ประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการปรับปรุงทางเพื่อความปลอดภัย ถนนสาย ขก.4003 แยกทางหลวงหมายเลข 2109 - บ้านเขาสวนกวาง อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น จำนวน 1 แห่ง
โครงการนี้มีเป้าหมายหลักในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการก่อสร้างโครงการคมนาคมขนส่งทางบกบนถนนที่มีอยู่ หรือในพื้นที่ชุมชน โดยเน้นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากฝุ่นละออง, เสียงดัง, ความสั่นสะเทือน, และผลกระทบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง
ขอบเขตงานครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมการก่อสร้าง เช่น การสร้างรั้วทึบรอบพื้นที่ก่อสร้าง, การจัดเตรียมระบบระบายน้ำ, การวางแผนการจัดการวัสดุ, และการตรวจสอบสภาพเครื่องจักร ไปจนถึงขั้นตอนการดำเนินการก่อสร้าง เช่น การฉีดน้ำเพื่อลดฝุ่น, การล้างล้อรถบรรทุก, การจำกัดเวลาในการทำงานที่ก่อให้เกิดเสียงดัง, และการจัดการของเสีย
สิ่งที่ส่งมอบ (Deliverables) ประกอบด้วยการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนดในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม, การติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดและรายงานผลกระทบ, การจัดการข้อร้องเรียน, และการปรับปรุงแก้ไขตามความเหมาะสม เพื่อให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างราบรื่นและลดผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด
English summary
This project aims to minimize the environmental impact of land transportation construction projects, particularly those affecting communities. It outlines practices for preventing and mitigating issues like dust, noise, vibration, and other construction-related impacts. This includes managing construction areas, controlling material transportation, and maintaining cleanliness to minimize public disruption and preserve the environment.
The scope of work ranges from construction preparation, such as building solid fences around construction sites, preparing drainage systems, planning material management, and inspecting machinery, to construction operations, such as spraying water to reduce dust, washing truck tires, limiting noisy work hours, and managing waste.
Deliverables include adhering to the guidelines for reducing environmental impact, installing monitoring equipment and reporting results, managing complaints, and making necessary adjustments to ensure smooth construction and minimize adverse effects on the public and the environment.
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- ลดปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศ
- ลดระดับเสียงและความสั่นสะเทือนที่รบกวนชุมชน
- ป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังจากการก่อสร้าง
- รักษาความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน
- ป้องกันวัสดุก่อสร้างตกหล่นบนถนน
ขอบเขตของงาน
- ช่วงเตรียมการก่อสร้าง:
- ติดตั้งรั้วทึบรอบบริเวณก่อสร้างสูงอย่างน้อย 1.0 เมตร
- จัดให้มีร่องน้ำและบ่อรองรับน้ำจากการราดน้ำและล้างล้อรถยนต์
- กำหนดบริเวณผสมคอนกรีตห่างจากชุมชนอย่างน้อย 100 เมตร หรือใช้ระบบปิด
- จัดสถานที่ล้างล้อรถยนต์ก่อนนำวัสดุออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง
- ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดเสียงดังและควันดำเกินมาตรฐาน
- วางแผนลดผลกระทบด้านเสียงและความสั่นสะเทือน
- วางแผนกองวัสดุเท่าที่จำเป็นและปิดผิวหน้าดินด้วยวัสดุป้องกันฝุ่น
- ขออนุญาตหน่วยงานก่อนเปิดผิวถนนสาธารณะ
- ช่วงดำเนินการก่อสร้าง:
- การก่อสร้างต้องทำภายในรั้วทึบสูงอย่างน้อย 1.0 เมตร
- ฉีดน้ำที่พื้นผิวที่ถูกเปิดอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง
- กำจัดดิน ทราย โคลน ที่ตกหล่นรอบบริเวณก่อสร้างเป็นประจำ
- ล้างล้อรถยนต์ขนส่งวัสดุก่อนออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง
- จัดการน้ำจากการล้างล้อรถยนต์ให้ไหลลงสู่ร่องและบ่อน้ำ
- จำกัดเวลาการทำงานที่ก่อให้เกิดเสียงดัง
- ปิดผิวถนนที่เปิดด้วยวัสดุคอนกรีตหรือยางมะตอยก่อน 05.00 น.
