จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recycling หนองคันนาใน-บ้านโนนมะยาง หมู่ที่ ๖(จุดไร่นายอำนาจ มีผิว)

องค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง 67129452436
฿9,719,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 สุรินทร์
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้เป็นการปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีตโดยวิธี Pavement In-Place Recycling บนถนนสายหนองคันนาใน – บ้านโนนมะยาง หมู่ที่ 6 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของถนน รวมถึงแก้ไขปัญหาผิวถนนชำรุดทรุดโทรม โครงการครอบคลุมพื้นที่ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ระยะทาง 2,100.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 10,500.00 ตารางเมตร โดยใช้วิธีการ Pavement In-Place Recycling ซึ่งเป็นการนำวัสดุผิวทางเดิมมาปรับปรุงและใช้ใหม่ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการจำนวน 1 ป้าย ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตามมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและข้อกำหนดที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียงกำหนด เพื่อให้การก่อสร้างมีคุณภาพและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ

English summary

This project involves the improvement of a para-rubber asphaltic concrete road surface using the Pavement In-Place Recycling method on the Nong Khanna Nai – Ban Non Mayang road, Moo 6, Tambon Ta Miang, Amphoe Phanom Dong Rak, Surin Province. The goal is to enhance the strength and extend the service life of the road, as well as address issues of deteriorated road surfaces. The project covers a road surface area of 5.00 meters wide and 0.05 meters thick, spanning a distance of 2,100.00 meters, or a total surface area of no less than 10,500.00 square meters. It utilizes the Pavement In-Place Recycling method, which involves improving and reusing existing road surface materials. Additionally, the project includes the installation of 1 public information sign. The contractor must adhere to the road work standards for local administrative organizations and the specifications set by the Ta Miang Sub-district Administration Organization to ensure the quality of construction and the achievement of the project’s objectives.

สถานที่ดำเนินการ

บ้านโนนมะยาง

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต
  • เพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของถนน
  • แก้ไขปัญหาผิวถนนชำรุดทรุดโทรม

ขอบเขตของงาน

  • ปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recycling
  • งานดินถมคันทาง (ถ้ามี)
  • งานชั้นรองพื้นทาง (ถ้ามี)
  • งานชั้นพื้นทาง (ถ้ามี)
  • งาน Prime Coat
  • งาน Tack Coat
  • งานแอสฟัลต์คอนกรีต
  • การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีตที่ได้รับการปรับปรุงด้วยวิธี Pavement In-Place Recycling กว้าง 5.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ระยะทาง 2,100.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 10,500.00 ตารางเมตร
  • ถนนที่ได้รับการปรับปรุงโครงสร้างทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT)
  • ถนนที่ได้รับการเสริมหินคลุกปรับระดับ (กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง)
  • การบ่มชื้นทาง (กรณีที่มีการผสมปูนซีเมนต์)
  • ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย
  • เส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มชื้นทางนั้นโดยพ่นน้ำลงไปบนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ผู้รับจ้างจะต้องมีประสบการณ์ในการทำงานก่อสร้างถนน
  • ผู้รับจ้างจะต้องมีเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับงานก่อสร้างถนน
  • ผู้รับจ้างจะต้องมีบุคลากรที่มีความรู้และประสบการณ์ในงานก่อสร้างถนน

เกณฑ์การพิจารณา

  • รายละเอียดตามเอกสารประกวดราคา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201-2545)
  • วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545)
  • วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545)
  • ยางแอสฟัลต์สำหรับ Prime Coat เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร ตาม มทช225-2545
  • ยางแอสฟัลต์สำหรับ Tack Coat เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร ตาม มทช227-2545
  • การปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อขึ้นทางเดิมทำให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับวัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH)

