จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด เสริมผิวถนนเดิมที่ชำรุดโดยใช้วัสดุผสมแอสฟัลท์ ผิวจราจร กว้าง 6.00 เมตร ยาว 545.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,270 ตารางเมตร องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์

องค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำลัด 67129186000
฿1,320,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 20 ก.พ. 2568 นครสวรรค์
รายละเอียดการจ้าง

โครงการดูแลบำรุงรักษาถนนนี้ มุ่งเน้นการปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่หมู่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ โครงการนี้มีขอบเขตงานครอบคลุมการเสริมผิวถนนเดิมที่เสียหายด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต โดยมีขนาดความกว้าง 6.00 เมตร ความยาว 545.00 เมตร และความหนา 0.05 เมตร คิดเป็นพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,270 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังรวมถึงการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการจำนวน 1 ป้าย ผู้รับจ้างจะต้องใช้วัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างซึ่งผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% ของมูลค่าพัสดุทั้งหมด และใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90% ของปริมาณเหล็กทั้งหมดตามสัญญา โครงการนี้เริ่มต้น ณ พิกัด N 15°43’ 42.98" E100°44’ 7.45" และสิ้นสุด ณ พิกัด N 15°43′ 58.73" E100°44'14.78"

English summary

This project aims to maintain the road by improving the existing damaged reinforced concrete road surface in Moo 9, Wang Nam Lat Sub-district, Phaisali District, Nakhon Sawan Province. The scope of work includes resurfacing the damaged road with asphalt concrete, with a width of 6.00 meters, a length of 545.00 meters, and a thickness of 0.05 meters, covering an area of not less than 3,270 square meters. Additionally, it includes the installation of one project public relations sign. The contractor must use materials or equipment for construction that are produced domestically, accounting for at least 60% of the total value of materials, and use domestically produced steel for at least 90% of the total steel quantity under the contract. The project starts at coordinates N 15°43’ 42.98" E100°44’ 7.45" and ends at coordinates N 15°43′ 58.73" E100°44'14.78".

สถานที่ดำเนินการ

หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่ชำรุด
  • เสริมผิวถนนด้วยแอสฟัลต์คอนกรีต

ขอบเขตของงาน

  • ปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็กเดิมที่ชำรุดโดยใช้วัสดุผสมแอสฟัลท์
  • เสริมผิวถนนแอสฟัลต์คอนกรีต ผิวจราจรกว้าง 6.00 เมตร ยาว 545.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,270 ตารางเมตร
  • ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย
  • การเตรียมผิวทาง
    • ทำ DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชำรุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง
    • ถ้าผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชำรุดเสียหายแต่ไม่สึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทำ SKIN PATCHING ให้เรียบร้อยเสียก่อน
    • ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว
    • ทำ TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง
    • ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต
    • ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง
  • ข้อกำหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ตามเอกสาร)
  • งานดินถมคันทาง
  • งานชั้นรองพื้นทาง
  • งานชิ้นพื้นทาง
  • งาน Prime Coat
  • งาน Tack Coot
  • งานแอสฟัลต์คอนกรีต
  • การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว
  • การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • การตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Point) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic)

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ผิวถนนแอสฟัลต์คอนกรีตที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด
  • ป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 1 ป้าย

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ไม่ระบุระยะเวลาใน TOR

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements: ไม่ระบุ
  • Standards Compliance:
    • วัสดุ: มาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201-2545), มาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545), มาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545), มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช230-2545, มาตรฐานงานแทคโคท " มทช227-2545, มาตรฐานงาน Prime Coat มทช225-2545, มาตรฐาน มอก. 415-2541, มอก.642-2530, มอก. 542, มอก. 543
  • Experience: ไม่ระบุ
  • Previous Project Cost: ไม่ระบุ
  • Technical Capabilities:
    • เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทำงาน
  • Personnel: ไม่ระบุ

