จ้างทำของ/จ้างเหมาบริการระหว่างดำเนินการ

ประกวดราคาจ้างงานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System OMS)

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 67089189025
฿1,018,849,720 ปีงบ 2567 ประกาศ 6 ก.พ. 2568 กรุงเทพมหานคร
รายละเอียดการจ้าง

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) เพื่อทดแทนระบบเดิมที่กำลังจะหมดสัญญาในวันที่ 31 มีนาคม 2568 โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง บูรณาการระบบงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานมีความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ ระบบใหม่จะต้องให้บริการข้อมูลและสนับสนุนการวิเคราะห์สาเหตุของไฟฟ้าขัดข้อง ประมวลผลความน่าเชื่อถือของระบบไฟฟ้า เพื่อใช้ในการวางแผน แก้ไข และปรับปรุงระบบไฟฟ้า ป้องกันการเกิดไฟฟ้าขัดข้องในอนาคต รวมถึงยกระดับการให้บริการและความพึงพอใจของลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขอบเขตงานครอบคลุมถึงการสำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบระบบ รวมถึงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งปัญหาและให้การสนับสนุนหลังการใช้งานเป็นระยะเวลา 60 เดือน ผู้เสนอราคาจะต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดใน TOR และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในเอกสารประกวดราคา

English summary

This project aims to procure, develop, and install an Outage Management System (OMS) to replace the existing system that is expiring on March 31, 2025. The main objectives are to enhance the efficiency of power outage management by integrating relevant systems to streamline operations, reduce steps, and minimize execution time. The new system must also provide data and support the analysis of outage causes, process power system reliability data for planning, correction, and improvement to prevent future outages, and enhance service levels and satisfaction for customers and stakeholders. The scope of work includes surveying, designing, procuring, developing, installing, and testing the system, as well as establishing a help desk and providing post-implementation support for a period of 60 months. Bidders must meet the qualifications specified in the TOR and adhere to the conditions outlined in the bidding documents.

สถานที่ดำเนินการ

ข้อมูลเชิงลึกของโครงการ

AI วิเคราะห์ ปลดล็อกแล้ว

เป้าหมายโครงการ

  • เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง โดยบูรณาการเชื่อมโยงระบบงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน
  • เพื่อให้บริการข้อมูลและสนับสนุนงานด้านการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดไฟฟ้าขัดข้อง ประมวลผลความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และใช้ในการวางแผน แก้ไข และปรับปรุงระบบไฟฟ้า ป้องกันการเกิดไฟฟ้าขัดข้องในอนาคต ทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้และความมั่นคงปลอดภัยของระบบไฟฟ้า
  • เพื่อยกระดับการให้บริการและความพึงพอใจลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ขอบเขตของงาน

  • สำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา รื้อถอน/ติดตั้ง จัดเตรียมข้อมูล เชื่อมโยงบูรณาการระบบ ทดสอบระบบ ทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง โอนย้าย นำระบบออกใช้งาน สนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งาน บริหารจัดการทรัพย์สิน บำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดการสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ บริหารการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนการนำเข้า ตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ร่วมตรวจสอบการสำรองข้อมูล สนับสนุนการให้บริการข้อมูล สนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Cybersecurity) ปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ กรณี กฟภ. เปลี่ยนแปลงระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมของระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตลอดจนร่วมดำเนินการต่าง ๆ ที่ กฟภ. ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน นโยบายและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับนี้
  • ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง
  • ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ซอฟต์แวร์สนับสนุน พร้อมการปรับตั้งพารามิเตอร์
  • ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขตทั้ง 12 แห่ง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภูมิภาค
  • จัดเตรียมและนำเข้าฐานข้อมูล
  • เชื่อมโยงบูรณาการระบบกับระบบที่เกี่ยวข้อง
  • ทดสอบ Factory Acceptance Test (FAT), Site Acceptance Test (SAT), ทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) และทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test)
  • สื่อสารและนำระบบออกใช้งาน
  • จัดตั้งศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk)
  • ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการใช้งานระบบ
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ดูแลและบำรุงรักษา
  • งานเอกสาร ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารรายงานต่าง ๆ

สิ่งที่ต้องส่งมอบ

  • แผนการดำเนินงานและการบริหารจัดการโครงการ (Project Plan)
  • แบบแสดงกระบวนงาน (Business Process หรือ Business Blueprint)
  • เอกสารสถาปัตยกรรมระบบ (System Landscape and Architecture)
  • การออกแบบระบบ (System Design)
  • ระบบ Development System (DVS), Quality Assessment System (QAS) และ Production
  • ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย, ซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) และซอฟต์แวร์สนับสนุน
  • ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk)
  • เอกสารการออกแบบระบบงาน (Business Blueprint) กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) การออกแบบระบบ (Detailed Design) การติดตั้งระบบ (As-built) การปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ (Parameter Configuration) การควบคุมการเชื่อมต่อระบบ (Interface Control Document) มาตรฐานการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Standard data model) รวมถึงด้านความมั่นคงปลอดภัย (Configuration Baseline) รายการทรัพย์สิน (Asset List) ผลการทดสอบ เอกสารการฝึกอบรม และคู่มือ (user manuals)
  • รายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report)
  • รายงานการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report)
  • รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ (System Availability and Performance Summary Report)
  • รายงานการฝึกอบรม

ระยะเวลาดำเนินการ

  • ระยะที่ 1: จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน ภายใน 20 เดือน
  • ระยะที่ 2: สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ เป็นเวลา 60 เดือน นับจากวันที่ กฟภ. ออกหนังสือรับรองผลงาน (PAC)

คุณสมบัติผู้เสนอราคา

  • Eligibility Requirements:
    • ต้องศึกษาและทำความเข้าใจขอบเขตการดำเนินงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบและอุปกรณ์
    • ยอมรับเงื่อนไขข้อกำหนดต่างๆ และหากเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และทำสัญญาเป็นผู้รับจ้างแล้วจะต้องถือปฏิบัติตามที่ยื่นข้อเสนอและรายละเอียดข้อกำหนดขอบเขตของงาน และเอกสารภาคผนวกซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา
    • ปฏิบัติตามคำแนะนำของ กฟภ.
  • Standards Compliance:
    • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานอย่างน้อย:
      • ISO 9000 Series
      • ISO 14001
      • FCC หรือ EN หรือ VCCI หรือ CE
      • UL หรือ EN หรือ TUV หรือ CSA หรือ IEC
  • Experience:
    • ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) : มีประสบการณ์การทำงานบริหารงานโครงการ รวมทุกโครงการไม่น้อยกว่า 10 ปี ในลักษณะเดียวกับระบบ OMS, AMI, SCADA, ERP หรือ GIS
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) : มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานระบบ OMS
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื่อมโยงบูรณาการระบบ (Integration Specialist) : มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงบูรณาการระบบงาน
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ICT security Specialist) : มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
    • ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) : มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • Technical Capabilities:
    • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบไปด้วยระบบงานอย่างน้อย: Production Environment (PDE), Pre-Production Environment (PPE), Demilitarized Zone Environment (DMZE), System Management Environment (SME), Simulation Environment (SIE)
    • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องรองรับข้อมูลตามที่กำหนด (จำนวนมิเตอร์, การเชื่อมโยงรับส่งข้อมูล, เหตุการณ์ไฟฟ้า, การเชื่อมต่อระบบเครือข่าย, การนำเข้าข้อมูล GIS)
    • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องมีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล, ระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล
    • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบ Privileged Access Management (PAM)
    • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเครือข่าย
    • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องรองรับการทำ Data Loading, รองรับการทำงานแบบ High Availability
  • Personnel:
    • ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) : มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) : มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป เป็นพนักงานของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ OMS
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื่อมโยงบูรณาการระบบ (Integration Specialist) : มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมสารสนเทศ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ICT security Specialist) : มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมสารสนเทศ, วิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประกาศนียบัตรอย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมดดังนี้ CompTIA Security+ หรือ SSCP หรือ GSEC หรือ CRISC หรือ CompTIA CASP+ หรือ CISSP หรือ CISM หรือ GSE
    • ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) : มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป มีทักษะและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี

เกณฑ์การพิจารณา

  • การประเมินจะพิจารณาตามเกณฑ์ที่กำหนดในเอกสารประกวดราคา (ไม่ได้ระบุรายละเอียดใน TOR ที่ให้มา)

ข้อกำหนดทางเทคนิค

  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิตในวันยื่นข้อเสนอ
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องมีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องใช้กับระบบไฟฟ้าประเทศไทยได้
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติของประเทศไทย
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องสามารถใช้งาน IPv4 และ IPv6 ได้
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบด้วยชุดเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Set of Virtual Machines) ที่ถูกจัดสรรภายใต้ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์จริงทางกายภาพ (Several Physical Servers)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบไปด้วยระบบงานอย่างน้อยดังนี้: Production Environment (PDE), Pre-Production Environment (PPE), Demilitarized Zone Environment (DMZE), System Management Environment (SME), Simulation Environment (SIE)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องรองรับข้อมูลดังนี้:
    • รองรับปริมาณมิเตอร์ (Meter) จำนวนไม่น้อยกว่า 25,000,000 อุปกรณ์
    • รองรับปริมาณการเชื่อมโยงรับส่งข้อมูล 1,000,000 ข้อมูลต่อวัน
    • รองรับปริมาณเหตุการณ์ไฟฟ้า 5,000,000 ข้อมูลต่อปี
    • รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 10 Gigabit Ethernet
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบเชื่อมโยงการแสดงผลบริการข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศ
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบรายงานผลการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบให้บริการข้อมูลผ่าน Web Service
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบแสดงผลข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบตรวจสอบปริมาณทราฟฟิก (Traffic)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบ Privileged Access Management (PAM)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเครือข่าย
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องมีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License)
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องรองรับการทำ Data Loading
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องรองรับการทำงานแบบ High Availability
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องรองรับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องสามารถอัปเกรดซอฟต์แวร์ และ Firmware
  • ระบบคอมพิวเตอร์ต้องสามารถสำรองข้อมูล
  • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งสายสัญญาณเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและสายไฟฟ้า
  • ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและตั้งค่า Configuration อุปกรณ์เครือข่าย (Switch) อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย (Firewall)
  • ระบบมีความพร้อมใช้งานของระบบ (Availability) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5
  • ระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย:
    • มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 500 physical-core
    • มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ไม่น้อยกว่า 500 GB
    • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage) ชนิด Solid State Drive ไม่น้อยกว่า 25 TB
    • มีการทำงานแบบ Redundancy
    • มีเครื่องมือบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย
    • สามารถสำรองข้อมูลแบบ Snapshot Backup และ Replicate ข้อมูล
    • สามารถทำ RAID หรือ Mirror หรือกระจายข้อมูล
    • สามารถติดตั้งภายใน RACK
    • มี Power Supply แบบ Redundant
    • ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ISO 9000 Series, ISO 14001, FCC หรือ EN หรือ VCCI หรือ CE, UL หรือ EN หรือ TUV หรือ CSA หรือ IEC
  • ระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล:
    • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด Hard Disk Drive หรือดีกว่า
    • มีระบบป้องกันข้อมูลสูญหายแบบ RAID 6 หรือ RAID แบบที่ป้องกันหน่วยจัดเก็บข้อมูลชำรุดเสียหายพร้อมกันไม่น้อยกว่า 2 หน่วย
    • สามารถทำการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้แบบออนไลน์
    • สามารถทำการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Deduplication)
    • สามารถทำการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption)
    • สามารถทำการ Replicate ข้อมูล
    • สามารถกำหนด Policy หรือ Schedule
    • สามารถส่งรายงาน (Report) หรือแจ้งเตือน (Alert)
    • สามารถติดตั้งภายใน RACK
    • มี Power Supply แบบ Redundant
    • มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI)
  • ระบบสำรองข้อมูลแบบ Tape Library:
    • มีอุปกรณ์สำรองข้อมูลแบบ Tape Library หรือดีกว่า
    • มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพ
    • มีเครื่องมือในการตรวจสอบและวินิจฉัยความผิดปกติของอุปกรณ์
    • มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI)
    • สามารถเปลี่ยน Tape
    • สามารถติดตั้งภายใน RACK
    • มี Power Supply แบบ Redundant
  • ระบบรักษาความปลอดภัย:
    • มีอุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Appliance ที่ออกแบบมาสำหรับทำงานเป็น Next-generation Firewall
    • รองรับการเชื่อมต่อแบบ Concurrent Session
    • มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล
    • สามารถป้องกันการบุกรุกทางเครือข่าย (Intrusion Prevention System)
    • สามารถทำงานแบบ High Availability
    • สามารถทำงานแบบ Route Mode และ Transparent Mode
    • สามารถทำ Logging ผ่าน Syslog
    • สามารถทำ User Identity
    • สามารถควบคุมการเข้าถึงด้วยระบบความปลอดภัยแบบ Role-based Access Control
    • มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI)
    • สามารถติดตั้งภายใน RACK
    • มี Power Supply แบบ Redundant
  • คอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง (Workstation):
    • เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล: CPU ไม่น้อยกว่า 8 core, RAM ไม่น้อยกว่า 16 GB, Storage ไม่น้อยกว่า 1 TB (HDD) หรือ 500 GB (SSD), มีช่องเชื่อมต่อเครือข่าย, มีช่องเชื่อมต่อ USB, มี BIOS, มีระบบปฏิบัติการ, สามารถเชื่อมต่อด้วย Domain name, มีแป้นพิมพ์และเมาส์, มีลำโพงภายนอก
    • จอแสดงภาพ: ขนาดไม่น้อยกว่า 27 นิ้ว, ความละเอียดไม่น้อยกว่า 1,920x1,080 Pixels, Refresh Rate ไม่น้อยกว่า 60 Hz, Contrast Ratio ไม่น้อยกว่า 1,000 : 1, มีช่องเชื่อมต่อ HDMI หรือ Display Port หรือ Mini Display Port
    • เครื่องสำรองไฟฟ้า (UPS): ขนาด 3 KVA
  • ข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล:
    • ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นมีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model)
    • ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นมีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format)
    • ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นมีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model) และมีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format) ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง (industry-wide used) และมีความน่าเชื่อถือสูง (industry-wide used adapter/module)
    • ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นไม่มีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model) และไม่มีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format)
    • ระบบต้องสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานอย่างน้อยดังนี้:
    • ระบบสารสนเทศระบบไฟฟ้าทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS)
    • ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (SCADA/TDMS)
    • ระบบบริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า 1129 PEA Contact Center
    • ระบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า (Mobile Application for Customer)
    • ระบบสมาร์ตมิเตอร์ (Advance Meter Infrastructure, AMI)
    • ระบบโปรแกรมประยุกต์สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง (Mobile Workforce Management, MWM)
    • ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ระบบไฟฟ้า (Enterprise Asset Management, EAM)
    • ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning, ERP)
    • ระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform, UTP)
    • มี Application Programming Interface (API)
    • สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทั้งแบบ Real-time และแบบ Batch
    • สามารถเชื่อมต่อด้วย Domain name ที่ กฟภ. กำหนด
    • มีระบบตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล (Data Validation)
    • มีระบบแสดงผลการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Graphical User Interface (GUI)
    • มีระบบจัดเก็บและแสดงผลประวัติการแลกเปลี่ยนข้อมูล
    • มีระบบรักษาความปลอดภัยในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล
  • ข้อกำหนดความต้องการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์:
    • ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ของ กฟภ.
    • ออกแบบและควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน OWASP Top 10 หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
    • จัดทำจัดทะเบียนบัญชีทรัพย์สินด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Asset Inventory List)
    • ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Assessment)
    • จัดทำและทดสอบแผนตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์
    • ในช่วงระยะเวลารับประกัน หากมีการค้นพบช่องโหว่ ผู้รับจ้างต้องประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรง แจ้งให้ กฟภ. ทราบ และต้องจัดหาพร้อมติดตั้ง Patch หรือดำเนินการบรรเทาผลกระทบ
    • ในกรณีที่ต้องมีการบำรุงรักษา หรือแก้ไขปัญหา ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบ Privileged Access Management (PAM)
  • ฟังก์ชันซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Function)
    • มีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License)
    • สามารถกำหนดสิทธิระดับการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานระบบ
    • สามารถกำหนดช่วงเวลาเพื่อบังคับให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน
    • สามารถกำหนดช่วงเวลาให้ Log-off แบบอัตโนมัติ (Automatic)
    • สามารถแสดงผลข้อมูล
    • สามารถปรับสถานะอุปกรณ์ไฟฟ้า
    • สามารถบริหารจัดการ Tagged หรือ Comment
    • สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องที่มีผลกระทบปริมาณมาก
    • สามารถแจ้งเตือน
    • สามารถแสดงผลในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • สามารถส่งสัญญาณไปยังจอแสดงภาพ
    • สามารถสนับสนุนข้อมูล และบริหารจัดการ กรณีเกิดภัยพิบัติ
    • สามารถบริหารจัดการข้อมูลชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้าได้
    • ด้านการบริหารการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (Trouble Ticket Management)
    • ด้านการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (Unplanned Outage Management)
    • ด้านการบริหารแผนการดับไฟฟ้า (Planned Outage Management)
    • ด้านการบริหารการสั่งงาน (Work Order Management)
    • ด้านระบบการรายงาน (Reporting System)
    • ข้อกำหนดระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)

