จ้างก่อสร้างระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างก่อสร้างก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต ถนนจะบวก-โคกหลวงพ่อ (ชุมชนจะบวก,ชุมชนโคกหลวงพ่อ) โดยลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต

เทศบาลเมืองนางรอง 67119540894
฿8,058,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 19 ก.พ. 2568 บุรีรัมย์
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อก่อสร้างและปรับปรุงถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีต บนถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ ในชุมชนจะบวกและชุมชนโคกหลวงพ่อ โดยเทศบาลเมืองนางรองเป็นเจ้าของโครงการ ขอบเขตงานประกอบด้วย การก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Overlay) ความหนา 0.05 เมตร บนผิวทางถนน ค.ส.ล. เดิม และการก่อสร้างบนพื้นทางหินคลุก รวมถึงการตีเส้นจราจรด้วยสีเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน มอก. 542 ทั้งเส้นขอบ เส้นกลาง และเส้นหยุด และการติดตั้งป้ายจราจรต่างๆ ตามที่ระบุในแบบ นอกจากนี้ ยังมีงานซ่อมผิวทางเดิม เช่น Deep Patch, Skin Patch และ Leveling เพื่อปรับปรุงสภาพถนนให้มีความเรียบและได้ระดับตามมาตรฐาน

English summary

The project aims to construct and improve asphalt concrete pavement on Chabok - Khok Luang Pho Road in Chabok and Khok Luang Pho communities. The scope of work includes asphalt concrete overlay (0.05 m thickness) on existing concrete roads and construction on crushed rock base, thermoplastic pavement marking according to TIS 542 standards, and installation of traffic signs as specified in the drawings. Additionally, it involves repairing existing road surfaces through Deep Patch, Skin Patch, and Leveling to improve road smoothness and meet standards.

สถานที่ดำเนินการ

ถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • ก่อสร้างและปรับปรุงถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีต บนถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ
  • ปรับปรุงสภาพถนนให้มีความเรียบและได้ระดับตามมาตรฐาน
  • อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการสัญจร

ขอบเขตของงาน

  • ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Overlay) ความหนา 0.05 เมตร บนผิวทางถนน ค.ส.ล. เดิม (ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2)
  • ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ความหนา 0.05 เมตร บนพื้นทางหินคลุก
  • ตีเส้นจราจรเส้นขอบใช้สีขาว ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542
  • ตีเส้นจราจรเส้นกลางเส้นประใช้สีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542
  • ตีเส้นจราจรเส้นหยุดใช้สีขาว ขนาดกว้าง 30 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542
  • ติดตั้งป้ายจราจรต่างๆ (เช่น ป้าย บ-1, ต-75, ต-13, ต-14, ต-3, ต-4, ต-2, ต-1, ต-22, ต-11)
  • ติดตั้งหลักนำโค้ง จำนวน 5 หลัก ทาสีขาวแดง
  • งานซ่อมผิวทางเดิม (Deep Patch, Skin Patch, Leveling)
  • งานดินถมคันทาง
  • งานชั้นรองพื้นทาง
  • งานชั้นพื้นทาง
  • งาน Prime Coat (มทถ.225-2562)
  • งาน Tack Coat (มทถ. 227-2562)
  • อำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีตที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด
  • เส้นจราจรที่ตีเส้นด้วยสีเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน มอก. 542
  • ป้ายจราจรติดตั้งตามตำแหน่งที่ระบุในแบบ
  • ถนนที่ได้รับการซ่อมแซมผิวทางเดิมให้เรียบร้อย
  • แผนการปฏิบัติงาน
  • การจัดส่งวัสดุงานทาง

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
  • ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Standards Compliance: วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และ มทถ. ที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. 542 (สีเทอร์โมพลาสติก), มทถ. 201-2562 (วัสดุถมคันทาง), มทถ. 202-2562 (วัสดุรองพื้นทาง), มทล.203-2562 (วัสดุพื้นทางชนิดหินคลุก), มทถ.225-2562 (Prime Coat), มทถ. 227-2562 (Tack Coat)

เกณฑ์การพิจารณา

  • ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินราคาไว้อย่างชัดเจนในเอกสารที่ให้มา

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต หนา 0.05 เมตร
  • สีเทอร์โมพลาสติกสำหรับตีเส้นจราจรตาม มอก. 542
  • วัสดุถมคันทางตามมาตรฐาน มทถ. 201-2562
  • วัสดุรองพื้นทางตามมาตรฐาน มทถ. 202-2562
  • วัสดุพื้นทางชนิดหินคลุกตามมาตรฐาน มทล.203-2562
  • ยางแอสฟัลต์สำหรับ Prime Coat ชนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณ 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร (มทถ.225-2562)
  • ยางแอสฟัลต์สำหรับ Tack Coat ชนิด CRS-2 ปริมาณ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตร (มทถ. 227-2562)
  • ความหนาแน่นของดินถมไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Proctor Density
  • ความหนาแน่นของชั้นรองพื้นทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 Standard Proctor Density
  • โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง

เงื่อนไขสัญญา

  • ไม่ได้ระบุเงื่อนไขสัญญาไว้อย่างชัดเจนในเอกสารที่ให้มา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • คำถาม: วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างถนนต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานอะไรบ้าง?
    คำตอบ: วัสดุที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก. และ มทถ. ที่เกี่ยวข้อง เช่น มอก. 542 (สีเทอร์โมพลาสติก), มทถ. 201-2562 (วัสดุถมคันทาง), มทถ. 202-2562 (วัสดุรองพื้นทาง), มทล.203-2562 (วัสดุพื้นทางชนิดหินคลุก)

  • คำถาม: การตีเส้นจราจรต้องใช้วัสดุอะไร และมีมาตรฐานอย่างไร?
    คำตอบ: ต้องใช้สีเทอร์โมพลาสติกตามมาตรฐาน มอก. 542 โดยมีขนาดและความหนาตามที่กำหนดในแบบ

