จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างดูแลรักษา และปรับปรุงระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ 67129124841
฿670,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 14 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อดูแล รักษา และปรับปรุงระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเสถียรภาพ ขอบเขตงานครอบคลุมการดูแลระบบย่อยต่างๆ เช่น ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตแต่งแร่, ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตเขตประกอบโลหกรรม, ระบบสำหรับใบอนุญาตครอบครองแร่, ซื้อแร่, ตั้งสถานที่เก็บแร่ และอื่นๆ รวมถึงระบบ Mobile Application ผู้รับจ้างจะต้องทำการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug) ปรับปรุงฟังก์ชันการทำงาน, Service (API), เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่นตามที่ กพร. ร้องขอ, ตรวจสอบการสำรองข้อมูล, ตรวจสอบ Web Server และ Database Server, รวมถึงการอัพเดท Windows และ Anti Virus นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องจัดเจ้าหน้าที่เข้ามาประจำการ ณ กพร. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน เพื่อดูแลระบบและให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ ระยะเวลาดำเนินการ 210 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยมีการส่งมอบงานและรายงานเป็นงวดๆ

English summary

This project aims to maintain, maintain, and improve the service system for basic industries and mining of the Department of Primary Industries and Mines (DPIM). The scope of work covers various subsystems such as the application and issuance system for ore dressing permits, metallurgical business zone permits, systems for ore possession permits, ore purchase, ore storage establishment, and others, including the Mobile Application. The contractor must fix bugs, improve functionality, Service (API), link data with other agencies as requested by the DPIM, check data backups, check Web Servers and Database Servers, including Windows and Anti Virus updates. In addition, the contractor must provide personnel to be stationed at the DPIM at least 1 day per week to oversee the system and provide advice to officials. The project duration is 210 days from the contract signing date, with phased delivery of work and reports.

สถานที่ดำเนินการ

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)

ผู้เสนอราคาและผู้ชนะ

รายชื่อบริษัทที่เข้าร่วมการประมูล

ผู้เสนอราคาทั้งหมด (0)

ไม่มีข้อมูลผู้เสนอราคา

โครงการนี้ไม่มีรายชื่อผู้เสนอราคา

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อให้ระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงอยู่ตลอดเวลา
  • เพื่อพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug) ของระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่
  • เพื่อพัฒนาแก้ไของค์ประกอบบางส่วนของระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

ระยะเวลาดำเนินการ

210 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ต้องมีประสบการณ์ในงานด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ
  • มีความเข้าใจระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เป็นอย่างดี
  • ต้องจัดบุคลากร (เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และพัฒนาระบบ) ที่มีวุฒิปริญญาตรีด้านคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ เข้ามาทำงานประจำที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (On Site) อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน ตลอดระยะเวลาสัญญา

