ประกวดราคาจ้างดำเนินงานตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบสารสนเทศ (Vulnerability Assessment and Penetration Testing) พร้อมจัดฝึกอบรมการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Awareness Cyber Security)
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงของระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) โดยใช้วิธีการตรวจสอบช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) และทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing) ทั้งภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงการจำลองการโจมตีแบบ Phishing นอกจากนี้ ยังมีการจัดฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Awareness Cyber Security) ให้กับเจ้าหน้าที่ สศช. เพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างจะต้องนำเสนอแนวทางแก้ไขและป้องกันการโจมตี รวมถึงจัดทำรายงานผลการดำเนินงานและให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาตลอด 24 ชั่วโมง
English summary
This project aims to hire experts to conduct vulnerability assessments and penetration testing of the National Economic and Social Development Council’s (NESDC) information systems, including internal and external networks, information systems, and websites. The project includes risk analysis, test result reporting, and cybersecurity awareness training for NESDC staff to enhance the security of NESDC’s information systems in accordance with established standards. The contractor shall propose solutions and prevent attacks, including report project progress and provide 24 hours support to resolve the vulnerabilities.
ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ
ผู้ชนะการประมูล (1)
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้วยวิธีการหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ของระบบเครือข่ายภายใน เครือข่ายภายนอก เครือข่ายไร้สาย และระบบงานสารสนเทศ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
- เพื่อทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing) ของระบบเครือข่ายภายใน เครือข่ายภายนอก เครือข่ายไร้สาย และระบบสารสนเทศ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
- เพื่อจัดทำการซ้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบของการทำ Phishing Simulation Test
- เพื่อเสนอแนะแนวทางและวิธีเพิ่มประสิทธิภาพและป้องกันการโจมตีจากผู้บุกรุก ทั้งระบบเครือข่ายภายใน เครือข่ายภายนอก เครือข่ายไร้สาย และระบบงานสารสนเทศ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน
- เพื่อสร้างการรับรู้และให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Awareness Cyber Security) ให้กับเจ้าหน้าที่ สศช.
ขอบเขตของงาน
- ดำเนินการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้วยวิธีตรวจสอบหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ของระบบเครือข่ายใน เครือข่ายภายนอก และระบบงานสารสนเทศ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งระบบเว็บไซต์ (Web Application Penetration Testing) แบบ Black-Box บนระบบ https://www.nesdc.go.th ตามรูปแบบการทดสอบ (Framework) เช่น Open Web Application Security Project (OWASP)
- จัดทำเอกสารรายงานการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้วยวิธีตรวจสอบหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment)
- ดำเนินการทดสอบการเจาะระบบจากภายนอก (External Penetration Testing) ของหมายเลขไอพี (IP Address) หรือระบบสารสนเทศที่เข้าถึงได้จากภายนอกของสำนักงานฯ แบบ Black-Box โดยครอบคลุมจำนวนเป้าหมาย 30 หมายเลขไอพี (IP Address)
- จัดทำเอกสารรายงานผลการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing)
- จัดฝึกอบรมการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Awareness Training) ให้กับเจ้าหน้าที่ สศช. อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ในรูปแบบ Onsite และ Online ครั้งละไม่น้อยกว่า 50 คน
- ดำเนินการทำการซ้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบของการทำ Phishing Simulation Test อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 50 คน
- การดำเนินงานของผู้รับจ้างต้องไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายต่อระบบงานของผู้ว่าจ้าง
- ผู้รับจ้างจะดำเนินการจัดการประชุมเพื่อรายงานการดำเนินการและความคืบหน้าของโครงการต่อผู้ว่าจ้างภายในสัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน
- ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางในการติดต่อและให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของระบบและการปิดช่องโหว่ที่ตรวจพบแบบ 7x24
- ขอบเขตการดำเนินงานในครั้งนี้ ไม่รวมถึงการแก้ไขปัญหาของระบบและการปิดช่องโหว่ที่ตรวจพบ
- ผู้รับจ้างต้องเก็บรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ และลงนามใน “สัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ NDA (non-Disclosure Agreement)” พร้อมสัญญาจ้าง
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- USB Flash Drive จำนวน 1 ชุด ที่บรรจุไฟล์อิเล็กทรอนิกส์รายงานการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้วยวิธีตรวจสอบหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ในรูปแบบ DOC และ PDF
- USB Flash Drive จำนวน 1 ชุด ที่บรรจุไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เอกสารรายงานผลการทดสอบการเจาะระบบ (Penetration Testing) ในรูปแบบ DOC และ PDF
- หลักฐานการฝึกอบรมการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Awareness Training) ให้กับเจ้าหน้าที่ สศช.