- ล้างถนนตลอดช่วงที่ทำการก่อสร้างในเวลากลางคืนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน
- จัดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่นและเสียงให้คนงาน
- ป้องกันดินตะกอนอุดช่องระบายน้ำและเร่งระบายน้ําเมื่อฝนตก
- จัดทำทางเดินเท้าชั่วคราวให้ประชาชน
- คลุมผ้าใบรถบรรทุกวัสดุก่อสร้าง
- เร่งแก้ไขเมื่อได้รับการร้องเรียนผลกระทบ
- ติดตามตรวจสอบฝุ่นละออง ระดับเสียง และความสั่นสะเทือน
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- การปฏิบัติตามแนวทางในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
- การติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดและรายงานผลการตรวจวัดฝุ่นละออง, ระดับเสียง, และความสั่นสะเทือน
- การจัดการข้อร้องเรียนจากประชาชนและการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
- การจัดทำทางเดินเท้าชั่วคราวที่ปลอดภัยสำหรับประชาชน
- การบำรุงรักษาความสะอาดของพื้นที่ก่อสร้างและถนนโดยรอบ
ระยะเวลาดำเนินการ
- ไม่ได้ระบุระยะเวลาโครงการ
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- Eligibility Requirements: -
- Standards Compliance: -
- Experience: -
- Previous Project Cost: -
- Technical Capabilities: -
- Personnel: -
เกณฑ์การพิจารณา
- ไม่ได้ระบุเกณฑ์การประเมินผล
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- การติดตั้งรั้วทึบรอบบริเวณก่อสร้างสูงอย่างน้อย 1.0 เมตร
- บริเวณผสมคอนกรีตต้องห่างจากชุมชนที่พักอาศัยอย่างน้อย 100 เมตร หรือเป็นระบบปิดทั้งหมด และต้องกั้นรั้วสูงอย่างน้อย 3 เมตร
- ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์ไม่ให้ก่อให้เกิดเสียงดัง ควันดํา เกินมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก
เงื่อนไขสัญญา
- ไม่ได้ระบุเงื่อนไขสัญญา
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
-
คำถาม: จะมีการจัดการกับน้ำที่เกิดจากการล้างล้อรถยนต์อย่างไร?
-
คำตอบ: น้ำที่เกิดจากการล้างล้อรถยนต์ภายในรั้วทึบ จะถูกจัดให้ไหลลงสู่ร่องและบ่อน้ำขนาดเล็กที่จัดทำขึ้นภายในรั้วทึบ เมื่อมีปริมาณมากพอ จะสูบไปกำจัด
-
คำถาม: จะมีการป้องกันผลกระทบจากเสียงดังและความสั่นสะเทือนในช่วงเวลากลางคืนหรือไม่?
-
คำตอบ: การเจาะ การตอกเสาเข็ม การขุดผิวดิน การตอก กระแทก หรือเจาะภายในรั้วพื้นที่ก่อสร้าง จะทำในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
-
คำถาม: จะมีการจัดการกับดิน ทราย หรือโคลนที่ตกหล่นอยู่รอบนอกบริเวณก่อสร้างอย่างไร?
-
คำตอบ: จะต้องทำการกำจัดดิน ทราย โคลน ที่ตกหล่นอยู่ที่รอบนอกบริเวณโดยรอบรั้วพื้นที่ก่อสร้างเป็นประจำ ถ้าอากาศแห้งให้ทำการดูดฝุ่นตกค้าง หรือกวาดแบบเปียก
-
คำถาม: จะมีการป้องกันฝุ่นละอองจากกองวัสดุอย่างไร?
-
คำตอบ: จะต้องฉีดน้ำที่กองวัสดุที่เป็นพวก ดิน ทราย หรืออื่นๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง และจัดให้มีสิ่งปกคลุมกองวัสดุที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองตลอดเวลา
-
คำถาม: หากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากการก่อสร้าง จะมีการดำเนินการอย่างไร?
-
คำตอบ: เมื่อได้รับการร้องเรียนผลกระทบจากการก่อสร้าง จะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขทันที
-
คำถาม: จะมีการดูแลทางเดินเท้าในช่วงการก่อสร้างอย่างไร?