เงื่อนไขสัญญา

  • รายละเอียดตามเอกสารประกวดราคา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: วิธี Pavement In-Place Recycling คืออะไร?
    ตอบ: เป็นกระบวนการนำวัสดุผิวทางเดิมมาปรับปรุงและใช้ใหม่ เพื่อลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • ถาม: ต้องบ่มชื้นผิวนานเท่าไร หากมีการผสมปูนซีเมนต์ในการปรับปรุงผิวทาง?
    ตอบ: ต้องบ่มชื้นโดยพ่นน้ำบนผิวหน้าอย่างน้อย 7 วัน

  • ถาม: ต้องทดสอบกำลังรับแรงอัดของวัสดุผสมปูนซีเมนต์อย่างไร?
    ตอบ: เตรียมตัวอย่าง 3 ตัวอย่างต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม. บ่ม 7 วัน แช่น้ำ 2 ชั่วโมง ทดสอบตาม มทช (ท) 303-2545 โดยอนุโลม

  • ถาม: จะต้องซ่อมแซมหลุมที่เจาะเพื่อเก็บตัวอย่างอย่างไร?
    ตอบ: ทำความสะอาดหลุม Tack Coat แล้วปะซ่อมด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่อุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 องศาเซลเซียส ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง

  • ถาม: หินคลุกที่ใช้ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    ตอบ: ต้องเป็นหินโม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มณ306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80%

  • ถาม: ต้องควบคุมการจราจรอย่างไรระหว่างก่อสร้าง?
    ตอบ: จัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอ พร้อมติดตั้งป้ายจราจรและอุปกรณ์ควบคุม

  • ถาม: การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ต้องทำอย่างไร?
    ตอบ: ต้องทำการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทำการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง

  • ถาม: ต้องทำอย่างไรหากค่ากำลังแรงอัดต่ำกว่าที่กำหนด?
    ตอบ: ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนำตัวอย่างไปทดสอบกำลังรับแรงอัดใหม่

  • ถาม: ข้อกำหนดเรื่องความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต เป็นอย่างไร
    ตอบ: ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง

  • ถาม: ต้องบ่มผิวทางที่ผสมปูนซีเมนต์นานเท่าใด ก่อนเปิดการจราจร?
    ตอบ: ให้บ่มชื้นทางนั้นโดยพ่นน้ำลงไปบนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