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ระบุ

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวถนนแอสฟัลต์คอนกรีต กว้าง 6.00 เมตร ยาว 545.00 เมตร หนา 0.05 เมตร
  • การใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศอย่างน้อย 60% และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศอย่างน้อย 90%
  • การเตรียมผิวทาง (DEEP PATCHING, SKIN PATCHING, TACK COAT, etc.)
  • การตีเส้นจราจรบนผิวทาง
  • การใช้วัสดุและมาตรฐานตามที่กำหนดในเอกสาร (มทช, มอก)

เงื่อนไขสัญญา

  • ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วันหลังลงนามในสัญญา
  • ผู้รับจ้างต้องประสานงานส่งวัสดุภายใน 15 วันหลังลงนามในสัญญา
  • การจ่ายเงิน, การปรับ, ระยะเวลาการส่งมอบงาน - ไม่ระบุ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • Q: โครงการนี้ใช้วัสดุอะไรในการเสริมผิวถนน?
    A: โครงการนี้ใช้แอสฟัลต์คอนกรีตในการเสริมผิวถนน
  • Q: ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุภายในประเทศในสัดส่วนเท่าไหร่?
    A: ผู้รับจ้างต้องใช้วัสดุที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 60% และเหล็กที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่า 90%
  • Q: การเตรียมผิวทางก่อนเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตต้องทำอย่างไรบ้าง?
    A: ต้องทำ DEEP PATCHING, SKIN PATCHING, ปรับระดับผิวทาง, ทำ TACK COAT, ทำผิวไหล่ทาง, และทำผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต
  • Q: มีการกำหนดมาตรฐานสำหรับวัสดุที่ใช้ในโครงการนี้หรือไม่?
    A: มีการกำหนดมาตรฐานสำหรับวัสดุหลายประเภท เช่น ดินถมคันทาง, รองพื้นทาง, พื้นทางหินคลุก, แอสฟัลต์คอนกรีต, และอื่นๆ ตามมาตรฐาน มทช และ มอก
  • Q: โครงการนี้มีการติดตั้งป้ายอะไรบ้าง?
    A: โครงการนี้มีการติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ 1 ป้าย

