ซื้อระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 67099529110
฿2,482,000 ปีงบ 2568 ประกาศ 17 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการจัดซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจัดหาครุภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการดำเนินงานด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามและพยากรณ์ผลผลิตพืชเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติในด้านการเกษตร โครงการนี้ประกอบด้วยการจัดหาครุภัณฑ์ 6 รายการ ได้แก่ เครื่องวัดความเครียดในพืช, เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช, เครื่องวัดความชื้นดิน, เครื่องวัดธาตุอาหารในดิน, เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก, และเครื่องชั่งไฟฟ้า นอกจากนี้ ผู้เสนอราคายังต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์ รวมถึงการรับประกันคุณภาพของอุปกรณ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี โครงการนี้มีวงเงินงบประมาณรวม 2,482,000 บาท โดยแบ่งการจ่ายเป็น 2 งวดงาน

English summary

This project involves the procurement of scientific equipment for applying geo-informatics technology in forecasting agricultural product yields. The objectives are to acquire necessary tools for field operations, including plant stress meters, plant canopy analyzers, soil moisture and nutrient meters, paddy moisture meters, and digital scales. The project encompasses equipment delivery, training, and quality assurance.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อจัดหาครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานภาคสนาม

ขอบเขตของงาน

  • จัดหาครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 6 รายการ ได้แก่:
    • เครื่องวัดความเครียดในพืชด้วยวิธีวัดคลอโรฟิลล์ฟลูออเรสเซนต์ จำนวน 1 เครื่อง
    • เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช จำนวน 1 เครื่อง
    • เครื่องวัดความชื้นดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง
    • เครื่องวัดธาตุอาหารในดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง
    • เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก จำนวน 1 เครื่อง
    • เครื่องชั่งไฟฟ้าทศนิยม 2 ตำแหน่ง จำนวน 1 เครื่อง
  • ผู้ขายต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์อย่างน้อย 1 ครั้ง
  • ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี
  • ผู้ขายต้องส่งมอบพัสดุภายใน 120 วันนับถัดจากวันลงนามสัญญา

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ 6 รายการตามที่ระบุ
  • การฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์
  • คู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายและหนังสือยืนยันจากผู้ผลิต (สำหรับบางรายการ)
  • รายงานสรุปผลการฝึกอบรม

ระยะเวลาดำเนินการ

  • กำหนดส่งมอบพัสดุภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา
  • การฝึกอบรม: อย่างน้อย 1 ครั้ง, ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 วันต่อครั้ง
  • ระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง: ไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ตรวจรับงานเรียบร้อย

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • มีความสามารถตามกฎหมาย
    • ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
    • ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว
    • ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงาน
    • มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนด
    • เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์
    • ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่น
    • ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย
    • กรณีเป็นกิจการร่วมค้า ต้องมีคุณสมบัติตามที่ระบุใน TOR
    • ต้องลงทะเบียนในระบบ e-GP
  • Standards Compliance:
    • ไม่มีระบุ
  • Experience:
    • ไม่มีระบุ
  • Previous Project Cost:
    • ไม่มีระบุ
  • Technical Capabilities:
    • ไม่มีระบุ
  • Personnel:
    • ไม่มีระบุ
  • Financial Standing
    • (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
    • (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
    • (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
    • (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
    • (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้
      • (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
      • (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561

เกณฑ์การพิจารณา

  • พิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา
  • การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอจะพิจารณาจากราคารวมต่ำสุด

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • เครื่องมือแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่ระบุใน TOR (หน้า 5-9) เช่น
    • เครื่องวัดความเครียดในพืช: ใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม, มีระบบการตรวจวัดด้วยตัวตรวจวัดแบบ PIN photodiode, มีอุปกรณ์ประกอบ
    • เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช: มีกล้องถ่ายภาพเลนส์ตาปลา, วัดค่าความเข้มแสงได้, มี GPS, มีจอแสดงผล
    • เครื่องวัดความชื้นดิน: แสดงหน่วยการวัดค่าพารามิเตอร์หลายรูปแบบ, มีแท่งวัด (Probe), ได้มาตรฐานป้องกันการรบกวนจากสนามแม่เหล็ก (EMC testing)
    • เครื่องวัดธาตุอาหารในดิน: วัดค่า NPK, pH, อุณหภูมิดิน, ความชื้นในดิน, EC
    • เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก: วัดความชื้นในช่วง 9-35%, มีใบรับรองมาตรฐาน
    • เครื่องชั่งไฟฟ้า: ชั่งได้ไม่น้อยกว่า 3,000 กรัม, ความละเอียด 0.01 กรัม, มีฟังก์ชันการนับชิ้น
  • ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากบริษัทผู้ผลิต (สำหรับบางรายการ)
  • ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยว่าอุปกรณ์ที่เสนอเป็นเครื่องใหม่ (สำหรับบางรายการ)

เงื่อนไขสัญญา

  • การจ่ายเงิน: แบ่งเป็น 2 งวด
    • งวดที่ 1: 40% ของมูลค่าสัญญา เมื่อส่งมอบและตรวจรับเครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช, เครื่องวัดความชื้นดิน, เครื่องวัดธาตุอาหารในดิน, เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก, และเครื่องชั่งไฟฟ้า ภายใน 90 วัน
    • งวดที่ 2: 60% ของมูลค่าสัญญา เมื่อส่งมอบเครื่องวัดความเครียดในพืช และฝึกอบรมการใช้งาน ภายใน 120 วัน
  • ค่าปรับ: ค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • การรับประกัน: รับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์ไม่น้อยกว่า 1 ปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ผู้ชนะการประมูลจะได้รับการพิจารณาอย่างไร?