อบต.ตาเมียง C C อ.พนมดงรั จ.สุรินทร์ โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recycling หนองคันนาใน – บ้านโนนมะยาง หมู่ที่6 (จุดไร่นายอำนาจ มีผิว) (แบบมาตรฐานงานทางสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-7-601, ทถ-7-603 และตามแบบแปลนที่องค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง กำหนด) ปริมาณงาน ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร หนา 0.05 เมตร ระยะทาง 2,100.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 10,500.00 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ จำนวน 1 ป้าย สถานที่ก่อสร้าง บ้านโนนมะยาง หมู่ที่6 ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง อำเภาพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ 1+ แผนที่โดยสังเขป แสดงจุดที่ตั้ง มาตราส่วน 1: 50,000 ชื่อโครงการ : โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recycling อบต.ตาเมยบ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ องค์การบริหารส่วน ตำบลตาเมียง หมู่ที่ 3 บ้านพนมดิน ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ชื่อโครงการ : โครงการปรับปรุงผิวจาจรถนนลาดยาง พาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place recycling หนองคันนาใน - บ้านโนนมะยา หนองคันนาใน-บ้านโนนมะยาง หมู่ที่6 (จุดไร่นายอำนาจ มีผิว) ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ หมู่ที่6 (จุดไร่นายอำนาจ มีผิว) ตำบลตาเมียง ปริมาณงาน ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง 2,100.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 10,500.00 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย สถานที่ก่อสร้าง : หมู่ที่6 บ้านโนนมะยาง ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ สำรวจ/เขียนแบบ : wind ผู้ช่วยนายช่างโยธา (นายกิตติชัย ขันทอง) -จุดดำเนินการก่อสร้าง ตรวจสอบ : (นายพัฒน์สรณ์ พินิจอักษร) ผู้อำนวยการกองช่าง เห็นชอบ (นางสาวตวดี ไชยแสนท้าว) หัวหน้าสำนักงานปลัด รักษาราชการแทน ปลัด อบต.ตาเมียง อนุมัติ : S (จ.ส.ต.ธวัชชัย รัตนสงคราม) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง แบบแสดง ผังบริเวณ แผ่นที่ 1 ภาพถ่ายทางอากาศ อบต.ตาเมยน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โครงการปรับปรุงผิวจราจรถนนลาดยางพาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place Recycling หนองคันนาใน-บ้านโนนมะยาง หมู่ที่6 (จุดไร่นายอำนาจ มีผิว) ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ องค์การบริหารส่วน ปริมาณงาน ผิวจราจรกว้าง 5.00 เมตร ระยะทาง 2,100.00 เมตร หรือมีพื้นที่ผิวจราจรไม่น้อยกว่า 10,500.00 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย หนองไฟไหม้ Mianwalid alll วิด จุดดำเนินการโครงการ วัดปราสาทตาเมือน ตำบลตาเมียง หมู่ที่ 3 บ้านพนมดิน ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ชื่อโครงการ : โครงการปรับปรุงผิวจาจรถนนลาดยาง พาราแอสฟัลท์ติกคอนกรีต โดยวิธี Pavement In-Place recycling หนองคันนาใน - บ้านโนนมะยาง หมู่ที่6 (จุดไร่นายอำนาจ มีผิว) ตำบลตาเมียง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ สำรวจ/เขียนแบบ : U: A (นายกิตติชัย ขันทอง) ผู้ช่วยนายช่างโยธา ตรวจสอบ : H (นายพัฒน์สรณ์ พินิจอักษร) ผู้อำนวยการกองช่าง เห็นชอบ : (นางสาวตวดี ไชยแสนท้าว) หัวหน้าสำนักงานปลัด รักษาราชการแทน ปลัด อบต.ตาเมียง อนุมัติ : S (จ.ส.ต.ธวัชชัย รัตนสงคราม) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลตาเมียง แบบแสดง ภาพถ่ายทางอากาศ แผ่นที่ 2 ข้อกำหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต 1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ และอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบ หรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท 3. งานดินถมคันทาง 3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 3.2 วัสดุที่จะทำการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ำตามจำนวนที่กำหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุ มีความชื้นสม่ำเสมอก่อนทำการบดอัดแน่น 3.3 การถมคันทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density 4. งานชั้นรองพื้นทาง 4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545) ซึ่งได้ผ่าน ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่ บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Modified Proctor Density 5. งานชิ้นพื้นทาง 5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545) ซึ่งได้ผ่านการ ทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด ให้นำวัสดุนั้นออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน 5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตำแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตำแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบ ทั้งหมดเหมือน General Test ได้ 5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 6. งาน Prime Coat มทช225-2545 6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร 6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก 7. งาน Tack Coot มทช227-2545 7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร 7.2 ก่อนที่จะทำการ Tack Coat จะต้องทำการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด 7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวชั้นต่อไป 8. งานแอสฟัลต์คอนกรีต 8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทำการ Prime Coat ตาม มทช225-2545 หรือ Tack Coat ตาม มทช227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน 8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Depression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแอ่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วน