เกณฑ์การพิจารณา

เกณฑ์ราคา (Lowest Price)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบต้องรองรับการยื่นคำขอและออกใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเหมืองแร่
  • ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้
  • ระบบต้องมีความเสถียรและสามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง
  • ต้องมีการสำรองข้อมูลและมีแผนการกู้คืนระบบในกรณีฉุกเฉิน
  • ต้องมีการอัปเดตระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 3 งวด (20%, 40%, 40%) ตามความสำเร็จของงาน
  • การบำรุงรักษา: ผู้รับจ้างต้องแก้ไขข้อขัดข้องภายใน 24 ชั่วโมง หากเกินกว่านั้น กพร. มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอก และผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ความลับ: ผู้รับจ้างต้องรักษาความลับของข้อมูล
  • ต้องมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันทำการ หากต้องมีการหยุดระบบ ยกเว้นกรณีเร่งด่วน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม 1: ระบบ Mobile Application ที่ต้องดูแลครอบคลุมถึงอะไรบ้าง?
    คำตอบ: TOR ระบุถึงการดูแลระบบ Mobile Application แต่ไม่ได้ระบุขอบเขตที่ชัดเจน ผู้ยื่นข้อเสนอควรสอบถาม กพร. เพื่อความชัดเจน
  • คำถาม 2: การเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น มีหน่วยงานใดบ้างที่เกี่ยวข้อง?
    คำตอบ: TOR ไม่ได้ระบุหน่วยงานที่ต้องเชื่อมโยงข้อมูลด้วยอย่างเฉพาะเจาะจง ระบุเพียง “ตามที่กรมฯ ร้องขอ”
  • คำถาม 3: มีการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับประสิทธิภาพของระบบหรือไม่?
    คำตอบ: TOR ระบุเพียงว่าระบบต้องให้บริการได้อย่างต่อเนื่องได้ตลอดเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ซึ่งเป็นตัวชี้วัด
  • คำถาม 4: มีข้อกำหนดเฉพาะเกี่ยวกับเทคโนโลยี (Technology Stack) ที่ใช้ในการพัฒนาระบบหรือไม่?
    คำตอบ: TOR ไม่ได้ระบุ Technology Stack ที่เฉพาะเจาะจง
  • คำถาม 5: “การปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานและ Service (API)” มีขอบเขตอย่างไร?
    คำตอบ: TOR ระบุว่า “ถ้ามี” ซึ่งหมายความว่าขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของ กพร.
  • คำถาม 6: จำเป็นต้องมีระบบจัดการเอกสาร (Document Management System) รวมอยู่ด้วยหรือไม่?
    คำตอบ: TOR ไม่ได้กล่าวถึงระบบจัดการเอกสารโดยตรง
  • คำถาม 7: มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) อย่างไรบ้าง?
    คำตอบ: นอกจากการรักษาความลับของข้อมูลแล้ว TOR ไม่ได้ระบุข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอื่นๆ เพิ่มเติม
  • คำถาม 8: จำเป็นต้องมีการอบรมการใช้งานระบบให้กับเจ้าหน้าที่ กพร. หรือไม่?
    คำตอบ: TOR ระบุเพียงว่าผู้รับจ้างต้องให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ กพร. เกี่ยวกับการใช้งานระบบ
  • คำถาม 9: การตรวจสอบ Web Server และ Database Server เกี่ยวกับ Windows Update และ Anti Virus จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์อะไร?
    คำตอบ: TOR ไม่ได้ระบุซอฟต์แวร์เฉพาะ
  • คำถาม 10: มีข้อกำหนด SLA ที่เฉพาะเจาะจงอื่นๆนอกเหนือจากที่ระบุไหม?
    คำตอบ: TOR ระบุ SLA การแก้ไข 24 ชั่วโมง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) โครงการจ้างดูแล รักษา และปรับปรุงระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๑. หลักการและเหตุผล ระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เป็นระบบที่สนับสนุนกระบวนการ ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์แก่ผู้ประกอบการ ได้แก่ ระบบยื่นคำขออนุญาตแต่งแร่ ครอบครองแร่ ซื้อแร่ ตั้งสถานที่เก็บแร่ โรงประกอบโลหกรรม ครอบครองแร่กรณีพิเศษ เป็นต้น เพื่อทำการบำรุงรักษาระบบดังกล่าวให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง สามารถใช้งานได้อย่าง ถูกต้องเต็มประสิทธิภาพ เพราะการที่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ได้รับการปรับปรุงและบำรุงรักษาที่ดี อาจส่งผลให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างมีเสถียรภาพ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลให้สามารถ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อผู้รับบริการ และเป็นการเพิ่ม ความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการแก่ผู้รับบริการ มีความปลอดภัย และเกิดประสิทธิภาพต่อการ ให้บริการ ๒. วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้ระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพสูงอยู่ตลอดเวลา ๒.๒ เพื่อพัฒนาแก้ไขข้อบกพร่อง (Bug) ของระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๒.๓ เพื่อพัฒนาแก้ไของค์ประกอบบางส่วนของระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ๓. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ ๓.๑ มีความสามารถตามกฎหมาย ๓.๒ ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ๓.๓ ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ ๓.๔ ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการ ตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบ เครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ๓.๕ ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงาน ของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคล ที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงาน ในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย ๓.๖ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา Lur Amm. ๓.