จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ของสำนักงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ

สำนักงบประมาณ 67129006780
฿13,000,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 28 ม.ค. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อยกระดับการสื่อสารและการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณของภาครัฐ ผ่านการพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ 1) พัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์สำหรับประชาชนในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและความโปร่งใสในระบบงบประมาณ 2) พัฒนาหลักสูตรกระบวนการงบประมาณสำหรับประชาชนให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชน และ 3) รวบรวมองค์ความรู้ด้านการงบประมาณและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด, มีประสบการณ์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบฐานข้อมูล, และมีหนังสือรับรองผลงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณภาครัฐมูลค่าไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท โดยต้องส่งมอบงานเป็น 3 งวด ภายในระยะเวลา 270 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา งบประมาณรวมทั้งสิ้น 13,000,000 บาท การพิจารณาคัดเลือกจะพิจารณาจากราคา

English summary

This project aims to develop an e-Learning system for the public on government budgeting, develop courses, and compile and disseminate knowledge for easy public access. Bidders must have the required experience and qualifications and deliver the work in 3 installments within 270 days. The total budget is 13,000,000 baht. Evaluation will be based on price.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • พัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ (e-Learning) สำหรับประชาชนในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและความโปร่งใสในระบบงบประมาณ
  • พัฒนาหลักสูตรกระบวนการงบประมาณสำหรับประชาชน ให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชน
  • รวบรวมองค์ความรู้ด้านการงบประมาณและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ขอบเขตของงาน

  • วางแผนการดำเนินงานและบริหารโครงการ
  • ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการงบประมาณ
  • จัดทำข้อเสนอหลักสูตรสำหรับประชาชน (อย่างน้อย 9 หลักสูตร)
  • ดำเนินการเก็บข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ (User Requirements)
  • ศึกษา วิเคราะห์และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมจัดทำตัวอย่างหน้าจอ (UX/UI)
  • พัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ (ระบบข้อมูลหลักสูตร, ระบบบริหารหลักสูตร, ระบบลงทะเบียน, ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน, ระบบห้องเรียนออนไลน์, ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน, ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร, ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน, ระบบรายงาน)
  • พัฒนาหลักสูตรด้านการงบประมาณสำหรับประชาชน (อย่างน้อย 9 หลักสูตร)
  • ติดตั้งระบบและทดสอบระบบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
  • จัดทำรายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และการออกแบบระบบ
  • จัดทำรายงานข้อเสนอหลักสูตร
  • จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบ
  • จัดฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการบริหารจัดการระบบ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานโครงการ
  • รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์
  • รายงานข้อเสนอหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร
  • รายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบ
  • ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นและติดตั้งบนแพลตฟอร์มที่สำนักงบประมาณกำหนด
  • แผนการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  • แผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • รายงานผลการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น
  • รายงานผลการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี
  • Source Code
  • เอกสารระบบและคู่มือการใช้งาน
  • วิดีโอสอนการใช้งานระบบ

ระยะเวลาดำเนินการ

270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • ประสบการณ์: มีหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานด้วยงบประมาณภาครัฐ ที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท ต่อหนึ่งสัญญา
  • มาตรฐาน: มีใบรับรองระบบคุณภาพที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล หรือมีหลักฐานการมีซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายสำหรับพนักงานไว้ใช้งานอย่างน้อยร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งบริษัท
  • บุคลากร:
    • ผู้จัดการโครงการ: วุฒิปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ 11-15 ปี, อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูล: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ 11-15 ปี, อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการงบประมาณ และ/หรือการคลังสาธารณะ: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ 16-20 ปี, อย่างน้อย 1 คน
    • ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน: วุฒิปริญญาโทขึ้นไป, ประสบการณ์ 11-15 ปี, อย่างน้อย 1 คน
    • นักพัฒนาระบบงาน: วุฒิปริญญาตรีขึ้นไป, ประสบการณ์ 5-10 ปีขึ้นไป, อย่างน้อย 3 คน
    • บุคลากรสนับสนุนด้านการออกแบบสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน (UX/UI Designer): อย่างน้อย 2 คน
    • เลขานุการโครงการ (Project Administrator): อย่างน้อย 1 คน

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาจากราคา (ราคารวม)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุในขอบเขตการดำเนินงาน เช่น ระบบข้อมูลหลักสูตร, ระบบบริหารหลักสูตร, ระบบลงทะเบียน, ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน, ระบบห้องเรียนออนไลน์, ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน, ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร, ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน, ระบบรายงาน
  • ระบบต้องมีความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด
  • ระบบต้องรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานพร้อมกันได้อย่างน้อย 1,000 Concurrent
  • ระบบสามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชนที่พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568 ได้

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงาน: แบ่งเป็น 3 งวด
    • งวดที่ 1: ภายใน 120 วัน (30% ของวงเงิน)
    • งวดที่ 2: ภายใน 210 วัน (30% ของวงเงิน)
    • งวดที่ 3: ภายใน 270 วัน (40% ของวงเงิน)
  • การชำระเงิน: ชำระตามงวดการส่งมอบงาน
  • ค่าปรับ: 0.10% ของราคางานจ้างต่อวัน (13,000 บาทต่อวัน) หากส่งมอบงานล่าช้า
  • การรับประกันผลงาน: 1 ปี หลังจากการตรวจรับงาน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ถาม: หลักสูตร e-Learning ที่พัฒนาขึ้นจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรบ้าง?