ที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชิ้นๆ หนาไม่เกินชิ้นละ 50 มิลลิเมตร 8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องชุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทำความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต 8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีคุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 °C 8.6 ทำการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1 ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (ท)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้ 8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกำหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ำเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหาย เกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้ 8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอย รื่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง 9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว 9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ำเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร 9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจำนวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และ นำมาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทำการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทำการเจาะก้อนตัวอย่าง เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density 9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทำความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทำการ Tack Coat ก่อนที่จะปะซ่อม ด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121 C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกำหนด 10. การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและ ควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำ ให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้าง กำหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน กรมทางหลวงชนบท แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) แบบเลขที่ ทถ-7-601 แผ่นที่ 100 3 1. ข้อกำหนดงานซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตโดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อจะทำการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้แผนการปฏิบัติงาน ภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานงานกับผู้ควบคุมงานเก็บตัวอย่างวัสดุภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาส่งหน่วยงานของทางราชการเพื่อทำการออกแบบ ส่วนผสมการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ และผู้รับจ้างจะต้องให้ข้อมูลในการสำรวจออกแบบ และรายละเอียดใดๆ ตามผู้ว่าจ้างกำหนด 3. ทำการขุดซ่อม (DEEP PATCH) เพื่อการแก้ไขโครงสร้างขึ้นทางเดิมที่ไม่แข็งแรง (SOFT SPOT) ตามแบบมาตราฐานงานแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม 4. กรณีที่โครงสร้างทางเสียรูป ทรุด หรือเป็นแอ่ง และแบบกำหนดให้ทำการเสริมหินคลุกปรับระดับ ให้ทำการเสริมหินคลุกปรับระดับและบดทับให้เรียบร้อยก่อนที่ จะทำการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ 5. ทำการปรับปรุงขึ้นทางเดิมในที่ โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING โดยใช้เครื่องจักรขุดตัดรื้อขึ้นทางเดิมทำให้ร่วนซุย พร้อมกับคลุกเคล้าให้เข้ากับ วัสดุที่ผสมเพิ่ม เช่น ปูนซีเมนต์หรือแอสฟัลต์หรือสารผสมเพิ่มอื่นใด แล้วบดทับให้ได้ความแน่นและมีค่ากำลังรับแรงอัด (UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH) ตามที่กำหนดในแบบ ในกรณีที่ใช้ปูนซีเมนต์ผสมเข้าไปในส่วนผสม จะต้องทำการบดทับให้แล้วเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมงนับจากเริ่มปูรีดออกมา 5.1 การทดสอบกำลังรับแรงอัด ให้เตรียมแห่งตัวอย่างทดสอบโดยการเก็บตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง จากทุกช่วงของการก่อสร้างที่มีพื้นที่ไม่เกิน 1,500 ตร.ม ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ด้วยการผสมปูนซีเมนต์ และให้ถือว่าตัวอย่างตัวแทน 3 ตัวอย่าง นี้เป็น 1 ชุดทดสอบ ภายหลังการบดอัดด้วย วิธีการทดลอง COMPACTION TEST แบบสูงกว่ามาตรฐาน ให้ดันตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ออกจากแบบและบ่มไว้ในถุงพลาสติก เพื่อป้องกันมิให้ตัวอย่างสูญเสียความชื้น เป็นระยะเวลานาน 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน ให้นำตัวอย่างทดสอบแต่ละชุด (3 ตัวอย่าง) ออกจากถุงพลาสติก แช่น้ำไว้นาน 2 ชั่วโมง จากนั้นจึงนำตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ไปทดสอบกำลังรับแรงอัดตามวิธีการทดลองที่ มทช (ท) 303-2545 ” วิธีการทดลอง หา UNCONFINED COMPRESSIVE STRENGTH ของดิน” โดยอนุโลม ค่ากำลังรับแรงอัดเฉลี่ยของวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ในช่วงงานก่อสร้างของแต่ละช่วงต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แท่งตัวอย่าง ที่มีกำลังรับแรงอัดต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในแบบได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของค่าที่กำหนด 5.2 การทดสอบช้ำหากค่ากำลังแรงอัดตามข้อ 5.1 ต่ำกว่าที่กำหนด ผู้รับจ้างอาจขอให้เจาะเก็บแท่งตัวอย่างช่วงที่เป็นปัญหาเพื่อนำตัวอย่างไปทดสอบ กำลังรับแรงอัดใหม่ ผลการทดสอบกำลังรับแรงอัดโดยเฉลี่ยของตัวอย่างทดสอบที่เจาะจากสนามจำนวน 3 ก้อน ที่อายุไม่เกิน 28 วัน จะต้องไม่น้อย กว่าร้อยละ 85 ของกำลังรับแรงอัดที่กำหนดไว้ในแบบ จึงจะถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ในช่วงนั้นใช้ได้ ทั้งนี้อนุญาตให้มี แห่งตัวอย่างที่มีกำลังรับแรงอัดต่ำกว่าร้อยละ 85 ของกำลังรับแรงอัดที่กำหนดได้ไม่เกิน 1 ก้อน