-
คำตอบ: การก่อสร้างบนทางเดินเท้าในฤดูฝนจะต้องป้องกันไม่ให้ดินตะกอนบนทางเดินเท้าไปอุดช่องระบายน้ำ และเมื่อฝนหยุดตกจะต้องเร่งระบายน้ําบนทางเดินเท้าและบนถนนข้างเคียงให้หมดโดยเร็วและกวาดเอาดินตะกอนบนถนนออกทันที รวมทั้งจัดทําทางเดินเท้าชั่วคราวให้ประชาชนเดินด้วย
-
คำถาม: คนงานจะได้รับการป้องกันจากฝุ่นและเสียงดังอย่างไร?
-
คำตอบ: จัดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น(Mask) แก่คนงานในช่วงเปิดผิวหน้าดินรื้อถอน ทำลายสิ่งปลูกสร้าง ขุดเจาะ ผสมคอนกรีต และจัดอุปกรณ์ครอบหูหรืออุดหูแก่คนงานที่ปฏิบัติงานกับอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดเสียงดัง
-
คำถาม: จะมีการติดตามตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
-
คำตอบ: ต้องทำการติดตามตรวจสอบฝุ่นละออง ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน จากการก่อสร้าง โดยติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดบริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างมากที่สุดในทิศเหนือลม และใต้ลม โดยต้องส่งผลการตรวจวัดดังกล่าวให้หน่วยงานอนุญาต
-
คำถาม: จะมีการจัดการหากพบว่ามีน้ำท่วมขังผิวจราจรในช่วงฤดูฝนหรือไม่?
-
คำตอบ: จะต้องเร่งระบายน้ําบนทางเดินเท้าและบนถนนข้างเคียงให้หมดโดยเร็วและกวาดเอาดินตะกอนบนถนนออกทันที
-
คำถาม: จะมีการป้องกันวัสดุก่อสร้างตกหล่นบนถนนหรือไม่?
-
คำตอบ: รถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์ก่อสร้างและบรรทุกดิน ทราย จะต้องมีผ้าคลุมปกปิดอย่างดี เพื่อป้องกัน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย และเศษวัสดุร่วงหล่นลงสู่ถนน
เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม
แนวทางขั้นต่ําในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
จากการก่อสร้างโครงการคมนาคมขนส่งทางบก บนถนนปัจจุบันหรือผ่านชุมชน
๑. ผลกระทบสิ่งแวดล้อม การก่อสร้างโครงการคมนาคมขนส่งทางบกที่ก่อความเดือดร้อนต่อประชาชน เนื่องจากสาเหตุดังนี้
๑.๑ เพิ่มปริมาณฝุ่นละอองในบรรยากาศเกิดการรบกวนต่อประชาชนโดยเฉพาะบริเวณโครงการ ที่ผ่านชุมชนหรือแนวเส้นทางการก่อสร้างอยู่ห่างจากชุมชนในระยะไม่เกิน ๑๐๐ เมตร
๑.๒ เพิ่มระดับเสียงและความสั่นสะเทือนรบกวนต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียงในระยะ ๑๐๐ เมตร จากกิจกรรมดังนี้ บริเวณที่ผสมคอนกรีต เครื่องกําเนิดไฟฟ้า การตอกเสาเข็ม การขนส่งวัสดุและอุปกรณ์ การก่อสร้าง
๑.๓ การราดน้ําเพื่อลดผลการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองในปริมาณมากเกินไปทําให้น้ําไหลออกจากบริเวณ ก่อสร้างลงสู่ผิวถนนเกิดการเปียกแฉะเปรอะเปื้อน
๑.๔ การเปิดผิวถนน และก่อสร้าง โดยปิดช่องของท่อระบายน้ําทําให้เกิดน้ําท่วมขังผิวจราจร โดยเฉพาะในฤดูฝน
๑.๕ การก่อสร้างบนทางเดินเท้า ทําให้ประชาชนที่สัญจรบนถนนไม่มีทางเดินเท้าต้องลงไปเดินบน จราจรก่อให้เกิดการจราจรติดขัดและเกิดความไม่ปลอดภัยต่อประชาชน
ผิว