    • ผู้ชนะการประมูลจะพิจารณาจากราคารวมต่ำสุด
  • การฝึกอบรมมีรูปแบบอย่างไร?
    • ผู้ขายต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการดูแลรักษาอุปกรณ์อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยแต่ละครั้งต้องมีผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 5 คน และระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 วัน
  • หากอุปกรณ์มีปัญหาหลังการส่งมอบ จะต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องจัดการซ่อมแซม แก้ไข ความขัดข้องในการใช้งานให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตามเดิมภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับแจ้ง
  • การส่งมอบงานต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้ขายต้องส่งมอบแผนการดำเนินงาน แผนการส่งมอบงานให้แก่ผู้ซื้อภายใน 15 วัน นับถัดจากวันที่ลงนามในสัญญา และแจ้งการส่งมอบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ
  • งบประมาณของโครงการนี้คือเท่าไหร่?
    • งบประมาณของโครงการนี้คือ 2,482,000 บาท (สองล้านสี่แสนแปดหมื่นสองพันบาทถ้วน)
  • การชำระเงินแบ่งเป็นกี่งวด?
    • การชำระเงินแบ่งเป็น 2 งวด
  • หากส่งมอบงานล่าช้า จะมีค่าปรับอย่างไร?
    • มีค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ
  • การติดตั้งอุปกรณ์ต้องดำเนินการอย่างไร?
    • ผู้ขายต้องทดสอบการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่าสามารถใช้ในการปฏิบัติงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์
  • ต้องยื่นเอกสารอะไรเพิ่มเติมในการยื่นข้อเสนอ?
    • หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่าย (ถ้ามี) และหนังสือยืนยันจากผู้ผลิตว่าอุปกรณ์เป็นเครื่องใหม่ (ถ้ามี)
  • หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ไหน?
    • สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โทรศัพท์ 02-579-3608 หรืออีเมล [email protected]

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ และกำหนดราคากลาง สำหรับการประกวดราคาโครงการซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ในกิจกรรมการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) 1. ความเป็นมา เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ (Geo-informatics) ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญที่ถูกนำมาใช้ใน การจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่กันอย่างแพร่หลาย ประโยชน์ของเทคโนโลยีดังกล่าว คือ การได้มาซึ่งข้อมูลที่สามารถ นำมาใช้อ้างอิงเชิงตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ ประกอบด้วย 3 ศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การสำรวจ ข้อมูลระยะไกล (Remote Sensing: RS) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) และระบบกำหนดตำแหน่งพิกัดบนพื้นผิวโลก (Global Positioning System: GPS) ปัจจุบัน การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศถูกนำมาใช้ในการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ด้านต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย ข้อมูลการเกษตร ถือเป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่ง ที่รัฐบาลนำไปใช้ประกอบการวางแผนนโยบายด้านเกษตร การจัดการตลาด สินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศ การสร้างความมั่นคงด้านอาหาร (Food Security) รวมถึงมีความสอดคล้อง กับนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านเกษตร ซึ่งประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดต่างประเทศ หลายสินค้า อันช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้น การมีข้อมูลเนื้อที่เพาะปลูกและผลผลิต ที่แม่นยำจะทำให้การวางแผนด้านเกษตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องกันระหว่างอุปสงค์ และอุปทานของสินค้าพืช รวมถึงสอดคล้องกับนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีดิจิทัลด้านเกษตรอย่างครบวงจร นอกจากนี้ การใช้ที่ดินในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม ที่เกษตรกรส่วนใหญ่ ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังโรงงาน ทุเรียน ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อการเกษตร มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น ฐานข้อมูลเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องมีการติดตามการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงฐานข้อมูล เพื่อสนับสนุนการวางแผนการเกษตรให้ถูกต้อง ประกอบกับปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานภาครัฐที่จัดทำฐานข้อมูลพืชเศรษฐกิจเพื่อใช้งานในหน่วยงานของตนเอง ดังนั้น การจัดทำฐานข้อมูลพืชเศรษฐกิจจึงจำเป็นต้องมีความสอดคล้องกับหน่วยงานอื่น เพื่อให้สามารถ นำไปใช้งานด้านการสนับสนุนการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภารกิจหลักหนึ่งของศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการแปลและวิเคราะห์เนื้อที่ เพาะปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ สำหรับใช้เป็นกรอบฐานข้อมูลเพื่อประกอบกับการพิจารณาเนื้อที่ เพาะปลูกด้านการเกษตร รวมถึงวิเคราะห์สถานการณ์การผลิตให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับการสำรวจ ด้วยวิธีการทางสถิติอื่น ๆ ดังนั้น การนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามและพยากรณ์ผลผลิตพืช เศรษฐกิจที่สำคัญ ถือเป็นประโยชน์อย่างมากในการเพิ่มศักยภาพการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อจำแนกเนื้อที่ เพาะปลูกพืชจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมที่มีความถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน Dny dyrs M 2 และพัฒนาระบบการติดตามเนื้อที่เพาะปลูกและประเมินผลผลิตพืชของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในการดำเนินงานโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร ปี พ.ศ. 2565 ประกอบด้วย 2 กิจกรรมย่อย คือ โครงการติดตามเนื้อที่เพาะปลูกและประเมินผลผลิตพืชไร่ (กำหนดดำเนินงานในสินค้า “ข้าว”) และโครงการแปลและวิเคราะห์เนื้อที่ยืนต้นปาล์มน้ำมัน โดยใช้ภาพถ่าย ดาวเทียมระบบ SAR (Synthetic Aperture Radar) Sensor (กำหนดพืช “ปาล์มน้ำมัน” ทั้งโครงการฯ แต่เปลี่ยน พื้นที่ดำเนินงาน ที่เป็นแหล่งเพาะปลูกปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศ ในแต่ละปี) ในปี พ.ศ. 2566 นอกจาก กิจกรรมย่อยทั้งสองแล้วมีการเพิ่มกิจกรรมด้านการบูรณาการข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การดำเนินงาน “โครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การพยากรณ์ผลผลิตสินค้าเกษตร” มีความสอดคล้องกับแผนแม่บทยุทธศาสตร์ชาติ ปี พ.ศ. 2566 – 2570 ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันและด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ ประเด็นแผนแม่บท 03 การเกษตร ประเด็นแผนย่อย 0306 การพัฒนาระบบนิเวศการเกษตร (แผน 030601) ในองค์ประกอบปัจจัยการผลิตด้านข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตร (F0102) และการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (F0401) และการพัฒนาระบบบริหารงานภาครัฐ ดังนั้น การดำเนินงานโครงการฯ ที่มีการนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศมาใช้ในการติดตามและพยากรณ์ผลผลิต พืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการเพิ่มศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อจำแนกเนื้อที่เพาะปลูกพืชจากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและพัฒนาระบบการติดตามเนื้อที่เพาะปลูกและ ประเมินผลผลิตพืชที่สำคัญของประเทศในระดับพื้นที่หรือภูมิภาค (Area Base) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ การจัดทำข้อมูลการเกษตร ในเชิงพื้นที่ของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว ทันต่อการนำข้อมูล มาใช้ประกอบการวางแผนด้านการเกษตร การหาตลาดสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศ ให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ ปัจจุบันกระบวนการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่แสดงเนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นพืชเศรษฐกิจของประเทศ มีหลายหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกันรับผิดชอบ ซึ่งอาจมีกรรมวิธีในการจัดทำ ข้อมูลที่แตกต่างกัน เช่น กรมพัฒนาที่ดิน มีการสำรวจโดยการจัดเก็บค่าพิกัดของการใช้ประโยชน์ที่ดินทาง การเกษตรประเภทต่าง ๆ แล้วนำมาจัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตร ระดับ 3 รวมถึงนโยบายของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินโครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรม (Zoning) สำหรับสินค้าเกษตรที่สำคัญ และแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agricultural Map for Adaptive Management: Agri-Map) โดยกลุ่มวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดิน กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน เป็น หน่วยงานหลักที่ดำเนินการสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลพืชเศรษฐกิจหลัก เพื่อสนับสนุนการผลิตสินค้าเกษตร อย่างมีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงข้อมูลในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง แต่ทว่า ลักษณะการดำเนินงานอาจมีข้อจำกัดในเรื่องรอบความถี่ในการสำรวจภาคสนามที่ในแต่ละ พื้นที่แตกต่างกัน ในขณะที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยศูนย์สารสนเทศการเกษตร มีการนำข้อมูล ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดปานกลาง (Medium Resolution Satellite Images) มาใช้ในการแปล 3 