  • คำถาม: การซ่อมผิวทางเดิมมีกี่ประเภท อะไรบ้าง?
    คำตอบ: มี 3 ประเภท ได้แก่ Deep Patch (ซ่อมโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง), Skin Patch (ซ่อมเฉพาะผิวทางที่ชำรุด), และ Leveling (ปรับระดับผิวทางเดิมให้เรียบ)

  • คำถาม: ต้องมีการควบคุมการจราจรระหว่างการก่อสร้างหรือไม่?
    คำตอบ: ต้องมีการอำนวยการและควบคุมการจราจรระหว่างก่อสร้าง เพื่อให้การจราจรผ่านได้โดยสะดวกและปลอดภัย

  • คำถาม: โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
    คำตอบ: โรงงานผสมแอสฟัลต์คอนกรีตต้องมีกำลังการผลิตไม่น้อยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง

  • คำถาม: ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีตที่สร้างใหม่คือเท่าไหร่?
    คำตอบ: ความหนาของผิวทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีตที่สร้างใหม่คือ 0.05 เมตร

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานเมื่อใด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

  • คำถาม: ผู้รับจ้างต้องจัดส่งวัสดุงานทางเมื่อใด?
    คำตอบ: ผู้รับจ้างต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

  • คำถาม: การเลือกวิธีการซ่อมผิวทางเดิม (Deep Patch, Skin Patch, Leveling) ขึ้นอยู่กับอะไร?
    คำตอบ: ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของความเสียหายของผิวทางเดิม โดยอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน

  • คำถาม: ต้องติดตั้งป้ายจราจรอะไรบ้างในโครงการนี้?
    คำตอบ: ต้องติดตั้งป้ายจราจรต่างๆ ตามที่ระบุในแบบ เช่น ป้าย บ-1, ต-75, ต-13, ต-14, ต-3, ต-4, ต-2, ต-1, ต-22, ต-11