๑.๖ รถขนอุปกรณ์ก่อสร้าง เช่น เครื่องจักร ดิน ทราย อิฐ ทําให้เศษวัสดุและ เศษดิน ร่วงหล่นบน ถนนรวมถึงดินทรายที่ตัวถังรถยนต์ก่อให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย
๑.๗ การก่อสร้างโดยไม่มีวัสดุหรือกําแพงกั้นก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อคนงาน ประชาชนที่เดินเท้าและ รถยนต์ที่วิ่งบนถนน
๒. แนวทางในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
๒.๑ ช่วงเตรียมการก่อสร้าง
เมื่อแนวโครงการตัดผ่านชุมชนหรือแนวของโครงการอยู่ห่างจากชุมชนไม่เกิน
จากขอบเขตโครงการหรือเขตก่อสร้างบนถนนหรือทางเดินเท้า จะต้องดําเนินการป้องกันผลกระทบด้าน ฝุ่นละออง เสียง และความสั่นสะเทือน ดังต่อไปนี้
๑) บริเวณที่ทําการเปิดผิวหน้าดิน รื้อถอนทําลายสิ่งปลูกสร้าง กองวัสดุ อุปกรณ์ ขุดเจาะ ผสมคอนกรีต ต้องทํารั้วทึบโดยรอบบริเวณที่จะทําการก่อสร้างมีความสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า ๑.๐ เมตร ตลอดช่วงที่ทํากิจกรรม ดังกล่าว โดยต้องมีความแข็งแรงและยึดติดแน่นกับพื้นเพื่อกันดินไหลออกสู่ภายนอก
๒) ภายในรั้วทึบต้องจัดให้มีร่องน้ําและบ่อขนาดเล็กเพื่อรองรับน้ําที่เกิดจากการราดน้ําและล้างล้อ รถยนต์ขนส่งวัสดุ เมื่อปริมาณน้ํามากเพียงพอต้องดูดไปกําจัดที่อื่นต่อไป
๓) กําหนดให้บริเวณที่ทําการผสมคอนกรีตต้องห่างจากชุมชนที่พักอาศัยอย่างน้อย ๑๐๐ เมตร หรือเป็น ระบบปิดทั้งหมด และต้องกั้นรั้วสูงอย่างน้อย ๓ เมตร รอบบริเวณที่ทํากิจกรรมดังกล่าว
๔) กรณีจะขนกองวัสดุไปภายนอกเขตก่อสร้างจะต้องมีสถานที่สําหรับล้างล้อและตัวถังรถยนต์ก่อน บรรทุกนําวัสดุออกนอกสถานที่ และกําหนดให้มีบริเวณสําหรับล้างล้อรถยนต์ขนส่งวัสดุในรั้วบริเวณการก่อสร้าง
๕) ตรวจสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ เครื่องจักร อุปกรณ์ไม่ให้ก่อให้เกิดเสียงดัง ควันดํา เกินมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก
5) วางแผนการลดผลกระทบด้านเสียงและความสั่นสะเทือนโดยใช้เข็มเจาะหรือเข็มตอก ที่ก่อให้เกิด ความสั่นสะเทือนอยู่ในมาตรฐานที่ สํานักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกําหนด
/๗) วางแผน…
-16-
๗) วางแผนกองวัสดุในบริเวณก่อสร้างเท่าที่จําเป็นและวางแผนการเปิดและปิดผิวหน้าดินด้วยวัสดุที่ สามารถป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง ได้แก่ คอนกรีต ยางมะตอย เป็นต้น โดยจะต้องดําเนินการปิดผิวดิน ทันทีที่ไม่มีความจําเป็นต้องทํางานที่ผิวพื้นโดยเฉพาะการก่อสร้าง บนถนนไม่ควรนําแผ่นเหล็กมาวางแทน ผิวถนนใน กรณีที่จําเป็น ต้องใช้แผ่นเหล็กที่มีความหนา เป็นพิเศษ และมียางรองเพื่อกันเสียงและความสั่นสะเทือน
๔) กรณีการเปิดผิวถนนสาธารณะจะต้องได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานอนุญาตก่อน
๒.๒ ช่วงดําเนินการก่อสร้าง
๑) การก่อสร้างเกี่ยวกับการเปิดผิวหน้าดิน รื้อถอน ทําลายสิ่งปลูกสร้าง กองวัสดุ อุปกรณ์ ขุดเจาะ ผสมคอนกรีต จะต้องกระทําภายในรั้วทึบสูงอย่างน้อย ๑.๐ เมตร ทิ้งหมด ทั้งหมด