- หลักฐานการซ้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบของการทำ Phishing Simulation Test
ระยะเวลาดำเนินการ
ผู้รับจ้างต้องทำการส่งมอบงานตามขอบเขตของงานฯ ที่กำหนดให้เรียบร้อย ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยมีรายละเอียดการส่งมอบงานดังนี้:
- ภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา: ส่งมอบ USB Flash Drive ที่บรรจุไฟล์อิเล็กทรอนิกส์รายงานการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงฯ
- ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา: ส่งมอบ USB Flash Drive ที่บรรจุไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เอกสารรายงานผลการทดสอบการเจาะระบบฯ
- ภายใน 180 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา: ส่งมอบหลักฐานการฝึกอบรมฯ และหลักฐานการซ้อมรับมือฯ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (สำหรับนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี)
- กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการ
- ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีบุคลากรที่เป็นผู้จัดการโครงการ ซึ่งมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในการเป็นผู้จัดการโครงการ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ มี Certificate ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ Certified Information Systems Security Professional: CISSP หรือ Certified Information Security Manager: CISM หรือ CREST Certified Infrastructure Tester: CCT INF หรือ CREST Fellowship จำนวน 1 คน
- ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับถึงวันที่ยื่นข้อเสนอ มี Certificate ด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ CREST Registered Penetration Tester: CRT PEN หรือ CREST Practitioner Security Analyst: CPSA และมี Certificate ด้านการละเมิดความมั่นคงปลอดภัยอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ Offensive Security Certified Expert: OSCE หรือ Offensive Security Certified Professional: OSCP จำนวน 1 คน
- ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีผลงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตรวจสอบช่องโหว่และทดสอบเจาะระบบสารสนเทศ (Vulnerability Assessment and Penetration Testing) หรือที่เกี่ยวข้อง ในวงเงินไม่น้อยกว่า 400,000 บาท (สี่แสนบาทถ้วน) อย่างน้อย 2 ผลงาน โดยผลงานดังกล่าวเป็นผลงานภายในระยะเวลา 3 ปี นับจากวันที่งานแล้วเสร็จถึงวันที่ยื่นเอกสารประกวดราคา และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หน่วยงานอื่นของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานเอกชนที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเชื่อถือ
เกณฑ์การพิจารณา
สำนักงานฯ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยสำนักงาน จะพิจารณาจากราคารวม
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้วยวิธีตรวจสอบหาช่องโหว่ (Vulnerability Assessment) ต้องครอบคลุมระบบเครือข่ายใน เครือข่ายภายนอก และระบบงานสารสนเทศ ที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งระบบเว็บไซต์ (Web Application Penetration Testing) แบบ Black-Box บนระบบ https://www.nesdc.go.th ตามรูปแบบการทดสอบ (Framework) เช่น Open Web Application Security Project (OWASP)
- การทดสอบการเจาะระบบจากภายนอก (External Penetration Testing) ต้องครอบคลุมจำนวนเป้าหมาย 30 หมายเลขไอพี (IP Address)
เงื่อนไขสัญญา
- สำนักงานฯ จะชำระเงินเมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามขอบเขตของงานฯ ที่กำหนด โดยแบ่งชำระเป็น 3 งวด
- งวดที่ 1 จำนวนร้อยละ 30 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการส่งมอบตามข้อ 5.1.1 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ 2 จำนวนร้อยละ 50 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการส่งมอบตามข้อ 5.1.2 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- งวดที่ 3 จำนวนร้อยละ 20 ของมูลค่าตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างได้ทำการส่งมอบตามข้อ 5.1.3 และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว
- กำหนดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้างนั้น แต่จะต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 100 บาท
- ราคาที่เสนอจะต้องเสนอกำหนดยืนราคาไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันยื่นข้อเสนอ
- ผู้รับจ้างต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่จะใช้ในงานจ้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศโดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานจ้างทั้งหมดตามข้อตกลง
- คู่สัญญาต้องจัดทำแผนการทำงานมาให้ภายใน 30 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
Q: โครงการนี้มีเป้าหมายหลักอะไร?