    ตอบ: หลักสูตรจะครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับการงบประมาณภาครัฐ, กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง, ความโปร่งใส, การติดตามและประเมินผล, ธรรมาภิบาล, การบริหารงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, นวัตกรรมการงบประมาณ, การคลังสาธารณะเพื่อสังคม, และการวิเคราะห์ข้อมูลงบประมาณ
  • ถาม: ระบบ e-Learning จะสามารถเข้าถึงได้จากอุปกรณ์ใดบ้าง?
    ตอบ: ระบบจะสามารถแสดงผลผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ในลักษณะ Responsive
  • ถาม: ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    ตอบ: ผู้เข้ารับการฝึกอบรมคือผู้ดูแลระบบ (Administrator) จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน
  • ถาม: มีการรองรับการใช้งานพร้อมกันได้กี่คน?
    ตอบ: ระบบต้องรองรับการใช้งานของผู้ใช้งานพร้อมกันได้อย่างน้อย 1,000 Concurrent
  • ถาม: มีการฝึกอบรมให้ผู้ใช้งานทั่วไปด้วยหรือไม่?
    ตอบ: จะมีการจัดทำวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ใช้งานทั่วไป
  • ถาม: จะมีการออกใบรับรองให้กับผู้เรียนหรือไม่?
    ตอบ: มีระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้กับผู้ใช้งานตามรูปแบบที่สำนักงบประมาณหรือผู้ให้การรับรองกำหนดได้
  • ถาม: ผู้รับจ้างต้องดูแลระบบหลังจากการส่งมอบงานนานเท่าใด?
    ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องดูแลและบำรุงรักษาระบบทั้งหมดเป็นระยะเวลาหนึ่งปีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ
  • ถาม: หากระบบมีปัญหา จะต้องดำเนินการแก้ไขอย่างไร?
    ตอบ: ผู้รับจ้างจะต้องแก้ไขข้อบกพร่องภายใน 1 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง และทำการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน
  • ถาม: ผู้เสนอราคาต้องแนบเอกสารอะไรบ้างในการเสนอราคา?
    ตอบ: ผู้เสนอราคาต้องเสนอเอกสารรายละเอียดต่างๆ ต่อสำนักงบประมาณ เช่น ขอบเขตการดำเนินงาน, ข้อเสนอด้านราคา, รายชื่อบุคลากรดำเนินโครงการ, และเอกสารอ้างอิง
  • ถาม: การพิจารณาตัดสินจะใช้หลักเกณฑ์ใด?
    ตอบ: สำนักงบประมาณจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวม

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

(ร่าง) ขอบเขตของงาน (Term of Reference : TOR) โครงการการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ของสำนักงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 1 ระบบ 1. หลักการและเหตุผล คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2566 เห็นชอบการจัดทำงบประมาณรายจ่าย บูรณาการ และมอบหมายผู้มีอำนาจกำกับแผนงานบูรณาการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้มีการ จัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ จำนวน 10 แผนงาน ซึ่งรวมถึงแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการจัดทำงบประมาณรายจ่าย บูรณาการ อบแนวคิดการจัดทำงบประมาณรายจ่ายบูรณาการของแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ เพื่อลดปัญหาการทุจริตในสังคมไทย ผ่านการปลูกจิตสำนึกและสร้างค่านิยมให้ทุกภาคส่วน ตระหนักรู้ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต คุณธรรม จริยธรรม และใช้หลักธรรมาภิบาลในการบริหารองค์กร ปรับปรุง กฎหมายและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการ ป้องกัน ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ โดยกำหนดเป้าหมายคือ “ประเทศไทยปลอดการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ” ที่มีตัวชี้วัดสำคัญ 2 ตัว ได้แก่ (1) ประเทศไทยได้รับการประเมินค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perceptions Index, CPI) อยู่ในอันดับ 1 ใน 48 และ/หรือได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 55 คะแนน ภายใน ปี พ.