๗ เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพรับจ้างงานที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว ๓.๘ ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่กรมอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ ณ วันประกาศประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการ อันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ ๓.๙ ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่ รัฐบาลของ ผู้ยื่นข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น ๓.๑๐ ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าจะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลัก มากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่ง เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก กิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียว เป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด เป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด ไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน กรณีที่ข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้ากำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือ มอบอำนาจ สำหรับข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่น ข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใด รายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า ๓.๑๑ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง ๓.๑๒ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ (๑) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ (๒) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่น ข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหาก เป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรอง บัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (๓) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจ ค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุน ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงิน สินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน) (๔) กรณีตาม (๑) - (๓) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (๔.๑) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (๔.๒) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตาม พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๔. ขอบเขตการดำเนินงาน ผู้รับจ้างต้องดูแล บำรุงรักษา และปรับปรุงระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมือง แร่ ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบริการได้อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รายละเอียดงานดังนี้ ๔.๑ ระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ที่ต้องดูแลให้สามารถทำงานได้อย่าง ต่อเนื่อง ได้แก่ ๑) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตแต่งแร่ ๒) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตเขตประกอบโลหกรรม ๓) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตครอบครองแร่ ๔) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตซื้อแร่ ๕) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตตั้งสถานที่เก็บแร่ ๖) ระบบยื่นคำขอและออกใบอนุญาตครอบครองแร่กรณีพิเศษ ๗) ระบบออกใบอนุญาตขุดหาแร่รายย่อย ๘) ระบบออกใบรับแจ้งการร่อนแร่และขึ้นทะเบียนเป็นผู้ร่อนแร่ ๙) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลโรงงาน ได้แก่ โรงงานโม่ บด ย่อยหิน และโรงงานเกลือสินเธาว์ ๑๐) ระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการ (Mining Account) ๑๑) ระบบ Mobile Application ๔.๒ ปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานและ Service (API) ของระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและ การเหมืองแร่ให้มีประสิทธิภาพ (ถ้ามี) ๔.๓ ปรับปรุง แก้ไขระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ตามข้อ ๔.๑ เพื่อให้ เข้าร่วมประชุมกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการ เจ้าหน้าที่ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่สามารถใช้งานได้ ๔.๔ เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานอื่น ตามที่กรมฯ ร้องขอ ๔.๕ จัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการดูแลและบำรุงรักษาระบบ เข้ามาประจำการ ณ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน ตลอดระยะเวลาของ สัญญา ๔.๖ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบการทำงานของการสำรอง ฐานข้อมูลของระบบ ว่าเป็นไปอย่างถูกต้อง ๔.๗ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบระบบ ว่าระบบสามารถทำงาน ได้อย่างปกติเรียบร้อย ๔.๘ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Web Server เกี่ยวกับพื้นที่ การใช้งานว่าเพียงพอหรือไม่ ๔.๙ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Web Server เกี่ยวกับ Windows Update กรณีถ้ามีการอัพเดทให้ดำเนินการโดยไม่ส่งผลกระทบกับการใช้งานของ ผู้รับบริการ (ถ้ามี) ๔.๑๐ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Web Server เกี่ยวกับ Anti Virus โดยอัพเดท Anti Virus สม่ำเสมอ (ถ้ามี) ๔.๑๑ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Database Server เกี่ยวกับ พื้นที่การใช้งานว่าเพียงพอหรือไม่ ๔.๑๒ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Database Server เกี่ยวกับ Windows Update กรณีถ้ามีการอัพเดทให้ดำเนินการโดยไม่ส่งผลกระทบกับการใช้งานของ ผู้รับบริการ (ถ้ามี) ๔.