แต่ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของค่าที่กำหนด ถ้าผลการทดสอบไม่ได้ตามที่กำาหนดนี้ ถือว่าการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์ใช้ไม่ได้ ผู้รับจ้างจะต้องทำการก่อสร้างโดยทำการ ปรับปรุงชั้นทางเดิม ในที่ซึ่งผสมปูนซีเมนต์อีกครั้งให้ได้มาตรฐานตามข้อกำหนด ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทดสอบซ้ำ และค่า ใช้จ่ายในการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ใหม่ให้ได้ตามข้อกำหนด 5.3 การทดสอบความแน่นของการบดอัดชั้นทาง ซึ่งได้จากการปรับปรุงชั้นทางเดิมโดยการผสมปูนซีเมนต์นั้น จะต้องทำการบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95 % MODIFIED PROCTOR DENSITY ที่ได้จากการทดลองตัวอย่างวัสดุมวลรวมผสมปูนซีเมนต์ ในห้องทดลองโดยทำการทดสอบพื้นที่ 450 ตารางเมตร ต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 5.4 ค่าใช้จ่ายในการสำรวจ การตรวจสอบ การออกแบบส่วนผสมการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบส่วนผสมใหม่ ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบรวมถึงผล ความเสียหายใด ๆ ในสนาม ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น 5.5 การบ่มและการเปิดการจราจร ในกรณีที่เป็นการปรับปรุงชั้นทางเดิมในที่ ซึ่งมีการผสมปูนซีเมนต์ หลังการก่อสร้างให้บ่มชื้นทางนั้นโดยพ่นน้ำลงไป บนผิวหน้าของชั้นทางเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื้นตลอดเวลาติดต่อกันนานอย่างน้อย 7 วัน นับจากวันที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและอนุญาตให้เปิดการจราจรได้ ตามปกติตลอดช่วงเวลาการบ่ม 6. PRIME COAT พื้นทางและพื้นไหล่ทาง ตาม มทช225-2545 7. ทำผิวทางและผิวไหล่ทางแบบ แอสฟัลต์คอนกรีต ตาม มทช230-2545 และตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง ลำดับ รายการ 1 หินคลุก 2 น้า 3 ปูนซิเมนต์ 4 PRIME COAT ข้อกำหนดในการซ่อมสร้างผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต ข้อกำหนด ต้องเป็นหินโม่รวม (CRUSHED ROCK SOIL AGGREGATE TYPE BASE ) ตาม มณ306-2550 ค่า LL. ต้องไม่มากกว่า 25 ค่า PI. ไม่มากกว่า 6% ค่าความลึกหรอไม่มากกว่า 40% มีค่า CBR. ไม่น้อยกว่า 80% ต้องสะอาดปราศจากสารต่างๆ เช่น เกลือ น้ำมัน กรด ด่าง และอินทรีย์วัตถุ หรือสารอื่นใดที่อาจจะเป็นอันตรายต่อคุณภาพของวัสดุที่ผสม มาตรฐานผลิตภัณอุตสาหกรรม มอก. 15 : มาตรฐานปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ อ้างถึง " มาตรฐานงานไพร์มโคท” มณ308-2550 5 ผิวทางและไหล่ทาง อ้างถึง " มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต ” มณ 313-2550 6. เส้นแบ่งทิศทางจราจร อ้างถึง” แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ” หมายเหตุ 1. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิตและด้านโครง สร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดำเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 2. ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ในแบบอาจจะกำหนดให้ทำการตอนใดก็ได้ตามความ เหมาะสม และอาจให้ทำการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการหรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทำการเพิ่มบริเวณทางแยกสาธารณะทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ ของผู้ควบคุมงาน 3. ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสมทั้ง นี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 4. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง 6. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจรหลักกันโค้งหลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทำให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย กรมทางหลวงชนบท แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานซ่อมสร้างผิวทางแอนกิลดคอนกรีต โดยวิธี PAVEMENT IN-PLACE RECYCLING (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) แบบเลขที่ ทถ-7-6035 แผ่นที่ 102 4 เขตทาง 0.00 3.00 2:1 1:1 0.50: 1 0.25: 1 อัตราส่วนในตารางเป็น แนวราบ : แนวดิ่ง เขียนแบบ ผู้ออกแบบ کہ หัวหน้าหน่วยออกแบบ อนุมัติ ผู้อำนวยการกลุ่มออกแบบ แผ่นที่ 14 แบบเลขที่ ถน-503/61 อธิบดี A5 ผู้อำนวยการสำนักฯ HEIGHT OF FILL OR CUT (Μ.) FILL SLOPE CUT SLOPE REMARK EARTH EARTH SOFT ROCK HARD ROCK แบบมาตรฐาน ถนน ASPHALT CONCRETE ตารางแนะนำค่า (CUT SLOPE)และ (FILL SLOPE) รูปตัดการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิม งานตัด ได้แก่ (งานตัดดิน, งานตัดหินผุ, งานตัดหินแข็ง และงานตัดอื่นๆ) ระดับผิวจราจรเดิม S1 -ดินตัด -ดินถม ลิขสิทธิ์ข กรมทางหลวงชนบท สํานักสำรวจและออกแบบ growth rate of 4% are considered ดินเดิมหรือดินคันทางเดิม ผิว ASPHALT ปริมาณจราจร วัสดุคัดเลือก วัสดุรองพื้นทาง วัสดุพื้นทาง รอยละของ (CBR) CONCRETE (เซนติเมตร) คันต่อวัน (ADT) (เมตร) (เมตร) (เมตร) รถบรรทุกหนัก(Truck)
ดินเดิมหรือคืนคันทางเดิม ผิว ASPHALT ปริมาณจราจร (คันต่อวัน (ADT)) วัสดุคัดเลือก (รอยละของ CBR) วัสดุรองพื้นทาง (เมตร) วัสดุพื้นทาง (เมตร)
< 3500 0.20 0.25
3501-5000 0.20 0.25
5001-7000 0.20 0.25
ดินเดิมหรือคืนคันทางเดิม ผิว ASPHALT ปริมาณจราจร (คันต่อวัน (ADT)) วัสดุคัดเลือก (รอยละของ CBR) วัสดุรองพื้นทาง (เมตร) วัสดุพื้นทาง (เมตร)
< 1000 0.20 0.20
1001-1750 0.20 0.20
1751-2500 0.20 0.20
2501-3500 0.20 0.25
graph TD A[ระดับผิวจราจรเดิม] --> B(ดินตัด); A --> C(ดินถม); B --> D(ไหล่ทาง); C --> E(ไหล่ทาง); D -.-> F[ระดับดินเดิม]; E -.-> F;
ภาพนี้แสดงชุดของป้ายจราจรต่าง ๆ ซึ่งมีรูปร่างและสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน สีพื้นหลังและสีของสัญลักษณ์แตกต่างกันตามประเภทของป้ายแต่ละป้าย ป้ายเหล่านี้มีขนาดรูปร่างที่แตกต่างกันเพื่อการระบุข้อมูลต่าง ๆ และทำจากวัสดุที่สะท้อนแสงได้ดีเพื่อความปลอดภัยในการจราจรบนท้องถนน