วิเคราะห์เนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นพืชเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องการวางแผนการตรวจสอบ ความถูกต้องของผลการแปลวิเคราะห์ ที่อาจไม่ครอบคลุมพื้นที่ทุกจังหวัด แต่ทว่า ศูนย์สารสนเทศการเกษตร มีการใช้หลักการทางสถิติในการสุ่มจำนวนตัวอย่างของแต่ละสินค้าพืช เพื่อให้เป็นตัวแทนที่ดีในการตรวจสอบ ดังนั้น ความแตกต่างของกระบวนการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ของทั้งสองหน่วยงาน จึงอาจทำให้มีความแตกต่างของ ผลการแปลได้ ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุผลหลักที่การจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ผ่านมา จึงได้มีการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ระหว่างสองหน่วยงาน คือ กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในลักษณะของการทำงานร่วมกัน ในขั้นตอนของตรวจสอบผลการแปลวิเคราะห์เนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นในภาคสนาม ที่ผ่านมา กรมพัฒนาที่ดิน และสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้มีการดำเนินงานบูรณาการในสินค้าพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ สับปะรด และมันสำปะหลังโรงงาน ปัจจุบัน กระบวนการจัดทำข้อมูลเชิงพื้นที่เนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นพืช เศรษฐกิจของประเทศ มีหลายหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ร่วมกันรับผิดชอบ ซึ่งอาจมีกรรมวิธีในการจัดทำข้อมูลที่แตกต่างกัน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร โดยศูนย์สารสนเทศ การเกษตร มีการนำข้อมูลเชิงพื้นที่ของผลการวิเคราะห์ เนื้อที่เพาะปลูก/ยืนต้นพืชเศรษฐกิจที่มีการใช้ข้อมูล ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดปานกลางได้แก่ Landsat 8 OLI/TIRS, Landsat 9 OLI/TIRS (ให้บริการโดย U.S. Geological Survey) และ Sentinel-2 (ให้บริการโดย ESA: European Space Agency) 2. วัตถุประสงค์ เพื่อจัดหาครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานภาคสนาม รายละเอียดดังนี้ 1) เครื่องวัดความเครียดในพืชด้วยวิธีวัดคลอโรฟิลล์ฟลูออเรสเซนต์ จำนวน 1 เครื่อง 2) เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช จำนวน 1 เครื่อง 3) เครื่องวัดความชื้นดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 4) เครื่องวัดธาตุอาหารในดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 5) เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก จำนวน 1 เครื่อง 6) เครื่องชั่งไฟฟ้าทศนิยม 2 ตำแหน่ง จำนวน 1 เครื่อง 3. คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ 3.1 มีความสามารถตามกฎหมาย 3.2 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 3.3 ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ 3.4 ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังกำหนด ตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง 4 3.5 ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของ หน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ กรรมการผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุมในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย 3.6 มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา 3.7 เป็นนิติบุคคลผู้มีอาชีพขายพัสดุที่ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว 3.8 ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้ยื่นข้อเสนอรายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่สำนักงาน ณ วันประกาศ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรมใน ประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ การประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ครั้งนี้ 3.9 ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่น ข้อเสนอได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันเช่นว่านั้น 3.10 ผู้ยื่นข้อเสนอที่ยื่นข้อเสนอในรูปแบบของ "กิจการร่วมค้า" ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนด สัดส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมค้าหลักมากกว่า ผู้ร่วมค้ารายอื่นทุกราย กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ ผลงานของผู้ร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้ร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายต้องมี คุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน 3.11 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องลงทะเบียนที่มีข้อมูลถูกต้องครบถ้วนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วย อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement: e-GP) ของกรมบัญชีกลาง 3.12 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้ 5 (1) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิ ที่ปรากฏในงบแสดงฐานะ การเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นระยะเวลา 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่น ข้อเสนอ (2) กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดง ฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยผู้ยื่นข้อเสนอ จะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (3) สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็น บุคคลธรรมดา ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ โดยพิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่น ข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือ รายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้อง แสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา (4) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการและทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่า งบประมาณที่ยื่นข้อเสนอในครั้งนั้น (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน หลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตาม ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณี ได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอ นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน) (5) กรณีตาม (1) - (4) ยกเว้นสำหรับกรณีดังต่อไปนี้ (5.1) กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ (5.2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561 4. รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของรายการที่จัดหา 4.1 เครื่องวัดความเครียดในพืชด้วยวิธีวัดคลอโรฟิลล์ฟลูออเรสเซนต์ จำนวน 1 เครื่อง 4.1.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 6 4.1.8 มีระบบการตรวจวัดด้วยตัวตรวจวัดแบบ PIN photodiode พร้อมระบบการกรองคลื่นแสง ที่ความยาวคลื่นแสง ในช่วง 650 - 750 นาโนเมตร หรือดีกว่า 4.1.9 มีอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ชุดแบตเตอรี่ แท่นชาร์ต และกระเป๋าใส่เครื่องและอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติงานภาคสนาม เป็นต้น 4.1.10 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตาม กฎหมายจากบริษัทผู้ผลิต 4.1.11 ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยว่า อุปกรณ์ที่เสนอเป็นเครื่องใหม่ ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน และยินดีให้บริการหลังการขายตลอดอายุการรับประกัน ตามสัญญา 4.1.12 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด 4.2 เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช จำนวน 1 เครื่อง 4.2.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 4.2.2 สามารถวัดค่าดัชนีบ่งบอกถึงปริมาณพื้นที่ใบต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ดิน (Leaf Area Index: LAI) 4.2.3 มีกล้องถ่ายภาพเป็นเลนส์ตาปลา (Fish-eye lens angle) มุมรับภาพกว้างไม่น้อยกว่า 120 องศา ซึ่งสามารถถ่ายภาพทรงพุ่มพืชได้ 4.2.4 สามารถวัดความเข้มแสงได้ในช่วง 0 - 2,500 µmol/m²/s หรือดีกว่า 4.2.5 มีค่า Accuracy ในการวัดความเข้มแสงไม่เกิน 5 µmol/m²/s หรือเทียบเป็นร้อยละไม่เกิน + 5 4.2.6 มีจอแสดงผลขนาดไม่น้อยกว่า 7 นิ้ว 4.2.7 สามารถวัดค่าพารามิเตอร์หลายชนิด เช่น PAR average, % Sun flecks, PAR LAI, Gap fraction LAI เป็นต้น 4.2.8 มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม Global Positioning System (GPS) เพื่อแสดงพิกัดตำแหน่ง และมีเข็มทิศในตัว 4.2.9 มีอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ชุดแบตเตอรี่ แท่นชาร์ต และกระเป๋าใส่เครื่องและอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติงานภาคสนาม เป็นต้น 4.2.10 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตาม กฎหมายจากบริษัทผู้ผลิต 4.2.11 ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยว่า อุปกรณ์ที่เสนอเป็นเครื่องใหม่ ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน และยินดีให้บริการหลังการขายตลอดอายุการรับประกัน ตามสัญญา 4.2.12 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด สภาร १ WM 7 4.3 เครื่องวัดความชื้นดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 4.3.