ ไม่ว่าจะกระทำเองหรือร่วมกับผู้อื่นไม่ว่าจะเป็น การกระทำผ่านช่องทางใด ๆ ผู้รับจ้างต้องยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข 8.7 ถ้าพนักงานของผู้รับจ้างไม่ตั้งใจหรือขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ ทอท. มีสิทธิยึดบัตรรักษาความปลอดภัยและให้ออกจากพื้นที่ ทอท. ได้ทันที และผู้รับจ้างจะส่งพนักงานผู้นั้น เข้ามาปฏิบัติงานอีกไม่ได้ ของ ทอท. 8.7.1 มีอาการมึนเมาอันเนื่องจากสุราหรือสารเสพติดขณะปฏิบัติงาน 8.7.2 หลบเลี่ยง หรือละทิ้งงาน หรือขัดคำสั่ง หรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของ ทอท. 8.7.3 แสดงกริยาไม่สุภาพต่อผู้มาใช้บริการของ ทอท. หรือกระด้างกระเดื่องต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ 8.7.4 ปฏิบัติงานนอกเหนือจากหน้าที่ได้รับมอบหมาย หรือกระทำการอื่นใดเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ใส่ตน หรือพวกพ้อง รับงานหรือรับจ้างผู้อื่นโดยอาศัยบทบาทหน้าที่การปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. 8.7.5 มีพฤติกรรมอันส่อไปในทางทุจริต รวมถึงการประพฤติตนอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง ของ ทอท. 8.8 พนักงานที่ ... 13 8.8 พนักงานที่ผู้รับจ้างจัดส่งเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความชำนาญงานและผ่าน การอบรมความรู้ในงานที่จะได้รับมอบหมาย 8.9 ในกรณีที่ผู้รับจ้างกระทำหรืองดเว้นการกระทำใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาข้อหนึ่ง ข้อใดก็ดี และ ทอท. ได้แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ผู้รับจ้างไม่ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตาม สัญญาภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจาก ทอท. หรือกรณีที่ผู้รับจ้างตกเป็นบุคคลล้มละลาย ทอท.มีสิทธิบอกเลิก สัญญาได้ทันทีโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และ ทอท. มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้ด้วย โดยเมื่อผู้รับจ้างได้รับทราบการ บอกเลิกสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างยินยอมให้ถือว่าสัญญานี้เป็นอันระงับสิ้นสุดลงโดยทันที 8.10 การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องไม่กระทบกระเทือน หรือรบกวนต่อผู้ใช้บริการของ ทอท. และต้อง ควบคุมดูแลไม่ให้เจ้าหน้าที่ของผู้รับจ้างเข้าไปในเขตพื้นที่หวงห้ามทุกประเภท หรือพื้นที่ก่อสร้างที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขต สัญญานี้ ก่อนได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ทอท. เป็นอันขาด 8.11 หากผู้ควบคุมงานของ ทอท. เห็นว่าการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างมีความเร่งรัด หรือมีความเสี่ยงที่จะเกิด ความเสียหายหรือสูญเสีย ทั้งต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน ทั้งของ ทอท. หรือหน่วยราชการ หรือเอกชน ผู้ควบคุมงานมีสิทธิ ระงับ ยับยั้งและแจ้งให้ผู้รับจ้างปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามหลักการที่ดีก่อนปฏิบัติงานต่อได้ ทั้งนี้ผู้รับจ้างจะถือเป็น ข้ออ้างในการปฏิบัติงานไม่ทันเพื่อเรียกร้องใด ๆ จาก ทอท. ไม่ได้ 8.12 กรณีผู้รับจ้างมีความประสงค์จะเช่าใช้วิทยุสื่อสารจาก ทอท. หรือจากผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต เพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น โดยดำเนินการตามที่ ทอท.กำหนด 8.13 เวลาทำงานของเจ้าหน้าที่ ทอท. คือ ในระหว่างเวลา 08.00 น. 17.00 น. ของวันทำการ ในกรณีที่ ผู้รับจ้างมีความประสงค์จะขอเข้าทำงานในช่วงนอกเวลาทำการ ผู้รับจ้างต้องทำหนังสือขออนุญาตเสนอต่อประธาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ และจะต้องรับผิดชอบชำระเงินค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. ที่ปฏิบัติงานใน ช่วงเวลาดังกล่าว ในอัตราตามข้อบังคับ ทอท. ว่าด้วยวันทำการ เวลาทำงาน วันหยุดงาน และค่าล่วงเวลา ยกเว้นในกรณีที่การทำงานของผู้รับจ้างในช่วงเวลานอกทำการมีเหตุเกิดจาก ทอท. เช่น ไม่สามารถให้ ผู้รับจ้างเข้าพื้นที่ปฏิบัติงานในเวลาทำการได้ หรือมีเหตุสุดวิสัยให้ผู้รับจ้างหยุดการดำเนินงานในบางช่วงเวลา ทอท. จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าปฏิบัติงานล่วงเวลาของเจ้าหน้าที่ ทอท. เอง 8.14 ในการปฏิบัติงานบำรุงรักษาระบบฯ ให้ยึดถือความสมบูรณ์ของงานเป็นหลัก โดยระบบฯ จะต้องทำงาน ได้ครบทุกฟังก์ชั่นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หากงานใดมีความจำเป็นต้องปฏิบัติเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังกล่าว แต่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้รับจ้างจะต้องให้ความร่วมมือดำเนินการ จนสำเร็จ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก ทอท. 8.15 ในกรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการตามขอบเขตของสัญญาได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง หรือไม่เป็นไป ตามข้อกำหนด ทอท. มีสิทธิ์จัดจ้างบุคคลภายนอกมาดำเนินงานแทนโดยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดสามารถหักจากเงิน ค่าจ้างของผู้รับจ้างได้ 14 9. การจ่ายเงินค่าจ้าง 9.1 ทอท. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายงวด จำนวน 18 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการในแต่ละงวด แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว 9.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ต้องยืนตามราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้าง เหตุใด ๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ทอท. และผู้รับจ้างตกลงที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ทอท.และผู้รับจ้างจะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้างให้สอดคล้องกับ จำนวนเงินที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว 10. เกณฑ์การตรวจรับงาน ในการตรวจรับงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรายละเอียดในข้อ 1 ถึง 8 พร้อมจัดส่งเอกสาร ตามข้อ 4.5 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตรวจรับงาน 11. อัตราค่าปรับ 11.1 กรณีที่ผู้รับจ้างทำการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (PM) ไม่ครบถ้วนตามที่ระบุในข้อ 4.3 ผู้รับจ้างยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวันในอัตรา วันละ 9,737.- บาท (เก้าพันเจ็ดร้อยสามสิบเจ็ดบาทถ้วน) จนกว่าจะดำเนินการ PM ตามแผนของงวดงานนั้น ๆ ได้ครบถ้วน โดย ทอท. จะทำการหักเงินค่าปรับจากค่าจ้างในแต่ละงวด (เศษของวันให้ นับเป็นหนึ่งวัน) การคิดเงินค่าปรับ PM = จำนวนสรุปรวมวันที่เกินแผนดำเนินการ X ค่าปรับรายวัน 11.2 กรณีที่ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาของระบบฯ ได้ภายในเวลาที่กำหนดตาม SLA ทอท. จะคิดค่าปรับในส่วนที่เกินนับถัดจากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการแล้วเสร็จเป็นรายชั่วโมง ในอัตราชั่วโมงละ 390.- บาท (สามร้อยเก้าสิบบาทถ้วน) (คิดการปรับต่อ 1 ใบแจ้งซ่อมและเศษของชั่วโมงให้นับเป็น หนึ่งชั่วโมง) โดยจะสรุปรวมเวลาที่เกินและปรับเป็นรายงวดโดยหักออกจากเงินค่าจ้างที่ ทอท. จะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับ จ้างในแต่ละงวด การคิดเงินค่าปรับ CM = (จำนวนสรุปรวมชั่วโมงที่เกิน SLA) x (ค่าปรับรายชั่วโมง) 15 11.3 กรณีความพร้อมใช้งาน (System Availability : SA) ผู้รับจ้างตกลงดูแลและบำรุงรักษาระบบฯ ให้อยู่ ในสภาพใช้งานได้ดีอยู่เสมอ โดยมีเวลาให้ระบบฯ ขัดข้องส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ตามข้อ 4.2.1 รวมตามเกณฑ์การ คำนวณเวลาขัดข้อง (Down time) ไม่เกินเดือนละ 3.5 ชั่วโมง (สามจุดห้าชั่วโมง) หรือร้อยละ 0.5 (ศูนย์จุดห้า) ของเวลา ใช้งานทั้งหมดของระบบฯ ของเดือนนั้นแล้วแต่ตัวเลขใดจะมากกว่ากัน (เศษของชั่วโมงให้นับเป็นหนึ่งชั่วโมง) มิฉะนั้น ผู้รับจ้างต้องยอมให้ ทอท.ปรับเป็นรายชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละ 3,408.- บาท (สามพันสี่ร้อยแปดบาทถ้วน) ในช่วงเวลา ที่ไม่สามารถใช้งานระบบฯ ได้ ในส่วนที่เกินกว่ากำหนดเวลาขัดข้องข้างต้น โดยจะสรุปรวมเวลาที่เกินและปรับเป็นราย งวดโดยหักออกจากเงินค่าจ้างที่ ทอท. จะต้องจ่ายให้แก่ผู้รับจ้างในแต่ละงวด หมายเหตุ (ค่าปรับรายชั่วโมง) - การคิดเงินค่าปรับ SA = (จำนวนชั่วโมงที่เกิน Down time รวมในแต่ละงวดงาน) x การคิดค่าปรับในส่วนของ SA นั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้รับจ้างได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อ การให้บริการ ภาพลักษณ์ และ ชื่อเสียงของ ทอท. โดยจะพิจารณาในกรณีที่เกิดจากการใช้งานตามปกติวิสัยเท่านั้น ไม่รวมผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ไฟฟ้าดับ, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าเสีย, ระบบปรับอากาศเสีย หรือ ภัยพิบัติต่าง ๆ เป็นต้น 11.4 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้พนักงานของผู้รับจ้างปฏิบัติงานตามสัญญาด้วยความเรียบร้อย หากพนักงานของผู้รับจ้างก่อความวุ่นวาย, นัดหยุดงาน หรือมีเหตุอื่นๆ ที่ทำให้พนักงานของผู้รับจ้างไม่เข้าปฏิบัติงาน ตามสัญญา ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้ ทอท. ปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 (ศูนย์จุดหนึ่งศูนย์) ของวงเงินค่าจ้าง ตามสัญญา แต่ต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100.- (หนึ่งร้อยบาทถ้วน) 12. นโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. 12.1 คู่ค้าต้องสนับสนุนนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นของ ทอท. ที่กำหนดให้บุคลากรทุกคนของ ทอท. ต้อง ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมและต้องปฏิบัติตามนโยบายต่อต้านการ คอร์รัปชั่นของ ทอท. อย่างเคร่งครัด 12.2 ห้ามมิให้ผู้เสนอราคาหรือคู่ค้าให้ของขวัญ ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด รวมถึงจ่ายค่าบริการต้อนรับ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่หรือส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ บริษัทให้แก่บุคลากรของ ทอท. 16 9. การจ่ายเงินค่าจ้าง 9.1 ทอท. จะจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างเป็นรายงวด จำนวน 18 งวด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการในแต่ละงวด แล้วเสร็จ และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.ได้ตรวจรับงานไว้เรียบร้อยแล้ว 9.2 อัตราค่าจ้างที่ผู้รับจ้างเสนอราคาไว้ต้องยืนตามราคาเดิมไปตลอดจนครบอายุสัญญา ผู้รับจ้างจะอ้าง เหตุใด ๆ มาขอปรับราคาค่าจ้างเพิ่มไม่ได้ ยกเว้นในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย ทอท. และผู้รับจ้างตกลงที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มในงานจ้างนี้ให้เป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ทอท.และผู้รับจ้างจะได้มีการแก้ไขสัญญาระหว่างกันเพื่อเปลี่ยนแปลงวงเงินค่าจ้างให้สอดคล้องกับ จำนวนเงินที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว 10. เกณฑ์การตรวจรับงาน ในการตรวจรับงาน ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามรายละเอียดในข้อ 1 ถึง 8 พร้อมจัดส่งเอกสาร ตามข้อ 4.5 ให้คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท. เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาตรวจรับงาน 16 13. เงื่อนไขตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) 13.1 ในกรณี ทอท. ประกาศใช้แผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan : BCP) และย้ายไปปฏิบัติงาน ณ สถานที่ปฏิบัติงานสำรองตามที่กำหนดไว้ในแผน BCP ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือในการส่ง พนักงานของผู้รับจ้างไปปฏิบัติงานในสถานที่ปฏิบัติงานสำรองด้วยความรวดเร็วภายในเวลาและตามจำนวนที่ ทอท. กำหนด 13.2 ผู้รับจ้างต้องให้ความร่วมมือดำเนินการร่วมกับ ทอท. ในการจัดทำแผนอาทิ แผนความต่อเนื่องทาง ธุรกิจด้านระบบ ICT (ICT BCP), แผนตอบสนองต่อเหตุขัดข้อง (Incident Response Plan: IRP) แผนฟื้นคืนระบบ ICT (Disaster Recovery Plan: DRP) รวมทั้งร่วมทดสอบตามที่ ทอท.ร้องขอ 14. การดำเนินการตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. คู่ค้าต้องลงนามรับทราบในเอกสารแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท. (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) ตามภาค ผนวก จ พร้อมทั้งปฏิบัติให้เป็นไปตามแนวทางดังกล่าว เพื่อส่งเสริม ให้คู่ค้าของ ทอท. มีการดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลชีวอนามัย และคำนึงถึง ความปลอดภัยของลูกจ้าง รวมถึงการดำเนินงานที่อันซึ่งจะส่งผลกระทบถึงชุมชน และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผ่านการกำกับดูแลกิจการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม 15. การดำเนินงานตามนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. 15.1 ผู้รับจ้างจะต้องวางแผนการปฏิบัติงานและดำเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายความมั่นคงปลอดภัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Policy) นโยบายสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยทาง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Supporting Policy) และแนวทางการปฏิบัติงาน ความมั่นคงปลอดภัยทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของ ทอท. (AOT ICT Security Guideline) และคู่มือการ ปฏิบัติงาน (Standard Operation Procedure: SOP หรือ Procedure (PR)) ของส่วนงาน ทอท. (หากมี) รวมถึง กฎระเบียบ/ข้อบังคับ/ข้อกำหนด ของ ทอท. ในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดตามที่ประกาศในเว็บไซต์ของ ทอท. www.airportthai.co.th 15.2 ผู้รับจ้างต้องลงนามในบันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-disclosure Agreement : NDA) ของผู้ว่าจ้าง ตามเอกสารที่ผู้ว่าจ้างกำหนดตาม ผนวก ฉ ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 15.3 การประเมินผลงานในการปฏิบัติงาน คณะกรรมการตรวจรับพัสดุของ ทอท.