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

อบต. วังน้ำลัด อไพศาลี จ.นครสวรรค โครงการดูแลบำรุงรักษาถนน กิจกรรมปรับปรุงผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ เสริมผิวถนนเดิมที่ชำรุดโดยใช้วัสดุผสมแอสฟัลท์ ผิวจราจร กว้าง 6.00 เมตร ยาว 545.00 เมตร หนา 0.05 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 3,270 ตารางเมตร ตามองค์การบริหารส่วนตำบลวังน้ำลัด กำหนด พร้อมติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ จำนวน 1 ป้าย หมายเหตุ ให้คู่สัญญาต้องใช้พัสดุประเภทวัสดุหรือครุภัณฑ์ที่ใช้ในงานก่อสร้างเป็นพัสดุที่ผลิตภายในประเทศ โดยต้องใช้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของมูลค่าพัสดุที่จะใช้ในงานก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา -ให้คู่สัญญาต้องใช้เหล็กที่ผลิตภายในประเทศ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของปริมาณเหล็กที่ต้องทั้งหมดตามสัญญา ลวกรโยธา ชานาญากร จุดเริ่มต้น ค่าพิกัด จุดเริ่มต้น N 15°43' 42.98" จุดสิ้นสุด N 15°43′ 58.73" E100°44' 7.45" E100°44'14.78" ตรงการดูแลบำรุงรักษาถนน กิจกรรมปรับปรุงผิว สำรวจ รีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศา นครสวรรค์ แผนที่แสดงที่ตั้งโครงการ ตรวจ นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน Google earth 100 นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงานรักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองช่าง เห็นชอบ นายอภิวัฒน์ ยอดทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล จุดสิ้นสุด อนุมัติ ลวกรโบอา ทํานาญการ นายสุขวัตร์ ถาวรชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล จุดสิ้นสุดโครงการ กม.0+545.00 แบบ โครงการดูแลบำรุงรักษาถนน กิจกรรมปรับปรุงผิว เนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี หวัดนครสวรรค์ พื้นที่ปรับปรุงผิวถนน กว้าง 6.00 ม. ยาว 545.00 ม. สำรวจ นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน ตรวจ สถานีอนามัย บ้านเขาดิน สระน้ำ ศูนย์พัฒนา เด็กเล็ก บ้านเขาดิน นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองช่าง เห็นชอบ นายอภิวัฒน์ ยอดทอง จุดเริ่มต้นโครงการ กม.0+000.00 ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล โรงเรียนบ้านเขาดิน Ν. ป่านาญการ แบบผังบริเวณ SCALE NOT TO SCALE อนุมัติ นายสุขตร์ ถาวรชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แบบ โครงการดูแลบำรุงรักษาถนน กิจกรรมปรับปรุงผิว นนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ที่ 9 ตำบลวังน้ำลัด อำเภอไพศาลี หวัดนครสวรรค์ 6.00 3.00 3.00 SLOPE 十 E แบบรูปตัดโครงสร้างทาง SCALE สำรวจ นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน NOT TO SCALE ตรวจ SLOPE นายธนากร ชุติมานันท์ นายช่างโยธาชำนาญงาน รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองช่าง ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตหนา 0.05 ม. TACK COAT ผิวทางเดิม พื้นคอนกรีตโครงสร้างทางเดิม หนา 0.15 ม. เห็นชอบ อนุมัติ นายอภิวัฒน์ ยอดทอง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล นายสุชวัตร์ ถาวรชาติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ระดับดินเดิม SIDE SLOPE ● รูปตัดโครงสร้างทาง 1 ระดับลินเดิม SIDE SLOPE ไหล่ทาง www.yuraνιαι Slope Slope ผิวจราจร لي ผิวจราจร لن ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ไหล่ทางเดิม ไหล่ทางลาดยางเดิม Slopen Slope SIDE SLOPE ทําผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา TACK COAT ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเดิม ไหดีทาง SIDE SLOPE ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต ทํา Tack Coat ผิวทางเดิม โครงสร้างทางเติม รายการประกอบแบบ 1. ทำ DEEP PATCHING ผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมที่ชำรุดเสียหายจนถึงชั้นโครงสร้างทาง 2. ถ้าระดับผิวทางและผิวไหล่ทางเดิมไม่ดีชำรุดเสียหายแต่ไม่สึกถึงโครงสร้างทาง ให้ทำ SKIN PATCHING ให้เรียบร้อยเสียก่อน 3. ปรับระดับผิวทางและผิวไหล่ทางให้เรียบมีระดับเสมอกับบริเวณอื่น ก่อนที่จะเสริมผิว 4. ทํา TACK COAT ผิวทางและผิวไหล่ทาง 5. ทำผิวไหล่ทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต 6. ทำผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีตและตีเส้นแบ่งทิศทางจราจรและเส้นขอบทาง 7. รายละเอียดตามรูปตัดโครงสร้างทาง สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในด้านเรขาคณิต และด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสมกับสภาพทางที่จะดำเนินการ ทั้งนี้ให้อยู่ ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 8. ภายในระหว่างหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ในแบบ อาจจะกำหนดให้ทำการตอนใด ก็ได้ตามความเหมาะสม และอาจจะให้ทำการเพิ่มบริเวณทางเชื่อมเข้าสถานที่ราชการ หรืออาคารสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลวง หรือทำการเพิ่มบริเวณทางแยก เพื่อ ให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนด ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน 9. ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายในสายทาง ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ว่าจ้าง 10. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 7,8 และ ข้อ 9 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ 11. ความหนาของผิวทางแบบแอสฟัลต์คอนกรีต จะกำหนดในแบบแต่ละสายทาง 12. งานไหล่ทางจะกำหนดในแบบแต่ละสาย 13. งานซ่อมแซมและทาสีใหม่ หรืองานจัดทำติดตั้งเครื่องหมายจราจร หลักกันโค้ง หลักกิโลเมตรและ GUARD RAIL จะกำหนดไว้ในแบบแต่ละสายทางซึ่งต้องจัดทำให้อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย หมายเหตุ แบบงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีตปรับปรุงจากแบบมาตรฐานงานบำรุงรักษาทาง แบบที่3(มฐ. บร.3/2546) และแบบที่ 3.2(มฐ. บร. 3.2/2546) ของกรมทางหลวงชนบท รูปตัดโครงสร้างทาง 2 ลำดับที่ รายการ 1 ไหล่ทาง แอสฟัลต์คอนกรีต อ้างถึง 2 ผิวทาง แอสฟัลต์คอนกรีต อ้างถึง 3 TACK COAT อ้างถึง 4 การตีเส้นจราจรบนผิวทาง อ้างถึง ข้อกำหนดงานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต ข้อกำหนด มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช230-2545 มาตรฐานงานแอสฟัลต์คอนกรีต มทช230-2545 มาตรฐานงานแทคโคท " มทช227-2545 แบบมาตรฐานเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง " ทถ-3-110(1) 110(4) แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเสริมผิวแอสฟัลต์คอนกรีต แบบเลขที่ ทถ-7-201 แผ่นที่ 94 ข้อกำหนดงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต 1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อผู้ว่าจ้าง เพื่อที่จะทำการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช้เป็นแผนการปฏิบัติงาน 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบหรือออกแบบผิวทางตามมาตรฐานงานทางหลวงชนบท 3. งานดินถมคันทาง 3.1 วัสดุที่ใช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุดินคันทาง (มทช 201-2545) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 3.2 วัสดุที่จะทำการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ำตามจำนวนที่กำหนด ใช้รถเกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุมีความขึ้นสม่ำเสมอ ก่อนทำการบดอัดแน่น 3.3 การถมค้นทางให้ถมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 20 เซ็นติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Standard Proctor Density 4. งานชั้นรองพื้นทาง 4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทช202-2545) ซึ่งได้ผ่านทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือค้นทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งหนาไม่เกิน 20 เซนติเมตร และให้มีความหนาแน่นแต่ละชิ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95% Modified Proctor Density 5. งานชิ้นพื้นทาง 5.1 วัสดุในงานพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทางหินคลุก (มทช203-2545) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ใช้ได้แล้ว 5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่ หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด ให้นำวัสดุนั้นออกและนำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน 5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตำแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sleva Analyals และ Compaction เท่านั้นแต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตำแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบทั้งหมดเหมือน General Test ได้ 5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) พื้นที่ 450 ตารางเมตรต่อ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น 6. งาน Prime Coat มทช225-2545 6.