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

ถนนนางรอง - ปะคำ ติดตั้งป่าย บ-1 จุดเริ่มต้นก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Ovevlay) ความหนา 0.05 ม. บนผิวทาง ถนน ค.ส.ล. เดิม (ช่วงที่ 1) สถานที่ก่อสร้าง ผังบริเวณโคกหลวงพ่อ-จะบวก SCALE 1:750 โครงการ/ที่ตั้งโครงการ กอสรางถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีตถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพ่อ) เจาของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์) สำรวจ/ออกแบบ กองช่างเทศบาลเมืองนางรอง k ตีเส้นจราจรเส้นหยุดใช้สีขาว ขนาดกว้าง 30 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 จุดเริ่มตนโครงการ STA. 0+000 ตีเส้นจราจรเส้นกลางเส้นประใช้สีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ตีเส้นจราจรเส้นขอบใช้สีขาว ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Overlay) ความหนา 0.05 ม. บนผิวทาง ถนน ค.ส.ล. เดิม 0+000/ 0+050 0+100 ติดตั้งป่าย ต-75 รูปตัด B-B ถนน ค.ส.ล.เดิน- ติดตั้งป่าย ต-13 ติดตั้งป้าย ต-14 8-44 0+150 6.00 HOWTH แผนที่สังเขป ซอยพยัคฆกูล คณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ ตีเส้นจราจรเส้นหยุดใช้สีขาว ขนาดกว้าง 30 ชม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 0+200 จุดตอเนื่อง SYA.0+200 เขียนแบบ นายฐากร แกวอ้าไห ผู้ช่วยนายช่างโยธา เห็นชอบ มัติ นายพชร พลนิกร ผู้อำนวยการกองช่าง แบบเลขที่ มาตราสวน ตรวจ ตรวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์จูน วิศวกรโยธาชำนาญการ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รจนาแคเทศมนตรี นายมาในช ตันเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที่ CHECKED 22/2568 แผนที 1 1:750 A3 จํานวนแผน 26 จุดต่อเนื่อง SYA.0+200 รูปตัด B - B 0+200 ติดตั้งป้าย ต-13 6.00 ถนนสวัสดิ์พัฒนา ตีเส้นจราจรเส้นหยุดใช้สีขาว ขนาดกว้าง 30 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 0+250 0+270 ตีเส้นจราจรเส้นกลางเส้นประใช้สีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ตีเส้นจราจรเส้นขอบใช้สีขาว ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ความหนา 0.05 ม. บนพื้นทางหินคลุก 0+450 0-500 ติดตั้งป้าย ต-14 จุดสิ้นสุดก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Overlay) ความหนา 0.05 ม. บนผิวทาง ถนน ค.ส.ล. เดิม (ช่วงที่ 1) จุดเริ่มต้นก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ความหนา 0.05 ม บนพื้นทางหินคลุก ผังบริเวณโคกหลวงพ่อจะบวก SCALE 1:750 0+300 04350 รูปตัด A - A ติดตั้งป้าย ฅ-3 0+400 โครงการที่ตั้งโครงการ ก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัสต์ติกคอนกรีตถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพ่อ) เจ้าของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์) สํารวจออกแบบ กองช่างเทศบาลเมืองนางรอง เขียนแบบ นายฐากร แก้วอําไพ ผู้ช่วยนายช่างโยธา ตรวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์พูน วิศวกรโยธาชํานาญการ ตรวจ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง เห็นชอบ นายพชร พลนิกร ผู้อํานวยการกองช่าง เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รองนายกเทศมนตรี ติดตั้งป้ายต-4 Hoild อนุมัติ จุดต่อเนื่อง SYA.0+500 คณะกรรมการจัดทําแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ..ประธานกรรมการ กรรมการ ..กรรมการ แบบเลขที มาตราส่วน PAPER SIZE นายมาโนช ตันเจริญ | CHECKED นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที่ 22 /2568 w 1:750 2 A3 จํานวนแผ 26 ติดตั้งป่าย ต-2 1+600 ทอเหลี่ยมเดิม 1+650 1+550 จุดต่อเนื่อง SYA.1+550 ผังบริเวณโคกหลวงพ่อ-จะบวก SCALE โครงการ/ที่ตั้งโครงการ 1:750 รูปตัด A - A กอสรางถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีตถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพ่อ) เจาของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย สำรวจ/ออกแบบ กองซางเทศบาลเมืองนางรอง ติดตั้งป่าย ต-1 รูปตัด A-A 1+700 ทอเหลียมเดิม ดีเส้นจราจรเส้นกลางเส้นประใช้สีเหลือง ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ตีเส้นจราจรเส้นขอบใช้สีขาว ขนาดกว้าง 10 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 ก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ความหนา 0.05 ม. บนพื้นทางหินคลุก 1+750 จุดต่อเนื่อง SYA.1+750 คณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ประธานกรรมการ ..กรรมการ ..