ประกวดราคาจ้างจ้างเหมาบริการคลินิคไตเทียม
โครงการจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ณ โรงพยาบาลบ้านฉาง จังหวัดระยอง มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการฟอกเลือดที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการรับบริการมีมากกว่าศักยภาพของศูนย์ไตเทียมเดิมของโรงพยาบาล โครงการนี้จึงเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินการให้บริการ โดยเอกชนจะต้องจัดหาเครื่องไตเทียม, บุคลากรทางการแพทย์, วัสดุอุปกรณ์, และระบบสนับสนุนที่ได้มาตรฐานตามที่สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยกำหนด ครอบคลุมถึงการบริหารจัดการหน่วยไตเทียม, การบำรุงรักษาระบบ, การตรวจคุณภาพน้ำ, และการจัดการของเสีย ผู้รับจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด โดยโรงพยาบาลจะจ่ายค่าบริการตามจำนวนครั้งที่ให้บริการจริง และผู้รับจ้างต้องดำเนินการเบิกจ่ายตามสิทธิของผู้ป่วยแต่ละราย โครงการมีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน โดยใช้เกณฑ์ราคาในการพิจารณาคัดเลือกผู้เสนอราคาต่ำสุด
English summary
The hemodialysis service outsourcing project at Ban Chang Hospital, Rayong Province, aims to increase access to quality hemodialysis services for the local population. Due to the number of patients requiring service exceeding the capacity of the hospital’s existing dialysis center, this project invites private sector participation. The contractor must provide hemodialysis machines, medical personnel, materials, equipment, and support systems that meet the standards set by the Nephrology Society of Thailand. This includes the management of the dialysis unit, system maintenance, water quality testing, and waste management. The contractor is responsible for all operating costs. The hospital will pay for services based on the actual number of treatments provided, and the contractor must process claims according to each patient’s healthcare coverage. The project duration is approximately 9 months, and the selection criterion is the lowest bid price.
โรงพยาบาลบ้านฉาง ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ
AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้วเป้าหมายโครงการ
- เพื่อให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ณ โรงพยาบาลบ้านฉาง ได้อย่างมีคุณภาพ และครอบคลุมประชาชนมากขึ้น
ขอบเขตของงาน
- จัดหาและติดตั้งเครื่องไตเทียมและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐาน
- จัดหาระบบน้ำบริสุทธิ์ (RO) และระบบบำบัดน้ำเสีย
- จัดหาบุคลากรทางการแพทย์ (แพทย์, พยาบาล, ผู้ช่วยพยาบาล) ที่มีคุณสมบัติและจำนวนตามที่กำหนด
- จัดหาวัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลืองที่ใช้ในการฟอกเลือดทั้งหมด
- บริหารจัดการหน่วยไตเทียม, การบำรุงรักษา, การตรวจคุณภาพน้ำ, การจัดการของเสีย, และการรายงานผล
- ดูแลผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ
- ดำเนินการเบิกจ่ายตามสิทธิของผู้ป่วยแต่ละราย
- จัดให้มีการประเมินและติดตามผู้ป่วยตามเกณฑ์ที่กำหนด
- พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของหน่วยไตเทียม
- ติดตั้งมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า
- จัดทำเอกสารตามระบบคุณภาพ
- จัดเตรียมสถานที่, สิ่งอำนวยความสะดวก, และอุปกรณ์สำนักงาน
- จัดให้มีระบบสำรองไฟฟ้า (UPS)
สิ่งที่ต้องส่งมอบ
- บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมแก่ผู้ป่วย
- รายงานผลการตรวจคุณภาพน้ำ (รายเดือน, รายปี)
- รายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วย (ตามระยะเวลาที่กำหนด)
- รายงานตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ (อย่างน้อยทุก 3 เดือน)
- รายงานอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- รายงาน Patient survival, admission rate, technique failure, dropout rate
- รายงานการประเมินคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
- เอกสารประกอบการตรวจประเมินตามระบบคุณภาพ
- สรุปจำนวนผู้ป่วยและยอดการให้บริการในแต่ละเดือน
ระยะเวลาดำเนินการ
ประมาณ 9 เดือน (ตั้งแต่วันที่ลงนามในสัญญาจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564)
คุณสมบัติผู้เสนอราคา
- มีประสบการณ์ในการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมในโรงพยาบาลรัฐ (โรงพยาบาลศูนย์, โรงพยาบาลทั่วไป, หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย) ที่มีเครื่องฟอกเลือดรวมกันไม่น้อยกว่า 7 เตียง จำนวนไม่น้อยกว่า 2 แห่ง
- ต้องมีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพในการเปิดหน่วยไตเทียม
- ต้องผ่านการอนุมัติรูปแบบการให้บริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ด้วยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม จากคณะกรรมการบริหารของโรงพยาบาลบ้านฉาง
- ต้องมีแพทย์อายุรแพทย์โรคไต-กุมารแพทย์โรคไต หรือแพทย์ที่ได้รับประกาศนียบัตรรับรองจากราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย เป็นหัวหน้าหน่วยไตเทียม
- ต้องมีพยาบาลหัวหน้าหน่วยไตเทียมที่ได้รับประกาศนียบัตรพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมจากสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทยและสภาการพยาบาล
- ต้องมีพยาบาลอย่างน้อย 1 คนที่ได้รับประกาศนียบัตรพยาบาลผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ดูแลผู้ป่วยแบบเต็มเวลา (ไม่น้อยกว่า 30 ชม. ต่อสัปดาห์ หรือร้อยละ 70 ของรอบที่เปิดบริการ)
- ต้องมีอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 1 : 4
- พยาบาลที่ปฏิบัติงานต้องผ่านการอบรมการช่วยชีวิตผู้ป่วยขั้นสูง
- จัดให้มี Clinical Policy และ Work Instruction ตามมาตรฐานสมาคมโรคไต
เกณฑ์การพิจารณา
ใช้เกณฑ์ราคาเกณฑ์เดียว โดยพิจารณาจากผู้ที่เสนอราคาต่ำสุด
ข้อกำหนดทางเทคนิค
- ระบบน้ำบริสุทธิ์: ต้องได้มาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย, มีถังเก็บน้ำ, ปั๊มจ่ายน้ำ, ท่อจ่ายน้ำ, ระบบดักกรองและฆ่าเชื้อโรค, ระบบไฟฟ้าสำรอง (UPS), มีการตรวจคุณภาพน้ำตามกำหนด
- เครื่องไตเทียม: มีล้อเลื่อน, ใช้ไฟฟ้า 220-240 โวลท์ 50 เฮิรตซ์, มีระบบตรวจหาความผิดพลาดอัตโนมัติ, ควบคุมอัตราไหลของน้ำยาและเลือดได้, มีระบบสัญญาณเตือน, มีระบบปั๊มเฮปาริน, ควบคุมความเข้มข้นและอุณหภูมิของน้ำยาได้, มีระบบควบคุมการดึงน้ำ (UF), มีระบบตรวจจับฟองอากาศและการรั่วของเลือด
- อุปกรณ์อื่นๆ: เตียง, เครื่อง EKG, Defibrillator, เครื่องตรวจน้ำตาล, เครื่องดูดเสมหะ, อุปกรณ์ช่วยชีวิต, เครื่องชั่งน้ำหนัก, เก้าอี้ญาติ, และอื่นๆ ตามที่ระบุ
เงื่อนไขสัญญา
- การจ่ายเงิน: จ่ายตามจำนวนครั้งที่ให้บริการจริง, ผู้รับจ้างต้องสรุปยอดและส่งมอบงานทุกสิ้นเดือน, โรงพยาบาลจ่ายเงินภายใน 5 วันทำการหลังตรวจรับงาน
- ค่าปรับ: หากส่งมอบงานล่าช้า ปรับร้อยละ 0.10 ของค่าจ้างต่อวัน
- การเบิกจ่าย: ผู้รับจ้างต้องเบิกจ่ายตามสิทธิของผู้ป่วยให้ถูกต้อง
- ค่าน้ำ/ค่าไฟ: ผู้รับจ้างติดตั้งมิเตอร์, หากไม่ติดตั้ง จ่ายเหมา 50 บาท/ครั้ง, มีระบบปรับอากาศ (เหมาจ่าย/ติดตั้งเองได้)
- การรักษาความลับ: ห้ามเปิดเผยข้อมูลของโรงพยาบาล
- สถานที่: ต้องแยกพื้นที่ล้างตัวกรอง, มีระบบระบายอากาศ, แยกอ่างล้างตัวกรองกรณีผู้ป่วยติดเชื้อ
- ระบบบำบัดน้ำเสีย: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีและดูแล, ตรวจคุณภาพน้ำทิ้งตามกำหนด
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Q: เครื่องไตเทียมต้องมีคุณสมบัติเฉพาะอย่างไรบ้าง?