จะประเมินผลการทำงานของผู้ รับจ้างเมื่อส่งมอบงานแล้วเสร็จ ตามแบบฟอร์ม ผนวก ช โดยผลการประเมินจะไม่มีผลต่อการพิจารณายกเลิกสัญญา (1)... (2) 256 (3). 16. นโยบาย ... 17 16. นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งต้องปฏิบัติตามประกาศ ทอท.เรื่อง นโยบาย การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) และแนวปฏิบัติสำหรับการดำเนินการของผู้ ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของ ทอท.ที่กำหนดไว้ ตลอดจนคำสั่ง ประกาศ หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลที่ออกโดย ทอท. ซึ่ง ทอท.จะได้แจ้งให้ทราบต่อไป อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ผู้รับจ้างสามารถศึกษารายละเอียดของประกาศและแนวปฏิบัติฯดังกล่าวได้ที่ https://www.airportthai.co.th >เกี่ยวกับ ทอท. >กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของ ทอท.>ประกาศบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เรื่อง นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (AOT Personal Data Protection Policy) 17. คุณสมบัติผู้เสนอราคา 17.1 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการภายในประเทศไทย ในการจำหน่ายหรือให้บริการหลังการขายระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล UL Listed หรือ FM approved หรือ Vds approved อย่างใดอย่างหนึ่งจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือเป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้ง ให้มีสิทธิในการบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ 17.2 ผู้เสนอราคาต้องมีผลงานการให้บริการหลังการขายของระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ระยะเวลาจ้างไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ 18. เงื่อนไขที่ผู้เสนอราคาต้องปฏิบัติในวันยื่นเสนอราคา 18.1 ข้อเสนอด้านคุณสมบัติ 18.1.1 ผู้เสนอราคาต้องส่งเอกสารได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ภายในประเทศ ในการจำหน่ายหรือให้บริการหลังการขายระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล UL listed หรือ FM approved หรือ Vds approved อย่างใดอย่างหนึ่ง จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือเป็นตัวแทน จำหน่ายที่ได้รับแต่งตั้งให้มีสิทธิในการบริการหลังการขายจากตัวแทนจำหน่ายภายในประเทศ โดยเอกสารนั้นต้องมี อายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ออกเอกสารจนถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ 18.1.2 ผู้เสนอราคาต้องส่งหนังสือรับรองผลงานการให้บริการหลังการขายของระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ที่เป็นสัญญาฉบับเดียว ระยะเวลาจ้างไม่น้อยกว่า 1 ปี โดยเป็นคู่สัญญาโดยตรงกับหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่ ทอท. เชื่อถือ กรณีที่ผลงานที่ผู้เสนอราคานำมาแสดงเป็นผลงานที่ออกโดยหน่วยงานเอกชน ผู้รับรองต้องเป็นผู้มีอำนาจของ หน่วยงานเอกชนนั้น พร้อมทั้งประทับตราของหน่วยงาน (ถ้ามี) โดยต้องแนบสำเนาสัญญาและสำเนาหนังสือรับรอง การหักภาษี ณ ที่จ่าย ของสัญญาที่เสนอมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย 18 19. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคา ทอท. พิจารณาตัดสินด้วยเกณฑ์ราคา โดยพิจารณาราคารวมทั้งสิ้น 20. เงื่อนไขอื่น ๆ ผู้เสนอราคาที่ได้รับการคัดเลือก จะต้องทำใบประมาณราคาซึ่งแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายในแต่ละรายการ ยื่นให้กับ ทอท. ภายใน 2 วันทำการหลังจากได้รับแจ้งจาก ทอท. ผู้จัดทำร่างขอบเขตของงานฯ (1). (2). (3) (นายสุพจน์ สีมามหาวงศ์) (นายชโลทร ติมินทระ) ผอก.สบป.ฝบท. จทบ.7 สบค.ฝบท. ช่วยปฏิบัติงาน สบป.ฝบท. 19 ส.ค.67 (นายบุญถิ่น สงวนรัมย์) วกส.6 สบป.ฝบท. ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2566 จัดทำโดย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) รับรองโดย นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ 10 มกราคม 2566 คำนำ ตามกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคล เพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 หมวดที่ 3 หน่วยงานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ข้อ 40(3) ที่กำหนดให้หน่วยงานความปลอดภัยจัดทำคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของสถานประกอบการ เพื่อใช้กำกับดูแลการดำเนินงาน ภายในสถานประกอบกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย (ฝปอ.) ได้จัดทำข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัย ในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 เพื่อกำกับควบคุมการปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงของผู้รับจ้าง ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติ ให้ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ฝ่ายความปลอดภัยในการทำงานและอาชีวอนามัย ม.ค.66 สารบัญ เรื่อง หน้า 1. วัตถุประสงค์ 1 2. ขอบเขต 1 3. นิยาม 2 4. อ้างอิง 2 5. การควบคุมการปฏิบัติ 3 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ 3 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน 8 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 9 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 11 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 13 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 15 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน ขึ้นทำงานบนที่สูงและเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง (เอกสารแนบ 5) 17 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 22 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 26 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร (เอกสารแนบ 8) 27 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสีเอกซเรย์ (เอกสารแนบ 9) 28 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้างอื่น ๆ ให้การปฏิบัติเป็นไปตามกฎกระทรวง กำหนด มาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ.2564 และกฎหมายความปลอดภัยฯ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย 28 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) 1. วัตถุประสงค์ (Purpose) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้างฉบับนี้ ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อควบคุม การปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยง จัดทำขึ้นสำหรับให้ผู้รับจ้างชั้นต้นและผู้รับจ้างช่วงที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. ได้ใช้ เป็นแนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและปฏิบัติได้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ การปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงานของงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่าง ๆ และเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัย ข้อห้าม และข้อแนะนำในการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย รวมถึงการรายงานการเกิดอุบัติเหตุ ของผู้รับจ้างเพื่อให้ ทอท. ได้ทราบ 2. ขอบเขต (Scope) 2.1 ข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ใช้กับผู้รับจ้างที่เข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้การปฏิบัติงานเกิดความปลอดภัยและควบคุมการเกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติงาน ดังนั้น ผู้รับจ้างต้องศึกษาและทำความเข้าใจ รวมถึงต้องปฏิบัติงานตามข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารชุดนี้อย่างเคร่งครัด 2.2 ประเภทผู้รับจ้างตามข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ แบ่งเป็น 4 ประเภทคือ 2.2.1 ผู้รับจ้างทั่วไปที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานจ้างเหมาแรงงานเพื่องานด้านเอกสาร (Outsource) (2) งานทำความสะอาดที่ไม่เป็นการทำงานบนที่สูง (3) งานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. และเป็นงานที่ไม่เข้าข่ายตามข้อ 2.2.2 2.2.2 ผู้รับจ้างงานความเสี่ยงสูงที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ได้แก่ (1) งานก่อสร้าง ต่อเติม ติดตั้ง ซ่อม ซ่อมบำรุง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร สนามบิน อุโมงค์ สะพาน ท่อระบายน้ำ โทรศัพท์ ไฟฟ้า ก๊าซ ประปา หรือสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ รวมทั้งการเตรียมการหรือการวางรากฐานของการก่อสร้าง (2) งานขนส่งคนโดยสารหรือสินค้า รวมทั้งการบรรทุกขนถ่ายสินค้า (3) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (4) การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (5) การปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (6) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (7) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุงเครื่องจักร (8) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (9) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (10) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (11) การปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี (12) งานที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ตามที่ ทอท. กำหนดในภายหลัง (ถ้ามี) 3. นิยาม (Definition) 4. อ้างอิง (Reference) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) 5. การควบคุมการปฏิบัติ 5.1 ข้อกำหนดทั่วไปสำหรับผู้รับจ้างทุกประเภทที่ต้องปฏิบัติ -3- 5.1.1 ผู้รับจ้างทุกประเภทที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบความปลอดภัยที่ ทอท. ได้กำหนดไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ โดยถือเป็นข้อกำหนด ขั้นพื้นฐานของการปฏิบัติงานให้เกิดความปลอดภัย หากการปฏิบัติใดที่ ทอท. ไม่ได้ระบุไว้ใน “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วย ความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตาม “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และ สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ” เป็นระเบียบปฏิบัติขั้นพื้นฐาน ในกรณีที่ข้อกำหนดใดถูกกำหนดไว้ทั้ง ในส่วนของ “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง” และ “กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน” ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามข้อบังคับหรือข้อกำหนดที่ดีกว่าเพื่อการปฏิบัติ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ข้อกำหนดดังกล่าว จะถูกลงโทษตามกฎระเบียบต่อไป 5.1.2 ผู้รับจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไปที่เข้ามาปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ต้องจัดให้มีระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัยในการทำงานตามที่ได้กำหนดไว้ใน กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานเกี่ยวกับระบบการจัดการ ด้านความปลอดภัย พ.ศ.2565 ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย (1) นโยบายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (2) การจัดการองค์กรด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (3) แผนงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานและการนำไปปฏิบัติ (4) การประเมินผลและทบทวนการจัดการด้านความปลอดภัย (5) การปรับปรุงและพัฒนาระบบการจัดการด้านความปลอดภัย 5.1.3 ให้ผู้รับจ้างดำเนินการให้เป็นไปตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน ตามข้อ 5.1.2 และให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดังต่อไปนี้ (1) ควบคุมดูแลการดำเนินงานตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (2) ส่งเสริมให้ลูกจ้างทุกคนมีส่วนร่วมในการดำเนินการตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (3) ให้ผู้รับจ้างจัดทำเอกสารเกี่ยวกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงานตามข้อ 5.1.2 เก็บไว้ในสถานประกอบกิจการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปีนับจากวันที่จัดทำหรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จในโครงการนั้น ๆ และพร้อมที่จะได้รับการตรวจสอบจากพนักงานตรวจแรงงานหรือจาก ทอท. ได้ทุกเมื่อ โดยเอกสารฯ จะจัดทำในรูปแบบ ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ ในการทำงานได้ (4) ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างสามารถเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการจัดการด้านความปลอดภัย หมายเหตุ : กรณีที่ผู้รับจ้างได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มาตรฐานขององค์การมาตรฐานสากล (International Standardization for Organization : ISO) มาตรฐานของ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization : ILO) มาตรฐานของสถาบันมาตรฐาน สหราชอาณาจักร (British Standards Institution : BSI) มาตรฐานของสำนักงานบริหารความปลอดภัยและ อาชีวอนามัยแห่งชาติ (Occupational Safety and Health Administration : OSHA) มาตรฐานของสถาบัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -4- มาตรฐานแห่งชาติประเทศสหรัฐอเมริกา (American National Standards Institute : ANSI) มาตรฐานของประเทศ ออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (Australia Standards/New Zealand Standards: AS/NZS) มาตรฐานของ สมาพันธ์การกำหนดมาตรฐานของประเทศแคนาดา (Canadian Standards Association: CSA) หรือมาตรฐานอื่นที่ เทียบเท่าตามที่กฎหมายกำหนด ให้ถือว่าได้จัดให้มีระบบการจัดการด้านความปลอดภัยตามข้อกำหนด 5.1.2 นี้แล้ว 5.1.4 ลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยฯ จากหน่วยงานด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. หรือผู้ที่ ทอท. ได้มอบหมายให้ดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ แทน ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน สำหรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทำงานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือเป็นพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการ บริหารจัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง การจัดฝึกอบรมด้านความปลอดภัยฯ ผู้รับจ้างสามารถดำเนินการอบรม ด้านความปลอดภัยในการทำงานให้กับพนักงานของตนเองได้ แต่ต้องได้รับการเห็นชอบจาก ทอท. ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล งานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานก่อน (ฝปอ. ฝมอ. หรือ สมอ.) จึงจะสามารถดำเนินการ ฝึกอบรมได้ และให้ส่งผลการอบรมให้กับ ทอท. ได้รับทราบ 5.1.5 กรณีผู้รับจ้าง (Contractor) ได้ว่าจ้างผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ให้ดำเนินการใด ๆ แทน ไม่ว่าจะดำเนินการบางส่วนหรือดำเนินการแทนทั้งหมดนั้น ผู้รับจ้าง (Contractor) ต้องกำกับควบคุมการปฏิบัติงาน ของผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ทั้งหมดให้เป็นไปตาม “ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงาน สำหรับผู้รับจ้าง” ฉบับนี้ เสมือนว่าผู้รับจ้างช่วง (Sub-Contractor) ที่ได้ว่าจ้างมาเป็นพนักงานของผู้รับจ้างเอง 5.1.6 ก่อนการปฏิบัติงานในแต่ละงาน ผู้รับจ้างจะต้องมีการชี้บ่งอันตรายหรือการประเมินความเสี่ยง ที่อาจได้รับในการปฏิบัติงาน โดยใช้ JSA หรือแบบประเมินอันตรายอื่น ๆ ที่ ทอท. ให้การยอมรับและส่ง JSA หรือแบบ ประเมินอันตรายนั้น ๆ ให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยของ ทอท. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการแทนด้านความปลอดภัย เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มงานหรือโครงการ และให้นำมาตรการที่กำหนดใน JSA หรือแบบประเมินอันตรายนั้น ๆ มาเป็น มาตรการขั้นพื้นฐานในการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยทุกครั้ง และผู้รับจ้างต้องนำมาตรการที่ระบุไว้มาสื่อสารให้กับ ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้รับทราบ 5.1.7 การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน กรณีงานของผู้รับจ้างเป็นงานความเสี่ยงสูง เช่น การปฏิบัติงานในที่อับอากาศ การปฏิบัติงานบนที่สูง งานขุดเจาะ งานที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ งานเกี่ยวกับไฟฟ้า งานเกี่ยวกับเครื่องจักร หรือ งานอื่น ๆ ที่กำหนดให้ต้องขออนุญาตก่อนเริ่มงาน ต้องจัดให้มีการทำใบอนุญาตก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง ดังนี้ (1) กรณีเป็นงานที่ ทอท. เป็นผู้กำกับควบคุมการปฏิบัติงานความเสี่ยงสูงของผู้รับจ้างเอง ให้ ฝปอ. ฝมอ. หรือ สมอ. เป็นผู้กำหนดหรือเป็นผู้กำกับควบคุมการออกใบอนุญาตร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (2) กรณีเป็นงานโครงการขนาดใหญ่ที่มีระบบควบคุม มีวิธีการทำงานที่ได้มาตรฐาน ไม่ส่งผลกระทบต่อ พื้นที่ใกล้เคียงโดยตรงหรือพื้นที่ที่ถูกกำหนดให้เป็นเขตก่อสร้างที่มีรั้วรอบขอบชิด เป็นเสมือนพื้นที่หนึ่งที่มีการบริหาร จัดการภายในโดยผู้รับจ้างเอง ทอท. จะพิจารณาให้ผู้รับจ้างได้กำกับควบคุมระบบการขออนุญาตการทำงานที่มีความเสี่ยงสูง ให้อยู่ภายในโครงการเองได้ โดยไม่ต้องแจ้งการขออนุญาตเข้าทำงานที่มีความเสี่ยงสูงแก่ ทอท. แต่ให้เก็บหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องกับการขออนุญาตงานความเสี่ยงสูงต่าง ๆ ไว้ให้สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา 5.1.8 ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติงานตลอดเวลาในช่วงที่มีการปฏิบัติงานด้วยความเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติการณ์ (Incident) ในการทำงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -5- 5.1.9 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับต่าง ๆ และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ ตามที่ กฎหมายด้านความปลอดภัยกำหนด ดังนี้
ประเภทกิจการ คณะกรรมการความปลอดภัยฯ (คปอ.) หน่วยงานความปลอดภัย จป.บริหาร จป.วิชาชีพ จป.เทคนิคขั้นสูง จป.เทคนิค จป.หัวหน้างาน
กิจการตามบัญชี 2 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
2-19 คน มี
20-49 คน มี มี มี
50-99 คน มี มี มี
100-199 คน มี มี มี มี มี
200 คนขึ้นไป มี มี มี มี มี มี มี
กิจการตามบัญชี 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน
20 คนขึ้นไป มี มี มี มี มี มี มี
10. สำนักงานบริหารของสถานประกอบกิจการ
หมายเหตุ 1. ✓ หมายถึง กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรและทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด 2. งานอื่น ๆ ซึ่งไม่เข้าข่ายตามประเภทกิจการตามบัญชี 2 และ 3 ท้ายกฎกระทรวง การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ.2565 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างานอย่างน้อย 1 คนทำหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานด้านความปลอดภัย

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -6- 5.1.10 ทอท. สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างได้ตลอดเวลา เพื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อม การทำงาน, สำรวจพื้นที่ปฏิบัติงานหรือสำรวจพฤติกรรมการทำงานของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งแจ้งให้ผู้รับจ้างทราบถึง สภาพแวดล้อมในการทำงานที่ไม่ปลอดภัยเพื่อหยุดงานชั่วคราวได้ เมื่อพบว่าการปฏิบัติงานหรือสภาพแวดล้อมในการทำงาน ไม่ปลอดภัย ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เพื่อที่จะให้งานกลับมาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน 5.1.11 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดหา PPE ให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ มีจำนวนเพียงพอ เหมาะสมตามกฎหมายและ ตามความเสี่ยงของประเภทงานที่ได้กำหนดไว้ และ PPE ต้องได้มาตรฐานไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายหรือมาตรฐานสากลกำหนด รวมทั้งต้องกำกับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ PPE ตลอดระยะเวลาทำงาน 5.1.12 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความปลอดภัยฯ ของพื้นที่ปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบเป็นประจำ 5.1.13 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบการทำงานของพนักงานในความรับผิดชอบของตนเป็นประจำ สม่ำเสมอ หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ให้แจ้งรายงานการเกิดอุบัติเหตุแก่ผู้ควบคุมงานของ ทอท. และหน่วยงานด้านความ ปลอดภัยของ ทอท. (ฝปอ., ฝมอ. หรือ สมอ.) ทราบทันทีหลังจากเกิดเหตุ เช่น ทางโทรศัพท์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ หรือเอกสาร และร่วมกันสอบสวนอุบัติเหตุโดยด่วน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายหรือการบาดเจ็บ และวิธีป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำด้วย 5.1.14 ห้ามพนักงานของผู้รับจ้างกระทำผิดกฎระเบียบหรือผิดกฎหมาย เช่น นำอุปกรณ์สำหรับการพนันเข้ามา ในพื้นที่ ทอท. หรือเล่นการพนัน, ลักทรัพย์, ทะเลาะวิวาท, ทำร้ายร่างกาย, ทำลายทรัพย์สินของ ทอท. ผู้มาติดต่อ ลูกค้า ผู้ใช้บริการ หรือของผู้รับจ้างรายอื่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎระเบียบและผิดกฎหมายในเขตพื้นที่ของ ทอท. 5.1.15 การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน (ใบรับรองผลการตรวจสุขภาพหรือใบรับรองแพทย์) ทอท. กำหนดประเภท ใบรับรองแพทย์ออกเป็น 2 ประเภท คือ ใบรับรองแพทย์ทั่วไป เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งมีอายุการรับรองไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ และใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ ตามปัจจัยเสี่ยง เป็นใบรับรองแพทย์ที่ตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง ซึ่งมีอายุ การรับรองไม่เกิน 1 ปีนับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ สำหรับการปฏิบัติงานทั่วไป ทอท. ไม่ได้กำหนดให้มีการส่งผลการตรวจสุขภาพ ยกเว้นการปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานและให้ดำเนินการส่งผลการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานในวันแรก ที่ผู้รับจ้างเข้ามาทำงานในพื้นที่ ทอท. (1) การทำงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ดกระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้บนที่สูง, งานซ่อมบำรุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงานบนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift), งานประดาน้ำซึ่งปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร และการปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่ ทอท. อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน อย่างน้อยต้องเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) ทั้งนี้ ผู้รับจ้างสามารถนำผลการ ตรวจสุขภาพจากที่ทำงานเดิมที่มีระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนนับจากวันที่ระบุในใบรับรองผลการตรวจสุขภาพมาใช้ยืนยันผล การตรวจสุขภาพครั้งนี้ได้ (2) การทำงานกับกัมมันตภาพรังสี, การทำงานกับสารเคมีอันตรายตามบัญชีรายชื่อที่อธิบดีกระทรวง แรงงานกำหนด, การทำงานเกี่ยวกับจุลชีวันเป็นพิษที่อาจเป็นเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รา หรือสารชีวภาพอื่น ๆ และการทำงาน ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -7- ในสภาพแวดล้อมอื่นที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพลูกจ้าง ซึ่ง ทอท. อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดยแพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) (3) เฉพาะการทำงานในที่อับอากาศ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานซึ่งตรวจโดย แพทย์ที่ได้รับวุฒิบัตรหรือหนังสืออนุมัติสาขาเวชศาสตร์ป้องกันแขนงอาชีวเวชศาสตร์หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ ตามหลักสูตรที่กระทรวงสาธารณสุขรับรอง (ใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง) และ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งเพิ่มเติม (ใบรับรองแพทย์ทั่วไป) เพื่อเป็นการ ตรวจเช็คร่างกายก่อนการเข้าไปทำงานในที่อับอากาศทุกครั้ง 5.1.16 ห้ามผู้รับจ้างสูบบุหรี่ในพื้นที่ซึ่ง ทอท. กำหนดให้เป็นเขตห้ามสูบบุหรี่ เช่น พื้นที่หวงห้าม พื้นที่เขตการบิน พื้นที่ที่กำหนดว่าห้ามทำให้เกิดความร้อนและประกายไฟ สถานที่เก็บเชื้อเพลิง สารเคมี สารไวไฟ ยกเว้นในบริเวณที่ ทอท. ได้กำหนดให้เป็นเขตสูบบุหรี่ 5.1.17 การเข้า-ออกพื้นที่ของผู้รับจ้างในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) (1) การเข้า - ออกเพื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ทอท. ผู้รับจ้างต้องใช้ประตูและเส้นทางที่ ทอท. กำหนดให้ (2) ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัย อย่างเคร่งครัด (3) ต้องติดบัตรอนุญาตบุคคลของ ทอท. ไว้ที่เสื้อบริเวณจุดที่มองเห็นได้ง่ายและชัดเจนตลอดเวลา พร้อมให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ตลอดเวลาที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. 5.1.18 การแลกบัตร/การจัดทำบัตรอนุญาตบุคคลและการผ่านเข้าออกของยานพาหนะ ให้ผู้รับจ้างร่วมกับ เจ้าหน้าที่ควบคุมงานของ ทอท. ประสานงานกับหน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยของแต่ละท่าอากาศยาน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของแต่ละพื้นที่ต่อไป 5.1.19 หลักปฏิบัติด้านความปลอดภัยสำหรับผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ที่เข้ามาสร้าง ติดตั้ง ต่อเติม รื้อถอนสิ่งต่าง ๆ ภายในพื้นที่ของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ให้ดำเนินการตามที่ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. กำหนด ซึ่งข้อกำหนดดังกล่าวต้อง สอดคล้องตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ในกรณีผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ ให้ผู้รับจ้างของ ผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ได้ปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยฯ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กับข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ ยกเว้น การปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ที่ผู้รับจ้างของผู้เช่าพื้นที่ ทอท. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่ ทอท. ได้กำหนด ประกอบด้วย (1) การขออนุญาตก่อนเริ่มงาน (work permit) ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด (2) การเข้า-ออกพื้นที่ในเขตพื้นที่ ทอท. (พื้นที่ทั่วไป พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เขตก่อสร้าง) ให้เป็นไปตาม หลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด (3) การผ่านเข้า-ออกของยานพาหนะ ให้เป็นไปตามหลักปฏิบัติที่แต่ละพื้นที่/ท่าอากาศยานเป็นผู้กำหนด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -8- 5.2 ข้อกำหนดเฉพาะงาน ซึ่งเป็นข้อกำหนดที่ผู้รับจ้างต่าง ๆ ต้องปฏิบัติเพิ่มเติม หากงานที่ผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ ทอท. เกี่ยวข้อง กับกิจกรรมตามหัวข้อด้านล่างนี้ โดยผู้รับจ้างสามารถเลือกหัวข้อเพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ได้แก่ 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ (เอกสารแนบ 1) 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ (เอกสารแนบ 2) 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนสูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป (เอกสารแนบ 3) 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า (เอกสารแนบ 4) 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคน (เอกสารแนบ 5) 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ (เอกสารแนบ 6) 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย (เอกสารแนบ 7) 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร – 90 เมตร) (เอกสารแนบ 8) 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี (เอกสารแนบ 9) 5.2.10 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ให้ปฏิบัติตามข้อ 5.2.1 – 5.2.9 เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องควบคู่ กับกฎหมายและมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -9- เอกสารแนบ 1 5.2.1 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับความร้อนและประกายไฟ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการและ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ.2555 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการ อาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ดำเนินการขอ “ใบอนุญาตการทำงานที่มีความร้อนและประกายไฟ (Hot work)” ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. พื้นที่ที่มีก๊าซ ไอ หรือฝุ่นละอองที่ติดไฟหรือระเบิดได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจวัด % LEL (ปริมาณ เปอร์เซ็นต์ของสารไวไฟ) และผลการตรวจวัดต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าความเข้มข้นขั้นต่ำของสารเคมีแต่ละชนิด ในอากาศที่อาจติดไฟหรือระเบิดได้ (LFL : lower flammable limit และ LEL : lower explosive limit) กรณีพื้นที่ใด มีการกำหนดมาตรฐานไว้ดีกว่าข้อกำหนดในฉบับนี้ ให้ถือปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ดีกว่า 3. ก่อนใชเครื่องเชื่อมไฟฟาและเครื่องเชื่อมก๊าซ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังตอไปนี้ 3.1 ต้องจัดเตรียมถังดับเพลิงที่เหมาะสมกับประเภทของไฟ และมี Fire Rating ไม่น้อยกว่า 6A-20B ในจำนวนที่เพียงพอกับความเสี่ยงที่ทำการประเมิน แต่ต้องจัดให้มีอย่างน้อย 2 ถังต่อจุดปฏิบัติงานหนึ่งจุด 3.2 จัดใหมีอุปกรณคุ้มครองความปลอดภัยสวนบุคคลใหลูกจางสวมใส่อย่างเพียงพอและเหมาะสมตามที่ กฎหมายและการประเมินความเสี่ยงได้กำหนด และแสงจา 3.3 จัดพื้นที่ปฏิบัติงานไม่ใหมีวัสดุที่ติดไฟงายวางอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทำงานความร้อนและประกายไฟ 3.4 จัดใหมีฉากกั้นหรืออุปกรณปองกันอันตรายอื่น ๆ ที่เหมาะสม เพื่อปองกันอันตรายจากประกายไฟ ... (remainder of page 2 content) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -10- 8.4 จัดสายไฟฟาและสายดินใหหางจากการบดทับของยานพาหนะ น้ำ หรือที่ชื้นแฉะ หากไมสามารถ หลีกเลี่ยงได ตองจัดใหมีอุปกรณปองกันความเสียหายขางตน 9. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานเกี่ยวกับเครื่องเชื่อมกาซ ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังตอไปนี้ 9.1 ติดตั้งและตรวจสอบอุปกรณควบคุมความดันและมาตรวัดความดันที่เหมาะสมและถูกต่องกับชนิดของกาซ 9.2 ตรวจสอบการรั่วไหล การหลุดหลวม การสึกหรอของอุปกรณ หรือสภาพที่ไมปลอดภัยทุกครั้ง หากพบวาไมปลอดภัยต่องทำการแกไข 9.3 จัดทำเครื่องหมาย สี หรือสัญลักษณที่ทอสงกาซ หัวเชื่อม หรือหัวตัด ใหเปนแบบและชนิดเดียวกัน 9.4 ต้องวางถังในแนวตั้ง ห้ามวางถังก๊าซในแนวนอนเด็ดขาด เพราะจะทำให้วาล์วควบคุมแรงดันภายในถัง ไม่ทำงาน ทำให้ก๊าซที่ออกมามีแรงดันสูงกว่าปกติ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเกิดไฟไหม้อย่างรุนแรงได้ 10. ในการตอถังบรรจุกาซไวไฟหลายถังเขาดวยกัน ผู้รับจ้างต่องจัดใหมีอุปกรณป้องกันเปลวไฟยอนกลับ (Flashback arrestor) ติดไวระหวางหัวตอกับอุปกรณควบคุมการลดกำลังดัน รายละเอียดการติดตั้งเป็นไปดังภาพ graph LR subgraph อุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) A[FUEL GAS FLASHBACK ARRESTOR] --> B(OXYGEN) C[FUEL GAS] --> D E[FUEL GAS FLASHBACK ARRESTOR] --> F G[OXYGEN FLASHBACK ARRESTOR] --> H I[GGUN] --> J end K[GT 63MM-INF] subgraph ชื่ออุปกรณ์ B -. "051000 UNFR/16PI" F -. "051000 UNPS/1EUR" end ภาพการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟย้อนกลับ (Flashback arrestor) 4 ชิ้นในเครื่องเชื่อมก๊าซแบบต่อพ่วง 2 ถัง อ้างอิง : กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 (กระทรวงแรงงาน) และ มาตรฐานความปลอดภัยการเชื่อม สำนักเทคโนโลยีความปลอดภัย กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กระทรวง อุตสาหกรรม) ... (remainder of page 3 content) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -11- เอกสารแนบ 2 5.2.2 กรณีปฏิบัติงานในที่อับอากาศ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหารจัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับที่อับอากาศ พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ... (remainder of page 4 content) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -12- 3. ก่อนเข้าไปปฏิบัติงานในที่อับอากาศ ต้องจัดให้มีการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับอนุญาต จากผู้มีอำนาจในการอนุญาต ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 ... (remainder of page 5 content) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -13- เอกสารแนบ 3 5.2.3 กรณีปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและ ที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ประกอบกับกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับนั่งร้านและค้ำยัน พ.ศ. 2564 และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้าง ที่ปฏิบัติงานให้กับ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. การทำงานบนที่สูง ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาตการทำงานบนที่สูงก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ซึ่งรายละเอียด การขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. การตรวจสุขภาพของการปฏิบัติงานบนที่สูง กรณีเป็นการปฏิบัติงานบนที่สูงที่ความสูงน้อยกว่า 4 เมตร ทอท. ไม่ได้กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพ เว้นแต่สัญญาจ้างใดจะกำหนดเพิ่มเติมว่าต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพในงานนั้น ๆ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติเพิ่มเติมเป็นกรณีไป กรณีที่ผู้รับจ้างจะปฏิบัติงานบนที่สูงตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ได้แก่ งานเช็ด กระจกอาคาร, งานทาสี, งานตัดแต่งกิ่งไม้, งานซ่อมบำรุงสะพานเทียบ, งานเปลี่ยนหลอดไฟหรือโคมฉาย, การปฏิบัติงาน บนนั่งร้าน, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้า, การปฏิบัติงานบนรถกระเช้าขากรรไกร (Scissors lift) และการปฏิบัติงานบนที่สูงอื่น ๆ ซึ่ง ทอท. อาจมีการกำหนดเพิ่มเติมในภายหลัง ต้องจัดให้มีการตรวจสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและมีใบรับรองการตรวจสุขภาพ (ใบรับรองแพทย์) อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 2.1 มีใบรับรองแพทย์ทั่วไปโดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่ง ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ หรือ 2.2 มีใบรับรองแพทย์เฉพาะทาง/ใบรับรองแพทย์ตามปัจจัยเสี่ยง ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานบนที่สูง ตรวจ โดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ซึ่งอายุการรับรองของใบรับรองแพทย์ประเภทนี้มีอายุไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่ระบุในใบรับรองแพทย์ คำอธิบายเพิ่มเติม : ใบรับรองแพทย์สำหรับการทำงานบนที่สูงใช้เฉพาะครั้งแรกของการเริ่มงานหรือเริ่มโครงการเท่านั้น ในรอบ 1 ปี เช่น บริษัท A เป็นผู้รับจ้างงานเช็ดกระจกของสำนักงานใหญ่ ทอท. มีสัญญาจ้าง 1 ปี เริ่มปฏิบัติงานครั้งแรก วันที่ 1 มกราคม และจะสิ้นสุดเดือนธันวาคม โดยการทำงานจะเข้ามาทำงานทุก ๆ 3 เดือนต่อครั้ง หรือ 1 ปีจะเข้ามา ทำงานเช็ดกระจกเพียง 4 ครั้ง ซึ่งก่อนเริ่มงานครั้งแรกในเดือนมกราคมตามสัญญาจ้าง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการตรวจ สุขภาพเพื่อการทำงานบนที่สูงหรือหากมีใบรับรองแพทย์อยู่แล้วและเป็นใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2.1 หรือ 2.2 อย่างใด อย่างหนึ่ง ก็สามารถนำมาแนบกับใบอนุญาตก่อนเริ่มปฏิบัติงานได้ แต่ใบรับรองแพทย์นั้นต้องไม่หมดอายุตามที่ได้กำหนดไว้ ในข้อ 2.1 และ 2.2 กรณีผู้รับจ้างจะเข้ามาปฏิบัติงานในครั้งถัดไป คือครั้งที่ 2, 3 และ 4 ผู้รับจ้างไม่ต้องแนบใบรับรองแพทย์มาก็ ได้ ยกเว้นทางแต่ละพื้นที่หรือแต่ละท่าอากาศยานจะกำหนดให้มีการตรวจสุขภาพเพิ่มเติมหรือให้แนบใบรับรองแพทย์ เพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับและคู่มือฯ ฉบับนี้ (ที่มาของคำอธิบายเพิ่มเติมโดยส่วนบริการทางการแพทย์ ฝ่ายการแพทย์ ทอท.) 3. การทำงานบนที่สูงจากพื้นดินหรือพื้นอาคารตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีนั่งร้าน บันได ขาหยั่ง ม้ายืนหรืออุปกรณ์ความปลอดภัยอื่น ๆ ตามความเหมาะสม เช่น กระเช้า รถกระเช้า ที่มีความปลอดภัยตามสภาพของงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -14- ให้กับผู้ปฏิบัติงานในการทำงานนั้น ๆ หรือจัดให้มีเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยพร้อมอุปกรณ์หรือเครื่องป้องกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน ให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ในการทำงานเพื่อให้เกิดความปลอดภัย 4. ในกรณีผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในสถานที่ที่ผู้ปฏิบัติงานอาจได้รับอันตรายจากการพลัดตกหรือถูก วัสดุพังทับ เช่น การทำงานบนหรือในเสา ตอมอ เสาไฟฟ้า ปล่อง หรือคานที่มีความสูง ตั้งแต 4 เมตรขึ้นไป หรือทำงาน บนหรือในถัง บอ กรวยสำหรับเทวัสดุหรือสิ่งอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตก ตาข่าย สิ่งปิดกั้น หรืออุปกรณปองกันอื่นใด ที่มีลักษณะเดียวกัน เพื่อปองกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงานหรือสิ่งของ และจัดใหมี การใช่สายหรือเชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ หรือเครื่องปองกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันใหผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ในการทำงาน 5. กรณีด้านล่างเป็นทางสัญจรต้องจัดทำตาข่ายนิรภัยป้องกันวัสดุเครื่องมือต่างๆ ที่อาจตกหล่นไปโดน ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานหรือผู้สัญจรด้านล่าง 6. ต้องจัดทำป้ายเตือนที่เห็นชัดเจนและบริเขตพื้นที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในงานเข้าไปในพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงต่อการถูกวัสดุสิ่งของหล่นทับ 7. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานทำงานในชั้นของอาคารหรือสิ่งกอสรางที่เปดโลงและอาจพลัดตกลงมาได ผู้รับจ้างต้องจัดทำราวกั้นหรือรั้วกันตกตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ หรืออุปกรณปองกันอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน 8. ขณะที่มีฝนตก ลมแรง หรือพายุฝนฟ้าคะนอง ควรพิจารณาการหยุดปฏิบัติงานไว้ชั่วคราว เพื่อความปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -15- เอกสารแนบ 4 5.2.4 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้า เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ก่อนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการติดตั้ง ตรวจสอบ ทดสอบ หรือซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า ต้องจัดให้มีการขอใบอนุญาต การทำงานที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าหรือขออนุญาตเกี่ยวกับงานที่ต้องมีการตัดแยกแหล่งพลังงาน (Lock out – Tag out) ซึ่งรายละเอียดการขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.1.7 2. ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องสำเร็จการศึกษาทางด้านไฟฟ้าโดยตรงหรือผ่านการฝึกอบรมในหลักสูตร การทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้าจนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า ตามที่กฎหมายกำหนด 3. ห้ามผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าเข้าใกล้หรือนำสิ่งที่เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ไม่มีที่หุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าที่เหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตามมาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มี มาตรฐานดังกล่าว ให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้ดำเนินการสวมใส่อุปกรณ์ คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เป็นฉนวนที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้า หรือนำฉนวนไฟฟ้าที่สามารถป้องกัน แรงดันไฟฟ้านั้นมาหุ้มสิ่งที่มีกระแสไฟฟ้า 4. ห้ามผู้รับจ้างหรือบุคคลใดที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าเข้าใกล้สิ่งที่มีกระแสไฟฟ้าในระยะที่น้อยกว่าระยะห่างตาม มาตรฐานของ วสท. กำหนด หากยังไม่มีมาตรฐานดังกล่าวให้ใช้มาตรฐานตามที่การไฟฟ้าประจำท้องถิ่นกำหนด 5. ห้ามผู้รับจ้างงานเกี่ยวกับไฟฟ้าสวมใส่เครื่องนุ่งห่มที่เปียกหรือเป็นสื่อไฟฟ้าปฏิบัติงานเกี่ยวกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกินกว่า 50 โวลต์โดยไม่มีฉนวนไฟฟ้าปิดกั้น เว้นแต่ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครอง ความปลอดภัยส่วนบุคคลหรือใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าที่กำลังปฏิบัติงานอยู่ 6. ในกรณีผู้รับจ้างทำงานโดยใช้อุปกรณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าหรืออยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสิ่งที่มี กระแสไฟฟ้า ผู้ปฏิบัติงานต้องจัดหาอุปกรณ์ที่เป็นฉนวนไฟฟ้าหรือหุ้มด้วยฉนวนไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ป้องกันอันตราย ที่เหมาะสมกับแรงดันไฟฟ้าสำหรับปฏิบัติงานในครั้งนั้นด้วย 7. ผู้รับจ้างต้องดูแลบริภัณฑ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าในพื้นที่ปฏิบัติงานให้ใช้งานได้โดยปลอดภัย หากมีการชำรุด หรือมีกระแสไฟฟ้ารั่ว หรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ ผู้รับจ้างต้องแจ้งผู้เกี่ยวข้องกับงานซ่อมไฟฟ้าเพื่อดำเนินการ แก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยทันทีที่พบปัญหานั้น 8. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าต้องทราบวิธีการทำงานที่ปลอดภัย, วิธีปฏิบัติตัวเมื่อได้รับอันตราย จากไฟฟ้า, การปฐมพยาบาลและการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยการผายปอดด้วยวิธีเป่าอากาศเข้าทางปากหรือจมูกของ ผู้ประสบอันตรายจากไฟฟ้า และวิธีการนวดหัวใจจากภายนอก 9. กรณีผู้ปฏิบัติงานจะต่อพ่วงหรือติดตั้งบริภัณฑ์ไฟฟ้าใหม่หรือติดตั้งเพิ่มเติม ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม มาตรฐานของ วสท. 10. ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยเป็นประจำเมื่อมีการปฏิบัติงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -16- 11. อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีการติดตั้งสายดิน (Equipment Ground Conductor) ที่ถูกต้องเพื่อป้องกันไม่ให้ เกิดไฟฟ้าดูดในขณะที่สัมผัสตัวอุปกรณ์ 12. ต้องจัดให้มีการปิดล้อมหรือการบริเขตพื้นที่ทำงาน เพื่อป้องกันบุคคลอื่นเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติงาน ซึ่งอาจ เกิดอันตรายได้ และควรพิจารณาติดตั้งแสงสว่างเพื่อให้มองเห็นในเวลากลางคืน 13. ต้องมีการจัดเก็บอุปกรณ์หรือเครื่องมือ และรักษาความสะอาดของพื้นที่ปฏิบัติงานให้เรียบร้อยตลอดเวลา 14. ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น ถุงมือหนัง ถุงมือยาง แขนเสื้อยาง หมวกนิรภัย รองเท้าพื้นยางหุ้มข้อชนิดมีส้นหรือรองเท้าพื้นยางหุ้มส้น โดยสวมใส่ ตลอดเวลาที่ปฏิบัติงานและจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าที่เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น แผ่นฉนวนไฟฟ้า ฉนวนหุ้มสาย ฉนวนครอบลูกถ้วย กรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) ชุดตัวนำไฟฟ้า (Conductive suit) ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติงานงานในที่สูงกว่าพื้นตั้งแต่ 4 เมตรขึ้นไป ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใชสายหรือ เชือกช่วยชีวิตและเข็มขัดนิรภัยแบบเต็มตัวพร้อมตะขอเกี่ยวแบบ 2 เส้น (Full Body Harness ชนิด 2 lanyards) พร้อมอุปกรณ์หรืออุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูงอื่น ๆ ที่มีประสิทธิภาพ และหมวกนิรภัยที่เหมาะสมตามมาตรฐานที่ กำหนดสำหรับให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน เว้นแต่อุปกรณ์ดังกล่าวจะทำให้ลูกจ้างเสี่ยงต่อ อันตรายมากขึ้น ให้ผู้รับจ้างจัดให้มีอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยอย่างอื่นที่สามารถใช้คุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมี ประสิทธิภาพแทน โดยอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าต้องเป็นไปตาม มาตรฐานที่กำหนดไว้และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้ 15.1 อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่ใช้ป้องกันกระแสไฟฟ้าต้องเหมาะสมกับ แรงดันไฟฟ้าสูงสุดในบริเวณที่ปฏิบัติงานหรือบริเวณใกล้เคียงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 15.2 ถุงมือยางป้องกันไฟฟ้า ต้องมีลักษณะสวมกับนิ้วมือได้ทุกนิ้ว 15.3 ถุงมือหนังที่ใช้สวมทับถุงมือยาง ต้องมีความยาวหุ้มถึงข้อมือและมีความคงทนต่อการฉีกขาดได้ดี การใช้ถุงมือยางต้องใช้ร่วมกับถุงมือหนังทุกครั้งที่ปฏิบัติงาน 15.4 การปฏิบัติงานเกี่ยวกับไฟฟ้าที่อยู่ใกล้น้ำหรือเหนือน้ำซึ่งอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอันตรายจาก การจมน้ำได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่ชูชีพกันจมน้ำ เว้นแต่การสวมใส่ชูชีพอาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานได้รับ อันตรายมากกว่าเดิม ให้ผู้รับจ้างใช้วิธีการอื่นที่สามารถคุ้มครองความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพแทน 15.5 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาและจัดเก็บอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลและอุปกรณ์ป้องกัน อันตรายจากไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -17- เอกสารแนบ 5 5.2.5 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง และเครื่องช่วยยกต่าง ๆ รวมทั้งงานซ่อมบำรุง เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 ดำเนินการด้านความปลอดภัย กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ส่วนที่ 1 เครื่องจักร 1. ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ต้องสวมใส่เครื่องนุ่งห่มให้เรียบร้อย รัดกุม ไม่สวมเครื่องประดับที่ อาจเกี่ยวโยงกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ กรณีที่ผู้ปฏิบัติงานมีผมยาว ให้รวบผมที่ปล่อยยาวเกินสมควรหรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้อยู่ ในลักษณะที่ปลอดภัย 2. ในบริเวณที่มีการติดตั้ง การซ่อมแซม หรือการตรวจสอบเครื่องจักรหรือเครื่องป้องกันอันตรายของเครื่องจักร ต้องมีการติดป้ายแสดงการดำเนินงานดังกล่าวโดยใช้เครื่องหมายหรือข้อความที่เข้าใจง่าย ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการ หรืออุปกรณ์ป้องกันไม่ให้เครื่องจักรนั้นทำงาน (Lock out - Tag out) และให้แขวนป้าย หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตซ์ของเครื่องจักรด้วย 3. ในการประกอบ ติดตั้ง ทดสอบ ใช้ ซ่อมแซม บำรุงรักษา ตรวจสอบ รื้อถอน หรือการเคลื่อนย้ายเครื่องจักร รถยก ลิฟต์ เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดและคู่มือการใช้งาน ที่ผู้ผลิตกำหนด หากไม่มีรายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องให้วิศวกรเป็นผู้จัดทำรายละเอียดหรือคู่มือเป็นหนังสือ และให้มีสำเนาไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงานเพื่อให้ ทอท. สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ รายละเอียดหรือคู่มือดังกล่าวต้องจัดทำเป็นภาษาไทยหรือภาษาอื่น ๆ ที่ลูกจ้างสามารถศึกษาและปฏิบัติ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานได้ 4. การเคลื่อนย้ายเครื่องจักรที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไปที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนป้องกัน อันตรายจากการเคลื่อนย้ายดังกล่าวและให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 5. ผู้รับจ้างต้องดูแลเครื่องจักรให้พร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัย และต้องจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรประจำปี ตามประเภทและชนิดเครื่องจักรที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้าน ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 หมวดที่ 1 เครื่องจักร ส่วนที่ 1 บททั่วไป ข้อ 9 6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้หรือยอมให้ลูกจ้างใช้เครื่องจักรทำงานเกินพิกัด หรือขีดความสามารถที่กำหนดไว้ใน รายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด 7. เครื่องมือเครื่องจักรขนาดเล็กที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทำงานกับ เครื่องมือเครื่องจักรนั้นติดไว้ในบริเวณที่ลูกจ้างทำงาน 8. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการประเมินอันตรายของเครื่องจักรที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้งานถึงขั้นสูญเสียอวัยวะ โดยอย่างน้อยต้องประกอบไปด้วย การชี้บ่งอันตราย การประเมินความเสี่ยง และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง 9. การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการทำงาน ที่ปลอดภัย จนมีความรู้ความชำนาญ และประสบการณ์ ตลอดจนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -18- 10. เครื่องจักรที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าต้องมีระบบหรือวิธีการป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่วเข้าตัวผู้ปฏิบัติงานและต้องมี การติดตั้งสายดิน 11. ต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงเขตอันตราย ณ ที่ตั้งของเครื่องจักรหรือเขตที่เครื่องจักรทำงานที่อาจ เป็นอันตรายให้ชัดเจนทุกแห่ง 12. ผู้รับจ้างต่องไมติดตั้งเครื่องจักรที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกสหรือคอมพิวเตอรในบริเวณพื้นที่ที่มี กระแสไฟฟาเหนี่ยวนำจนอาจมีผลทำให้การทำงานของเครื่องจักรผิดปกติและกอใหเกิดอันตรายตอผู้ปฏิบัติงานได้ 13. ผู้รับจ้างต้องควบคุมไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ปฏิบัติ ที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ส่วนที่ 2 รถยก 1. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหพนักงานทำงานเกี่ยวกับรถยก ผู้รับจ้างตองปฏิบัติดังตอไปนี้ 1.1 จัดใหมีโครงหลังคาที่มั่นคงแข็งแรง สามารถปองกันอันตรายจากวัสดุตกหลนได 1.2 จัดทำปายบอกพิกัดน้ำหนักยกให้ตรงกับความสามารถในการยกสิ่งของไดโดยปลอดภัยติดไวที่รถยก เพื่อใหลูกจางเห็นไดชัดเจน 1.3 ตรวจสอบรถยกใหมีสภาพใชงานไดอยางปลอดภัยกอนการใชงานทุกครั้งและเก็บผลการตรวจสอบไวให พนักงานตรวจแรงงานหรือ ทอท. ตรวจสอบได 1.4 จัดใหมีสัญญาณเสียงหรือแสงไฟเตือนภัยในขณะทำงาน 1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ช่วยการมองเห็นตามสภาพในที่ทำงาน เช่น กระจกมองข้าง 1.6 ให้ผู้ทำหน้าที่ขับรถยกชนิดนั่งขับสวมใส่เข็มขัดนิรภัยในขณะทำงานบนรถตลอดเวลา 2. ห้ามผู้รับจ้างทำการดัดแปลงหรือกระทำการใด ๆ ที่มีผลทำใหความปลอดภัยในการทำงานของรถยกลดลง 3. ผู้รับจ้างตองกำหนดเสนทางเดินรถยกในอาคารหรือบริเวณที่มีการใชรถยกเป็นประจำ 4. ผู้รับจ้างต่องติดตั้งกระจกนูนหรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติคลายกันไว้ที่บริเวณทางแยกหรือทางโคงที่มอง ไมเห็นเสนทางขางหนา 5. ผู้รับจ้างตองจัดใหพื้นเสนทางเดินรถยกมีความมั่นคงแข็งแรงและสามารถรองรับน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนัก บรรทุกของรถยกไดอยางปลอดภัย 6. ผู้รับจ้างตองจัดให้พนักงานขับรถยกได้ผ่านการฝึกอบรมความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับการใช้รถยก แต่ละประเภท 7. ผู้รับจ้างต่องควบคุมดูแลการนำรถยกไปใช้ปฏิบัติงานใกล้สายไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้า โดยต้องมีระยะห่างเพื่อความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรืออย่างน้อยควรห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 8. ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลอื่นนอกจากผู้ขับรถยกโดยสารหรือขึ้นไปบนส่วนหนึ่งส่วนใดของรถยก 9. ผู้รับจ้างต่องจัดใหมีคูมือการใช การตรวจสอบ และการบำรุงรักษารถยกใหผู้ปฏิบัติงานไดศึกษาและปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -19- ส่วนที่ 3 ลิฟต์ 1. กรณีงานของผู้รับจ้างมีการนำลิฟต์มาใช้เพื่อโดยสารในพื้นที่ปฏิบัติงาน (งานก่อสร้าง) ให้ปฏิบัติดังนี้ 1.1 ติดตั้งลิฟต์ไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของลิฟต์ทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อย ก่อนใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้ 1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตราย และติดป้ายห้ามใช้ลิฟต์ให้ผู้เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่ทดสอบ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือบำรุงรักษาลิฟต์ 1.4 จัดให้มีระบบสัญญาณเตือน และมีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานของลิฟต์ เมื่อมีการใช้ลิฟต์บรรทุก น้ำหนักเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด 1.5 จัดให้มีมาตรการป้องกันไม่ให้ลิฟต์เคลื่อนที่ ในกรณีที่ประตูลิฟต์ยังไม่ปิด 1.6 จัดทำคำแนะนำและวิธีการใช้ลิฟต์ และการขอความช่วยเหลือติดไว้ในห้องลิฟต์ 1.7 จัดให้มีระบบติดต่อกับภายนอกห้องลิฟต์และสัญญาณแจ้งเหตุขัดข้อง 1.8 จัดทำคำแนะนำและวิธีการให้ความช่วยเหลือติดไว้ในห้องเครื่องต้นกำลัง และห้องผู้ดูแลลิฟต์ 1.9 จัดทำข้อห้ามการใช้ลิฟต์ ติดไว้ที่ข้างประตูลิฟต์ด้านนอกทุกชั้น 1.10 จัดทำป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคนโดยสารได้อย่างปลอดภัยติดตั้งไว้ในห้องลิฟต์ 1.11 จัดให้มีระบบไฟส่องสว่างและระบบระบายอากาศที่เพียงพอภายในห้องลิฟต์ ทั้งในขณะใช้งานปกติ และกรณีฉุกเฉิน 2. ในกรณีที่มีลิฟต์ขนส่งวัสดุ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อ 1.1, 1.2, 1.3, 1.4, และ 1.5 และจัดทำป้ายบอกพิกัด น้ำหนักวัสดุสิ่งของที่บรรทุกได้อย่างปลอดภัยตามที่ผู้ผลิตกำหนด และติดป้ายห้ามโดยสารไว้ในจุดที่เห็นชัดเจนนอก ประตูลิฟต์ทุกชั้น รวมทั้งกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลวัสดุที่ขนส่งเพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุเคลื่อนที่และมาตรการ ป้องกันการติดขัดของลิฟต์ 3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ของลิฟต์หลังการติดตั้ง และเมื่อมีการใช้งาน อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ การทดสอบการรับน้ำหนักของลิฟต์ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 100 ของน้ำหนักการใช้งานสูงสุดที่ผู้ผลิต กำหนด และให้ติดประกาศผลการทดสอบที่อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดประกอบไปด้วย วัน เดือน ปี ที่มีการทดสอบ วัน เดือน ปี ที่การรับรองหมดอายุ และรายชื่อผู้ทดสอบไว้ในลิฟต์ให้เห็นชัดเจน และมีสำเนาเอกสารการทดสอบให้ ทอท. สามารถตรวจสอบได้ 4. ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบระบบความปลอดภัยและระบบการทำงานของลิฟต์เป็นประจำทุกเดือน และมีสำเนา เอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟต์ขนส่งวัสดุมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 ในกรณีใช้โซ่ต้องมีค่า ความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 และลวดสลิงที่ใช้สำหรับลิฟต์โดยสารต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 6. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับลิฟต์ทุกชนิด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -20- ส่วนที่ 4 เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง 1. การทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง นายจ้างต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้ 1.1 จัดให้มีการป้องกันการตกจากที่สูงตามกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจาก ที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจากการตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ 1.2 จัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักและจำนวนคนที่สามารถยกได้อย่างปลอดภัย 1.3 ตรวจสอบสภาพเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องให้มีสภาพใช้งาน ได้อย่างปลอดภัยก่อนการใช้งานทุกครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการตรวจสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 1.4 จัดให้มีสัญญาณเสียงหรือแสงเตือนภัยขณะทำงานตามความเหมาะสมของการใช้งาน 1.5 จัดให้มีอุปกรณ์ตัดระบบการทำงานเมื่อมีการใช้งานเกินพิกัดที่ผู้ผลิตกำหนด และต้องตรวจสอบให้ อุปกรณ์ดังกล่าวอยู่ในสภาพที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา 2. ผู้รับจ้างต้องไม่ดัดแปลงหรือกระทำการใดกับเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงที่มีผลทำให้ ความปลอดภัยในการทำงานลดลง 3. การทำงานบนเครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงที่มีการเคลื่อนย้ายเครื่องจักรนั้นไปตาม แนวราบ ผู้รับจ้างต้องจัดให้พื้นที่ที่เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายมีความแข็งแรง ราบเรียบ ไม่ต่างระดับ และปรับระดับของ เครื่องจักรดังกล่าวให้อยู่ในตำแหน่งที่ผู้ผลิตกำหนดหรือในตำแหน่งที่ปลอดภัย 4. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการอบรมลูกจ้างเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน 5. การใช้เครื่องจักรสำหรับใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูงแบบแขวน ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติดังนี้ 5.1 จัดให้มีการทดสอบชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องภายหลังการติดตั้ง และต้องสำเนาเอกสารการทดสอบ ไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 5.2 ต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 10 และต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของ กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับเครื่องจักรที่ใช้ในการยกคนขึ้นทำงานบนที่สูง ส่วนที่ 5 รอก 1. ในการใช้รอกโยก รอกมือสาว รอกหางปลา รอกไฟฟ้าหรือรอกที่ใช้พลังงานอื่น หรือรอกชนิดอื่นที่มีการใช้ งานลักษณะเดียวกัน นายจ้างต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 1.1 ติดตั้งรอกไว้ในที่มั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย 1.2 จัดให้มีการตรวจสอบความพร้อมของรอกทุกวัน หากส่วนใดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อน ใช้งาน และต้องมีสำเนาเอกสารดังกล่าวไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ 1.3 จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายและติดป้ายห้ามใช้รอกให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นได้ชัดเจนในระหว่างที่มีการทดสอบ การซ่อมบำรุง และการตรวจสอบรอก 1.4 จัดให้มีป้ายบอกขนาดพิกัดน้ำหนักยกอย่างปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียด คุณลักษณะและ คู่มือการใช้งานพร้อมทั้งติดป้ายเตือนให้ระวัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -21- 1.5 ต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะตามข้อ 86 ของกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและ การดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ.2564 กับรอก 1.6 อุปกรณ์สำหรับการผูกมัดหรือยึดโยงวัสดุสิ่งของต้องมีค่าความปลอดภัยที่กฎหมายกำหนด 1.7 ควบคุมดูแลไม่ให้บุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของรอกหรือไปกับวัสดุสิ่งของที่ทำการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุสิ่งของที่ทำการยกหรือบริเวณที่ใช้รอกที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ 1.8 รอกที่มีขนาดพิกัดน้ำหนักยกตั้งแต่ 1 ตันขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ ของรอกเพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และต้องมีสำเนาเอกสารการทดสอบไว้ให้ ทอท. ตรวจสอบได้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -22- เอกสารแนบ 6 5.2.6 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นและรถเฮียบ เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั่นจั่น หม้อน้ำ พ.ศ. 2564 ดำเนินการด้านความปลอดภัย กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ ส่วนที่ 1 ปั้นจั่น 1. ในการประกอบ การทดสอบ การใช่ การซอมบำรุง และการตรวจสอบปนจั่นหรืออุปกรณอื่นที่นำมาใช่กับ ปนจั่น ผู้รับจ้างต่องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคูมือการใช่งานที่ผู้ผลิตกำหนดไว หากไมมีรายละเอียด คุณลักษณะหรือคูมือการใช่งานดังกลาว ไดกำหนดขึ้นเป็นหนังสือ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามรายละเอียดคุณลักษณะหรือคูมือการใช่งานที่วิศวกร 2. ผู้รับจ้างต้องจัดใหมีการตรวจสอบและการทดสอบการติดตั้งปนจั่น ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคูมือ การใชงานของผูผลิตโดยวิศวกรกอนการใชงาน และจัดทำรายงานการตรวจสอบและการทดสอบ ซึ่งมีลายมือชื่อวิศวกร รับรองเก็บไวให้สามารถตรวจสอบได้ และกรณีที่มีการหยุดใช่งานปนจั่นตั้งแต 6 เดือนขึ้นไป กอนนำมาใชงานใหม ผู้รับจ้าง ตองดำเนินการตรวจสอบและทดสอบตามคู่มืออีกครั้ง 3. ผู้รับจ้างตองจัดใหมีการทดสอบสวนประกอบและอุปกรณของปนจั่นไม่น้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด 4. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหผู้ปฏิบัติงานทำงานเกี่ยวกับปนจั่น ผู้รับจ้างตองดำเนินการ ดังตอไปนี้ 4.1 ควบคุมใหมีลวดสลิงเหลืออยู่ในมวนลวดสลิงไมน่อยกวา 2 รอบ ตลอดเวลาที่ปนจั่นทำงาน 4.2 จัดใหมีชุดล็อกปองกันลวดสลิงหลุดจากตะขอของปนจั่น และทำการตรวจสอบใหอยู่ในสภาพที่ใชงานได้ อย่างปลอดภัย 4.3 จัดใหมีที่ครอบปดหรือกั้นสวนที่หมุนรอบตัวเอง สวนที่เคลื่อนไหวได หรือสวนที่อาจเป็นอันตรายของปนจั่น และใหสวนที่เคลื่อนที่ของปนจั่นหรือสวนที่หมุนไดของปนจั่นอยูหางจากสิ่งกอสร่างหรือวัตถุอื่นในระยะที่ปลอดภัย 4.4 จัดให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทำงานบนแขนปั้นจั่นหรือชุดสะพาน 4.5 จัดให้มีพื้นชนิดกันลื่น ราวกันตก และแผงกันตกระดับพื้นสำหรับปั้นจั่นชนิดที่ต้องมีการจัดทำพื้นและทางเดิน 4.6 จัดให้มีเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานไว้ที่ห้องบังคับปั้นจั่นหรือตำแหน่งที่สามารถ ใช้งานได้สะดวก ได้ตามปกติ 4.7 ติดตั้งปั้นจั่นบนฐานที่มั่นคงโดยมีวิศวกรเป็นผู้รับรอง 4.8 จัดให้มีการติดตั้งชุดควบคุมการทำงานเมื่อยกวัสดุขึ้นถึงตำแหน่งสูงสุด (Upper limit switch) ที่ใช้งาน 4.9 จัดให้มีชุดควบคุมน้ำหนักยก (Overload limit switch) ที่ใช้งานได้ตามปกติ 5. ในกรณีที่ผู้รับจ้างใหผู้ปฏิบัติงานทำงานเกี่ยวกับปนจั่นที่ใชเครื่องยนต์ ผู้รับจ้างตองดำเนินการดังตอไปนี้ 5.1 จัดใหมีที่ครอบปดหรือฉนวนหุ้มทอไอเสีย หรือรั่วออกมา 5.2 จัดใหมีมาตรการในการเก็บและเคลื่อนยายเชื้อเพลิงสำรองดวยความปลอดภัย 5.3 จัดใหมีถังเก็บเชื้อเพลิงและทอสงเชื้อเพลิงติดตั้งอยู่ในลักษณะที่จะไมเกิดอันตราย เมื่อเชื้อเพลิงหกล่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -23- 6. ผู้รับจ้างต้องเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกจากบริเวณที่ใช้ปั้นจั่น กรณีไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีมาตรการป้องกันอันตรายที่เหมาะสมก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติงาน 7. ห้ามผู้รับจ้างให้ลูกจ้างใช้ปั้นจั่นที่ชำรุดเสียหายหรืออยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย 8. ห้ามผู้รับจ้างดัดแปลงหรือแก้ไขส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือยินยอมให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้อื่นกระทำการ เช่นนั้นอันอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถ้าจำเป็นต้องดัดแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างที่มีผลต่อการรับน้ำหนัก ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการคำนวณทางวิศวกรรมพร้อมกับการทดสอบ 9. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสัญญาณเสียงและแสงไฟเตือนภัยตลอดเวลาที่ปั้นจั่นทำงานโดยติดตั้งไว้ให้เห็นได้ชัดเจน 10. ในกรณีที่มีการซ่อมบำรุงปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องติดป้ายแสดงการซ่อมบำรุงปั้นจั่น โดยใช้เครื่องหมายหรือ ข้อความที่เข้าใจง่ายและเห็นได้ชัดเจน รวมทั้งจัดให้มีระบบ วิธีการหรืออุปกรณ์ป้องกัน (Lock out) ไม่ให้ปั้นจั่นนั้นทำงาน และให้แขวนป้าย (Tag out) แสดงเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ห้ามเปิดสวิตช์ไว้ที่สวิตช์ของปั้นจั่นด้วย 11. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีป้ายบอกพิกัดน้ำหนักยกไว้ที่ปั้นจั่นเพื่อเตือนให้ระวังอันตราย และติดตั้งสัญญาณเตือน อันตรายให้ผู้บังคับปั้นจั่นทราบ 12. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีคู่มือการใช้สัญญาณสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติงาน ในกรณีที่การใช้สัญญาณเป็นการใช้ สัญญาณมือ ต้องจัดให้มีรูปภาพหรือคู่มือการใช้สัญญาณมือตามที่กฎหมายประกาศกำหนด ติดไว้ที่จุดหรือตำแหน่งที่ ผู้ปฏิบัติงานเห็นได้ชัดเจน กรณีที่มีการใช้้วิธีการสื่อสารแบบอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่าการใช้สัญญาณมือ เช่น การใช้วิทยุ สื่อสาร เป็นต้น ผู้รับจ้างไม่ต้องปฏิบัติตามข้อนี้ 13. ในกรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานใช้ปั้นจั่นใกล้สายไฟฟ้า ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลให้ผู้ปฏิบัติงานได้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้ 13.1 ในกรณีที่ใช้ปั้นจั่นยกวัสดุ ให้ระยะห่างระหว่างสายไฟฟากับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดของวัสดุที่ปั้นจั่นกำลังยก เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.1 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 115 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3.3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 115 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 4 เมตร (ง) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 6 เมตร 13.2 ในกรณีที่เคลื่อนย้ายปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ โดยไม่ยกวัสดุและไม่ลดแขนปั้นจั่นลง ให้ระยะห่างระหว่าง ส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่นกับสายไฟฟ้า เป็นดังต่อไปนี้ (ก) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 69 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร (ข) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 69 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 230 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 3 เมตร (ค) สายไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 230 กิโลโวลต์แต่ไม่เกิน 500 กิโลโวลต์ ต้องห่างไม่น้อยกว่า 5 เมตร กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อ 13.1 – 13.2 ได้ ผู้รับจ้างต้องมีมาตรการที่ปลอดภัยเพียงพอ และได้รับการ อนุญาตจากการไฟฟ้าประจำท้องถิ่นที่รับผิดชอบสายไฟฟ้านั้น ก่อนดำเนินการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -24- 14. ในกรณีที่มีการติดตั้งปั้นจั่นหรือใช้ปั้นจั่นใกล้เสาสัญญาณคลื่นโทรคมนาคม ก่อนให้ผู้ปฏิบัติงานทำงาน ผู้รับจ้าง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบการเกิดประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ถ้าพบว่ามีประจุไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ให้ผู้รับจ้างต่อสายตัวนำกับ ปั้นจั่นหรือวัสดุที่จะยกเพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลลงดิน ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ 15. ผู้รับจ้างต้องติดประกาศวิธีการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นของผู้ปฏิบัติงานไว้บริเวณที่ผู้ปฏิบัติงานทำงาน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้งาน การซ่อมบำรุง และการใช้ อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล 16. ในกรณีที่ผู้บังคับปั้นจั่นไม่สามารถมองเห็นจุดที่ทำการยกสิ่งของหรือเคลื่อนย้ายวัสดุ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มี ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่นตลอดระยะเวลาที่มีการใช้งาน 17. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น ผู้ยึดเกาะวัสดุ หรือ ผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่นได้ผ่านการอบรมหลักสูตรการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว และต้องจัดให้มีการอบรมหรือทบทวนการ ทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่นตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ ให้การอบรมและทบทวนเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กฎหมายประกาศกำหนด ส่วนที่ 2 ปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง 18. กรณีเป็นปั้นจั่นเหนือศีรษะและปั้นจั่นขาสูง ให้ดำเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 18.1 ปั้นจั่นเหนือศีรษะหรือปั้นจั่นขาสูงที่เคลื่อนที่บนราง ต้องจัดให้มีสวิตซ์หยุดการทำงานของปั้นจั่นได้ โดยอัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 18.2 นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้มีสิ่งกีดขวางการเคลื่อนของล้อปั้นจั่น 18.3 กรณีที่ผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานขึ้นไปทำงานบนปั้นจั่นหรืออุปกรณ์อื่นของปั้นจั่นที่มีความสูงเกิน 2 เมตร ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบันไดพร้อมราวจับและโครงโลหะกันตกหรือจัดให้มีอุปกรณ์อื่นใดที่มีความเหมาะสมและปลอดภัย ตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการและดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อม ในการทำงาน ในสถานที่ที่มีอันตรายจากการตกจากที่สูงและที่ลาดชัน จากวัสดุกระเด็น ตกหล่น และพังทลาย และจาก การตกลงไปในภาชนะเก็บหรือรองรับวัสดุ พ.