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช้ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร 6.2 ผิวหน้าฟื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก 7. งาน Tack Coot มทช227-2545 7.1 ยางแอสฟัลต์ เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร 7.2 ก่อนที่จะทำการ Tack Coat จะต้องทำการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด 7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวขั้นต่อไป 8. งานแอสฟัลต์คอนกรีต 8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องทำการ Prime Coat ตาม มทช225-2545 หรือ Tack Coot ตาม มทช227-2545 ก่อน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน 8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบตัว (Dopression) หรือเป็นแอ่งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใช่จุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถ้าแข่งลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน หรือจะปุรวมไปพร้อมกันกับ การปูขึ้นทางแอสฟัลต์คอนกรีตก็ได้ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถ้าแอ่งลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร 8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะต้องปูแอสฟัลต์คอนกรีต จะต้องขุดวัสดุยาแนวรอยแตก และรอยต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้นคอนกรีตออกให้หมด ล้างทำความสะอาดทิ้งไว้ให้แห้งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat ก่อนปูแอสฟัลต์คอนกรีต 8.5 อุณหภูมิแอสฟัลต์คอนกรีต เมื่อมาถึงสถานที่ก่อสร้างจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 132°C และเมื่อปูบนพื้นทางแล้วจะต้องมีอุณภูมิไม่น้อยกว่า 121 C 8.6 ทำการเก็บวัสดุแอสฟัลต์คอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ต่อ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทช (ท)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวมและปริมาณแอสฟัลต์ซิเมนต์ที่ใช้ 8.7 การปูแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกำหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่นสม่ำเสมอทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอ่ง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นให้รีบแก้ไขทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้ 8.8 การบดอัดทับภายหลังจากที่ได้ปูแอสฟัลต์คอนกรีตลงบนผิวทางแล้ว ให้บดทับครั้งแรกด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 ตัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามด้วยรถบดล้อยางที่น้ำหนักประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอยร่องล้อด้วยรถบดล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง 9 การตรวจสอบแอสฟัลต์คอนกรีตที่ก่อสร้างแล้ว 9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่สม่ำเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เช่น ผิวหน้าหลุด (Pull) รอยฉีก (Tear) ผิวหน้าหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหายดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร 9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาทุกๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง หรือจำนวน 3 ก้อนตัวอย่าง ในแนวตั้งฉากกับแนวถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องห่างกันไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร และนำมาหาค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทำการบดอัดแอสฟัลต์คอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทำการเจาะก้อนตัวอย่าง 9.4 เป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลท์คอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วยเครื่องเจาะเก็บตัวอย่างจำนวน 1 ก้อนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแน่น ซึ่งจะต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 98 ของค่า Marshall Density การซ่อมหลุมที่เจาะก้อนตัวอย่าง จะต้องทำความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทำการ Tock Coat ก่อนที่จะปะซ่อมด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 121° C ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และได้ความหนาแน่นตามแบบกำหนด 10. การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลต์คอนกรีตจะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเป็นตัวลงมากพอที่จะเปิดให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำให้เกิดร่องรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องติดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุมการจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดพร้อมจัดหาบุคลากร