กรรมการ เขียนแบบ นายฐากร แกวอ้าไพ ผู้ช่วยนายช่างโยธา เห็นชอบ นายพชร พลนิกร ผู้อำนวยการกองช่าง แบบเลขที่ 22/256 แผนที 6 มาคราสวน 1:750 ตรวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์พูน วิศวกรโยธาชำนาญการ เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล ครวจ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและกอง ก่อสร้าง เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รองนายกเทศมนตรี นายมาโนช ตันเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที PAPER SIZE CHECKED A3 จํานวนแผน : 26 ติดตั้งป่าย ต-22 1+750 คลองศรีกำแพง +800 1+816 17850 ดตอเนื่อง SYA.1+750 จุดตอ ทอเหลี่ยมเดิม ถนนจะบว d ทอเหลียมเดิม รูปตัด A - A คลองศรีกำแพง ติดตั้งหลักนำโคง จำนวน 5 หลัก ทาสีขาวแดง จุดสิ้นสุดก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต ความหนา 0.05 ม บนพื้นทางหินคลุก จุดเริ่มต้นก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต (Ovevlay) ความหนา 0.05 ม. บนผิวทาง ถนน ค.ส.ล. เดิม (ช่วงที่ 2) ผังบริเวณโคกหลวงพ่อ-จะบวก SCALE โครงการ/ที่ตั้งโครงการ 1:750 ก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีตอนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพอ) เขาของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมอ) สำรวจ/ออกแบบ กองช่างเทศบาลเมืองนพรอง รูปตัด B-B ติดตั้งป้าย ต-11 ซอยรุงเรื่อง 5 6.00 6.00 ซอยรุงเรือง 2 ตีเส้นจราจรเส้นหยุดใช้สีขาว ขนาดกว้าง 30 ซม. ให้ใช้สีเทอร์โมพลาสติก ตาม มอก. 542 1+900 จุดต่อเนื่อง SYA.1+900 00 ซอยรุงเรื่อง 6 ติดตั้งป้ายต-11 คณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ....ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ อนุมัติ เขียนแบบ นายฐากร แก้วอำไท ผู้ช่วยนายช่างโยธา เห็นชอบ นายพชร พลนิกร ผู้อำนวยการกองชม แบบเลขที่ มาตราส่วน ตรวจ ตรวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์ตูน วิศวกรโยธาชำนาญการ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รองนายกเทศมนต นายมาโนช ตันเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที PAPER SIZE CHECKED 22/2568 1: 750 แตนที 7 A3 จํานวนแผน : 26 รายการประกอบแบบงานเสริมผิวและซ่อมสร้างผิวแอสฟัลติกคอนกรีต 1. ผู้รับจ้างจะต้องส่งแผนการปฏิบัติงานภายใน 7 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญาต่อสำนักผูวาจาง เพื่อที่จะทำการตรวจสอบและอนุมัติให้ใช แผนการปฏิบัติงาน 2. ผู้รับจ้างจะต้องประสานกับผู้ควบคุมงานจัดส่งวัสดุงานทางภายใน 15 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา เพื่อตรวจสอบหรือออกแบบผิวทาง 3. ตามมาตรฐานทางหลวงทองถิ่น งานดินถมคันทาง 3.1 วั ช้ในงานดินถมคันทางต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุถมคันทาง (มทถ. 201-2562) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรองให้ วัสดุที่ใช้ใ ใช้ได้แถว 3.2 วัสดุที่จะทำการบดอัดแต่ละชั้นต้องผสมให้เข้ากันก่อน แล้วพรมน้ำตามจำนวนที่ต้องการ ใช้รณกรดปาดเกลี่ยให้วัสดุมีความชื่นสม่ำเสมอ กอนทำการบดอัดแนน 3.3 การถมคันทางใหอมเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่งๆ หนาไม่เกิน 120 เซนติเมตร ทุกชั้นต้องบดอัดแน่นไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 95 Standard Proctor Density 4. งานชั้นรองพื้นทาง 5. 4.1 วัสดุที่ใช้ในงานรองพื้นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุรองพื้นทาง (มทถ 202-2562) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรอง ไหใช้ไดแลว 4.2 บนผิวจราจรเดิม หรือคันทางใหม่ ถ้ามีหลุมจะต้องกลบและบดอัดให้แน่นก่อน แล้วจึงนำวัสดุรองพื้นทางมาเกลี่ยแผ่บดอัดเป็นชั้นๆ ชั้นหนึ่ง หนาไม่เกิน 20 ซม. และให้มีความหนาแนนแต่ละชั้น ไม่นอยกวารอยละ 95 Standard Proctor Density งานชั้นพื้นทาง 5.1 วัสดุในงานที่ นพื้นท นทาง ต้องเป็นวัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐานวัสดุพื้นทาง ชนิดหินคลุก (มทล.203-2562) ซึ่งได้ผ่านการทดสอบและรับรอง ให้ใช ใช้ไดแล้ว 5.2 บริเวณใดหรือช่วงใดพบว่าวัสดุพื้นทางเกิดการแยกตัว (Segregation) จากการเกลี่ยแผ่บดอัดจะต้องขุดคุ้ย (Scarify) ออกและผสม คลุกเคล้าให้เข้ากันใหม่หากวัสดุที่ทำการคลุกเคล้าใหม่นั้นตรวจพบว่าคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามข้อกำหนด จะต้องนำวัสดุนั้นออกและ นำวัสดุที่มีคุณสมบัติที่ถูกต้องมาใส่แทน 5.3 Control Test จะเก็บตัวอย่างทดสอบทุกๆ ระยะ 1,000 เมตร และทุกตำแหน่งที่วัสดุแปรเปลี่ยนการทดสอบเพียง Sieve Analysis และ Compaction เท่านั้น แต่ทั้งนี้ หากเกิดความสงสัยวัสดุตำแหน่งใด ผู้ควบคุมงานสามารถทดสอบทั้งหมดเหมือน General Test ได้ 5.4 ทดสอบความแน่นในสนาม (Field Density) จะทดสอบทุกๆระยะ 50 เมตรตอ 1 หลุมตัวอย่าง หรือตามที่กำหนดไวเป็นอย่างอื่น 6. จาน Prime Coat มทถ.225-2562 4 6.1 ยางแอสฟูลต์ เป็นซูนิด MC-70 หรือ CSS-1 ปริมาณการใช 0.80-1.40 ลิตร/ตารางเมตร 6.2 ผิวหน้าพื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่นและหินที่หลุดหรือวัสดุอื่นใด