บ-1 หยุด
บ-2 ให้ทาง
บ-3 ให้รถสวนทางมาก่อน
บ-4 ห้ามแข่ง
บ-5 ห้ามเขา
บ-6 ห้ามกลับรถไปทางขวา
บ-7 ห้ามกลับรถไปทางซ้าย
บ-8 ห้ามเลี้ยวซ้าย
บ-9 ห้ามเลี้ยวขวา
บ-10 ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางซ้าย
บ-11 ห้ามเปลี่ยนช่องเดินรถไปทางขวา
บ-12 ห้ามเลี้ยวขวาหรือกลับรถ
บ-13 ห้ามเลี้ยวซ้ายหรือกลับรถ
บ-14 ห้ามรถยนต์
บ-15 ห้ามรถบรรทุก
บ-16 ห้ามรถจักรยานยนต์
บ-17 ห้ามรถพ่วง
บ-18 ห้ามรถยนต์สามล้อ
บ-19 ห้ามรถสามล้อ
บ-20 ห้ามรถจักรยาน
บ-21 ห้ามล้อเลื่อนลากเข็น
บ-22 ห้ามรถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร
บ-23 ห้ามเกวียน
บ-24 ห้ามรถจักรยานยนต์และรถยนต์
บ-25 ห้ามรถจักรยาน รถสามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็น
บ-26 ห้ามรถจักรยานยนต์และรถยนต์สามล้อ
บ-27 ห้ามใช้เสียง
บ-28 ห้ามคน
บ-29 ห้ามจอดรถ
บ-30 ห้ามหยุดรถ
บ-31 หยุดตรวจ
บ-32 จำกัดความเร็ว
บ-33 ห้ามรถหนักเกินกำหนด
บ-34 ห้ามรถกว้างเกินกำหนด
บ-35 ห้ามรถสูงเกินกำหนด
บ-36 ห้ามรถยาวเกินกำหนด
บ-37 ให้เดินรถทางเดียว
บ-38 ทางเดินรถทางเดียวไปทางซ้าย
บ-39 ทางเดินรถทางเดียวไปทางขวา
บ-40 ให้ชิดชาย
บ-41 ให้ชิดขวา
บ-42 ให้ไปทางซ้ายหรือทางขวา
บ-43 ให้เลี้ยวซ้าย
บ-44 ให้เลี้ยวขวา
บ-45 ให้เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา
บ-46 ให้ตรงไปหรือเลี้ยวซ้าย
บ-47 ให้ตรงไปหรือเลี้ยวขวา
บ-48 วงเวียน
บ-49 ช่องเดินรถประจำทาง
บ-50 ช่องเดินรถมวลชน
บ-51 ช่องเดินรถจักรยานยนต์
บ-52 ช่องเดินรถจักรยาน
บ-53 ห้ามแซง
บ-54 ให้ใช้ความเร็ว
บ-55 สุดเขตบังคับ