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 4.3.2 สามารถแสดงหน่วยการวัดค่าพารามิเตอร์หลายรูปแบบ เช่น m³/m³, % Vol และ mV 4.3.3 มีแท่งวัด (Probe) เพื่อวัดค่าระดับความชื้น และสามารถใช้งานได้ในสภาพดินทุกประเภท 4.3.4 ตัวเครื่องมีความแข็งแรง ทนทานต่อการปฏิบัติงานภาคสนาม ได้มาตรฐานป้องกันการ รบกวนจากสนามแม่เหล็ก (EMC testing) EN 61326 class B และแท่งวัด (Probe) ได้มาตรฐานความ แข็งแรง IP52 หรือดีกว่า 4.3.5 มีช่วงการวัดค่าความชื้นดินร้อยละ 0 - 100 Volumetric Water Content (WC) 4.3.6 มีค่า Accuracy ของการวัดไม่เกินร้อยละ + 1 ที่ช่วงความชื้นไม่เกินร้อยละ 50 4.3.7 สามารถใช้งานได้ในช่วงอุณหภูมิ 0 - 40°C หรือดีกว่า 4.3.8 มีค่าความคลาดเคลื่อนการวัดค่าความชื้นดินจากผลกระทบความเค็มของดินไม่เกินร้อยละ 3.5 ช่วงความเค็ม 50 - 500 mS/m และที่ช่วงความชื้นไม่เกินร้อยละ 50 4.3.9 มีอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ชุดแบตเตอรี่ แท่นชาร์ต และกระเป๋าใส่เครื่องและอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติงานภาคสนาม เป็นต้น 4.3.10 ผู้เสนอราคาต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตาม กฎหมายจากบริษัทผู้ผลิต 4.3.11 ผู้เสนอราคาต้องมีหนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยว่า อุปกรณ์ที่เสนอเป็นเครื่องใหม่ ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน และยินดีให้บริการหลังการขายตลอดอายุการรับประกัน ตามสัญญา 4.3.12 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด 4.4 เครื่องวัดธาตุอาหารในดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 4.4.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 4.4.2 สามารถวัดค่าพารามิเตอร์หลายชนิด เช่น ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) ความเป็นกรด - ด่าง (pH) อุณหภูมิดิน (Soil temperature) ความชื้นในดิน (Soil moisture) และค่าการนำ ไฟฟ้าของดิน (Electrical Conductivity: EC) เป็นต้น 4.4.3 สามารถวัดค่าไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) ได้ในช่วงพารามิเตอร์ 1 - 1,999 mg/kg หรือ mg/L หรือดีกว่า Full scale 4.4.4 มีค่า Accuracy ในการวัดค่าไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) โพแทสเซียม (K) ไม่เกินร้อยละ ± 2 4.4.5 สามารถวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของสารละลายในดินในช่วง 3 - 9 pH หรือดีกว่า 4.4.6 มีค่า Accuracy ในการวัดค่าความเป็นกรด-ด่างของสารละลายในดินไม่เกิน ± 0.3 PH เป็นต้น 8 4.4.7 สามารถวัดค่าอุณหภูมิดิน (Soil temperature) ได้ในช่วง -40 ~ 80℃ 4.4.8 มีค่า Accuracy ในการวัดค่าอุณหภูมิดิน (Soil temperature) ไม่เกิน ± 0.5°C 4.4.9 สามารถวัดค่าความชื้นในดิน (Soil moisture) ได้ในช่วงร้อยละ 0 - 100 4.4.10 มีค่า Accuracy ในการวัดค่าความชื้นในดิน (Soil moisture) ไม่เกินร้อยละ 2 ที่ช่วง ความชื้นไม่เกินร้อยละ 50 4.4.11 สามารถวัดค่าความเค็มของดินเพื่อวิเคราะห์การนำไฟฟ้าของดิน (Electrical Conductivity: EC) ได้ในช่วง 0 - 20,000 µS/cm หรือดีกว่า 4.4.12 มีค่า Accuracy ในการวัดค่าความเค็มของดินเพื่อวิเคราะห์การนำไฟฟ้าของดิน (Electrical Conductivity: EC) ไม่เกินร้อยละ ± 3 ที่ช่วง 0 - 10,000 µS/cm 4.4.13 มีอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ชุดแบตเตอรี่ แท่นชาร์ต และกระเป๋าใส่เครื่องและอุปกรณ์สำหรับปฏิบัติงานภาคสนาม เป็นต้น 4.4.14 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด 4.5 เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก จำนวน 1 เครื่อง 4.5.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 4.5.2 สามารถวัดความชื้นข้าวเปลือกได้ในช่วงร้อยละ 9 – 35 4.5.3 มีค่าความถูกต้อง (Accuracy) ในการวัดความชื้นข้าวเปลือกไม่เกินร้อยละ ± 0.5 4.5.4 สามารถวัดค่าความชื้นโดยวิธี Dielectric constant 4.5.5 มีจอแสดงผล LCD แบบดิจิทัล 4.5.6 มีอุปกรณ์ประกอบ (Accessories) ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ถ้วยใส่เมล็ดทดสอบ กรวย และแปรง เป็นต้น 4.5.7 มีเอกสารใบรับรองมาตรฐาน ออกโดยสำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวง พาณิชย์ 4.5.8 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด 4.6 เครื่องชั่งไฟฟ้าทศนิยม 2 ตำแหน่ง จำนวน 1 เครื่อง 4.6.1 ตัวเครื่องสามารถใช้งานได้ทั้งในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม 4.6.2 เป็นเครื่องชั่งไฟฟ้าสำหรับวิเคราะห์แบบชั่งด้านบน 4.6.3 สามารถชั่งน้ำหนักได้ไม่น้อยกว่า 3,000 กรัม 4.6.4 ความละเอียด (Resolution) ในการอ่านค่า 0.01 กรัม 4.6.5 มีค่า Linearity ของการชั่งจากน้ำหนักที่ถูกต้อง ไม่เกิน ± 0.02 กรัม 4.6.6 มีค่า Repeatability ของการชั่งน้ำหนักซ้ำ 0.01 กรัม 9 4.6.7 มีค่าความสัมประสิทธิ์ของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ (Temperature coefficient sensitivity) ± 3 ppm/°C ในช่วง 10 - 30°C 4.6.8 สามารถปรับค่าอัตราการตอบสนองการอ่านค่าของเครื่องและค่า Stability ในระหว่างการ ชั่งได้ 4.6.9 มีฟังก์ชันสำหรับการชั่งแบบนับชิ้นตัวอย่าง และฟังก์ชันการแปลงหน่วยเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ 4.6.10 สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อโอนถ่ายข้อมูลได้โดยตรง 4.6.11 สามารถใช้งานได้ที่อุณหภูมิ 5 - 40°C 4.6.12 มีเอกสารใบรับรองมาตรฐาน ออกโดยสำนักชั่งตวงวัด กรมการค้าภายใน กระทรวง พาณิชย์ 4.6.13 