โดยการกวาดและเป่าเศษวัสดุออก 7. ตาม Tack Coat มุทถ. 227-2562 7.1 ยางแอสฟัลต เป็นชนิด CRS-2 ปริมาณการใช้ 0.10-0.30 ลิตร/ตารางเมตรู 7.2 ก่อนที่จะทำการ Tack Coat จะต้องทำการกวาดฝุ่นและหินที่หลุดออกให้หมดแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมด 7.3 เมื่อลาดยางแอสฟัลต์แล้วจะต้องทิ้งไว้ประมาณ 10-18 ชั่วโมง ก่อนที่จะทำผิวชั้นต่อไป 8. งานแอสฟัลติกคอนกรีต 8.1 พื้นผิวที่จะปูแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้องทำการ Primen Ctoatตามมทถ.225-2562 หรือ Tack Coat ตาม มชถ.227-2562 กอน 8.2 พื้นทางจะต้องสะอาดปราศจากฝุ่น หรือวัสดุไม่พึงประสงค์อื่นปะปน 8.3 พื้นทางเดิมที่เกิดการยุบ บตัว (Depression) หรือ หรือเป็นแอ่งเฉพ งเฉพาะแห่ง แต่ไม่ใชจุดอ่อนตัว (Soft Spot) ถาแองลึกไม่เกิน 30 มิลลิเมตร อาจแยกปูเส ปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพา เพาะส่วนที่ยุบตัวหรือ ตัวหรือแองกอน หรือจะปูรวมไปพร้อมกันกับ การปูชั้นทางแอสฟัลติกคอนกรีตก็ได โดยใหอ หอยู่ในดู ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน แต่ทั้งนี้ความหนารวมที่จะปูจะต้อง องไม่เกิน 80 มิลลิเมตร หากความหนาเกิน 80 มิลลิเมตร จะต้องแยกปูเสริมเพื่อปรับระดับเฉพาะส่วนที่ยุบตัวหรือเป็นแอ่งก่อน ถาแองลึกเกิน 50 มิลลิเมตร จะต้องปูเสริมปรับระดับเฉพาะสวน ที่ชุบตัวก่อน โดยให้ปูเป็นชั้นๆ หนาไม่เกินชั้นละ 50 มิลลิเมตร ที่จะตองปูแอสฟัลติกคอนกรีต จะต้องพูดวัสดุยาแนวรอยแ อยแตก ต่อส่วนเกินที่ติดอยู่ที่ผิวพื้น 8.4 ผิวพื้นสะพานคอนกรีตที่จะ 8.5 ตก และรอยตอสา คอนกรีตออกให้หมดลางทำควา วามสะอาด าดทิ้งไว้ให้แห่งแล้วใช้เครื่องเป่าลมเป่าฝุ่นออกให้หมดแล้วก็ทำ Tack Coat กอนปูแอสฟัลติกคอนกรีต อุณหภูมิของส่วนผสมแอสฟัลติกคอนกรีตขณะปูไมควรคลาดเคลื่อนไปจากอุณหภูมิ เมื่อออกจากโรงงาน ผสมที่กำหนดเกินกว่า 140 4C แต่ทั้งนี้จะต้องไม่ต่ำกวา 120 C โครงการ/ที่ตั้งโครงการ โครงการ/ที่ตั้งโครงการ ก่อสร้างถนนผิวจราจรแอสฟัลตติกคอนกรีตถนนจะบวก - โคกหลวงพอ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพอ) เจ้าของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์) สำรวจ/ออกแบบ กองซางเทศบาลเมืองนางรอง 8.6 โรงงานผสมแอสฟัสต์คอนกรีต ซึ่งตั้งอยู่ในสายทางที่กอสร้าง หากจำเป็นอาจอยู่นอกสายทางภายในระยะขนส่งจากโรงงานถึงกึ่ง กลางของโครงการก่อสร้าง โดยมีระยะทางขนส่งไม่เกิน 110 กิโลเมตร และต้องมีกำลังการผลิต (Rated Capacity) ไมนอยกว่า 60 ตันต่อชั่วโมง 8.7 ทำการเก็บวัสดุแอสฟัลติกคอนกรีตหน้างาน พื้นที่ 9,000 ตารางเมตร ตอ 1ตัวอย่าง ทดสอบตาม มทถ(ท)607-2545 เพื่อหาขนาดคละของมวลรวม และปริมาณแอสฟัลตซิเมนตที่ใช 8.8 การปูแอสฟัลติกคอนกรีตจะต้องได้ความหนาตามข้อกำหนด และผิวหน้าจะต้องมีความเรียบ ความแน่น สม่ำเสมอ ทั้งทางด้านตามขวามและตามยาว โดยไม่มีรอยฉีก (Tearing) รอยเคลื่อนตัวเป็นแอง (Shaving) การแยกตัวของส่วนผสมหรือความเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น หากปรากฏว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นให้รีบแก้ไข ทันที ส่วนผสมที่มีลักษณะจับตัวกันเป็นก้อนแข็งห้ามนำมาใช้ 8.9 การบดอัดทับภายหลังจากที่ไดปูแอสฟัลติกคอนกรีตลงบนผิวทางแลว ใหนดทับครั้งแรกควยรถบดลอเหล็ก 2 ล้อ หรือ 3 ล้อ ที่มีน้ำหนักประมาณ 8-10 คัน จำนวน 2 เที่ยว แล้วจึงตามควยรถบดลอย่างที่น้ำหนัก ประมาณ 10-12 ตัน ทันที เมื่อได้ความหนาแน่นตามที่ต้องการแล้ว ลบรอยร่องล้อด้วยรถบด ล้อเหล็ก 2 ล้อ อีกครั้งหนึ่ง 9 การตรวจสอบแอสฟัลติกคอนกรีตที่กอสรางแลว 9.1 ลักษณะผิว (Surface Texture) จะต้องมีระดับความลาดตามแบบ มีลักษณะผิวและลักษณะการบดอัดที่ สม่ำเสมอ ไม่ปรากฏความเสียหาย เซน ผิวหนาหลุด (Pull) รอยลึก (Tear) ผิวหมาหลวมหรือแยกตัว (Segregation) เป็นคลื่น (Ripple) หรือความเสียหายอื่นๆ หากตรวจสอบแล้วปรากฏว่ามีความเสียหาย ดังกล่าวจะต้องดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบรอยตามผู้ควบคุมงานเห็นสมควร 9.2 ความหนาของผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีตให้เจาะตัวอย่างความหนาพุดๆ ระยะไม่เกิน 250 เมตร จำนวน 1 ก้อน ตัวอย่าง ความหนาไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ หากความหนาต่ำกว่าที่กำหนดให้เจาะตัวอย่าง จำนวน 3 ก้อน ตัวอย่างในแนวตั้งฉากกับถนน และก้อนตัวอย่างจะต้องทางกันไม่น้อยกว่า 2.00 ม. ทั้งนี้ อนุญาตให้มีความหนาก่อนตัวอย่างต่ำสุดไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของความหนาที่กำหนดและนำมาหา ค่าเฉลี่ยความหนาจะต้องไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบข 9.3 ความแน่น (Density) หลังจากที่ได้ทำการบดอัดแอสฟัลติกคอนกรีตบนผิวทางเรียบร้อยแล้วให้ทำการเจาะ ก่อนตัวอย่างเป็นตัวแทนของชั้นทางแอสฟัลติกคอนกรีตในสนามที่ก่อสร้างเสร็จเรียบรอยแล้วด้วยเครื่องเจาะ เก็บตัวอย่างจำนวน 1 กอนตัวอย่าง ทุกๆ ระยะ 250 เมตร แล้วนำมาทดลองหาความหนาแนน ซึ่ง จะต้องไม่นอยกวารอยละ 98 ของคา Marshall Density 9.4 การซ่อมหลุมที่เจาะก่อนตัวอย่าง จะต้องทำความสะอาดหลุมให้เรียบร้อย และทำการ Tack Coat ก่อน ที่จะปะซอมด้วยแอสฟัลติกคอนกรีตที่มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 120 ฐC ให้ผิวเรียบเสมอผิวทาง และ ไดความหนาแน่นตามแบบกำหนด อสร้าง ในระหว่างการก่อสร้างผิวจราจรแอสฟัลติกคอนกรีต 10 การอำนวยการและควบคุมการจราจรระหวางกอสราง ให้การจราจรผ่านแล้วจะไม่ทำให้เกิดรอยรอยบนผิวทางนั้น โดยต้องคิดตั้งป้ายจราจรพร้อมอุปกรณ์ควบคุม การจราจรอื่นๆ ที่จำเป็นตามมาตรฐานทางหลวงทองถิ่นกำหนดพร คพร้อมจัดหาบุคลิคิดของสสงฉายจัดตำหนใยรูปรายการงานก่อสร้าง จะต้องจัดและควบคุมการจราจรไม่ให้ผ่านผิวทางที่ก่อสร้า ก่อสร้างใหม่ จนกว่าผิวทางจะเย็นตัวลงมาดพอที่จะเปิด พื้นที่ก่อสร้างได้โดยสะดวกปลอดภัย และไ และไม่ทำให้ผิวทางแอสฟัลติกคอนกรีตเสียหาย ระยะเวลาในการปิดจราจรใหอยู่ในดุลพินิจของผู้ควบคุมงาน ประธานกรรมการ กรรมการ กรรมการ เขียนแบบ นายฐากร แกวอำไพ ดูชวยนายช่างโยธา เห็นชอบ นายพชร พลนิกร ผู้อำนวยการกองช่าง แบบเลขที 22/2568 แผนที 11 มาคราสวน 1:100 ตรวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์พูน วิศวกรโยธาชำนาญการ เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล PAPER SIZE A3 จํานวนแผน ตรวจ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง सील เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รองนายกเทศกันตรี นายมาโนช ตันเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที่ CHECKED 26 รายละเอียดวิธีการแก้ไขผิวทางและพื้นทางเดิม 1. งานชุดซ่อมผิวทางเดิม (DEEP PATCH) เป็นการซ่อมเพื่อแก้ไขโครงสร้างทางที่ไม่แข็งแรง (SOFT) หมายถึง งานชุดชั้นคันทางในบริเวณที่คันทางเดิมชำรุดเสียหาย (SOFT SPOT) และไม่สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ ต้องทำการขุดรื้อลึกถึงชั้นที่เสียหาย แล้วเปลี่ยนวัสดุใหม่ที่มีคุณภาพมาแทนที่ แล้วทำการบดทับให้ได้รูปร่างและความแน่นตามที่กำหนด 1.1 วิธีการกอสร้าง 1) ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 2.) ขุดรื้อผิวทางและชั้นทางที่ชำรุดออกจนถึงชั้น โครงสร้างทางที่เสียหาย ตลอดความกว้างของชั้นทางหรือตามพื้นที่ที่เสียหายตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 3.) ทำการบตทับพันทางเดิมให้แน่นตามมาตรฐานของทางหลวงท้องถิ่นของวัสดุคันทางนั้นๆ 4.) ลงวัสดุตามชั้นคันทางเดิมหรือดีกว่า แล้วใช้เครื่องจักรกลที่เหมาะสม ตีแผ่ เกลี่ยวัสดุ คลุกเคล้า ผสมน้ำโดยที่ประมาณว่าให้ปริมาณน้ำที่ OPTIMUM MOISTURE CONTENT + 3% 5.) เกลี่ยปรับแต่งวัสดุจนได้ที่ แล้วทำการบดทับด้วยเครื่องมือบดทับที่เหมาะสม บดทับจนสม่ำเสมอจนได้ความแน่นตามข้อกำหนด การก่อสร้างชั้นคันทางต้องก่อสร้างเป็นชั้นๆ โดยให้มีความหนาหลังบดทับชั้นละไม่เกิน 200 มิลลิเมตร และทดสอบความแน่นของการบดทับ 6.) เกลี่ยปรับแต่งวัสดุให้ได้แนวระดับ ความลาด ขนาดและรูปตัดตามแบบสายทางจนไม่มีหลุมบ่อ หรือวัสดุหลุดหลวมไม่แน่นอยู่บนผิว 7.) ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด 2. งานปะซ่อมผิวทางเดิม (SKIN PATCH) เป็นงานซ่อมเพื่อแก้ไขเฉพาะผิวทางเดิมที่ชำรุดเสียหายเท่านั้น ความเสียหายไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหาย ที่จะต้องทำการปะซ่อม (SKIN PATCH) ได้แก่ผิวทางที่มีรอยแตกร้าวแบบหนังจรเข้ (ALLIGATOR CRACKS) ที่มีรอยแตกร้าวกว้างไม่เกิน 3 มิลลิเมตร ผิวทางที่มีรอยแตกร้าว จากการกดไถ (SLIPPAGE CRACKS) เป็นตน 2.1 วิธีการกอสราง 1) ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิตตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 2.) ขุดรื้อผิวทางเดิมที่เสียหาย ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม 3.) ทำ คอนกรีตที่ใช้ในโครงสร้างทั่วไป ชนิด ค2 4.) กรณีต้องทำผิวทางให้ปูวัสดุ HOT MIX หรือ COLD MIX หรือวัสดุผิวทางชนิดเดิมแล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ 5.) บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น 6.) ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด 3. งานปรับระดับผิวทางเดิม (LEVELLING) เป็นงานซ่อมเพื่อปรับระดับผิวทางเดิมให้ราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่นก่อนที่จะทำการฉาบผิวหรือเสริมผิว (OVERLAY) เป็นการปรับระดับผิวทางเท่านั้น ไม่ลึกลงไปถึงโครงสร้างทางหรือชั้นผิวทาง ผิวทางที่มีลักษณะความเสียหายที่จะต้องทำการปรับระดับ (LEVELLING) ได้แก่ ผิวทางที่ทรุดตัว ตามแนวชุดฝังท่อ (UTILITY CUT DEPRESSION) ผิวทางที่ยุบลงไปตามแนวร่องล้อ (RUT) ผิวทางที่ยุบเป็นแองมีระดับต่ำกว่าบริเวณอื่น (DEPRESSION) เป็นต้น 3.1 วิธีการกอสราง 1.) ทำเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณที่จะทำการซ่อมเป็นรูปเหลี่ยมทางเรขาคณิต ตามที่ผู้ควบคุมงานกำหนด COLD MIX หรือ HOT MIX 2.) ปัดกวาดบริเวณที่จะทำการซ่อมให้สะอาดและแห้งด้วยไม้กวาดหรือเครื่องเป่าลม TACK COAT LEVELLING โครงการ/ที่ตั้งโครงการ ยูช่วยนายช่างโยธา ครวจ นายวรวิทย์ สวัสดิ์พูน เขาของโครงการ เทศบาลเมืองนางรอง (ต.นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ สำรวจ/ออกแบบ กองชางเทศบาลเมืองนางรอง ตรว วิศวกรโยธาชำนาญการ นายบุญจันทร์ จารัตน์ หัวหน้าฝ่ายแบบแผนและก่อสร้าง 3.) ทํา TACK COAT 4.) ปูวัสดุ HOT MIX หรือ COLD MIX แล้วเกลี่ยให้ได้ระดับ 5.) บดทับด้วยเครื่องบดอัดสั่นสะเทือน (VIBRATING ROLLER) หรือเครื่องจักรที่เหมาะสมจนราบเรียบมีระดับเสมอกับผิวทางบริเวณอื่น 6.) ทำการก่อสร้างชั้นผิวทางตามแบบที่กำหนด กอสรางถนนผิวจราจรแอสฟัลต์ติกคอนกรีตถนนจะบวก - โคกหลวงพ่อ เขียนแบบ นายฐากร แก้วอำไพ (ชุมชนจะบวก, ชุมชนโคกหลวงพ่อ) คณะกรรมการจัดทำแบบรูปรายการงานก่อสร้าง ประธานกรรมการ ...กรรมการ ..กรรมการ เห็นชอบ นายพชร พลนิกร ผู้อำนวยการกองช่าง แบบเลขที 22 /2568 แผนที มาตราสวน เห็นชอบ นายประเสริฐ บุตรศรี ปลัดเทศบาล เห็นชอบ นายปรีชา วัฒนกุล รองนายกเทศมนตรี นายมาโนช ตันเจริญ นายกเทศมนตรีเมืองนางรอง วันที่ PAPER SIZE CHECKED 12 1:100 A3 จํานวนแผน: ข้อกำหนดการดีเส้นจราจรด้วยสีจราจร (Traffic Paint) และวัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. วิธีดำเนินการจัดทำ 1.1 การเตรียมผิวทาง : ผิวทางจราจรที่ทำการตีเส้นหรือเครื่องหมายจราจรต้องสะอาดและแห้ง ต้องไม่ทำบนผิวทางที่สกปรก มีฝุ่นจับ หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นใด และไม่ลงทับไปบนวัสดุจราจรเดิมที่ชำรุด สตุรองพื้น ต้องใช้วิธีพ่นเพื่อให้วัสดุติดแน่นกับผิวจราจรสม่ำเสมอ โดยไม่ก่อให้เกิดการเริ่มตัวและเปลี่ยนสีเติม สารวัสดุรองพื้นดังกล่าวต้องสอดคล้องกับผิวจราจรที่จะทำงาน ารลงวัสดุรองพื้น ต้องใช้วิธีพันเพื่อให้วัสดุติดแนนกับผิวจราจรสม่ำเสมอ รวมทั้งปริมาณจะต้องเหมาะสม ทั้งนี้ต้องใด้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าจ้างก่อน ในกรณีที่เครื่องหมายจราจรเดิมไม่อยู่ในแนวหรือรูบแบบที่ถูกต้องกับเครื่องหมายจราจที่จะทำขึ้นใหม่ ผู้รับจ้างมีหน้าที่ รับผิดชอบในการลบเครื่องหมายจราจรเดิมออกโดยใช้เครื่องจักรกล 1.2 ในกรณีที่ตีเส้นจราจรหรือเครื่องหมายจราจรบนผิวทางที่ก่อสร้างใหม่ให้ดำเนินการภายหลังการก่อสร้างผิวทางแล้วเสร็จไม่น้อยกว่า สัปดาห์ 1.3 การเตรียมวัสดุเทอร์โมพลาสติก : เพื่อป้องกันมิให้สีเพี้ยนหรือเกิดการแตกเปราะของเทอร์โมพลาสติกเนื่องจากให้ความร้อนสูงเกินกว่าผู้ผลิตกำหนดไว้ ต้องใช้ วัสดุเทอร์โมพลาสติกให้เพียงพอกับความร้อนในเตาต้มที่มีการกวนอยู่ตลอดเวลาและจะต้องไม่ให้ความร้อนสูงกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ไม่ว่าขระใดๆเมื่อวัสดุเหลวแล้วจะต้องรีบใช้พันที่หามมิให้นำ วัสดุเทอร์โมพลาสติกที่หลอมเหลวอยู่นานเกิน 6 ชั่วโมงมาใช้งาน 1.4 การเตรียมเครื่องมือ : ต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามลักษณะของวัสดุที่ใช้ทำงาน ปริมาณของวัสดุต้องอยู่ในกรอบขอบข่ายที่ผู้ผลิตกำหนดไว้หากมีการทำมากกว่าหนึ่งชั้น ขึ้นไปต้องรอให้ขั้นแรกแห้งเสียก่อน 2. ขอกำหนดคุณสมบัติ 2.1 สีจราจร (Traffic Paint) หมายถึง สีจราจรที่ใช้ในกากรจัดทำเครื่องหมายจราจรโดยวิธีพ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 415 สีจราจร ชนิดที่ 2 2.2 วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) หมายถึง วัสดุเทอร์โมพลาสติกทที่ใช้ในการจัดทำเครื่องหมายจราจรโดยพ่นสี รีด หรือปาดลาก เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทย ซึ่งแสดงเครื่องหมาย มาตราฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 542 วัสดุเทอร์โมพลาสติกระดับ 1 ซึ่งมีคุณสมบัติและอัตารส่วนของลูกแก้ว ในส่วนผสมไม่น้อยกว่า 20 % โดยน้ำหนักรวมทั้งใช้โรยบนเส้น เทอร์โมพลาสติก สะทอนแสงในอัตารสวน 400 - 500 กรัมต่อตารางเมตร 2.3 ลูกแก้ว (Glass Beads) ที่ใช้กับวัสดุทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทางเพื่อให้เกิดการสะท้อนแสงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำในประเทศไทยซึ่งแสดงเครื่องหมายมาตารฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 543 ไวที่ผลิตภัณฑ์ 2.4 วัสดุรองพื้น (Tack Coat หรือ Primer) เป็นน้ำยาเคมีใช้พ่นบนผิวทางก่อนทำเครื่องหมายจราจรเพื่อช่วยในการยึดเกาะระหว่างวัสดุทำเครื่องหมายจราจรกับผิวทาง มีคุณสมบัติตามที่ผู้ผลิต วัสดุเทอร์ดมพลาสติกกำหนด 3. การตรวจวัดคุณลักษณะเครื่องหมายจราจร 3.1 ความหนา ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงาน ไม่เกิน 100 ตารางเมตร อย่างน้อย 3 ตา ต่อ 1 ครั้ง โดยใช้แผ่นโลหะผิวเรียบวางรับแนวที่ เครื่องตีเส้น จะผ่าน เมื่อเครื่องพ่นรีดหรือปาดลากวัสดุไปบนแผ่นโลหะนั้นแล้ว ให้นำมาวัดความหนาของเครื่องหมายจราจรดังนี้ (1) สีจราจร (Traffic Paint) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 0.2 มิลลิลิตร หรือไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ (2) วัสดุเทอร์โมพลาสติก (Thermoplastic) ความหนาของเส้นจราจรและเครื่องหมายจราจรเมื่อแห้งต้องมีความหนาไม่น้อยกว่า 3.0 มิลลิลิตร หรือไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ 3.2 คาแฟกเตอร์การสะทอนแสง (Reflectance หรือ Luminance Factor) ในระหว่างการปฏิบัติงานให้มีการตรวจวัดค่าความการสะท้อนแสงของเครื่องหมายจราจรในปริมาณงานไม่น้อยกว่า 10 ตำแหน่ง แต่ละตำแหน่งอย่างน้อย 3 ค่า และในทุกช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ให้ตรวจสอบ มาตราฐานเครื่องมือ (Standardization) และปรับค่าใหถูกต้อง เขตทาง H (ดูรายการประกอบแบบขอ-4) 030 BACK SLOPE 0.00-1.00 (ดูแบบรูปตัดตามขวาง) SIDE SLOPE ไหลทาง ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ ผิวจราจร PRIME COAT 4% f + 4% ไหล่ทาง เขตทาง SIDE SLOPE 0.30 รายการประกอบแบบ 1. มิติที่กำหนดเป็น “เมตร"นอกจากที่ระบุเป็นอย่างอื่น 2. คุณสมบัติของวัสดุนอกเหนือจากระบุในแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานงานก่อสร้าง มหช.201 และ และ มทช. 218 ถึง มทช. 231 (เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น) 3. จำนวนขั้นบันไดในการก่อสร้างถาดคันทางบนถนนเดิมขึ้นอยู่กับความสูงของต้นทางเดิม 4. ระยะ "ก" ในการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิมให้อยู่ในดุลยพินิจผู้ควบคุมการก่อสร้าง 5. ระยะ "ข" ในการก่อสร้างลาดคันทางบนถนนเดิมจะต้องกว้างพอทีเครื่องจักรบตอัดดินสามารถทำงานได้ 6. ในกรณีที่การถมหรือการตัดที่สูงกว่า 4 เมตร ให้ใช้ตามแบบมาตรฐานทางที่ถมสูงหรือตัดลึกตามแบบ พถ. -2-501 7. งานตัด ได้แก่งานตัดดิน, หรือตัดหินผุ, งานตัดหินแข็งและงานตัดอื่น ๆ ตารางแสดงค่าความลาดชัน สำหรับการตัดและการถม (BACK SLOPE) และ (SIDE SLOPE) รูปตัดคันทางแบบดินตัดและดินถม -เสริมหินคลุก หนา 0.15 ม. พรอมเกรดปรับแต่งเกลี่ยระดับ ดินเดิมใร SCARIFY ผิวดินลึก 0.15 ม. พรอมปรับเกลียแดง และบดอัดไมนอยกวา 95% STANDARD PROCTOR DENSITY -ดินถม C.B.R. > 4 % หรือที่กำหนดไว้ในแบบหรือไม่น้อยกว่าวัสดุคันทาง ณ บริเวณนั้น และบดอัดไมนอยกวา 95% MODIFIFED PROCTOR DENSITY คัดลอกจากแบบมาตรฐานงานทาง สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แบบเลขที่ ทถ-2-304 แผนที่ 24 ครึ่งผิวจราจร หินผุ ความสูงการตัด หรือ ถม ดิน หินแข็ง (เมตร) ตัด ถม ตัด ถม ตัด ถาม 0.00-3.00 2:1 2:1 1:1 1.5:1 ≥0.25:1 1:1 - อัตราส่วนในตารางเป็น แนวราบ แนวดิ่ง - ถ้าไม่ได้กำหนดเป็นอย่างอื่นในแบบรูปตัดตามขวาง ค่า BACK SLOPE และ SIDE SLOPE ให้ใช้ค่าตามตารางนี้ ข้อกำหนดในการซ่อมสร้างผิวถนนดินลงหินคลุก ลำดับที่ รายการ 1 ผิวทางหินคลุก 2 วัสดุคัดเลือก ตองเป็นหินโมรวม (CRUSHED STONE SOIL AGGREGATE TYPE BAS) ตาม มหช. 223 - 2545 อางถึง "มาตรฐานวัสดุคัดเลือก " มทช. 204-2545 ขั้นตอนกอสร้างถนนดินลงหินคลุก 1. ชุดซ่อมผิวทางเดิมหรือโครงสร้างทางเดิมที่ชำรุดเสียหาย ปาดแต่งให้เรียบร้อยแล้วทำการบตทับ 2. ลงวัสดุคัดเลือกบดอัดแน่นไม่น้อยกว่า 95% MODIFIFED PROCTOR DENSITY เป็นช่วง ๆ ตามตำแหน่งและปริมาณที่ผู้ควบคุมงานกำหนด 3. ลงลูกหินคลุกผิวทาง เกรดปรับเกรียแต่งระดับ หมายเหตุ 1.รายละเอียดตามรูปตัด โครงสร้างทางสามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขในตานเรขาคณิตและด้านโครงสร้างได้ตามความเหมาะสม กับสภาพทางที่จะดำเนินการทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจตุลยพินิจนายกเทศมนตรีเมืองนางรองผู้ว่าจ้าง 2.ภายในช่วงหลักกิโลเมตรตามที่กำหนดไว้ในแบบ อาจะกำหนดให้ทำการตอนใดก็ได้ตามความเหมาะสม และหาจให้ทำการเพิ่มบริเวณทางเชื่อม เข้าสถานที่ราชการ อาคารสาธารณะและบริเวณทางแยกสาธารณะ ในระยะไม่เกินเขตทางหลาง โดยการดำเนินการบริเวณดังกล่าวจะต้องมีขั้นตอน การดำเนินงาน และคุณสมบัติของวัสดุเช่นเดียวกับทางสายหลัก พร้อมทั้งมีความหนาเฉลี่ยไม่น้อยกว่าหรือเท่ากับทางสายหลักที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ควบคุมงาน 3. ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตามช่วงหลักกิโลเมตรที่กำหนดไว้ในแบบ สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยพิจารณาดำเนินการในช่วงหลักกิโลเมตรอื่นภายใน สายทางตามความเหมาะสมทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของนายกเทศนตรีเมืองนางรองผู้ว่าจ้าง 4.การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตาม ข้อ 1.2 และ ข้อ 3 จะต้องให้ได้ปริมาณงานตามที่กำหนดไว้ในแบบ 5. ความหนาของผิวจราจรลูกรัง จะกำหนดในแบแตละสายสายทาง