เพื่ออำนวยการจราจรให้ผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไม่ทำให้ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรให้อยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน מטבולסוהודעות แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น งานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลต์คอนกรีต (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) แบบเลยที่ ทถ-7-601 แผ่นที่ 100 ใหάνη เห็นบอบท 150 /2 PC PT 150 31 AB ระยะมองเห็นรักรักหรับการแข่ง (ดูจากตาราง) แนวสายตา บริวณก้ามแข่ง ๑ ถึง D บลวณห้ามแข่ง ๑ ถึง 5 0,0 เริ่มต้นตรงบริเวณห้ามแซง b,b' ราปลายปรวนกามแรง E เห็นก็บอาจเหลื่อมกันได้ การเส้นจราจรบริเวณได้ค้งราบ เล่นรบกทาง ตาราง : ระยะทางมองเห็นต่ำสุด สำหรับการเซงที่ความเร็วต่างๆ ความเร็วสิคัญ ตาม) ระยะมองเห็นต่ำสุดสำาหรับเทรเซง (มม) ไหล่ทาง เส้นระบาง អាល័ 88888 180 180 210 240 275 150 100 86 ให้หัดไป้าย 422 15011 เห็นขอบทาง A เห็นรอบทามในทีเว การตีเส้นจราจร กระมีความกว้างของช่องจราจรลดลง ใหάηง ไฟทาง กราะมีความกว้างสะทบมภารว่าความกว้างผิวจราจรถนน 15011 D ไหล่ทาง เส้นขอบทาง เห็นชอบทาง ไหล่ทาง เส้นทึบ 15011 MIN เส้นกับ (150 เห็นขอบาง ไหล่กว ไหล่ทาง เส้นขอบทาง - แนวสายผูก - บริเวณก้ามแซง ABCDE - บริเวณทานเร่ง ๑ ถึง 6 - 0,0 - จุดเริ่มต้นตรงบริเวณทั้งแซง b,b' ราปาะบริวณห้ามแข่ง กาษีเส้นจราจรบริเวณได้ทั้ง - ระยะมองเห็นจุดสำหรับการแบ่ง (ดูจากตาราง b กรมีความกว้างสะพานน้อยกว่าความกว้างผิวจราจรถนน 150 21 ไหม่ทาง 150 24 MIN เห็นกับ 0.50 0.50-0.10 15021 0.50 123-88 160 11 เห็นชอบทาง 15031 M กาษีเส้นจราจรทางแยก ขนาดและระยะเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง 1) เส้นแบ่งทิศทางจราจร 1 เห็นประ กระบี่: นรสเบตชุมชน ใหάπηง แนก็มยาวไม่น้อยกว่า 24 11 ไรซะทาร 0.10 13001 9.00 13001 9.00 13001 กะปิ ในเขตชุมชน 0.10 3.00 11.001 3.00 ไγάπης 2. ເຫດົນ 0.10 150 11 ไνέτης เห็นบอบทาง เห็นกับ A (1501LWN) 15031 8 ไทάτης ไหล่การ การเส้นจราจร กระมีความกว้างของไหล่ทางลดลง ท เห็นนาม 10م الع -เพรา ด้านนอก ด้านใน E ไหว้เหตั้งป้าย ต-25 오 150 ไหล่ทาง เส้นขอบทาง (15011 MIN ไหล่ทาง ไหล่ทาง 15024 ไหล่ทาง ไหล่ทาง 14 (150MIN เส้นขอบทาง 150 11 ไหล่ทาง การรีเส้นจราจรบริเวณสะพาน ให้ผิดทั้งป้าย ต-25 รายการประกอบแบบ 1. มีต่างๆ มีหน่วยเป็นเมตรนอกจากระบุเป็นอย่างอื่น 2. เส้นแบ่งทิศทางจราจร ใช้เส้นใหมือง ขนาดกว้าง 1 ชม เส้นที่ที่กลางผิวจราจรหลอนนว 2.1 เส้นประเป็างสั้นสีเหมืองแบ่งทิศทางของการจราจรในสายทาง 2 ช่องจราจรในบริเวณที่ยอมให้ะแซงขึ้นหน้ากันได้สองกิจทาง ขนาด ความยาว และการเว้นช่องของเส้นประกำหนดไว้ดังนี้ ทางหลวงนอกเขตชุมชน เส้นยาว 8 มม. เว้นช่อง 9 มม. ทางหลวงในเขตชุมชน เส้นยาว 1 มม. เว้นช่อง 8 มม. 22 เส้นทึบเกี่ยว เป็นเส้นทึบสีเหมือง ใช้เป็นเส้นแบ่งทิศทางจราจรในบริเวณที่ห้ามแข่งในสายทาง 2 ช่องจราจรหรือบริเวณก่อนถึงทางแยก โดยปริเวณก่อนถึงทางแยก ห้ามสเปลี่ยนช่องจราจรความยาวเส้นทึบต้องไม่น้อยกว่า 24 ม. 2.3 เห็นประคู่กับเป็นกับ เป็นเส้นธ์ใหลือง คู่ขนานกันไป ไซเห็นทั้งสองห่างกันเท่ากับความกว้างของเส้นประ ให้ใช้ส้นทึบคู่ รับเส้นประเป็นเส้นริศทางจราจรในบริเวณที่ห้ามรถที่มาจากใส่กางหนึ่งเข่ง แต่ยอมให้รถที่มาจรด้านตรงข้ามแซงได้ ด้านที่ห้ามแซง ใช้ส้นกับ ส่วนด้านที่ยอมให้เร่งให้สั้นประ 2.4 การรีเส้นห้ามแซง ปริวนทางได้งราบและทางโค้งแนวตั้งให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงานก่อสร้าง 2.5 กรณีที่ผิวจราจรกว้าง 5 มม. หรือน้อยกว่าไม่มีไหล่ทาง ไม่ต้องตีเส้นแบ่งทิศทางจราจร ให้เฉพาะบริเวณที่ เป็นชุมชนที่อยู่อาลัย บริเวณห้ามแซง, ระยะ 20 เมตรก่อนถึงบริเวณดังกล่าว และภายในได้งที่มีรัชต์กว่า 200 เมตร, ระยะ 20 เมตรก่อนถึงป้ายหยุดและบริเวณที่มีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง 8. เห็นขอบทาง ให้ใช้ฉันกับสีบาว กว้าง 1 ชม. ทั้ง 2 ข้าง คลอดแนว 4. สีทานนผิวจราจรที่มีตัวทียบทั้งหมด (เคทชิต, แอสฟัลต์คอนกรีต, คอนกรีตเสริมเหล็ก) ให้ใช้ทองไม่พลาสติก ตาม มอก. 542 หนาไม่น้อยกว่า 3 มม. หมายเหตุ แบบครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ดีเส้นจราจร) ปรับปรุงจากแบบหละที่ทร-3-109/45 (แก้ไขครั้งที่ 1.) ของกรมทางหลวงชนบท กรมทางหลวงชนบท แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ตีเส้นจราจร) แบบเลขที่ ทล-3-110 (1) แผ่นที่ 49