ศ. 2568 (2) คะแนนเฉลี่ยการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยงานใน ประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 89 คะแนน จากเป้าหมายและตัวชี้วัดข้างต้น ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงาน 3 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 ปลูกฝังวิธีคิด ปลุกจิตสำนึกให้มีวัฒนธรรมและพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริต มุ่งเน้น ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริต ที่สอดคล้องกับประเด็นการยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริตที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาสื่อการ เรียนรู้ที่ทันสมัย สามารถเข้าถึงได้ง่าย การพัฒนาระบบฐานข้อมูลเครือข่ายต่อต้านการทุจริต การพัฒนาศักยภาพ เครือข่ายในการเฝ้าระวังแจ้งเบาะแส การพัฒนาเครื่องมือการประเมิน ITA ให้มีความสอดคล้องกับบริบท การเปลี่ยนแปลงทางสังคม แนวทางที่ 2 ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนมาตรการและ ข้อเสนอแนะ เพื่อป้องกันการทุจริต และสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ การสร้าง นวัตกรรมในการต่อต้านการทุจริต รวมทั้งส่งเสริมให้ภาคเอกชนนำระบบการจัดการต่อต้านการติดสินบน ไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงาน แนวทางที่ 3 ปราบปรามการทุจริต มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคดีทุจริต ให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การเพิ่มประสิทธิภาพเจ้าหน้าที่ในกระบวนการดำเนินคดี ทุจริต การผลักดันการตรากฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และเผยแพร่สาระสำคัญของกฎหมายให้ประชาชน ทราบ ในการประเมินการเปิดเผยด้านการงบประมาณ (Open Budget Survey, OBS) โดย International Budget Partnership ซึ่งเป็นการสำรวจกระบวนการจัดทำงบประมาณของประเทศต่างๆ Shar ফিল.. - 2 - โดยใช้แบบสอบถาม ครอบคลุม 125 ประเทศสมาชิกทั่วโลก โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนเชิงเปรียบเทียบและ ใช้เครื่องมือวิจัยตามข้อเท็จจริงที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยแบ่งองค์ประกอบของการประเมินออกเป็น 3 หัวข้อ ประกอบด้วย (1) ความโปร่งใส (Transparency) (2) การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) และ (3) การกำกับดูแลงบประมาณ (Budget Oversight) มีรายละเอียด ดังนี้ 1) ความโปร่งใส (Transparency) จะวัดการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับจัดเก็บรายได้และ การใช้งบประมาณของรัฐที่เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยจะประเมินจากการเปิดเผยออนไลน์ ความพร้อมใช้งาน ความทันเวลา และความครอบคลุม ของเอกสารงบประมาณหลัก 8 ฉบับ จากการใช้ตัวชี้วัดที่มีการถ่วงน้ำหนัก เท่ากัน 109 ตัวชี้วัดและให้คะแนนในแต่ละประเทศ ตั้งแต่ 0 ถึง 100 หากมีคะแนนความโปร่งใสตั้งแต่ 61 ขึ้นไป ถือว่าประเทศนั้นมีแนวโน้มที่จะมีความโปร่งใสในการเผยแพร่เนื้อหาข้อมูลงบประมาณเพียงพอที่จะสนับสนุน การอภิปรายสาธารณะ ประเทศไทยได้คะแนนในปี 2566 ที่ระดับ 60 คะแนน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (45 คะแนน) แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่ OBS กำหนดที่ 61 คะแนน 2) การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) ประเมินโอกาสในการ มีส่วนร่วมอย่างเป็นทางการที่ของภาคประชาชน ในขั้นตอนต่าง ๆ ของกระบวนการงบประมาณ โดยตรวจสอบ การปฏิบัติทั้งของฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และหน่วยงานตรวจสอบสูงสุด โดยใช้ตัวชี้วัดน้ำหนักเท่ากัน 18 ตัว และให้คะแนนแต่ละประเทศในระดับคะแนนตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยประเทศไทยมีคะแนนการมีส่วนร่วม ของประชาชนอยู่ที่ 28 จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (15 คะแนน) ซึ่งเมื่อพิจารณารายละเอียดจะพบว่าขั้นตอนการจัดทำ มีคะแนนอยู่ที่ 47 คะแนน อนุมัติงบประมาณ อยู่ที่ 11 คะแนน ในขณะที่ขั้นตอนการดำเนินงานและการตรวจสอบติดตามผลการดำเนินง มีคะแนน 25 และ 44 คะแนน ตามลำดับ 3) การกำกับดูแลงบประมาณ (Budget Oversight) OBS ตรวจสอบบทบาทของ สภานิติบัญญัติและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่มีบทบาทในกระบวนการงบประมาณและการกำกับดูแล โดยแต่ละประเทศจะได้รับการประเมินคะแนนในระดับตั้งแต่ 0 ถึง 100 โดยใช้ตัวชี้วัดน้ำหนักเท่ากัน 18 ตัว โดยประเทศไทยมีคะแนน 63 คะแนน ซึ่งประเทศไทยมีการกำกับดูแลงบประมาณผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (ตั้งแต่ 61 คะแนนขึ้นไป) เพื่อให้การบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นไปอย่างเปิดเผย โปร่งใส และมี ประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศไทยปลอดการทุจริตและประพฤติมิชอบ สำนักงบประมาณในฐานะ หน่วยงานสนับสนุนของแผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงเห็นควรยกระดับการสื่อสาร และการรับรู้ของประชาชน ให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณของภาครัฐ เพื่อเป็นการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชน ผ่านเครื่องมือการเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านระบบสื่อการเรียนการสอน ออนไลน์ หรือ e-Learning ที่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและไม่คิดค่าใช้จ่ายในการศึกษาหาความรู้ของประชาชน ในโครงการเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณ ภายใต้แผนงานบูรณาการต่อต้านการทุจริตและประพฤติ มิชอบ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว มีความสอดคล้องตามแนวทางการดำเนินงานที่ 2 การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ Wow. GAờn 2. วัตถุประสงค์ -3- 2.1 เพื่อพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) สำหรับประชาชนในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับกระบวนการงบประมาณสำหรับประชาชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจและความโปร่งในในระบบงบประมาณ 2.2 เพื่อพัฒนาหลักสูตรกระบวนการงบประมาณสำหรับประชาชน ให้เป็นส่วนหนึ่งของ แพลตฟอร์มงบประมาณสำหรับประชาชน เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจสามารถใช้ในการศึกษาและนำไปใช้ ประโยชน์ต่อยอดได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ประชาชนทั่วไป ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ นักเรียน นักศึกษา นักวิวัย หน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาชน ได้โดยง่าย 2.3 เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ด้านการงบประมาณและเผยแพร่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึง 3. คุณสมบัติผู้เสนอราคา 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานของทางราชการ และได้แจ้งเวียนชื่อแล้ว หรือไม่เป็นผู้ที่ได้รับผลของการสั่งให้นิติบุคคลหรือบุคคลอื่นเป็นผู้ทิ้งงานตามระเบียบของทางราชการ 3.5 ต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายอื่น และ/หรือ ต้องไม่เป็นผู้มี ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ยื่นข้อเสนอกับผู้ให้บริการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ณ วันประกาศเพื่อจัดหาผู้รับจ้างด้วย วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 3.6 ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทยเว้นแต่รัฐบาล ของผู้เสนอราคาได้มีคำสั่งให้สละสิทธิและความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.7 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ 3.8 บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐซึ่งได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ กรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 3.9 ต้องมีหนังสือรับรองผลงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานด้วยงบประมาณภาครัฐ ที่เป็น คู่สัญญาโดยตรงกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และเป็นวงเงินไม่น้อยกว่า 4,000,000 บาท (สี่ล้านบาทถ้วน) ต่อหนึ่งสัญญา พร้อมนำสำเนาคู่ฉบับ และเอกสารหลักฐานยื่นมาพร้อมกับข้อเสนอด้านเทคนิค 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ 3.10.1 ใบรับรองระบบคุณภาพที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล เพื่อเป็นการแสดงว่าบริษัท มีการพัฒนาระบบคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบ ISO เป็นต้น 3.10.2 หลักฐานการมีซอฟต์แวร์ที่ถูกกฎหมายสำหรับพนักงานไว้ใช้งานอย่างน้อย ร้อยละ 30 ของพนักงานทั้งบริษัท Shar wh ফিউম চনটা -4- ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในการจัดทำฐานข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และรูปแบบรายงานต่าง ๆ รวมถึงมีความรู้และความเข้าใจในระบบงบประมาณ พระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 รวมทั้งมีความรู้และความเข้าใจในระบบสารสนเทศด้านการงบประมาณเป็นอย่างดี มีผลงานเป็นที่ยอมรับของสำนักงบประมาณ และมีทีมงานประกอบด้วยผู้มีประสบการณ์ในด้านที่เกี่ยวข้อง 4. ขอบเขตการดำเนินงาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามรายละเอียดของงานในแต่ละส่วน โดยมีขอบเขตของงานที่ต้อง ดำเนินการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 4.1 วางแผนการดำเนินงานและบริหารโครงการเสริมสร้างความโปร่งใสในระบบงบประมาณ (ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์) โดยแสดงขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน พร้อมวันที่เริ่มต้น - สิ้นสุดในแต่ละ ขั้นตอนอย่างละเอียด 4.2 ศึกษาและวิเคราะห์กระบวนการงบประมาณในทุกขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการทบทวนและ วางแผนงบประมาณ การจัดทำงบประมาณ การอนุมัติงบประมาณ การบริหารงบประมาณ และการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานและการใช้จ่ายงบประมาณ และจัดทำข้อเสนอหลักสูตรสำหรับประชาชนอย่างน้อย 9 หลักสูตร เสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนบรรจุหลักสูตรในระบบสื่อการเรียนการสอน ออนไลน์ 4.3 ดำเนินการเก็บข้อมูล ศึกษาและวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้ (User Requirements) ครอบคลุมกระบวนงาน (Process) และรายงาน (Report) ตามที่สำนักงบประมาณกำหนด พร้อมทั้งจัดทำ Requirement Definition 4.4 ศึกษา วิเคราะห์และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ พร้อมจัดทำตัวอย่าง หน้าจอ (UX/UI) ของแพลตฟอร์มและนำเสนอต่อสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณาก่อนเริ่มกระบวนการพัฒนา 4.5 ดำเนินการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ โดยประกอบด้วย 4.5.1 ระบบข้อมูลหลักสูตรและจัดการเนื้อหา โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถสร้าง แก้ไข ลบหลักสูตรได้ สามารถกำหนดบทเรียนในหลักสูตรได้ สามารถแสดงข้อมูลพื้นฐานของหลักสูตรได้ เช่น วัตถุประสงค์ บทเรียน ผู้สอน คำอธิบายรายบทเรียน ผลที่คาดว่าจะได้รับ เป็นต้น สามารถจัดเก็บข้อมูลบทเรียนได้ทั้งในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ วิดีโอ และ หรือ URL เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้ สามารถกำหนดแบบทดสอบและเงื่อนไขการประเมินผลได้ 4.5.2 ระบบบริหารหลักสูตร โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถกำหนดคุณสมบัติหรือเงื่อนไขของผู้เรียนได้ สามารถกำหนดสิทธิ์การแสดงข้อมูลบทเรียนได้ สามารถจัดการการแสดงผลและลำดับบทเรียนของแต่ละหลักสูตรได้ 4.5.3 ระบบลงทะเบียน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ได้ 4.5.4 ระบบการจัดการข้อมูลผู้ใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถแก้ไขข้อมูลผู้ใช้งานได้ สามารถเปิด/ปิด อนุญาตหรือระงับการใช้งานเป็นรายบุคคลได้ สามารถ Reset Password ของผู้ใช้งานเป็นรายบุคคลได้ สามารถจัดเก็บประวัติการเรียนการสอนเป็นรายบุคคลได้ 4.5.5 ระบบห้องเรียนออนไลน์ โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถแสดงบทเรียน แบบทดสอบก่อน/หลังเรียน ได้ สามารถจดโน้ตระหว่างเรียนได้ สามารถแสดงผลผ่านอุปกรณ์ที่แตกต่างกันได้ ในลักษณะ Responsive สามารถแสดงความคิดเห็นต่อหลักสูตรภายหลังการเรียนจบหลักสูตร 4.5.6 ระบบติดตามผลผู้ใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถติดตามและคำนวณความก้าวหน้าของผู้ใช้งานได้ สามารถกำหนดเกณฑ์การประเมินผลของหลักสูตรหรือบทเรียนได้ สามารถประเมินผลการเรียนของผู้ใช้งานได้ สามารถแสดงผลการเรียนหรือความก้าวหน้าให้ผู้ใช้งานรับทราบได้ 4.5.7 ระบบใบรับรอง/ประกาศนียบัตร โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการเรียนได้ สามารถออกใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ให้กับ ผู้ใช้งานตามรูปแบบที่สำนักงบประมาณหรือผู้ให้การรับรองกำหนดได้ สามารถ Download ใบรับรอง/ประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ได้ 4.5.8 ระบบแจ้งปัญหาการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถแจ้งปัญหาการใช้งานผ่านระบบได้ สามารถกำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ สามารถสื่อสารระหว่างผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบในรูปแบบ Issue Tracking ได้ สามารถจัดการเปิด/ปิดประเด็นปัญหาได้ สามารถแนบไฟล์หรือรูปภาพประกอบการแจ้งปัญหาได้ สามารถรวบรวมและประมวลปัญหาได้ สามารถจัดทำประเด็นคำถาม-คำตอบที่พบบ่อย (FAQ) ได้ 4.5.9 ระบบรายงาน โดยมีคุณสมบัติอย่างน้อย ดังนี้ สามารถจัดทำรายงานข้อมูลหลักสูตรได้ สามารถจัดทำรายงานข้อมูลบทเรียนได้ สามารถจัดทำรายงานสรุปข้อมูลผู้ใช้งานได้ -6- สามารถจัดทำรายงานติดตามและประเมินผลการใช้งานระบบได้ สามารถจัดทำรายงานปัญหาการใช้งานได้ สามารถจัดทำรายงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามรูปแบบที่สำนักงบประมาณกำหนดได้ 4.6 พัฒนาหลักสูตรด้านการงบประมาณสำหรับประชาชน อย่างน้อย 9 หลักสูตร เช่น (1) หลักสูตรความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการงบประมาณ (2) หลักสูตรกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (3) หลักสูตรการเสริมสร้างความโปร่งใสในกระบวนการงบประมาณ (4) หลักสูตรการติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณ (5) หลักสูตรธรรมาภิบาลกับการงบประมาณ (6) หลักสูตรการบริหารงบประมาณสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (7) หลักสูตรนวัตกรรมการงบประมาณ (8) หลักสูตรการคลังสาธารณะเพื่อสังคม (9) หลักสูตรการวิเคราะห์ข้อมูลงบประมาณ 4.7 ติดตั้งระบบและจัดให้มีการทดสอบบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตามที่สำนักงบประมาณ กำหนด เช่น ระบบคลาวด์ภาครัฐ เป็นต้น และสามารถเชื่อมโยงหรือกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์ม งบประมาณสำหรับประชาชนที่พัฒนาขึ้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2568 ได้ 4.8 ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นจะต้องมีการรักษาความปลอดภัยของระบบ ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกำหนด และสามารถรองรับการใช้งานของ ผู้ใช้งานพร้อมกันได้อย่างน้อย 1,000 Concurrent ออนไลน์ 4.9 จัดทำรายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และการออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอน 4.10 จัดทำรายงานข้อเสนอหลักสูตรอย่างน้อย 9 หลักสูตร โดยเสนอให้สำนักงบประมาณ พิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนบรรจุหลักสูตรในระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ 4.11 จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ 4.12 จัดฝึกอบรม ถ่ายทอดเทคโนโลยีและการบริหารจัดการระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ ให้กับผู้ดูแลระบบ (Administrator) ไม่น้อยกว่า 10 คน และจัดทำวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับ ผู้ใช้งานทั่วไป โดยให้ดำเนินการ ดังนี้ 4.12.1 จัดทำแผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี 4.12.2 จัดทำรายงานผลการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี 4.12.3 จัดทำวิดีโอสอนการใช้งานระบบเพื่อเผยแพร่ให้กับผู้ใช้งานทั่วไป 5. การติดตั้งและทดสอบระบบ ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการติดตั้งระบบที่พัฒนาขึ้นบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตามที่สำนัก งบประมาณกำหนด เช่น ระบบคลาวด์ภาครัฐ เป็นต้น และจัดให้มีการทดสอบการใช้งาน และการทดสอบ ประสิทธิภาพหรือการรองรับการใช้งานของผู้ใช้งาน ก่อนเริ่มการใช้งานจริง และจะต้องเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม งบประมาณสำหรับประชาชนที่มีการพัฒนาในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 - 2568 ได้ Shar P -7- 6. การฝึกอบรม ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและฝึกอบรมการใช้งานระบบให้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ 6.1 ฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาและการบริหารจัดการระบบและหลักสูตร สำหรับผู้ดูแลระบบ (Administrator) จำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน 6.2 จัดทำวิดีโอนำเสนอวิธีการใช้งานระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป 6.3 จัดทำคู่มือการใช้งานระบบสำหรับผู้ดูแลระบบ ไม่น้อยกว่า 10 ชุด พร้อมไฟล์เอกสารใน รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยครอบคลุมวิธีการใช้งาน วิธีแก้ไขปัญหา และวิธีการบริหารจัดการระบบสื่อการเรียนการ สอนออนไลน์ 7. เงื่อนไขการส่งมอบ สำนักงบประมาณกำหนดระยะเวลาในการดำเนินงานรวม 270 วัน นับถัดจากวันลงนาม ในสัญญา ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องส่งมอบงานในรูปแบบเอกสาร (Hard Copy) และไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ PDF และ Microsoft Word/Excel จำนวนอย่างน้อย 10 ชุด และมอบ Source Code และติดตั้งแพลตฟอร์ม/ ระบบงาน โดยแบ่งออกเป็น 3 งวด ดังนี้ งบประมาณกำหนด 7.1 งวดที่ 1 ส่งมอบงานภายใน 120 