ขนาดป้ายจราจร
234
R
เว้นขอบป้าย สีเหลืองสะท้อนแสง
เส้นขอบป้าย สีดำไม่สะท้อนแสง
พื้นป้าย สีเหลืองสะท้อนแสง
เครื่องหมาย สีดำไม่สะท้อนแสง
มิติเป็นเซ็นติเมตร
A B C DEFGHJKLMNP
45 1 1.5 13 13.5 1 1.24 7.5
60 1.5 2 2 15 18 1 1.5 10
75 1.75 2.5 22 22 1.5 2 12.5
90 2 3 26 27 2 2.5 15
OR
15 11.75 8.5 4 3.25 5 6.5 15.5
20 15.5 11 5.5 4.5 6.5 9 20
25 19.5 14 7 5.5 8 11 26
30 23.5 17 8 6.5 10 13 31
3,4

B C D E F G H I J K
45 1 1.5 13 4.5 5.5 6.5 14.5 9.25 4.5 1.5
60 1.5 2 18 6 7.5 9 19 12.5
75 1.75 2.5 22 8 9 11 24 15.5
90 2 3 26 9 11 13 29
ABCDEFGHJKLMNPQRSTU
4511.521.551317.56.
601.522971811092.567.520
... (more tables)
... (more text and tables) ... (more text and tables) ... (more text and tables) graph LR A[สลักเกลียวพร้อมน็อต] --> B(โครงเหล็กกล่อง); A --> C(เสาป้าย); ... (more diagrams and text)