A: เครื่องไตเทียมต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เช่น ควบคุมอัตราการไหลของเลือดและน้ำยาไตเทียมได้, มีระบบสัญญาณเตือน, มีระบบปั๊มเฮปาริน, ควบคุมความเข้มข้นและอุณหภูมิของน้ำยาได้, มีระบบควบคุมการดึงน้ำ (UF), มีระบบตรวจจับฟองอากาศและการรั่วของเลือด, มีระบบสำรองไฟ- Q: ระบบน้ำบริสุทธิ์ต้องมีมาตรฐานอย่างไร?
A: ต้องได้มาตรฐานของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย รวมถึงมีระบบดักกรองและฆ่าเชื้อโรค, มีการเก็บตัวอย่างน้ำบริสุทธิ์ส่งเพาะเชื้อและตรวจ Endotoxin ตามระยะเวลาที่กำหนด - Q: บุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?
A: ต้องมีแพทย์อายุรแพทย์โรคไต หรือแพทย์ที่ได้รับการอบรมด้านไตเทียม, พยาบาลวิชาชีพที่ได้รับประกาศนียบัตรผู้เชี่ยวชาญการฟอกเลือดฯ และมีจำนวนพยาบาลต่อผู้ป่วยตามสัดส่วนที่กำหนด - Q: มีการตรวจคุณภาพน้ำอย่างไรบ้าง?
A: มีการตรวจคุณภาพน้ำบริสุทธิ์, ตรวจหาสารปนเปื้อนทางเคมี, ตรวจ Endotoxin, และตรวจคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐานที่กำหนด - Q: มีการจัดการกับน้ำเสียอย่างไร?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสีย และตรวจคุณภาพน้ำทิ้งตามเกณฑ์ที่กำหนด - Q: มีการประเมินและติดตามผู้ป่วยอย่างไร?
A: มีการตรวจเยี่ยมผู้ป่วยโดยแพทย์, มีการส่งตรวจ routine lab, การตรวจ Adequacy of dialysis, การตรวจ HBsAg, HBsAb, Anti-HCV, EKG, CXR, anti-HIV, Iron study, Serum intact PTH, Lipid profile, และ Liver function test ตามระยะเวลาที่กำหนด - Q: มีการติดตามอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือไม่?
A: มีการติดตามอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฟอกเลือด เช่น Hypotension, Chill, Cramp, CPR, Exit-site infection และมี Incident reports - Q: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง?
A: ผู้รับจ้างต้องจัดหาวัสดุอุปกรณ์สิ้นเปลืองที่ใช้ในการฟอกเลือดทั้งหมด เช่น เข็ม, สาย, น้ำยา, ตัวกรอง, และอื่นๆ รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็น - Q: สัญญาจ้างมีระยะเวลานานเท่าใด?
A: สัญญาจ้างมีระยะเวลาประมาณ 9 เดือน - Q: มีข้อกำหนดเรื่องอัตราส่วนพยาบาลต่อผู้ป่วยอย่างไร?
A: ต้องมีอัตราส่วนของพยาบาลผู้เชี่ยวชาญไตเทียม และ/หรือพยาบาลที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ต่อผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 1 : 4 และมีพยาบาลหรือผู้ช่วยปฏิบัติงานร่วมด้วยในสัดส่วนเดียวกัน
- Q: ระบบน้ำบริสุทธิ์ต้องมีมาตรฐานอย่างไร?