มีคู่มือการใช้งานฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ จำนวนอย่างละ 1 ชุด หมายเหตุ รายละเอียดคุณลักษณะที่เสนอในข้อ 4. ต้องเป็นรายละเอียดคุณลักษณะที่ไม่ต่ำกว่าตามที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรกำหนด 5. การฝึกอบรม 5.1 ผู้ขายต้องจัดให้มีการฝึกอบรมการใช้งานและการดูแล รักษาอุปกรณ์ตามโครงการฯ อย่างน้อย 1 ครั้ง โดยแต่ละครั้ง ต้องมีจำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 5 คน และระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 วัน โดยต้อง ครอบคลุมเนื้อหาการใช้งานของโครงการฯ 5.2 ผู้ขายต้องนำเสนอรายละเอียดและรูปแบบการฝึกอบรม ให้ผู้ซื้อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน การฝึกอบรมอย่างน้อย 15 วัน หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ซื้อก่อนดำเนินการ โดยรายละเอียดหลักสูตรการฝึกอบรม ประกอบด้วย 5.2.1 วัตถุประสงค์ 5.2.2 หัวข้อการฝึกอบรม 5.2.3 วิธีการฝึกอบรม 5.2.4 เอกสารประกอบการฝึกอบรม 5.2.5 ระยะเวลาการฝึกอบรม และช่วงเวลาดำเนินการจัดฝึกอบรม 5.2.6 รายละเอียดอื่น (ถ้ามี) ทั้งนี้ ผู้ซื้ออาจเปลี่ยนแปลงรายละเอียดหลักสูตรการฝึกอบรมและรูปแบบการฝึกอบรมได้ตามความเหมาะสม 5.3 ใช้ห้องฝึกอบรมของผู้ซื้อ เป็นสถานที่อบรม หรือตามที่ผู้ซื้อเห็นชอบ 5.4 ผู้ขายเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม ได้แก่ วิทยากร อาหารกลางวัน อาหารว่าง และเครื่องดื่ม พนักงานที่เกี่ยวข้อง เอกสารในการฝึกอบรม หรือค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกิดขึ้น ตลอดจนจัดหา อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกอบรม 5.5 ผู้ขายยินยอมให้ผู้ซื้อบันทึกภาพและวีดีโอในการฝึกอบรม 10 6. กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ กำหนดส่งมอบพัสดุภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามสัญญา 7. หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ 7.1 ในการพิจารณาผลการยื่นข้อเสนอประกวดราคาครั้งนี้ จะพิจารณาตัดสินโดยใช้หลักเกณฑ์ราคา 7.2 การพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอใช้หลักเกณฑ์ราคาในการพิจารณาผู้ชนะการยื่นข้อเสนอ จะพิจารณาจากราคารวมต่ำสุด 8. วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร งบประมาณ 2,482,000 บาท (สองล้านสี่แสนแปดหมื่นสองพันบาทถ้วน) ซึ่งเป็นราคารวม ภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วย 9. งวดงานและการจ่ายเงิน แบ่งเป็น 2 งวดงาน ดังนี้ งวดที่ 1 ร้อยละ 40 ของมูลค่าสัญญา โดยผู้ขายจะต้องส่งมอบพัสดุ ดังนี้ 1) เครื่องวิเคราะห์ทรงพุ่มพืช จำนวน 1 เครื่อง 2) เครื่องวัดความชื้นดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 3) เครื่องวัดธาตุอาหารในดินแบบภาคสนาม จำนวน 2 เครื่อง 4) เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือก จำนวน 1 เครื่อง 5) เครื่องชั่งไฟฟ้าทศนิยม 2 ตำแหน่ง จำนวน 1 เครื่อง ภายใน 90 วัน และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว งวดที่ 2 ร้อยละ 60 ของมูลค่าสัญญา โดยผู้ขายจะต้องส่งมอบพัสดุ ดังนี้ 1) เครื่องวัดความเครียดในพืชด้วยวิธีวัดคลอโรฟิลล์ฟลูออเรสเซนต์ จำนวน 1 เครื่อง 2) ฝึกอบรมหลักสูตรการใช้งานอุปกรณ์ตามโครงการฯ และรายงานสรุปผลการฝึกอบรมตามข้อ 5. ภายใน 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ได้ทำการตรวจรับเรียบร้อยแล้ว 10. อัตราค่าปรับ ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถส่งมอบพัสดุในโครงการนี้ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา ผู้ขายต้อง ยินยอมให้ผู้ซื้อคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.20 (ศูนย์จุดสองศูนย์) ของราคาพัสดุที่ยังไม่ได้รับมอบ 11 11. การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง 11.1 ผู้ขายต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ในรายการข้อ 4. ที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ตรวจรับงานเรียบร้อย โดยผู้ขายต้อง จัดการซ่อมแซม แก้ไข ความขัดข้องในการใช้งาน ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตามเดิม ภายใน 7 วัน นับแต่ วันเวลาที่ได้รับแจ้งจากผู้ซื้อ และไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จากผู้ซื้อทั้งสิ้น ในกรณีที่ผู้ขายไม่สามารถซ่อมแซม แก้ไขให้ใช้งานได้ดีดังเดิม ผู้ขายต้องจัดหาอุปกรณ์ ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มาให้ผู้ซื้อใช้งาน ภายใน 15 วัน ส่วนอุปกรณ์ที่เสียต้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม หากไม่สามารถซ่อมแซมได้ ผู้ขายจะต้อง จัดหาอุปกรณ์ฯ ที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า มาทดแทนให้ผู้ซื้อใช้งาน ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยอุปกรณ์ฯ ดังกล่าวต้องเป็นของแท้ ของใหม่ ไม่เคยใช้งานมาก่อน หากผู้ขายไม่ปฏิบัติตาม ผู้ซื้อมีสิทธิจ้าง