สีจราจร วัสดุ 1. วัสดุ 2. ตรวจสอบคุณลักษณะขณะทำงาน 3. ตรวจสอบคุณลักษณะเมื่อสีเสร็จทันที (ตรวจรับงาน) 4. ตรวจสอบคุณลักษณะหลังใช้งาน (ระยะเวลาประกัน)
สีขาว เทอร์โมพลาสติก มอก. 415-2541 ชนิดที่ 2 มอก.642-2530 ระดับ 1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิลลิเมตร ≥ 0.2
อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม > 400
ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร ≥ 0.2
การมองเห็นในเวลากลางคืน (Ratroreflectivity), mcd.lx! m² ≥ 300
6 เดือน 1 ครั้ง
การมองเห็นในเวลากลางคืน ≥ 150
สีเหลือง เทอร์โมพลาสติก มอก. 415-2541 ชนิดที่ 2 มอก.642-2530 ระดับ 1 ความหนา เมื่อแห้ง, มิลลิเมตร > 3.0
อัตราการใช้ลูกแก้ว (โรยจากเครื่อง) กรัม/ตร.ม > 400
ความหนาเมื่อแห้ง, มิลลิเมตร ≥ 3.0
การมองเห็นในเวลากลางคืน (Ratroreflectivity), mcd.lx! m² ≥ 200
12 เดือน 1 ครั้ง
การมองเห็นในเวลากลางคืน ≥ 100
ระยะเวลาประกัน 12 เดือน / 24 เดือน
รายการที่กำหนด ข้อกำหนดการตีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Point) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. วิธีดำเนินการจัดทำ 1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทำการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทำบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชำรุด การลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ำเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเยิ้มตัวและเปลี่ยนสีเดิม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทำงาน รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูปแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจรที่จะทำขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล 1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดำเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า 1 สัปดาห์ 1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีผิดเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกำหนดไว้ ต้องใช้ วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาแกะจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ไม่ว่าขณะใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้ทันทีห้ามมิให้นำ วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน 1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่างๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทำงาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกำหนดไว้หากมีการทำมากกว่าหนึ่งชั้น ขึ้นไปต้องรอให้ขึ้นแรกแห้งเสียก่อน 2. ข้อกำหนดคุณสมบัติ 2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในการจัดทำเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก 415 สีจราจร ชนิดที่ 2 2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่ใช้ในการจัดทำเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติก ระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตราส่วนของลูกแก้วในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20% โดยน้าหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะท้อนแสงในอัตราส่วน 400-500 กรัมต่อตารางเมตร 2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไว้ที่ผลิตภัณฑ์ 2.4 วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer) เป็นน้ำยาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทำเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทำเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต วัสดุเทอร์โมพลาสติกกำหนด 3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร 3.1 ความหนา ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ค่า ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับในแนวที่ เครื่องตีเส้น จะผ่าน เมื่อพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นำมาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้ (1) สีจราจร (Traffic Paint) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิเมตร (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิเมตร หรือไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 3.2 ค่าแฟคเตอร์การสะท้อนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตรฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าให้ถูกต้อง แบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (ข้อกำหนดการก่อสร้าง) แบบเลขที่ ทด-3-110 (4) แผ่นที่ 52