๑๓ ตลอดระยะเวลาตามสัญญา ผู้ให้บริการจะต้องทำการตรวจสอบ Database Server เกี่ยวกับ Anti Virus โดยอัพเดท Anti Virus สม่ำเสมอ (ถ้ามี) ๔.๑๔ ในกรณีที่ระบบขัดข้องหรือมีปัญหาเกิดจาก Server (Web Server หรือ Database Server) ผู้ให้บริการจะต้องประสานงานกับ กพร. ผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหา และต้องทำการแก้ไขให้แล้ว เสร็จ เพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างถูกต้องตามปกติ ทั้งนี้ไม่รวมปัญหาที่เกิดจาก Hardware หรือ Network ของทาง กพร. ๔.๑๕ ในกรณีที่ระบบขัดข้องหรือมีปัญหาเกิดจาก Software ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการแก้ไข ปัญหาหลังจากที่ได้รับทราบปัญหาแล้ว และบริษัทต้องทำการแก้ไขให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ระบบ) ทำงานได้อย่างถูกต้องตามปกติ ๕. ระยะเวลาดำเนินงาน ๒๑๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา Am A ๖. การส่งมอบงาน ๖.๑ ดำเนินการตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ ๔ พร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ภายใน ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำเป็นรูปเล่ม พร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมด ในเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลแบบพกพา จำนวนอย่างละ ๑ ชุด เนื้อหาประกอบด้วย ๖.๑.๑ รายงานผลการดำเนินงานรอบ ๖๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๖.๑.๒ เอกสารความต้องการของผู้ใช้งานและการวิเคราะห์ข้อมูล เช่น สาเหตุของข้อผิดพลาด ๖.๑.๓ เอกสารการออกแบบระบบ (Prototype) ที่มีการเปลี่ยนแปลง หรือวิธีการปรับปรุงแก้ไข ๖.๑.๔ เอกสารการทดสอบระบบจากผู้รับจ้างและกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๖.๑.๕ แผนการดำเนินงานรอบ ๑๒๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๖.๒ ดำเนินการตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ ๔ พร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ภายใน ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดยจัดทำเป็นรูปเล่ม พร้อมบันทึกไฟล์รายงาน ทั้งหมดในเครื่องมือจัดเก็บข้อมูลแบบพกพา จำนวนอย่างละ ๑ ชุด เนื้อหาประกอบด้วย ๖.๒.๑ รายงานผลการดำเนินงานรอบ ๑๒๐ วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๖.๒.๒ แผนการดำเนินงานรอบ ๒๑๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ๖.๒.๓ เอกสารการออกแบบระบบ ในส่วนที่มีการปรับปรุงแก้ไขตลอดระยะเวลาโครงการ ๖.๒.๔ เอกสารการทดสอบระบบจากผู้รับจ้างและกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๖.๒.๕ เอกสารการติดตามและประเมินผล สรุปปัญหาและอุปสรรคในการใช้งานระบบ ๖.๓ ดำเนินการตามขอบเขตการดำเนินงานข้อ ๔ พร้อมจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน ของโครงการ และซอฟท์แวร์โปรแกรมพร้อมติดตั้ง หรือโปรแกรมต้นฉบับทั้งหมด (Source Code Program) โดยจัดทำเป็นรูปเล่มพร้อมบันทึกไฟล์รายงานทั้งหมดในเครื่องมือจัดเก็บ ข้อมูลแบบพกพา จำนวนอย่างละ ๑ ชุด ภายใน ๒๑๐ วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา โดย รายงานผลการดำเนินงานของโครงการ มีเนื้อหาประกอบด้วย ๖.๓.๑ รายงานผลการดำเนินงานทั้งหมดของโครงการ ๖.๓.๒ พจนานุกรมข้อมูลของระบบ (Data Dictionary) ทั้งหมด (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง) ๖.๓.๓ โครงสร้างข้อมูล (ER-Diagram) ทุกระบบ (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง) ๖.๓.๔ คู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง) ๖.๓.๕ คู่มือการติดตั้ง การใช้งานระบบ การสำรองข้อมูล ๗. วงเงินงบประมาณ การดูแลและบริหารระบบสำหรับผู้ดูแลระบบ ๖๗๐,๐๐๐ บาท (หกแสนเจ็ดหมื่นบาทถ้วน) ที่เป็นราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ๘. หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือก การพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ โดยใช้เกณฑ์ราคา วิธีการจ่ายเงินค่าจ้างแบ่งออกเป็น ๓ งวด ดังนี้ งวดที่ ๑ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๒๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามข้อ ๖.๑ แล้วเสร็จ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ งวดที่ ๒ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๔๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามข้อ ๖.๒ แล้วเสร็จ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ งวดที่ ๓ กำหนดการจ่ายเงินค่าจ้างร้อยละ ๔๐ ของเงินค่าจ้างทั้งหมด เมื่อผู้รับจ้างได้ดำเนินการตามข้อ ๖.๓ แล้วเสร็จ และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ๑๐. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ๑๐.๑ ผู้ใช้สามารถใช้งานระบบได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ๑๐.๒ นำไปสู่การดำเนินการในรูปแบบรัฐอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government) ที่มีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานของความโปร่งใส มีจริยธรรม มีคุณธรรม และมีความยุติธรรม ๑๑. ผลผลิตและตัวชี้วัดของกิจกรรม ระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อการให้บริการได้อย่างต่อเนื่องได้ตลอดเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๕ ๑๒. ความรับผิดชอบของผู้ยื่นข้อเสนอ (เงื่อนไขการบำรุงรักษา/ความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง) ๑๒.