บุคคลภายนอกให้มาทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้ขายจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการหาและจัดจ้างบุคคลภายนอก เข้ามาดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขทั้งสิ้น รวมทั้งต้องรับผิดชอบค่าจ้างนั้นและชำระค่าเสียหายแทนผู้ซื้อ 11.2 ผู้ขายต้องให้คำแนะนำ และเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับการใช้งาน การแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถ ใช้งาน และแก้ไขปัญหาได้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถัดจากวันที่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุฯ ตรวจรับงานเรียบร้อย 12. เงื่อนไขการส่งมอบงานและการติดตั้ง 12.1 ผู้ขายต้องส่งมอบแผนการดำเนินงาน แผนการส่งมอบงานให้แก่ผู้ซื้อภายใน 15 วัน นับถัดจาก วันที่ลงนามในสัญญา 12.2 ผู้ขายต้องแจ้งการส่งมอบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันทำการ ที่ฝ่ายบริหาร ทั่วไป อาคารศูนย์สารสนเทศการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร 12.2 การส่งมอบอุปกรณ์ในรายการครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ผู้ขายต้องทดสอบการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ว่าสามารถใช้ในการปฏิบัติงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ หากพบว่ามีการร้องเรียน ผู้ขายต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้หมดสิ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการขอระงับข้อร้องเรียน ทางผู้ขาย ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 13. เอกสารที่ต้องยื่นเพิ่มในการยื่นข้อเสนอและเสนอราคา 13.1 หนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากบริษัทผู้ผลิต ในรายการที่ 4.1, 4.2 และ 4.3 13.2 หนังสือยืนยันจากบริษัทผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยว่าอุปกรณ์ที่เสนอเป็นเครื่อง ใหม่ ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน และยินดีให้บริการหลังการขายตลอดอายุการรับประกันตามสัญญา ในรายการที่ 4.1, 4.2 และ 4.3 14. ข้อสงวนสิทธิ์ของผู้ซื้อ 14.1 กรณีที่เกิดความเสียหายใด ๆ ทั้งเกิดจากความสูญเสียหรือความเสียหายทรัพย์สินของผู้ซื้อ หรือการละเมิดลิขสิทธิ์ใด ๆ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำหรือละเว้นการกระทำของผู้ขาย ผู้ขายต้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ซื้อ ตามจำนวนและมูลค่าที่เสียหายจริงภายในระยะเวลาที่ผู้ซื้อกำหนด 14.2 ห้ามนำข้อมูลใด ๆ ที่ใช้ในโครงการฯ ไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมด ไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อการอื่นใดโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ซื้อ หากผู้ซื้อพบว่ามีการกระทำดังกล่าว ผู้ขายต้องชดเชยค่าเสียหายเป็นเงินไม่น้อยกว่าราคาจ้างทั้งหมดที่กำหนดไว้ในสัญญา 14.3 ผู้ขายจะต้องทำตารางเปรียบเทียบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะต่อข้อกำหนดและรายละเอียด คุณลักษณะ (Specification) เป็นรายข้ออ้างอิงตามรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะ โดยใช้ตัวอย่างแบบฟอร์ม รายการดังกล่าว การเปรียบเทียบตามตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติข้อกำหนดและรายละเอียดข้อเสนอโครงการในการเปรียบเทียบ หากมีกรณีที่ต้องมีการอ้างอิงข้อความหรือเอกสารในส่วนอื่นที่จัดทำเสนอมา ผู้ขายต้องระบุให้เห็น ได้อย่างชัดเจน และสามารถตรวจสอบได้โดยง่ายไว้ในเอกสารเปรียบเทียบด้วยว่า สิ่งที่ต้องการอ้างอิงนั้นอยู่ใน ส่วนใด หรือตำแหน่งใดของเอกสารอื่น ๆ ที่จัดทำข้อเสนอมา สำหรับเอกสารที่อ้างอิงถึงให้หมายเหตุ หรือขีดเส้นใต้ หรือระบายสีพร้อมเขียนหัวข้อกำกับไว้ เพื่อให้สามารถตรวจสอบกับเอกสารเปรียบเทียบได้ง่าย และตรงกันด้วย โดยมีรายละเอียดตามตัวอย่างตาราง ดังนี้
ข้อกำหนด/อุปกรณ์
ที่ต้องการ
ข้อกำหนด/อุปกรณ์ที่เสนอ เอกสารอ้างอิง ระบุหัวข้อให้ตรงกับหัวข้อ
ที่ระบุไว้ในรายละเอียด
คุณลักษณะเฉพาะ
ให้คัดลอกรายละเอียดของ
คุณลักษณะเฉพาะที่
ผู้ขายทำการเสนอ
ระบุหมายเลขหน้าของ
เอกสารอ้างอิงของผู้ขาย
GB Gigabyte (กิกะไบต์)
m³/m³ Cubic meter per cubic meter หรือ ลูกบาศก์เมตรต่อลูกบาศก์เมตร
°C Degree Celsius หรือ องศาเซลเซียส
% Vol Percent Volumetric Water Content (VMC) หรือ ร้อยละปริมาณความชื้น
ตามปริมาตร
mV Millivolt หรือ มิลลิโวลล์
mS/m Millisiemens per meter หรือ มิลลิซีเมนส์ต่อเมตร
µmol/m²/s Micromole per square meter per second หรือ ไมโครโมลต่อตารางเมตร
ต่อวินาที หรือ 1 x 106 mol m2 sec-1
15. สถานที่ติดต่อเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือเสนอแนะวิจารณ์ หรือแสดงความคิดเห็นโดยเปิดเผยตัว ที่อยู่ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. 10900 Website: www.oaezone.oae.go.th โทรศัพท์: 02-579-3608 อีเมล: [email protected]