ศ.2564 ส่วนที่ 3 ปั้นจั่นหอสูง 19. กรณีเป็นปั้นจั่นหอสูง ให้ดำเนินการต่อไปนี้เพิ่มเติม 19.1 กรณีที่ต้องปฏิบัติงานบนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันการพลัดตกของผู้ปฏิบัติงาน และให้สวมใส่เข็มขัดนิรภัยและสายช่วยชีวิตตลอดเวลาที่ทำงาน 19.2 ปั้นจั่นที่มีรางล้อเลื่อนที่อยู่บนแขนปั้นจั่น ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์หยุดการทำงานของปั้นจั่นได้โดย อัตโนมัติ และให้มีกันชนหรือกันกระแทกที่ปลายทั้งสองข้างของราง 19.3 ปั้นจั่นที่มีแขนเคลื่อนที่ขึ้นลงได้ ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีสวิตช์ควบคุมมุมองศาการทำงานของแขนปั้นจั่น ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งาน 19.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีตารางการยกสิ่งของตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือ การใช้งานที่แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับน้ำหนักสิ่งของ มุมองศา และระยะของแขนที่ทำการยก ติดไว้ในบริเวณที่ผู้บังคับ ปั้นจั่นเห็นได้ชัดเจน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -25- 19.5 ในการประกอบ การติดตั้ง การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การเพิ่มความสูง หรือการรื้อถอนปั้นจั่นหอสูง ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีวิศวกรควบคุมตลอดระยะเวลาดำเนินการ จนกว่าจะแล้วเสร็จ 19.6 ผู้รับจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลใดเกาะเกี่ยวไปกับส่วนหนึ่งส่วนใดของปั้นจั่น หรือไปกับวัสดุที่ทำการยก หรืออยู่ภายใต้วัสดุที่ทำการยกหรือบริเวณที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ส่วนที่ 4 อุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับปั้นจั่น 20. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ลวดสลิงที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไปนี้ 20.1 ลวดสลิงที่ลวดเส้นนอกสึกไปตั้งแต่หนึ่งในสามของเส้นผ่านศูนย์กลางเส้นลวด 20.2 ลวดสลิงที่ขมวด ถูกบดกระแทก แตกเกลียว หรือชำรุดที่ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานของลวดสลิงลดลง 20.3 ลวดสลิงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลงเกินร้อยละ 5 ของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระบุ 20.4 ลวดสลิงถูกความร้อนทำลายหรือเป็นสนิมมากจนเห็นได้ชัดเจน 20.5 ลวดสลิงถูกกัดกร่อนชำรุดมากจนเห็นได้ชัดเจน 20.6 ลวดสลิงเคลื่อนที่ที่มีเส้นลวดในหนึ่งช่วงเกลียวขาดตั้งแต่สามเส้นขึ้นไปในเส้นเกลียวเดียวกัน หรือขาดรวมกันตั้งแต่หกเส้นขึ้นไปในหลายเส้นเกลียว 21. ผู้รับจ้างต้องใช้ลวดสลิงที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 21.1 ลวดสลิงเคลื่อนที่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 21.2 ลวดสลิงยึดโยง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 22. ผู้รับจ้างต้องใช้อุปกรณ์สำหรับการผูก มัด หรือยึดโยงวัสดุที่มีค่าความปลอดภัยตามที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้ 22.1 ลวดสลิง ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 22.2 โซ่ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 4 22.3 เชือก ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 22.4 ห่วงหรือตะขอ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 22.5 อุปกรณ์สำหรับผูก มัด หรือยึดโยงอื่น ๆ ต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 3.5 23. ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุที่มีความทนทานและอ่อนตัวมารองรับบริเวณจุดที่มีการสัมผัสระหว่างอุปกรณ์ที่ใช้ ในการผูก มัด หรือยึดโยงกับวัสดุที่ทำการยกเคลื่อนย้าย 24. ผู้รับจ้างต้องไม่ใช้ตะขอที่มีลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้ 24.1 มีการบิดตัวของตะขอ 24.2 มีการถ่างออกของปากตะขอเกินร้อยละ 5 24.3 มีการสึกหรอที่ท้องตะขอเกินร้อยละ 10 24.4 มีการแตกหรือร้าวส่วนหนึ่งส่วนใดของตะขอ 24.5 มีการเสียรูปทรงหรือสึกหรอของห่วงตะขอ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -26- เอกสารแนบ 7 5.2.7 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับสารเคมีและวัตถุอันตราย เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการ ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และ ข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ให้ผู้รับจ้างที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครองตาม “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเรื่องบัญชี รายชื่อสารเคมีอันตราย” ต้องจัดทำบัญชีรายชื่อสารเคมีอันตรายและรายละเอียดข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนด (สอ.1) พร้อมทั้งแจ้งต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายใน 7 วันนับแต่ วันที่มีสารเคมีอันตรายอยู่ในครอบครอง 2. ผู้รับจ้างต้องแจ้งให้ผู้ปฏิบัติงานทราบและอธิบายให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมี อันตรายที่อยู่ในครอบครองของผู้รับจ้าง ข้อความและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ปรากฏในเอกสาร คู่มือ ฉลาก ป้าย หรือ ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎหมาย 3. ให้ผู้รับจ้างจัดให้ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตรายทราบและเข้าใจวิธีการในการทำงานที่ถูกต้อง และปลอดภัย รวมทั้งต้องจัดให้มีมาตรการควบคุมผู้ปฏิบัติงานของตนให้ปฏิบัติตามวิธีการดังกล่าว ในการนี้ ให้ผู้รับจ้าง จัดทำคู่มือเกี่ยวกับแนวปฏิบัติและขั้นตอนในการทำงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย คำแนะนำผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกัน อันตราย ความหมายของข้อมูลที่มีบนฉลากและเอกสารข้อมูลความปลอดภัยของสารเคมีอันตราย 4. ผู้ปฏิบัติงานของผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามวิธีการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัยตามคู่มือการปฏิบัติงานที่ผู้รับจ้าง จัดทำขึ้นตามข้อ 3 และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย ผู้ปฏิบัติงานต้องบรรเทาเหตุและแจ้งให้ผู้รับจ้าง ทราบทันที 5. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลแก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ เหมาะสมตาม กฎหมายและตามความเสี่ยงที่ได้ประเมิน และกำกับควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานได้สวมใส่ตลอดระยะเวลาที่มีการทำงานกับ สารเคมีและวัตถุอันตราย 6. การปฏิบัติอื่น ๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ในคู่มือฉบับนี้ ให้นำกฎหมายด้านความปลอดภัยฯ เกี่ยวกับสารเคมีและ วัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้องมาเป็นข้อกำหนดในการทำงานกับสารเคมีและวัตถุอันตรายต่อไป บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -27- 5.2.8 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ (ปฏิบัติงานที่ความลึกตั้งแต่ 3 เมตร 90 เมตร) เอกสารแนบ 8 เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และ ดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับงานประดาน้ำ พ.ศ. 2563 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานประดาน้ำได้รับการตรวจสุขภาพตามกำหนดระยะเวลาและจัดทำบัตรตรวจ สุขภาพผู้ปฏิบัติงานไว้ตามที่กฎหมายกำหนด 2. ผู้ปฏิบัติงานซึ่งผู้รับจ้างทำงานประดาน้ำต้องดำเนินการดังนี้ 2.1 มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ 2.2 สุขภาพร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ไม่เป็นโรคตามที่กฎหมายกำหนด 2.3 มีความรู้และมีประสบการณ์ในงานประดาน้ำและต้องผ่านการอบรมตามมาตรฐานสากลหรือหน่วยงาน รัฐรับรอง หรือหลักสูตรตามที่กฎหมายกำหนด 3. ผู้รับจ้างต้องควบคุมให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำงานประดาน้ำปฏิบัติตามตารางมาตรฐานของการดำน้ำและการลด ความกดดัน ตลอดจนการพักเพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนลงในทำงานใต้น้ำในครั้งถัดไป ทั้งที่ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 4. ผู้รับจ้างและหัวหน้านักประดาน้ำต้องสั่งให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งทำงานประดาน้ำหยุดหรือเลิกการดำน้ำในกรณี ต่อไปนี้ 4.1 เมื่อพี่เลี้ยงนักประดาน้ำและนักประดาน้ำไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ 4.2 เมื่อนักประดาน้ำต้องใช้อากาศสำรองจากขวดอากาศหรือขวดอากาศสำรอง 4.3 เมื่อมีการดำน้ำในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย 5. สำหรับการทำงานในน้ำ (การปฏิบัติงานที่มีความลึกไม่ถึง 3 เมตร) และการทำงานบนผิวน้ำ (ปฏิบัติงานบน เรือหรือแพ) ขอให้ผู้รับจ้างปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานสำหรับการทำงาน ในน้ำและการทำงานบนผิวน้ำ ทอท. ยังไม่ได้กำหนดให้มีการตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -28- เอกสารแนบ 9 5.2.9 กรณีปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีก่อไอออน และเครื่องกำเนิดรังสี เพื่อให้การปฏิบัติงานของผู้รับจ้างสอดคล้องตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2556 กฎหมายอื่น ๆ และข้อกำหนดต่าง ๆ ด้านความปลอดภัยฯ ของ ทอท. ภายใต้ ระบบมาตรฐานการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) นั้น ให้ผู้รับจ้างที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ทอท. ดำเนินการดังนี้ 1. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสีหรือเจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิครังสีเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ตามกฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน อย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่ควบคุมดูแลความปลอดภัยทางรังสีของสถานที่ทำงานที่มีการใช้รังสี และปฏิบัติหน้าตาม กฎกระทรวง (แรงงาน) กำหนดมาตรฐานการทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 ข้อ 15 2. ต้องจัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับการตรวจสุขภาพ โดยแพทย์ที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพ เวชกรรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวเวชศาสตร์ หรือมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีประกาศกำหนด โดยระยะเวลาตรวจสุขภาพลูกจ้างให้เป็นไปตามข้อ 5.1.15 3. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีกฎ ข้อบังคับ ระเบียบ แนวปฏิบัติหรือมาตรการด้านความปลอดภัยทางรังสีตาม กฎหมายว่าด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ซึ่งอย่างน้อยต้องเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าใจได้ พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีทราบ ณ บริเวณพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนด 4. ห้ามผู้รับจ้างให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างการให้นมบุตรปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี 5. จัดให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายและวิธีการป้องกันอันตราย จากรังสี ก่อนเข้ารับหน้าที่และมีการทบทวนความรู้แก่ผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง 6. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณรังสีประจำตัวบุคคลและต้องควบคุมให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงาน เกี่ยวกับรังสีใช้อุปกรณ์ดังกล่าวตลอดเวลาที่ปฏิบัติงาน 7. ผู้รับจ้างต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณรังสีสะสมของพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีที่ได้รับเป็น ประจำทุกเดือนหรือทุกสามเดือนขึ้นอยู่กับประเภทของต้นกำเนิดรังสี และต้องแจ้งข้อมูลปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวให้ ผู้ปฏิบัติงานรับทราบทุกครั้ง ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้รับปริมาณรังสีสะสมเกินปริมาณที่กำหนดตามกฎหมายว่า ด้วยพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ให้ผู้รับจ้างแจ้งปริมาณรังสีสะสมดังกล่าวพร้อมหาสาเหตุและการป้องกันแก้ไขต่อ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบข้อมูลปริมาณรังสีสะสม 8. ผู้รับจ้างต้องจัดทำรั้ว คอกกั้น หรือเส้นแสดงแนวเขต หรือวิธีการอื่นที่เหมาะสม และจัดให้มีป้ายสัญลักษณ์ ทางรังสี พร้อมข้อความเตือนภัยที่เหมาะอย่างน้อยเป็นภาษาไทยและภาษาอื่นที่ลูกจ้างสามารถเข้าใจได้ แสดงให้เห็น ชัดเจนในบริเวณนั้น 9. ไม่ให้บุคคลใดซึ่งไม่มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีเข้าไปในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ดูแลพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี เจ้าหน้าที่ดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับวัสดุ นิวเคลียร์ หรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งปิดประกาศให้ผู้ปฏิบัติงาน ได้รับทราบ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ข้อบังคับและคู่มือว่าด้วยความปลอดภัยในการทำงานสำหรับผู้รับจ้าง ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (ม.ค.66) -29- 10. ไม่ให้บุคคลใดเข้าพักอาศัยหรือพักผ่อน หรือนำอาหาร เครื่องดื่ม หรือบุหรี่เข้าไปในพื้นที่ควบคุมทางรังสี 11. ไม่ให้บุคคลใดนำต้นกำเนิดรังสีที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ออกนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตาม มาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 12. ไม่ให้บุคคลใดนำภาชนะหรือวัสดุซึ่งปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีหรือวัสดุนิวเคลียร์ออกไปนอกพื้นที่ควบคุม เว้นแต่ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 13. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีที่ล้างมือ ที่ล้างหน้า และที่อาบน้ำ เพื่อให้ลูกจ้างซึ่งปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีได้ใช้หลังจาก การปฏิบัติงานหรือก่อนออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานของลูกจ้าง และต้องจัดให้มีสถานที่ที่ปลอดภัยในการเก็บชุดทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสีถอดชุดทำงานและเก็บไว้ในสถานที่ดังกล่าว 14. ต้องจัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) เกี่ยวกับรังสี 15. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีการทำความสะอาดชุดทำงาน อุปกรณ์ เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่มีการปนเปื้อนรังสี 16. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีแผนเพื่อป้องกันและระงับอัคคีภัยจากรังสีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสี และต้องจัดให้ มีการฝึกซ้อมตามแผนดังกล่าวอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง และเก็บเอกสารหรือหลักฐานการฝึกซ้อมไว้ ณ พื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยและ ทอท. ตรวจสอบได้ 17. ข้อกำหนดอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารแนบฉบับนี้ ให้ผู้รับจ้างปฏิบัติตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน การทำงานเกี่ยวกับรังสี พ.ศ.2564 พระราชบัญญัตินิวเคลียร์เพื่อสันติ กฎหมายความปลอดภัยอื่น ๆ และมาตรฐานความ ปลอดภัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผนวก จ ผนวก จ ข้าพเจ้า สัญญาเลขที่ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT Supplier Sustainable Code of Conduct) มีสำนักงาน/ภูมิลำเนาตั้งอยู่ ณ โดย. ซึ่งเป็นคู่สัญญากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ตามสัญญาเลขที่.. ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “คู่ค้าของ ทอท.” ได้รับทราบแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.รายละเอียดดังนี้ บทนำ ทอท.มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกกระบวนการ ดังนั้น “แนวทางการปฏิบัติ อย่าง ยั่งยืนของคู่ค้า ทอท.” จึงได้ถูกกำหนดขึ้น โดยพิจารณาเนื้อหาและขอบเขตให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดและ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าของ ทอท. ดำเนินงานอย่างโปร่งใส มีจริยธรรม เคารพสิทธิมนุษยชน ดูแลอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของลูกจ้าง คำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงาน ผ่านการกำกับดูแลกิจการและแนวปฏิบัติที่ดี ดังนี้ มิติเศรษฐกิจ - การกำกับดูแลกิจการที่ดี 1. การปฏิบัติตนตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และความซื่อสัตย์สุจริต: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจอย่าง เคารพกฎหมายของประเทศและระเบียบข้อบังคับของ ทอท.อย่างเคร่งครัด และดำเนินธุรกิจตามหลักจริยธรรม โดยปราศจากการติดสินบน หรือทุจริตในทุกรูปแบบ หรือประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย 2. การรักษาความลับ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเก็บรักษาข้อมูลและป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลที่เป็นความลับ ของ ทอท. และไม่นำข้อมูลของ ทอท.ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เพื่อประโยชน์ส่วนบุคคล หรือ เพื่อประโยชน์ทางการค้า 3. ความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือผลประโยชน์ทับซ้อน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องแจ้งให้ ทอท.ทราบเป็น ลายลักษณ์อักษร หากพบการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่าง ทอท.และคู่ค้า 4. การแข่งขันเสรีและกฎหมายการแข่งขันทางการค้า: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องปฏิบัติตนภายใต้การแข่งขันที่เสรี เป็นธรรมและดำเนินการตามกฎหมายการแข่งขันทางการค้าอย่างเคร่งครัด และไม่กระทำการอื่นใดซึ่งจะ ส่งผลกระทบเชิงลบต่อคู่แข่งทางการค้า มิติสังคม - การจ้างงานและการเคารพสิทธิมนุษยชน 1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของแรงงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดูแลแรงงานด้านอาชีวอนามัยและ ความปลอดภัยให้เหมาะสม อาทิ สถานที่และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และการดูแลสุขภาพของลูกจ้างและ ผู้รับเหมาช่วงให้สอดคล้องตามกฎหมายหรือมาตรฐานสากล 2. อิสรภาพของการจ้างงาน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องดำเนินธุรกิจโดยปราศจากการใช้แรงงานบังคับ ต้องไม่มีการใช้ แรงงานไม่สมัครใจ และเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถรวมกลุ่มเพื่อเจรจาและต่อรองได้ตามกฎหมายของ ประเทศ 3. ค่าจ้างและสิทธิประโยชน์: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องจ่ายค่าจ้างและให้สิทธิประโยชน์อื่นใดที่ลูกจ้างพึงได้รับ อย่างถูกต้อง เป็นธรรม และตรงตามกำหนดเวลา 4. การใช้แรงงานเด็ก: คู่ค้าของ ทอท.ต้องไม่จ้างแรงงานเด็กที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด และ ไม่อนุญาตให้เด็กหรือบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำงานในเวลากลางคืน หรือในสถานที่ที่มีลักษณะ เป็นอันตราย 5. ระยะเวลาในการทำงาน: คู่ค้าของ ทอท. จะต้องดูแลไม่ให้แรงงานทำงานนานเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้จะรวมถึงการทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด 6. การปฏิบัติอย่างเท่าเทียม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมต่อลูกจ้าง โดยไม่เลือกปฏิบัติในการ จ้างงาน การจ่ายค่าตอบแทน การเข้ารับการฝึกอบรม การเลื่อนตำแหน่ง การเลิกจ้างหรือการให้ออกจากงาน อันเนื่องมาจากการแบ่งแยกเพศ เชื้อชาติ ถิ่นกำเนิด สีผิว ศาสนา อายุ ความนิยมทางการเมือง สถานภาพ การสมรส สภาพการตั้งครรภ์ หรือความพิการ 7. การเลิกจ้าง: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติและการดำเนินการเลิกจ้างในแต่ละขั้นตอนตามกฎหมายกำหนด และ ไม่ยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความไม่เป็นธรรม 8. การเคารพสิทธิมนุษยชน: คู่ค้าของ ทอท.ต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและมีการปฏิบัติต่อลูกจ้างของตนอย่าง เป็นธรรม ตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และห้ามมิให้มีการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิดทางร่างกายและ วาจา รวมถึงการคุกคามและการข่มขู่ใด ๆ แก่ลูกจ้าง 9. แรงงานต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ: คู่ค้าของ ทอท.ต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานหากมีการจ้างแรงงาน ต่างด้าวหรือแรงงานอพยพ โดยต้องจัดเตรียมเอกสารสัญญาจ้างในภาษาแม่ของแรงงานหรือภาษาที่แรงงาน อ่านแล้วเข้าใจก่อนการจ้างงาน รวมทั้ง หนังสือเดินทางและเอกสารประจำตัวของแรงงานต้องเก็บโดยเจ้าของ เอกสารตลอดเวลา นายจ้างหรือบุคคลที่สามไม่สามารถถือครองเอกสารดังกล่าวของแรงงานได้ 10. ความรับผิดชอบต่อสังคม: คู่ค้าของ ทอท.ควรแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและรับผิดชอบ ต่อสังคม มิติสิ่งแวดล้อม - การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 1. การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.ต้องบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐาน ข้อกำหนด และ แนวปฏิบัติที่ดีที่เกี่ยวข้อง ในทุกกระบวนการผลิตและการให้บริการ เพื่อการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนรอบข้าง 2. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม: คู่ค้าของ ทอท.จะต้องดำเนินมาตรการป้องกันและ ควบคุมมลพิษ อาทิ ของเสีย น้ำเสีย เสียงรบกวน มลพิษทางอากาศ และก๊าซเรือนกระจก โดยต้องควบคุมหรือ บำบัดก่อนปล่อยออกสู่ภายนอกตามกฎหมายและมาตรฐานสากล ทอท.คาดหวังให้คู่ค้าพิจารณานำแนวทางการปฏิบัติเหล่านี้ ทั้งการกำกับดูแลกิจการที่ดี การจ้างงานและ การเคารพสิทธิมนุษยชน และการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษ มาปรับใช้ในการดำเนินงานของคู่ค้า พร้อมส่งเสริมให้คู่ค้ามีแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานของตนเองตามความเหมาะสม ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และรับทราบ แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของคู่ค้าของ ทอท. และตกลงที่จะปฏิบัติ ตามแนวทางดังกล่าวนี้ในทุกประเด็นที่การดำเนินธุรกิจของบริษัทข้าพเจ้าเกี่ยวข้อง โดยจะแจ้งให้ลูกจ้างของบริษัท ที่เกี่ยวข้องทุกคนรับทราบรวมถึงเก็บข้อมูลซึ่งเป็นหลักฐานการปฏิบัติตามแนวทางนี้ไว้ และส่งมอบให้ตามที่ ทอท. ร้องขอ (ลงชื่อ). (................. (ประทับตราบริษัท) (คู่ค้าของ ทอท.) ..) ผนวก ฉ AOT บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล (Non-Disclosure Agreement: NDA) สายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 บันทึกข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูลฉบับนี้จัดทำขึ้นระหว่าง ผู้ให้สัญญา (นาย/นาง/นางสาว/บริษัท/หน่วยงาน).. ตำแหน่ง. หน่วยงาน. เลขประจำตัวประชาชน/เลขหนังสือเดินทาง/หมายเลขทะเบียนนิติบุคคล ที่อยู่ ผนวก ฉ เอกสารควบคุม : Internal Use รหัสเอกสาร : FM-1608010-003 Version : 6 วันที่บังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2567 หน้า (1) ของ (1) หน้า บันทึกข้อตกลงฉบับนี้ทำขึ้น ณ เมื่อวันที่ เดือน. .พ.ศ. ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า “ผู้ให้สัญญา” กับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เลขที่ 333 ถนนเชิดวุฒากาศ แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพ 10210 ซึ่งต่อไปในบันทึกข้อตกลงนี้เรียกว่า “ทอท.” โดย “ข้อมูลสารสนเทศ” ที่กล่าวถึงต่อไป ในบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ หมายถึง ข่าวสาร ข้อเท็จจริง ข้อมูลในรูปแบบใด ๆ หรือข้อมูลที่มีการประมวลผลใด ๆ ทั้งในเหตุการณ์ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของ ทอท. โดยที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงการไม่เปิดเผยข้อมูล ไว้ดังต่อไปนี้ 1. “ผู้ให้สัญญา” ตกลงถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ที่จะไม่เปิดเผย เผยแพร่ หรือกระทำการอื่นใด อันเป็นการละเมิด การรักษาความลับของ “ข้อมูลสารสนเทศ” เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก “ทอท.” เป็นลายลักษณ์อักษร 2. “ผู้ให้สัญญา” จะไม่ใช้ “ข้อมูลสารสนเทศ” เพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากขอบข่ายงานหรือภารกิจหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมายจาก “ทอท.” เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจาก “ทอท.” เป็นลายลักษณ์อักษร 3. “ผู้ให้สัญญา” จะไม่นำ “ข้อมูลสารสนเทศ” ทั้งหมด หรือบางส่วนไปดัดแปลง ทำซ้ำหรือนำไปจดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร หรือทรัพย์สินทางปัญญาในด้านอื่น ๆ เพื่อนำไปสู่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ 4. “ผู้ให้สัญญา” ตกลงยินยอมที่จะแจ้งและดำเนินการให้บุคลากรทุกคนของ “ผู้ให้สัญญา” หรือผู้รับเหมาช่วงของ “ผู้ให้สัญญา” ทราบ และถือปฏิบัติตามข้อตกลงฉบับนี้อย่างเคร่งครัด (ในกรณีที่ผู้ให้สัญญา ไม่ใช่พนักงานและลูกจ้าง ทอท.) 5. หาก “ผู้ให้สัญญา” หรือบุคลากรของ “ผู้ให้สัญญา” หรือผู้รับเหมาช่วงของ “ผู้ให้สัญญา” กระทำการฝ่าฝืนข้อตกลง ฉบับนี้จนเป็นเหตุให้ “ทอท.” หรือเจ้าของข้อมูลสารสนเทศ ได้รับความเสียหาย “ผู้ให้สัญญา” ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น และ/หรืออาจเกิดขึ้นในภายหลัง พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมในการดำเนินการตาม ข้อตกลงฉบับนี้ ให้กับ “ทอท.” และ/หรือผู้ที่ได้รับความเสียหาย และ/หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของ “ผู้ให้สัญญา” 6. บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้มีผลผูกพัน นับตั้งแต่วันที่ที่ระบุในบันทึกข้อตกลงนี้ เป็นต้นไป 7. ในกรณีที่ข้อตกลงข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามบันทึกข้อตกลงนี้ไม่สมบูรณ์หรือตกเป็นโมฆะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ความไม่สมบูรณ์หรือความเป็นโมฆะของข้อตกลงเช่นว่านี้ จะไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ของข้อตกลงในส่วนอื่นๆ 8. บันทึกข้อตกลงฯ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับและอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายไทย ผู้ให้สัญญา ทอท. (.. ..) (.. ..) ตำแหน่ง ตำแหน่ง พยาน (.. ..) ตำแหน่ง พยาน (.. ..) ตำแหน่ง ผนวก ช AOT แบบประเมินผลงานผู้รับจ้าง Vendor Evaluation Form สายงานเทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม ระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาตรฐาน ISO/IEC 27001:2022 แบบประเมินผล ผนวก ช เอกสารควบคุม : Internal Use รหัสเอกสาร : FM-1608010-011 เวอร์ชัน : 4 วันที่บังคับใช้ : 1 กรกฎาคม 2567 หน้า (1) ของ (1) หน้า ตามสัญญาจ้างเลขที่ จำนวนเงินค่าจ้าง ผู้รับจ้าง บาท กำหนดงานแล้วเสร็จ การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างตั้งแต่วันที่ วัน/ปี ตั้งแต่วันที่ ถึงวันที่ ถึง
ระดับผลงาน เกณฑ์การประเมิน ค่าความสำคัญ ระบุ 1-5 คะแนน 0-4 คะแนน 5-6 คะแนน 7-8 คะแนน 9-10
ปรับปรุง
พอใช้
ดี
ดีมาก
1. การวางแผนการดำเนินงาน
2. ความสมบูรณ์ และความพร้อมของทรัพยากร (วัสดุ อุปกรณ์)
3. ความสำเร็จของการดำเนินงาน
4. ความซื่อสัตย์ไว้วางใจได้ในการปฏิบัติงาน
5. ความรู้และความสามารถในการปฏิบัติงาน
6. ความตั้งใจในการปฏิบัติงาน / การปฏิบัติงานไม่สร้างปัญหา
7. ความสามารถในการแก้ปัญหา
8. ฐานะทางการเงิน
9. การปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของ ทอท.หรือ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวม
สรุปคะแนนประเมินที่ผู้รับจ้างได้รับทั้งสิ้น ( / ) = คะแนน ข้อเสนอแนะ ) ประธานคณะกรรมการ ตรวจรับพัสดุฯ กรรมการ ผู้ควบคุมงาน (........... ตำแหน่ง / กรรมการ กรรมการ ผู้รับการประเมิน ) เอกสารฉบับนี้เป็นทรัพย์สินของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) - เฉพาะพนักงานที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้ามทำการคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใด โดยไม่ได้รับอนุญาต การฝ่าฝืนถือเป็นความผิดตามกฎหมายและระเบียบคำสั่งของบริษัทฯ คะแนนถ่วงน้ำหนัก ค่าความสำคัญ (6) (1) ถึง (4) x (5)