๒) ทําการฉีดน้ําที่พื้นผิวที่ถูกเปิดอย่างน้อยวันละ ๓ ครั้ง ภายในรั้วทึบ รวมทั้งฉีดน้ําที่กองวัสดุที่เป็นพวก ดิน ทราย หรืออื่นๆ ที่ก่อให้เกิดฝุ่นละออง และจัดให้มีสิ่งปกคลุมกองวัสดุที่จะก่อให้เกิดฝุ่นละอองตลอดเวลา ที่กอง ในบริเวณพื้นที่โครงการ
๓) จะต้องทําการกําจัดดิน ทราย โคลน ที่ตกหล่นอยู่ที่รอบนอกบริเวณโดยรอบรั้วพื้นที่ก่อสร้างเป็น ประจํา ถ้าอากาศแห้งให้ทําการดูดฝุ่นตกค้าง หรือกวาดแบบเปียกไม่ควรกวาดแบบแห้ง เพราะจะทําให้เกิดฝุ่น ละอองฟุ้งกระจาย
๔) ทําการล้างล้อรถยนต์ขนส่งวัสดุและรถยนต์อื่นๆ ภายในรั้วทึบก่อนออกนอกพื้นที่ก่อสร้าง
๕) น้ําที่มาจากการล้างล้อรถยนต์ ภายในรั้วทึบ ต้องจัดให้ไหลลงสู่ร่องและบ่อน้ําขนาดเล็กที่จัดทําขึ้น ภายในรั้วทึบเมื่อมีปริมาณมากพอให้สูบไปกําจัด
5) การเจาะ การตอกเสาเข็ม การขุดผิวดิน การตอก กระแทก หรือเจาะภายในรั้วพื้นที่ก่อสร้างให้ทําใน
ช่วงเวลากลางวัน ไม่ควรทําในเวลากลางคืน เพราะจะเกิดการรบกวนต่อประชาชน
๗) การเปิดผิวถนนนอกรั้วโครงการหลังจากเสร็จแล้วต้องปิดผิวหน้าด้วยวัสดุคอนกรีต, ยางมะตอย ไม่ ควรใช้แผ่นเหล็กวางปิดไว้ ซึ่งการกระทําดังกล่าว ควรจะเรียบร้อยก่อน ๐๕.๐๐ น. เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของ ฝุ่นละอองเนื่องจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมา
๔) การก่อสร้างบนถนนที่มีอยู่ปัจจุบัน จะต้องทําการล้างถนนตลอดช่วงที่ทําการก่อสร้างในเวลา กลางคืนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 4 วัน
๔) จัดอุปกรณ์ป้องกันฝุ่น(Mask) แก่คนงานในช่วงเปิดผิวหน้าดินรื้อถอน ทําลายสิ่งปลูกสร้าง ขุดเจาะ ผสม คอนกรีต และจัดอุปกรณ์ครอบหูหรืออุดหูแก่คนงานที่ปฏิบัติงานกับอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ Reveting hammer, Diesol
power generator, Buildozer, Truck crane,Backhole as Asphaltic plant
๑๐) การก่อสร้างบนทางเดินเท้าในฤดูฝนจะต้องป้องกันไม่ให้ดินตะกอนบนทางเดินเท้าไปอุดช่องระบาย น้ํา และเมื่อฝนหยุดตกจะต้องเร่งระบายน้ําบนทางเดินเท้าและบนถนนข้างเคียงให้หมดโดยเร็วและกวาดเอาดิน ตะกอนบนถนนออกทันที รวมทั้งจัดทําทางเดินเท้าชั่วคราวให้ประชาชนเดินด้วย
๑๑) รถบรรทุกที่ขนอุปกรณ์ก่อสร้างและบรรทุกดิน ทราย จะต้องมีผ้าคลุมปกปิดอย่างดี เพื่อป้องกัน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย และเศษวัสดุร่วงหล่นลงสู่ถนน
๑๒) เมื่อได้รับการร้องเรียนผลกระทบจากการก่อสร้างจะต้องเร่งดําเนินการแก้ไขทันที
๑๓) ต้องทําการติดตามตรวจสอบฝุ่นละออง ระดับเสียง ความสั่นสะเทือน จากการก่อสร้าง โดยติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดบริเวณชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างมากที่สุดในทิศเหนือลม และใต้ลม โดยต้องส่งผล การตรวจวัดดังกล่าวให้หน่วยงานอนุญาตและ/หรือหน่วยงานที่เห็นชอบกับรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบ สิ่งแวดล้อม เป็นประจําตามที่ระบุไว้ในรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือในกรณีที่ไม่ได้จัดทํารายงานฯ ควรทําการตรวจวัดอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ ต่อครั้ง ๆ ละ ๓ วัน