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้ 1) แผนการดำเนินงานโครงการฯ 2) รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ 3) รายงานข้อเสนอหลักสูตรฯ อย่างน้อย 9 หลักสูตร 7.2 งวดที่ 2 ส่งมอบงานภายใน 210 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้ 1) รายงานความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบฯ 2) ระบบสื่อการเรียนการสอนออนไลน์ที่พัฒนาขึ้นและติดตั้งบนแพลตฟอร์มที่สำนัก 3) แผนการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น 4) แผนการฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี 7.3 งวดที่ 3 ส่งมอบงานภายใน 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา ดังนี้ 1) รายงานผลการทดสอบระบบที่พัฒนาขึ้น 2) รายงานผลการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี 3) Source Code ที่ติดตั้งพร้อมใช้งานที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขตามผลการทดสอบแล้ว 4) เอกสารระบบและคู่มือการใช้งานที่สมบูรณ์ 8. ระยะเวลาการดำเนินงาน 270 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา -8- 9. เงื่อนไขการชำระเงิน 9.1 งวดที่ 1 สำนักงบประมาณจะชำระเงินจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 1 และสำนักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว 9.2 งวดที่ 2 สำนักงบประมาณจะชำระเงินจำนวนร้อยละ 30 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 2 และสำนักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว 9.3 งวดที่ 3 สำนักงบประมาณจะชำระเงินจำนวนร้อยละ 40 ของวงเงินทั้งสิ้นแก่ผู้รับจ้าง เมื่อส่งมอบงานงวดที่ 3 และสำนักงบประมาณตรวจรับเรียบร้อยแล้ว 10. เงื่อนไขอื่น ๆ 10.1 ผู้รับจ้างต้องประชุมร่วมกับคณะกรรมการและ/หรือคณะทำงานที่สำนักงบประมาณแต่งตั้ง ตามวาระที่เหมาะสม เมื่อได้รับการแจ้งจากสำนักงบประมาณ เพื่อรวบรวมความต้องการของผู้ใช้งานและรายงาน ผลการดำเนินงาน อาทิ สถานะความก้าวหน้าในการดำเนินงาน การตรวจสอบว่าระบบหรือโปรแกรมได้พัฒนาขึ้น มาตรงตามความต้องการของสำนักงบประมาณ รวมทั้ง เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดความรู้อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อโครงการดังกล่าวได้ 10.2 เงื่อนไขการเสนอราคา ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอเอกสารรายละเอียดต่างๆ ต่อสำนักงบประมาณอย่างน้อยประกอบด้วย
หัวข้อ ระบุหัวข้อให้ตรงกับ ขอบเขตการดำเนินงาน ที่กำหนด ข้อกำหนดตามขอบเขต ข้อเสนอของบริษัท การดำเนินงาน เอกสารอ้างอิง
ให้คัดลอกขอบเขตการ ดำเนินงานที่สำนัก งบประมาณกำหนด ระบุขอบเขตการ ดำเนินงานของ ผู้ที่ยื่นข้อเสนอ ระบุหมายเลขหน้าของ เอกสารอ้างอิงของผู้เสนอ
10.2.2 ข้อเสนอด้านราคา โดยแสดงรายละเอียดค่าใช้จ่ายบุคลากรซึ่งแสดงอัตราค่าจ้าง จำนวนคน หลักเกณฑ์อัตราค่าใช้จ่ายและแนวทางการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี การฝึกอบรมสัมมนา การโฆษณาประชาสัมพันธ์การจ้างที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศของสำนักงบประมาณ ฉบับล่าสุด ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ด้านซอฟต์แวร์ ค่าพัฒนาระบบค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่นๆเป็นต้น 10.3 บุคลากรดำเนินโครงการ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องเสนอรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานโครงการทุกตำแหน่ง ที่ไม่ซ้ำซ้อน กันและต้องเป็นพนักงานประจำของบริษัท ของผู้ยื่นข้อเสนอโดยให้ระบุ ระดับวุฒิการศึกษา ประสบการณ์ทำงาน และความเชี่ยวชาญในหน้าที่ความรับผิดชอบพร้อมแนบสำเนาวุฒิการศึกษาเพื่อประกอบการพิจารณาและใน ระหว่างดำเนินโครงการผู้รับจ้างจะต้องจัดแผนบุคลากรเพิ่มเติมให้เพียงพอกับการปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จภายใน ระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งบุคลากรดำเนินงานอย่างน้อยประกอบด้วย