๑ ผู้รับจ้างต้องเริ่มดำเนินการทันทีที่ทำสัญญาจ้างกับกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ พร้อมทั้งทำการแนะนำทีมงานให้กับเจ้าหน้าที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๑๒.๒ ผู้รับจ้างต้องทำการวิเคราะห์ วางแผน และเสนอการดูแล บำรุงรักษาที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ภายในระยะเวลา ๓๐ วันนับจากวันลงนามในสัญญา โดยผ่านความเห็นชอบจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๑๒.๓ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบำรุงรักษาระบบงานที่กรมฯ ใช้งานอยู่ ให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเกิดข้อขัดข้อง ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการตรวจสอบแก้ไขข้อขัดข้องภายใน ๒๔ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่กรมฯ แจ้งให้ผู้รับจ้างทราบ หากไม่สามารถซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน ๒๔ ชั่วโมง กรมฯ มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอกทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอก ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่กรมฯ ๑๒.๔ ผู้รับจ้างจะต้องจัดหา เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ๑๒.๕ ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบต่อความเสียหาย อันเกิดจาการปฏิบัติงานของผู้รับจ้างและลูกจ้างของผู้รับจ้างทุกกรณี ๑๒.๖ ผู้รับจ้างและลูกจ้างของผู้รับจ้างต้องรักษาความลับของข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย พร้อมอุปกรณ์และโปรแกรมระบบงานของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ โดยไม่เปิดเผยหรือเผยแพร่ หากจงใจหรือประมาทเลินเล่อ อันก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ถือเป็นความผิดของผู้รับจ้าง ทั้งนี้กรม อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป ๑๒.๗ ผู้รับจ้างต้องจัดทำตารางแผนการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ก่อนดำเนินการ ๑๒.๘ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ดำเนินการและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของงานทั้งหมดในการดำเนินงานและวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลและวัสดุทั้งหลายตามสัญญาจ้าง และตามข้อเสนอของผู้รับจ้าง ๑๒.๙ ผู้รับจ้างจะต้องจัดบุคลากรในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ ๑๒.๑๐ หากมีเหตุจำเป็นต้องหยุดการให้บริการระบบงาน หรือระบบฐานข้อมูลลงชั่วคราวเพื่อดำเนินการ บริหารจัดการ ซ่อมแซม แก้ไขระบบฐานข้อมูล หรือระบบงาน ผู้รับจ้างจะต้องทำหนังสือแจ้งให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ทราบล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า ๕ วัน โดยข้อมูลที่แจ้งดังกล่าว อย่างน้อยต้องมีข้อมูลของวันที่และช่วงเวลาที่ใช้ในการดำเนินการ ระยะเวลาและสถานที่ที่ใช้ดำเนินการ สาเหตุที่ต้องดำเนินการ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และวิธีในการดำเนินการดังกล่าว เว้นแต่เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนเพื่อให้ระบบทำงานได้เป็นปกติ ผู้รับจ้างสามารถดำเนินการได้หลังแจ้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารให้ความเห็นชอบ ๑๒.๑๑ ผู้รับจ้างต้องจัดหาบุคลากรที่มีตำแหน่งและคุณสมบัติดังต่อไปนี้เข้ามาทำงานประจำที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (On Site) อย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ วัน ตลอดระยะเวลาสัญญา ๑๒.๑๑.๑ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์และพัฒนาระบบ จำนวน ๑ ตำแหน่ง สำเร็จการศึกษาขั้นต่ำระดับปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และสารสนเทศ มีประสบการณ์ในงานด้านพัฒนาระบบสารสนเทศ และมีความเข้าใจระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ของกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เป็นอย่างดี ตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและรายละเอียดค่าใช้จ่าย การจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง ๑. ชื่อโครงการ จ้างดูแลรักษา และปรับปรุงระบบบริการด้านอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๒. หน่วยงานเจ้าของโครงการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ๓. วงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร ๖๗๐,๐๐๐ บาท ๔. วันที่กำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ณ วันที่ เป็นเงิน ๖๗๐,๐๐๐ บาท ๕. แหล่งที่มาของราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ๕.๑ บริษัท ดิจิตอล ไอที คอนซัลติ้ง จำกัด ๕.๒ บริษัท เคดับบลิว โซลูชั่น จำกัด ๕.๓ New Technology Information Co.,Ltd. โดยใช้ราคาต่ำสุด ซึ่งพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถดำเนินการจัดซื้อได้ ๖. รายชื่อเจ้าหน้าที่ผู้กำหนดราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ทุกคน ๖.๑ นางสาวพรชลันพักษ์ เพ็ญคุณาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๖.๒ นายอภิชัย ปวรางกูร วิศวกรเหมืองแร่ชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๖.๓ นางสาวจิดาภา ดำรงค์สมบัติ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ๖.๔ นายศุภจักร บุตรี นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หมายเหตุ : ราคาที่ได้มาจากการสืบราคาจากท้องตลาด เนื่องจากไม่มีราคาตาม (๑) ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด (๒) ราคาที่ได้มาจากฐานข้อมูลราคาอ้างอิงของพัสดุที่กรมบัญชีกลางจัดทำ (๓) ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางอื่นกำหนด