- A: เป้าหมายหลักของโครงการคือการประเมินความเสี่ยงและเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของระบบสารสนเทศของ สศช. ผ่านการตรวจสอบช่องโหว่, ทดสอบเจาะระบบ, และฝึกอบรมให้ความรู้แก่บุคลากร
-
Q: ขอบเขตการทำงานของการทดสอบเจาะระบบครอบคลุมถึงส่วนใดบ้าง?
- A: ขอบเขตการทำงานครอบคลุมถึงการทดสอบเจาะระบบจากภายนอก (External Penetration Testing) ของหมายเลขไอพี (IP Address) หรือระบบสารสนเทศที่เข้าถึงได้จากภายนอกของสำนักงานฯ แบบ Black-Box โดยครอบคลุมจำนวนเป้าหมาย 30 หมายเลขไอพี
-
Q: ผู้รับจ้างต้องทำอะไรบ้างในการฝึกอบรม Awareness Cyber Security?
- A: ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมการสร้างความตระหนักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Awareness Training) ให้กับเจ้าหน้าที่ สศช. อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ในรูปแบบ Onsite และ Online ครั้งละไม่น้อยกว่า 50 คน
-
Q: การซ้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Phishing Simulation Test) ต้องทำอย่างไร?
- A: ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทำการซ้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในรูปแบบของการทำ Phishing Simulation Test อย่างน้อยจำนวน 1 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 50 คน
-
Q: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบอะไรบ้างเมื่อสิ้นสุดโครงการ?
- A: ผู้รับจ้างต้องส่งมอบรายงานการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง, รายงานผลการทดสอบเจาะระบบ, หลักฐานการฝึกอบรม, และหลักฐานการซ้อมรับมือกับภัยคุกคาม
-
Q: หากระบบของ สศช. ได้รับความเสียหายจากการดำเนินงานของผู้รับจ้าง ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ?
- A: หากมีความเสียหายใด ๆ อันเกิดจากการดำเนินการของผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น รวมถึงต้องทำให้ระบบงานที่เสียหายกลับใช้งานได้เป็นปกติดังเดิมโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ
-
Q: ผู้รับจ้างต้องรายงานความคืบหน้าของโครงการบ่อยแค่ไหน?
- A: ผู้รับจ้างจะดำเนินการจัดการประชุมเพื่อรายงานการดำเนินการและความคืบหน้าของโครงการต่อผู้ว่าจ้างภายในสัปดาห์ที่ 2 ของทุกเดือน อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งสิ้นสุดการปฏิบัติงานตามสัญญา
-
Q: ผู้รับจ้างต้องให้การสนับสนุนด้านเทคนิคอย่างไร?
- A: ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางในการติดต่อและให้การสนับสนุนในการแก้ไขปัญหาของระบบและการปิดช่องโหว่ที่ตรวจพบแบบ 7x24
-
Q: ขอบเขตงานนี้ครอบคลุมถึงการแก้ไขช่องโหว่ที่ตรวจพบหรือไม่?
- A: ขอบเขตการดำเนินงานในครั้งนี้ ไม่รวมถึงการแก้ไขปัญหาของระบบและการปิดช่องโหว่ที่ตรวจพบ
-
Q: ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับบุคลากรอย่างไร?
- A: ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีบุคลากรที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ตามที่กำหนด เช่น ผู้จัดการโครงการที่มีประสบการณ์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และมี Certificate ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์