- 9 - 11. การรับประกันผลงาน บุคลากรหลัก (1) ผู้จัดการโครงการ ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน ระดับ (2) ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบฐานข้อมูล วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน (3) ที่ปรึกษาด้านการงบประมาณ และ/หรือการคลังสาธารณะ ระดับวุฒิการศึกษา ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 16 - 20 ปี อย่างน้อย 1 คน (4) ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่า ปริญญาโท ประสบการณ์ 11 - 15 ปี อย่างน้อย 1 คน (5) นักพัฒนาระบบงาน ระดับวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ประสบการณ์ 5 - 10 ปีขึ้นไป อย่างน้อย 3 คน บุคลากรสนับสนุน (6) บุคลากรสนับสนุนด้านการ ออกแบบสร้างสรรค์แอปพลิเคชัน (UX/UI Designer) อย่างน้อย 2 คน (7) เลขานุการโครงการ (Project Administrator) อย่างน้อย 1 คน 11.1 ผู้รับจ้างจะต้องดูแลและบำรุงรักษาระบบทั้งหมด ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องที่อาจตรวจพบ ให้สามารถใช้งานได้ปกติ นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุได้ตรวจรับการส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วเป็น ระยะเวลาหนึ่งปีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น 11.2 ผู้รับจ้างจะต้องปกปิดข้อมูลสำคัญ มีการลงนามของผู้ปฏิบัติงานที่จะไม่นำข้อมูลในเรื่อง ระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักงบประมาณไปเปิดเผยต่อผู้อื่นโดยเด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ และห้ามคัดลอกหรือห้าม ถ่ายโอนข้อมูลใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากสำนักงบประมาณโดยเด็ดขาด และปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติ ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของสำนักงบประมาณอย่างเคร่งครัด 11.3 หากมีความบกพร่อง หรือมีข้อขัดข้องผิดพลาด หรือไม่สามารถใช้งานระบบได้ตามปกติ ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน สำนักงบประมาณจะแจ้งสภาพของความบกพร่องหรือข้อขัดข้องผิดพลาดในเบื้องต้น ไปยังผู้รับจ้างทางโทรศัพท์หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e - mail) และเมื่อผู้รับจ้างได้รับแจ้งดังกล่าวแล้วผู้รับจ้าง จะต้องแก้ไขข้อบกพร่องดังกล่าวภายใน 1 วันนับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งและทำการตรวจสอบและซ่อมแซมแก้ไขให้ อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีดังเดิมภายใน 3 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับแจ้งพร้อมรายงานปัญหาและการแก้ไขต่อสำนัก งบประมาณภายใน 10 วัน หลังจากแก้ไขให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดีดังเดิม โดยไม่คิดค่าแรงงานค่าใช้จ่ายในการ เดินทางสำหรับการให้บริการ และค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมจากค่าจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญาถ้าผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตาม สำนักงบประมาณมีสิทธิ์จ้างบุคคลภายนอกดำเนินการแก้ไขความบกพร่องหรือข้อผิดพลาดดังกล่าวโดยผู้รับจ้าง จะต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจ้างบุคคลภายนอกดำเนินการนั้น - 10 - 12. อัตราค่าปรับ หากผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาและผู้ว่าจ้างยังมิได้ บอกเลิกสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับให้แก่ผู้ว่าจ้าง ในอัตราร้อยละ 0.10 ของราคางานจ้าง (หรือวันละ 13,000 บาท) นับถัดจากวันที่ครบกำหนดเวลาแล้วเสร็จของงานตามสัญญาหรือวันที่ผู้ว่าจ้างได้ขยายเวลาทำงาน ให้ จนถึงวันที่ทำงานแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ผู้รับจ้างยอมให้ผู้ว่าจ้างเรียกค่าเสียหายอันเกิดขึ้นจากการที่ผู้รับจ้าง ทำงานล่าช้า เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าวได้อีกด้วย 13. งบประมาณ วงเงินงบประมาณ 13,000,000 บาท (สิบสามล้านบาทถ้วน) 14. ลิขสิทธิ์ในเอกสาร/ข้อมูล ลิขสิทธิ์ในเอกสาร/ข้อมูลที่ผู้ว่าจ้างได้จัดทำขึ้น ให้ตกเป็นของสำนักงบประมาณ หากจะมอบ ให้แก่ผู้ใด จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสำนักงบประมาณก่อน 15. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอครั้งนี้ สำนักงบประมาณจะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ ราคา โดยจะพิจารณาจากราคารวม 16. ผู้รับผิดชอบ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักงบประมาณ สำนักนายกรัฐมนตรี 17. ผู้จัดทำร่างขอบเขตของงาน 17.1 นายทศพร ดิเรกสุนทร ประธานกรรมการ 17.2 นางสาวกรรภิรมย์ สุคนธสิงห์ กรรมการ 17.3 นางสาวเพ็ชรัตน์ แก้วจันดา กรรมการ 17.4 นางณฏพร พุ่มทอง กรรมการ 17.5 นางสาวชลธิรา โพลีวัฒนะ กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