เงื่อนไขสัญญา

  • การส่งมอบงาน: ภายใน 20 เดือน (ระยะที่ 1) และ 60 เดือน (ระยะที่ 2)
  • การจ่ายเงิน: แบ่งจ่ายเป็นงวดตามผลงาน
  • ค่าปรับ: ร้อยละ 0.1 ของมูลค่างานทั้งหมด (ระยะที่ 1) และ 20,000 บาทต่อชั่วโมง (ระยะที่ 2)
  • การรับประกันความชำรุดบกพร่อง: 60 เดือน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

  • ระบบ OMS ที่จัดหาใหม่จะสามารถทำงานร่วมกับระบบเดิมของ กฟภ. ได้อย่างไร?
    • ระบบใหม่จะต้องออกแบบมาให้สามารถเชื่อมต่อและบูรณาการกับระบบที่มีอยู่ของ กฟภ. รวมถึงระบบ GIS, SCADA, AMI, และอื่นๆ ตามที่ระบุใน TOR
  • มีการฝึกอบรมการใช้งานระบบสำหรับผู้ใช้งานกลุ่มต่างๆ อย่างไรบ้าง?
    • ผู้รับจ้างจะต้องจัดให้มีการฝึกอบรมหลายหลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ดูแลระบบ ผู้จัดทำฐานข้อมูล ผู้บริหาร และผู้ใช้งานทั่วไป ทั้งแบบ On the Job Training (OJT) และแบบอื่นๆ ตามที่กำหนด
  • ระบบ OMS ใหม่จะช่วยปรับปรุงการให้บริการลูกค้าได้อย่างไร?
    • ระบบใหม่จะช่วยให้การจัดการเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถแจ้งข้อมูลสถานะการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องให้ลูกค้าทราบผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที
  • ระบบ OMS จะมีฟังก์ชันการรายงานข้อมูลอะไรบ้าง?
    • ระบบ OMS จะมีระบบการรายงานที่หลากหลาย สามารถสร้างและปรับแต่งรายงานได้ตามความต้องการ ทั้งในรูปแบบตาราง แผนภูมิ กราฟ และแผนที่ รวมถึงรายงานดัชนีต่างๆ เช่น SAIFI, SAIDI, CAIDI และอื่นๆ
  • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากพบปัญหาหรือช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบ?
    • ผู้รับจ้างจะต้องประเมินความเสี่ยงและระดับความรุนแรงของปัญหา แจ้งให้ กฟภ. ทราบ และต้องจัดหาพร้อมติดตั้ง Patch หรือดำเนินการบรรเทาผลกระทบจากช่องโหว่ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม
  • ในกรณีเกิดภัยพิบัติ ระบบ OMS จะสามารถรองรับการจัดการได้อย่างไร?
    • ระบบ OMS จะต้องสามารถสนับสนุนข้อมูลและบริหารจัดการกรณีเกิดภัยพิบัติ แสดงพื้นที่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ และมีข้อมูลชุดสนับสนุนเพื่อใช้ในการบริหารจัดการในห้องบัญชาการ War Room ได้
  • ระยะเวลาในการซ่อมแซมแก้ไขระบบหากเกิดปัญหาคือเท่าไหร่?
    • ระยะเวลาในการซ่อมแซมแก้ไขขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา โดยมี SLA กำหนดไว้ดังนี้: รุนแรง (ภายใน 4 ชั่วโมง), สูง (ภายใน 24 ชั่วโมง), ปานกลาง (ภายใน 3 วันทำการ), ต่ำ (ภายใน 10 วันทำการ)
  • จะมีการทดสอบระบบอย่างไรบ้าง?
    • จะมีการทดสอบหลายประเภท ได้แก่ Factory Acceptance Testing (FAT), Site Acceptance Testing (SAT), User Acceptance Testing (UAT), Performance Testing, Security Testing, Disaster Recovery Testing, และ System Availability Testing
  • ระบบ OMS จะมีระบบสำรองข้อมูลอย่างไร?
    • ระบบจะต้องมีระบบสำรองข้อมูลที่สามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งแบบออนไลน์ (Online) และแบบออฟไลน์ (Offline) และสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ดูแลระบบ (Manual) และแบบตั้งค่าให้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ (Automatic)
  • ผู้รับจ้างต้องดำเนินการอย่างไรหากมีการเปลี่ยนแปลงระบบงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องของ กฟภ.?
    • ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ หากระบบตามข้อ 9.7 ข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง

เอกสารขอบเขตงาน (TOR) ฉบับเต็ม

กาธไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) สารบัญ สารบัญ 1. ความเป็นมา. 2. วัตถุประสงค์ 3. ข้อกำหนดทั่วไป 3.1 หน้าที่ของผู้รับจ้าง 3.2 การบริหารจัดการโครงการ 3.3 การจัดหาบุคลากร 3.4 การควบคุมคุณภาพ 1 1 1 1 1 1 2 2 3.5 การจัดหาวัสดุ 3 3.6 การจ้างช่วง 3 3.7 การจัดส่งเอกสาร 4 3.8 การตรวจรับ. 4 3.9 การทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) 4 3.10 การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) 4 3.11 การทำประกันภัย 5 3.12 ความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย 5 3.13 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขปริมาณงาน 5 3.14 การคิดค่าปรับค่าชดเชย 5 3.15 การงดหรือลดค่าปรับ และการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา. 6 3.16 หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา 6 3.17 การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง 7 3.18 การห้ามโอนสิทธิ์. 7 3.19 การตัดสิทธิและลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน 7 3.20 การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 3.21 การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายด้านความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ 8 3.22 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายและแนว ปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล. 8 4. ขอบเขตการรับผิดชอบ (Scope of Work) 8 5. แผนงานและระยะเวลาดำเนินการ (Project Schedule). 9 5.1 การดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) 9 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -1- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 5.2 การดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance). 6. หนังสือรับรองผลงาน 10 12 7. ข้อกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร. 12 8. ข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture Contract). 14 9. ข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Specification). 14 10. ข้อกำหนดการทดสอบ 36 11. การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ (Training and Knowledge Transfer). 38 12. ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk). 40 13. การสนับสนุนภายหลังการนำระบบไปปฏิบัติงานและการรับประกันซอฟต์แวร์ (Post-Implementation and Software Warranty) 41 14. การบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance Services) 42 15. เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA).. 44 16. เงื่อนไขอื่น ๆ และข้อสงวนสิทธิ์ 45 ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา ภาคผนวก 2 แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) ภาคผนวก 3 สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง ภาคผนวก 4 ตัวอย่างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) 1. ความเป็นมา ปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) ตามโครงการระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก (รซธ.) ระยะที่ 2 (CBS2) เพื่อใช้ สำหรับบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง ทั้งกรณีไฟฟ้าดับและกรณีมีแผนดับไฟฟ้า โดยระบบสามารถรับแจ้งไฟฟ้า ขัดข้อง บริหารเหตุการณ์ บันทึกข้อมูลการดำเนินการแก้ไข ประมวลผลค่าความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า (Reliability Index) และจัดเก็บข้อมูลสาเหตุการเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ แก้ไข และปรับปรุง ระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าดับและเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ตลอดจนสนับสนุน การให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า Contact Center และ PEA Smart Plus Application ได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตามโครงการ CBS2 จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเพื่อให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสามารถบริหาร โดยสามารถแจ้งสถานะการดำเนินงานให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบผ่านระบบของ 1129 PEA เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงจำเป็นต้องจัดหาระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ระบบใหม่เพื่อทดแทนระบบเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญา 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง โดยบูรณาการเชื่อมโยง ระบบงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 2.2 เพื่อให้บริการข้อมูลและสนับสนุนงานด้านการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดไฟฟ้าขัดข้อง ประมวลผล ความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และใช้ในการวางแผน แก้ไข และปรับปรุงระบบไฟฟ้า ป้องกันการเกิดไฟฟ้า ขัดข้องในอนาคต ทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้และความมั่นคงปลอดภัยของระบบไฟฟ้า 2.3 เพื่อยกระดับการให้บริการและความพึงพอใจลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3. ข้อกำหนดทั่วไป ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจขอบเขตการดำเนินงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ ระบบและอุปกรณ์ รวมทั้งข้อกำหนดอื่น ๆ ตามเอกสารแนบท้าย (ภาคผนวก) ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องยอมรับ เงื่อนไขข้อกำหนดต่าง ๆ และหากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และทำสัญญาเป็น ผู้รับจ้างแล้วจะต้องถือปฏิบัติตามที่ยื่นข้อเสนอและรายละเอียดข้อกำหนดขอบเขตของงาน และเอกสาร ภาคผนวกซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา 3.1 หน้าที่ของผู้รับจ้าง (1) ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดำเนินการสำรวจพื้นที่หน้างาน และจัดทำแบบแผนผังก่อนการติดตั้ง จัดหาวัสดุอุปกรณ์ ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตามรูปแบบที่ กฟภ. เห็นชอบ และสามารถใช้งานได้ตามขอบเขต การรับผิดชอบของงาน และอื่น ๆ ตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับนี้ รวมถึงการดำเนินการให้สามารถ ใช้งานได้ตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง (2) ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีกับผู้รับจ้างรายอื่น ที่ต้องเข้าดำเนินงานในสถานที่ ติดตั้งเดียวกัน หรือที่ต้องดำเนินงานตามโครงการเดียวกัน (3) ผู้รับจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของ กฟภ. (4) หน้าที่ของผู้รับจ้างให้รวมถึงหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ระบุในของเขตของงาน 3.2 การบริหารจัดการโครงการ (1) ภายใน 30 (สามสิบ) วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการ ดำเนินงานตามสัญญาโดยละเอียด (ให้รวมถึงการจัดทำ Critical Path Method ด้วย) และจัดส่งให้ กฟภ. เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) โดยครบถ้วน เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินการตามสัญญา แผนงาน และบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่าน กระบวนการทดสอบ และการตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ตลอดจนกำหนดวันที่และช่วงเวลาอื่นใดที่ กำหนดไว้ในสัญญาอีกด้วย (2) ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงแผนงานให้เป็นปัจจุบัน และทบทวนปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม หรือตามที่ กฟภ. สั่ง แต่จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงเวลาสิ้นสุดงานตามเงื่อนไข การขอทบทวนแผนงานใด ๆ ในการนี้ จะต้องแจ้งให้ กฟภ. เพื่อพิจารณา (3) ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของผู้รับจ้างล่าช้ากว่าแผนงานปัจจุบัน ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุง แผนงาน และเสนอวิธีการที่จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวน บุคลากร การเพิ่มชั่วโมงการทำงาน การเพิ่มจำนวนเครื่องมือเครื่องจักร ฯลฯ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบใน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด (4) เพื่อให้การดำเนินงานแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้อง จัดให้มีการประชุมร่วมระหว่าง กฟภ. และผู้รับจ้างตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ประชุมเริ่มโครงการ (Kick-Off Meeting) ประชุมประจำเดือน (Monthly Progress Meeting) เพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานนั้น ประชุมประจำสัปดาห์ที่หน้างาน (Weekly Site Meeting) เป็นการประชุมระหว่าง โดยกำหนดวันที่แน่นอนในแต่ละเดือน ผู้ควบคุมงานของ กฟภ. และผู้รับจ้าง เพื่อติดตามงานอย่างใกล้ชิด ประชุมบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ในกรณีที่เกิดปัญหาอุปสรรค ทำให้งานล่าช้ากว่ากำหนด จัดทำรายงานสถานะและผลการดำเนินการ (Monthly progress report) ซึ่งครอบคลุม เนื้อหา เช่น ความคืบหน้าโครงการ ปัญหาและความเสี่ยง รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไข Milestones ที่บรรลุแล้ว และกิจกรรมที่วางแผนสำหรับระยะเวลาต่อไป 3.3 การจัดหาบุคลากร (1) ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ช่างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จากสถานที่ดำเนินการ ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานกลางของทางราชการ หรือสถาบันเอกชนที่ทางราชการรับรองหรือ ผู้มีวุฒิบัตรไม่น้อยกว่าระดับ ปวช., ปวส., ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ กพ. รับรองให้เข้ารับ ราชการได้ ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างสาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขา อื่นที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวนอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบัญชีแสดงจำนวนช่างทั้งหมด โดยจำแนกตามแต่ละสาขาช่างและ ระดับช่าง พร้อมกับระบุรายชื่อช่างผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวในวรรคแรก นำมาแสดงพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน ก่อนเริ่มลงมือทำงาน และ พร้อมที่จะให้ กฟภ. หรือเจ้าหน้าที่ของ กฟภ. ตรวจสอบดูได้ตลอดเวลาการทำงานตามสัญญานี้ของผู้รับจ้าง (2) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากเจ้าของ ผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมการออกแบบและพัฒนา รวมถึงงานประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ งานทดสอบ และงานอื่น ๆ ที่ กฟภ. พิจารณาว่ามีความสำคัญ (3) ผู้รับจ้างต้องมีตัวแทนที่สามารถติดต่อประสานงานตลอดเวลา 3.4 การควบคุมคุณภาพ การควบคุมคุณภาพงานเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในด้านงานวิศวกรรม ออกแบบ คุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดหา ทักษะการทำงานของบุคลากรของผู้รับจ้าง เครื่องมือเครื่องจักร ที่นำมาใช้ ตลอดจนกระบวนการทำงานและการบริหารโครงการ 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) 1. ความเป็นมา ปัจจุบันการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) ตามโครงการระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก (รซธ.) ระยะที่ 2 (CBS2) เพื่อใช้ สำหรับบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง ทั้งกรณีไฟฟ้าดับและกรณีมีแผนดับไฟฟ้า โดยระบบสามารถรับแจ้ง ไฟฟ้าขัดข้อง บริหารเหตุการณ์ บันทึกข้อมูลการดำเนินการแก้ไข ประมวลผลค่าความน่าเชื่อถือได้ของระบบ ไฟฟ้า (Reliability Index) และจัดเก็บข้อมูลสาเหตุการเกิดไฟฟ้าขัดข้อง เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ แก้ไข และ ปรับปรุงระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันการเกิดไฟฟ้าดับและเพิ่มความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ตลอดจน สนับสนุนการให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้า โดยสามารถแจ้งสถานะการดำเนินงานให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบผ่านระบบของ 1129 PEA Contact Center และ PEA Smart Plus Application ได้ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากระบบบริหาร ไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตามโครงการ CBS2 จะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 มีนาคม 2568 และเพื่อให้การไฟฟ้า ส่วนภูมิภาคสามารถบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน จึงจำเป็นต้องจัดหา ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ระบบใหม่เพื่อทดแทนระบบเดิมที่จะสิ้นสุดสัญญา 2. วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง โดยบูรณาการเชื่อมโยงระบบ งานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีความสะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอน และลดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน 2.2 เพื่อให้บริการข้อมูลและสนับสนุนงานด้านการวิเคราะห์สาเหตุการเกิดไฟฟ้าขัดข้อง ประมวลผล ความน่าเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า และใช้ในการวางแผน แก้ไข และปรับปรุงระบบไฟฟ้า ป้องกันการเกิดไฟฟ้า ขัดข้องในอนาคต ทำให้เพิ่มความน่าเชื่อถือได้และความมั่นคงปลอดภัยของระบบไฟฟ้า 2.3 เพื่อยกระดับการให้บริการและความพึงพอใจลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3. ข้อกำหนดทั่วไป เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษาและทำความเข้าใจขอบเขตการดำเนินงานและรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของ ระบบและอุปกรณ์ รวมทั้งข้อกำหนดอื่น ๆ ตามเอกสารแนบท้าย (ภาคผนวก) ซึ่งผู้ยื่นข้อเสนอต้องยอมรับ เงื่อนไขข้อกำหนดต่าง ๆ และหากผู้ยื่นข้อเสนอเป็นผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ และทำสัญญาเป็น ผู้รับจ้างแล้วจะต้องถือปฏิบัติตามที่ยื่นข้อเสนอและรายละเอียดข้อกำหนดขอบเขตของงาน และเอกสารภาค ผนวกซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา 3.1 หน้าที่ของผู้รับจ้าง (1) ผู้รับจ้างมีหน้าที่ดำเนินการสำรวจพื้นที่หน้างาน และจัดทำแบบแผนผังก่อนการติดตั้ง จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ตามรูปแบบที่ กฟภ. เห็นชอบ และสามารถใช้งานได้ตามขอบเขตการ รับผิดชอบของงาน และอื่น ๆ ตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับนี้ รวมถึงการดำเนินการให้สามารถใช้ งานได้ตามเงื่อนไขในสัญญาจ้าง (2) ผู้รับจ้างต้องให้สิทธิและความร่วมมืออันดีกับผู้รับจ้างรายอื่น ที่ต้องเข้าดำเนินงานในสถานที่ติดตั้ง เดียวกัน หรือที่ต้องดำเนินงานตามโครงการเดียวกัน (3) ผู้รับจ้างมีหน้าที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของ กฟภ. (4) หน้าที่ของผู้รับจ้างให้รวมถึงหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ระบุในของเขตของงาน 3.2 การบริหารจัดการโครงการ (1) ภายใน 30 (สามสิบ) วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำแผนการดำเนินงาน ตามสัญญาโดยละเอียด (ให้รวมถึงการจัดทำ Critical Path Method ด้วย) และจัดส่งให้ กฟภ. โดยแผนงานนี้จะต้องระบุลำดับเวลาที่ผู้รับจ้างคาดว่าจะทำการออกแบบ สั่งผลิตอุปกรณ์ จัดส่ง ทำการ ประกอบ ติดตั้ง และทดสอบ ทั้งยังต้องระบุวันที่ซึ่งผู้รับจ้างต้องการให้ กฟภ. ปฏิบัติตามพันธะของสัญญาโดย ครบถ้วน เพื่อที่ผู้รับจ้างจะสามารถดำเนินการตามสัญญา แผนงาน และบรรลุผลให้งานเสร็จสิ้นจนผ่าน กระบวนการทดสอบ และการตรวจรับงานตามเงื่อนไขของสัญญาได้ ตลอดจนกำหนดวันที่และช่วงเวลาอื่นใดที่ กำหนดไว้ในสัญญาอีกด้วย (2) ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุงแผนงานให้เป็นปัจจุบัน และทบทวนปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม หรือ ตามที่ กฟภ. สั่ง แต่จะต้องไม่เปลี่ยนแปลงเวลาสิ้นสุดงานตามเงื่อนไข การขอทบทวนแผนงานใด ๆ ในการนี้จะ ต้องแจ้งให้ กฟภ. เพื่อพิจารณา (3) ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของผู้รับจ้างล่าช้ากว่าแผนงานปัจจุบัน ผู้รับจ้างจะต้องปรับปรุง แผนงาน และเสนอวิธีการที่จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนงานได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวน บุคลากร การเพิ่มชั่วโมงการทำงาน การเพิ่มจำนวนเครื่องมือเครื่องจักร ฯลฯ โดยผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบใน ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด (4) เพื่อให้การดำเนินงานแล้วเสร็จตามกำหนดเวลา และแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ผู้รับจ้างต้องจัด ให้มีการประชุมร่วมระหว่าง กฟภ. และผู้รับจ้างตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ ประชุมเริ่มโครงการ (Kick-Off Meeting) ประชุมประจำเดือน (Monthly Progress Meeting) เพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานนั้นโดย กำหนดวันที่แน่นอนในแต่ละเดือน ระหว่าง ประชุมประจำสัปดาห์ที่หน้างาน (Weekly Site Meeting) เป็นการประชุม ผู้ควบคุมงานของ กฟภ. และผู้รับจ้าง เพื่อติดตามงานอย่างใกล้ชิด ประชุมบริหารจัดการแก้ไขปัญหา ในกรณีที่เกิดปัญหาอุปสรรค ทำให้งานล่าช้ากว่ากำหนด จัดทำรายงานสถานะและผลการดำเนินการ (Monthly progress report) ซึ่งครอบคลุมเนื้อหา เช่น ความคืบหน้าโครงการ ปัญหาและความเสี่ยง รวมถึงเสนอแนวทางแก้ไข Milestones ที่บรรลุแล้ว และ กิจกรรมที่วางแผนสำหรับระยะเวลาต่อไป 3.3 การจัดหาบุคลากร (1) ผู้รับจ้างจะต้องมีและใช้ช่างผู้ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง จากสถานที่ดำเนินการทดสอบ มาตรฐานฝีมือแรงงานและมาตรฐานกลางของทางราชการ หรือสถาบันเอกชนที่ทางราชการรับรองหรือผู้มี วุฒิบัตรไม่น้อยกว่าระดับ ปวช., ปวส., ปวท. หรือเทียบเท่าจากสถาบันการศึกษาที่ กพ. รับรองให้เข้ารับ ราชการได้ ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของแต่ละสาขาช่าง แต่จะต้องมีช่างสาขาอิเล็กทรอนิกส์ หรือสาขา อื่นที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศจำนวนอย่างน้อย 1 คน ทั้งนี้ ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำบัญชีแสดงจำนวนช่างทั้งหมด โดยจำแนกตามแต่ละสาขาช่างและระดับ ช่าง พร้อมกับระบุรายชื่อช่างผู้ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือช่าง หรือผู้มีวุฒิบัตรดังกล่าวในวรรคแรกนำมา แสดงพร้อมหลักฐานต่าง ๆ ต่อคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือผู้ควบคุมงาน ก่อนเริ่มลงมือทำงาน และพร้อม ที่จะให้ กฟภ. หรือเจ้าหน้าที่ของ กฟภ. ตรวจสอบดูได้ตลอดเวลาการทำงานตามสัญญานี้ของผู้รับจ้าง (2) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมการออกแบบและพัฒนา รวมถึงงานประกอบและติดตั้งอุปกรณ์ งานทดสอบ และงานอื่น ๆ ที่ กฟภ. พิจารณาว่ามีความสำคัญ (3) ผู้รับจ้างต้องมีตัวแทนที่สามารถติดต่อประสานงานตลอดเวลา 3.4 การควบคุมคุณภาพ การควบคุมคุณภาพงานเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้างแต่เพียงผู้เดียว ทั้งในด้านงานวิศวกรรมออก แบบ คุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่จัดหา ทักษะการทำงานของบุคลากรของผู้รับจ้าง เครื่องมือเครื่องจักรที่นำมา ใช้ ตลอดจนกระบวนการทำงานและการบริหารโครงการ การให้ความเห็นชอบแบบและเอกสาร และ/หรือการตรวจสอบงาน และ/หรือการเข้าร่วมเป็นพยานใน การทดสอบต่าง ๆ ของ กฟภ. หรือตัวแทนที่ กฟภ. แต่งตั้ง และ/หรือการทดสอบโดย กฟภ. ไม่มีผลให้ความ รับผิดชอบของผู้รับจ้างหมดไป นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องมีการควบคุมคุณภาพงาน ดังนี้ (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายการแบบวาด เอกสารแสดงข้อมูลทางเทคนิค ตลอดจนรายการคำนวณ จัด ส่งให้ กฟภ. ให้ความเห็นชอบ หากแบบและเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไขโดยผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องเร่งรัด ดำเนินการแก้ไขและจัดส่งให้ กฟภ. ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กฟภ. (2) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานติดตั้ง และแผนงานทดสอบ (Test Plan) และจัดส่งให้ กฟภ. ก่อนเริ่ม ดำเนินการอย่างน้อย 15 (สิบห้า) วัน พร้อมขั้นตอนการดำเนินการติดตั้งและทดสอบของอุปกรณ์ทั้งหมด ทั้ง การทดสอบ ณ โรงงานผู้ผลิตหรือโรงงานผู้รับจ้างหรือสถานที่ที่ผู้รับจ้างกำหนด (Factory Acceptance Test, FAT) และการทดสอบ ณ สถานที่ติดตั้ง (Site Acceptance Test, SAT) ให้ กฟภ. พิจารณาก่อนการ เริ่มงาน (3) ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานที่รับจ้างอย่างเอาใจใส่ด้วยประสิทธิภาพและความชำนาญ และใน ระหว่างทำงานที่รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้ควบคุมงาน ผู้ควบคุมงานดังกล่าวจะต้อง เป็นผู้แทนได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง คำสั่งหรือคำแนะนำต่าง ๆ ที่ได้แจ้งแก่ผู้แทนผู้ได้รับมอบอำนาจนั้นให้ ถือว่าเป็นคำสั่งหรือคำแนะนำที่ได้แจ้งแก่ผู้รับจ้าง การแต่งตั้งผู้ควบคุมงานนั้นจะต้องทำเป็นหนังสือและต้องได้ รับความเห็นชอบจาก กฟภ. การเปลี่ยนตัวหรือแต่งตั้งผู้ควบคุมงานใหม่จะทำมิได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบ จาก กฟภ. ก่อน (4) กฟภ. มีสิทธิที่จะขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ได้รับมอบอำนาจนั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้ รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องทำการเปลี่ยนตัวโดยพลัน โดยไม่คิดค่าจ้างหรือราคาเพิ่มหรืออ้างเหตุ เพื่อขยาย อายุสัญญาอันเนื่องมาจากเหตุนี้ 3.5 การจัดหาวัสดุ (1) วัสดุอุปกรณ์ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น โดยคุณภาพต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ กฟภ.กำหนดไว้ ในรูปแบบและรายการ ซึ่งจะต้องเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน และจะต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพ จาก กฟภ. ก่อนนำไปใช้งาน (2) กฟภ. สงวนสิทธิ์ที่จะเข้าไปดำเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหามา ณ โรงงานผู้ผลิต วัสดุอุปกรณ์ดังกล่าว หรือ ณ คลังพัสดุของผู้รับจ้างที่หน้างาน เพื่อทำการตรวจสอบและทดลองคุณภาพ ตามที่ ผู้รับจ้างนำมาใช้งาน หากไม่ตรงตามรายละเอียดที่ระบุไว้ กฟภ. ทรงสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้างรีบนำวัสดุอุปกรณ์นั้น กลับโดยเร็วที่สุด โดย กฟภ. ไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น (3) เครื่องมือสำหรับการรื้อถอน ติดตั้ง และทดสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น โดยเครื่องมือวัด ต่าง ๆ ต้องผ่านการสอบเทียบ (calibration) มาแล้ว เป็นระยะเวลาไม่เกินกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ทดสอบแล้ว เสร็จ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องแสดงรายการเครื่องมือวัด ผลิตภัณฑ์และรุ่น พร้อมหนังสือรับรองการสอบเทียบก่อน ดำเนินการทดสอบทุกขั้นตอน 3.6 การจ้างช่วง ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่ง เว้นแต่การจ้างช่วงงาน แต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟภ. แล้ว การที่ กฟภ. ได้อนุญาตให้จ้างช่วงงาน แต่บางส่วนดัง กล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยัง คงต้องรับผิดในความรับผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทนหรือลูกจ้างของผู้รับจ้าง ช่วงนั้นทุกประการ กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟภ. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จ้างช่วงเป็นบางส่วน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ รับจ้างช่วงให้ กฟภ. ให้ความเห็นชอบ ผู้รับจ้างต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ ดังกล่าว โดย กฟภ. จะพิจารณาถึงประวัติ ความชำนาญ ผลงาน สถานะทางการเงินของผู้รับจ้างช่วง ประกอบ การพิจารณาให้ความยินยอมดังกล่าว แต่ทั้งนี้ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบที่ให้จ้างช่วงไปนั้นทุกประการ 3.7 การจัดส่งเอกสาร ก่อนการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารเพื่อให้ กฟภ. พิจารณาก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย 15 (สิบห้า) วัน โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และรูปแบบ Electronic File จำนวน 1 ชุด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จในแต่ละขั้นตอน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารประกอบการตรวจรับและเอกสารส่ง มอบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และรูปแบบ Electronic File จำนวน 1 ชุด 3.8 การตรวจรับ ถ้าผู้ว่าจ้างแต่งตั้งกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา เพื่อควบคุมการทำงานของ ผู้รับจ้าง กรรมการตรวจรับงานจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษานั้น มีอำนาจเข้าไปตรวจการทำงาน ในโรงงานและสถานที่ที่กำลังติดตั้งได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือใน การนั้นตามสมควร การที่มีกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษา หาทำให้ผู้รับจ้างพ้นความรับผิดชอบ ตามสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใดไม่ 3.9 การทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนฟื้นฟูภัยพิบัติและทดสอบการย้ายระบบไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองของ กฟภ. ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ก่อนนำระบบออกใช้งาน 1 ครั้ง และร่วมดำเนิน การทดสอบตามที่ กฟภ. กำหนด ในระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดจนการ ทดสอบดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง 3.10 การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งระบุความเสี่ยงที่อาจมีผลกระทบ ต่อผลสำเร็จของการดำเนินงาน รวมทั้งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของงานส่งมอบ หรือเกิดความล่าช้าจากกำหนดส่ง ตามที่ตกลงไว้ในสัญญา และบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ทันเหตุการณ์ ครอบคลุมทุก ประเด็นความเสี่ยง อย่างน้อยดังนี้ (1) ด้านการจัดการความต้องการ (2) ด้านข้อกำหนดและข้อเสนอ (3) ด้านสถานที่ติดตั้ง (4) ด้านผู้เกี่ยวข้อง (5) ด้านเทคโนโลยี (6) ด้านกระบวนการทำงาน (7) ด้านเครื่องมือและทรัพยากร 3.11 การทำประกันภัย กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยระบุผู้รับผลประโยชน์เป็น กฟภ. และส่งมอบต้นฉบับ กรมธรรม์ประกันภัยพร้อมหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่ กฟภ. ก่อนวันส่งมอบพื้นที่หรือ กฟภ. แจ้งให้ เริ่มงาน โดยให้ผลคุ้มครองภัยทุกชนิด เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และ ประกันภัยอันตรายแก่ผู้ปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง และบุคคลที่ 3 โดยมีวงเงินเต็มมูลค่างานตามสัญญา และมีผล ตลอดระยะเวลาสัญญา 3.12 ความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้าง และ ต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างและติดตั้งให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดจนรักษาความ สะอาดของสถานที่อย่างสม่ำเสมอ 3.13 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขปริมาณงาน หลังจากที่ผู้รับจ้างทำการสำรวจตรวจสอบปริมาณงานเรียบร้อยแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไข ปริมาณงานด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเหตุผลให้ กฟภ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด และจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจาก กฟภ. แล้ว ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างต้องการขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขงานเพื่อให้การติดตั้ง สะดวกขึ้นหรือเหตุใดก็ตามอันเป็นเหตุให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง โดยการ เปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวจะต้องได้รับการเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทำงานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือรวมอยู่ในเอกสารสัญญานี้ หากงานพิเศษนั้น ๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิสั่งให้ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบรูปและข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารสัญญานี้ด้วย อัตราค่าจ้างหรือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ให้กำหนดใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มเติมขึ้นหรือตัด ทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง หากในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ถึงอัตราค่าจ้าง หรือราคาใด ๆ ที่จะนำมาใช้ สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันที่จะกำหนดอัตราค่า จ้างหรือราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้ามี) กันใหม่เพื่อความเหมาะสม ในกรณีที่ตกลง กันไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะกำหนดอัตราจ้างหรือราคาตามแต่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างจะ ต้องปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างไปก่อนเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่งานที่จ้าง ทั้งนี้หากมูลค่ารวมตาม สัญญาเพิ่มขึ้นให้ดำเนินการกับหลักประกันสัญญาด้วย 3.14 การคิดค่าปรับค่าชดเชย การคิดค่าปรับและค่าชดเชย กรณีผู้รับจ้างขอเปลี่ยน หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ หรือส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ที่มีราย ละเอียดไม่ตรงตามสัญญา 3.14.1 กฟภ. จะยกเว้นการคิดค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่ม เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์ ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ กรณีนอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญาเนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์ที่คู่สัญญาไม่ต้อง รับผิดชอบ เช่น ผู้ผลิตเลิกกิจการหรือมีการรวมกิจการกับบริษัทอื่นแล้วยกเลิกการผลิตอุปกรณ์รุ่นที่เสนอใน สัญญา หรือมีการพัฒนารุ่นใหม่ที่ดีกว่า กรณีเป็นความต้องการของ กฟภ. หรือเป็นมติของคณะรัฐมนตรีเป็นเหตุให้ต้องขอเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ กรณีสัญญามีข้อผิดพลาดทางเอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากเจตนา เช่น รุ่นอุปกรณ์ที่ไม่มีการ ผลิตจริง เป็นต้น ทั้งนี้อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและ คุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์ในสัญญา แต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนมีคุณภาพและคุณสมบัติด้อยกว่า อุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติอยู่ในพิกัดที่มาตรฐาน กำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้ กฟภ. จะคิดค่าชดเชย โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยน ซึ่งลดลง หรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาด้วย 3.14.2 กฟภ. จะคิดค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ - ผู้รับจ้างขอเปลี่ยนหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้เป็นเหตุ ตามข้อ 3.14.1 - ผู้รับจ้างต้องการลดพิกัด หรือลดขนาด หรือลดจำนวน โดยสอดคล้องกับสภาพการใช้งานจริงแต่ยัง คงสามารถทำงานได้ตามความต้องการหลักของ กฟภ. ทั้งนี้อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ.และต้องมี คุณภาพและคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์ในสัญญา แต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มดังกล่าวข้าง ต้นมีคุณภาพและคุณสมบัติด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและ คุณสมบัติอยู่ในพิกัดที่มาตรฐานกำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟภ. คิดค่าชดเชยเพิ่มอีกด้วยนอกเหนือจากค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมซึ่งลดลงหรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญา สำหรับกรณีการขอเพิ่มผลิตภัณฑ์จากสัญญาซึ่ง กฟภ. ได้ยินยอมให้เพิ่มแล้วนั้นผู้รับจ้างสามารถนำ เอาอุปกรณ์ทั้งที่อยู่ในสัญญาเดิมและอุปกรณ์ที่ขอเพิ่มเติมแล้วมาดำเนินการติดตั้งได้แต่ กฟภ.จะไม่พิจารณาคืน ค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ถึงแม้ว่าผู้รับจ้างจะใช้อุปกรณ์ตามสัญญาเดิมและหากเป็นกรณีที่อุปกรณ์ที่ ขอเพิ่มนั้นมีมูลค่าต่ำกว่าอุปกรณ์ในสัญญาเดิมและได้มีการคิดค่าชดเชยไว้แล้วแม้ผู้รับจ้างนำเอาอุปกรณ์ที่อยู่ใน สัญญาเดิมที่มีมูลค่าสูงกว่ามาติดตั้งให้ก็จะไม่พิจารณาคืนค่าชดเชยที่ได้หักไว้แล้วเต่อย่างใด 3.15 การงดหรือลดค่าปรับ และการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าไปกว่าที่กำหนดไว้ตามสัญญา แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะปรับได้ตาม กฎหมาย เช่น เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นเพราะความผิด หรือความบกพร่องของ กฟภ. หรือเกิดจาก พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้ คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ผู้รับจ้างอาจร้องขอต่อ กฟภ. ให้มีการต่ออายุสัญญาได้ ทั้งนี้ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของ กฟภ. ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือ กฟภ. ทราบดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ต้น 3.16 หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ในขณะทำสัญญานี้ผู้รับจ้างได้นำหลักประกันตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดเป็นจำนวนเงิน ซึ่ง เท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญามามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างเพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติ ตามสัญญาหลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบไว้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ว่าจ้างจะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้างพ้น จากข้อผูกพันในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) และผู้รับจ้างได้ส่งมอบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) เป็นจำนวนร้อยละ 5 (ห้า) ของค่าจ้างของการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) ทั้งหมด ในเวลาไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) เดือน ก่อนผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันในระยะเวลารับประกัน (Warranty) หลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบให้ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะต้องมีอายุครอบคลุมความรับผิดชอบ ทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอดระยะเวลารับประกันที่กำหนดไว้ในสัญญา ถ้าหลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบให้ดัง กล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลงหรือมีอายุไม่ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุ ใด ๆ ก็ตาม รวมถึงผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าเป็นเหตุให้ระยะเวลาแล้วเสร็จหรือวันครบกำหนดความรับผิดใน ความชำรุดบกพร่องตามสัญญาเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นคราวใด ผู้รับจ้างต้องหาหลักประกันใหม่หรือ หลักประกันเพิ่มเติมให้มีจำนวนครบถ้วนตามวรรคหนึ่งและ/หรือวรรคสองแล้วแต่กรณี มามอบให้แก่ผู้รับจ้าง ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง 3.17 การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมดหรือบางส่วน ณ เวลาใดก็ได้ หากเป็นไปตามเหตุใด เหตุหนึ่งหรือทั้งหมด ดังนี้ (1) ผู้รับจ้างแสดงให้เห็นเป็นที่กระจ่างชัดว่าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาจ้างได้ อันจะเป็นผล เสียหายแก่ กฟภ. (2) ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนงานย่อย จนเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่ สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลารวมของสัญญา อันจะมีผลเสียหายต่อ กฟภ. (3) ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างช่วง (4) ผู้รับจ้างหยุดงานโดยไม่มีสาเหตุอันควร หรือนำวัสดุอุปกรณ์การติดตั้งออกจากสถานที่ติดตั้งโดย ไม่มีสาเหตุอันควร (5) จำนวนเงินค่าปรับรวมจะเกินร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา ในการนี้ เมื่อผู้รับจ้างได้รับเอกสารแจ้งความจำนงในการบอกเลิกงานตามสัญญาแล้ว ผู้รับจ้างจะต้อง หยุดปฏิบัติงานที่ถูกบอกเลิกทั้งหมดในทันที ยกเว้นงานที่ กฟภ. เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันผู้ รับจ้างจะต้องยกเลิกพันธะผูกพันในการจัดซื้อวัสดุรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานตามสัญญา ทั้งหมดในทันที ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายซึ่งเกิดจากการที่ผู้รับจ้างไม่อาจดำเนินการตามสัญญาหรือ กระทำผิดเงื่อนไขจนเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกสัญญา กฟภ. อาจพิจารณาดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือปรับลดเงินที่จะต้องชำระให้กับผู้รับจ้าง หรือหักจากเงินค้ำประกัน และอาจใช้สิทธิ์บางส่วนหรือทั้งหมด เรียกค่าเสียหายตามที่ผู้รับจ้างมีพันธะผูกพันอยู่ ก็ได้ 3.18 การห้ามโอนสิทธิ์ ผู้รับจ้างจะต้องไม่โอนสิทธิ์เรียกร้องหนี้อันเกิดจากสัญญานี้ ที่ กฟภ. จะต้องชำระแก่ผู้รับจ้างให้บุคคล ภายนอก 3.19 การตัดสิทธิและลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน ในกรณีผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา กฟภ. มีสิทธิพิจารณาให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ถูกตัดสิทธิการรับจ้างจากผู้ ว่าจ้าง และ/หรือการเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบใด ๆ ที่ผู้ว่าจ้างใช้บังคับ 3.20 การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจะต้องมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ หรือหน่วยงานในสังกัดของ กฟภ. เอง กฟภ. จะ เป็นผู้ดำเนินการติดต่อประสานงาน และทำเรื่องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ ทั้งนี้ในการดำเนินการ ขออนุญาตต้องมีเอกสารที่ใช้ประกอบ จะเป็นรายละเอียดทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องดำเนิน การจัดเตรียมให้ กฟภ. ด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก กฟภ. แต่ประการใด 3.21 การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายด้าน ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ผู้ชนะการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือฉบับนี้ ต้องรับทราบและลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non – Disclosure Agreement) และการ ปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยคู่สัญญาต้องทำความเข้าใจกับหนังสือสัญญาโดย ละเอียดและลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) 3.22 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบาย และแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ชนะการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ รวม ทั้งผู้ได้รับการคัดเลือก หรือติดต่อมีนิติสัมพันธ์กับ กฟภ. โดยไม่ได้จัดทำเป็นสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ต้องรับทราบและลงนามในสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการ ปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กฟภ. โดยคู่สัญญาต้องทำความเข้าใจกับ หนังสือสัญญาโดยละเอียดและลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 4. ขอบเขตการรับผิดชอบ (Scope of Work) ขอบเขตของงานตามประกวดราคานี้ ประกอบด้วย การสำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา รื้อถอน/ติดตั้ง จัด เตรียมข้อมูล เชื่อมโยงบูรณาการระบบ ทดสอบระบบ ทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง โอนย้าย นำระบบออกใช้งาน สนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งาน บริหาร จัดการทรัพย์สิน บำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดการสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ บริหารการ เปลี่ยนแปลง สนับสนุนการนำเข้า ตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ร่วมตรวจสอบการสำรองข้อมูล สนับสนุนการให้บริการข้อมูล สนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Cybersecurity) ปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ กรณี กฟภ. เปลี่ยนแปลงระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมของระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตลอดจนร่วมดำเนินการต่าง ๆ ที่ กฟภ. ต้องดำเนินการตาม กฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน นโยบายและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับ นี้ 4.1 ศึกษาและออกแบบกระบวนงาน และจัดทำเอกสาร 4.2 สำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา ติดตั้ง และทดสอบระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) โดยมีราย ละเอียดตามข้อกำหนดทางเทคนิค ความต้องการ และประสิทธิภาพของระบบตามที่กำหนด (1) ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ของ กฟภ. (2) ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ซอฟต์แวร์สนับสนุน พร้อม การปรับตั้งพารามิเตอร์ (3) ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขตทั้ง 12 แห่ง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภูมิภาค (การ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชั้น 1-3 / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา ขนาด M และ L) (4) จัดเตรียมและนำเข้าฐานข้อมูล (5) เชื่อมโยงบูรณาการระบบกับระบบที่เกี่ยวข้อง (6) ทดสอบ Factory Acceptance Test (FAT), Site Acceptance Test (SAT), ทดสอบการฟื้นฟู ภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) และทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test) (7) สื่อสารและนำระบบออกใช้งาน 4.3 จัดตั้งศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) 4.4 ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการใช้งานระบบ 4.5 การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ดูแลและบำรุงรักษา 4.6 งานเอกสาร ผู้รับจ้างต้องจัดทำเอกสารรายงานต่าง ๆ 5. แผนงานและระยะเวลาดำเนินการ (Project Schedule) 5.1 การดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา รื้อถอน/ติดตั้ง จัดเตรียมข้อมูล เชื่อมโยง เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) การให้ความเห็นชอบแบบและเอกสาร และ/หรือการตรวจสอบงาน และ/หรือการเข้าร่วม เป็นพยานในการทดสอบต่าง ๆ ของ กฟภ. หรือตัวแทนที่ กฟภ. แต่งตั้ง และ/หรือการทดสอบโดย กฟภ. ไม่มีผลให้ความรับผิดชอบของผู้รับจ้างหมดไป นอกจากนี้ ผู้รับจ้างต้องมีการควบคุมคุณภาพงาน ดังนี้ (1) ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายการแบบวาด เอกสารแสดงข้อมูลทางเทคนิค ตลอดจนรายการ คำนวณ จัดส่งให้ กฟภ. ให้ความเห็นชอบ หากแบบและเอกสารดังกล่าวต้องได้รับการแก้ไขโดยผู้รับจ้าง ผู้รับจ้างต้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขและจัดส่งให้ กฟภ. ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งจาก กฟภ. (2) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานติดตั้ง และแผนงานทดสอบ (Test Plan) และจัดส่งให้ กฟภ. ก่อนเริ่มดำเนินการอย่างน้อย 15 (สิบห้า) วัน พร้อมขั้นตอนการดำเนินการติดตั้งและทดสอบของอุปกรณ์ ทั้งหมด ทั้งการทดสอบ ณ โรงงานผู้ผลิตหรือโรงงานผู้รับจ้างหรือสถานที่ที่ผู้รับจ้างกำหนด (Factory Acceptance Test, FAT) และการทดสอบ ณ สถานที่ติดตั้ง (Site Acceptance Test, SAT) ให้ กฟภ. พิจารณา ก่อนการเริ่มงาน (3) ผู้รับจ้างจะต้องควบคุมงานที่รับจ้างอย่างเอาใจใส่ด้วยประสิทธิภาพและความชำนาญ และในระหว่างทำงานที่รับจ้างจะต้องจัดให้มีผู้แทนซึ่งทำงานเต็มเวลาเป็นผู้ควบคุมงาน ผู้ควบคุมงานดังกล่าว จะต้องเป็นผู้แทนได้รับมอบอำนาจจากผู้รับจ้าง คำสั่งหรือคำแนะนำต่าง ๆ ที่ได้แจ้งแก่ผู้แทนผู้ได้รับมอบ อำนาจนั้นให้ถือว่าเป็นคำสั่งหรือคำแนะนำที่ได้แจ้งแก่ผู้รับจ้าง การแต่งตั้งผู้ควบคุมงานนั้นจะต้องทำเป็น หนังสือและต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. การเปลี่ยนตัวหรือแต่งตั้งผู้ควบคุมงานใหม่จะทำมิได้ หากไม่ได้ รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อน (4) กฟภ. มีสิทธิที่จะขอให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนตัวผู้แทนผู้ได้รับมอบอำนาจนั้น โดยแจ้งเป็นหนังสือ ไปยังผู้รับจ้าง และผู้รับจ้างจะต้องทำการเปลี่ยนตัวโดยพลัน โดยไม่คิดค่าจ้างหรือราคาเพิ่มหรืออ้างเหตุ เพื่อขยายอายุสัญญาอันเนื่องมาจากเหตุนี้ 3.5 การจัดหาวัสดุ (1) วัสดุอุปกรณ์ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น โดยคุณภาพต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่ กฟภ. กำหนดไว้ในรูปแบบและรายการ ซึ่งจะต้องเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน และจะต้องได้รับการ ตรวจสอบคุณภาพจาก กฟภ. ก่อนนำไปใช้งาน (2) กฟภ. สงวนสิทธิ์ที่จะเข้าไปดำเนินการสุ่มตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ที่ผู้รับจ้างจัดหามา ณ โรงงาน ผู้ผลิตวัสดุอุปกรณ์ดังกล่าว หรือ ณ คลังพัสดุของผู้รับจ้างที่หน้างาน เพื่อทำการตรวจสอบและทดลองคุณภาพ ตามที่ผู้รับจ้างนำมาใช้งาน หากไม่ตรงตามรายละเอียดที่ระบุไว้ กฟภ. ทรงสิทธิ์ที่จะให้ผู้รับจ้างรีบนำวัสดุ อุปกรณ์นั้นกลับโดยเร็วที่สุด โดย กฟภ. ไม่ต้องชดเชยค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายให้แต่ประการใดทั้งสิ้น (3) เครื่องมือสำหรับการรื้อถอน ติดตั้ง และทดสอบ ผู้รับจ้างต้องจัดหามาเองทั้งสิ้น โดยเครื่องมือ วัดต่าง ๆ ต้องผ่านการสอบเทียบ (calibration) มาแล้ว เป็นระยะเวลาไม่เกินกว่า 1 ปี นับถึงวันที่ทดสอบแล้วเสร็จ ทั้งนี้ผู้รับจ้างต้องแสดงรายการเครื่องมือวัด ผลิตภัณฑ์และรุ่น พร้อมหนังสือรับรองการสอบเทียบก่อน ดำเนินการทดสอบทุกขั้นตอน 3.6 การจ้างช่วง ผู้รับจ้างจะต้องไม่เอางานทั้งหมดหรือบางส่วนแห่งสัญญานี้ ไปจ้างช่วงอีกต่อหนึ่ง เว้นแต่การจ้าง ช่วงงานแต่บางส่วนที่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจาก กฟภ. แล้ว การที่ กฟภ. ได้อนุญาตให้จ้างช่วงงาน แต่บางส่วนดังกล่าวนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดชอบหรือพันธะหน้าที่ตามสัญญานี้ และผู้รับจ้างจะยังคงต้องรับผิดในความรับผิดและความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้างช่วง หรือของตัวแทนหรือ ลูกจ้างของผู้รับจ้างช่วงนั้นทุกประการ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -3- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) กรณีผู้รับจ้างไปจ้างช่วงงานแต่บางส่วนโดยฝ่าฝืนความในวรรคหนึ่ง ผู้รับจ้างต้องชำระค่าปรับให้แก่ กฟภ. เป็นจำนวนเงินในอัตราร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินของงานจ้างช่วงนั้น ในกรณีที่ผู้รับจ้างมีความประสงค์จ้างช่วงเป็นบางส่วน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารทั้งหมดเกี่ยวกับ ผู้รับจ้างช่วงให้ กฟภ. ให้ความเห็นชอบ ผู้รับจ้างต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ ดังกล่าว โดย กฟภ. จะพิจารณาถึงประวัติ ความชำนาญ ผลงาน สถานะทางการเงินของผู้รับจ้างช่วง ประกอบการ พิจารณาให้ความยินยอมดังกล่าว แต่ทั้งนี้ผู้รับจ้างยังคงต้องรับผิดชอบที่ให้จ้างช่วงไปนั้นทุกประการ 3.7 การจัดส่งเอกสาร ก่อนการดำเนินการในแต่ละขั้นตอน ผู้รับจ้างต้องจัดส่งเอกสารเพื่อให้ กฟภ. พิจารณาก่อนล่วงหน้า อย่างน้อย 15 (สิบห้า) วัน โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และรูปแบบ Electronic File จำนวน 1 ชุด เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จในแต่ละขั้นตอน ผู้รับจ้างต้องส่งมอบเอกสารประกอบการตรวจรับและเอกสารส่งมอบ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจัดส่งในรูปแบบเอกสาร จำนวน 2 ชุด และรูปแบบ Electronic File จำนวน 1 ชุด 3.8 การตรวจรับ ถ้าผู้ว่าจ้างแต่งตั้งกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา เพื่อควบคุมการทำงาน ของผู้รับจ้าง กรรมการตรวจรับงานจ้าง หรือผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษานั้น มีอำนาจเข้าไปตรวจ การทำงานในโรงงานและสถานที่ที่กำลังติดตั้งได้ทุกเวลา และผู้รับจ้างจะต้องอำนวยความสะดวกและให้ความ ช่วยเหลือในการนั้นตามสมควร การที่มีกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษา หาทำให้ผู้รับจ้างพ้นความ รับผิดชอบตามสัญญานี้ข้อหนึ่งข้อใดไม่ 3.9 การทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนฟื้นฟูภัยพิบัติและทดสอบการย้ายระบบไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ของ กฟภ. ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัติที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ก่อนนำระบบออกใช้งาน 1 ครั้ง และ ร่วมดำเนินการทดสอบตามที่ กฟภ. กำหนด ในระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดจนการ ทดสอบดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบของผู้รับจ้าง 3.10 การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งระบุความเสี่ยงที่อาจมี ผลกระทบต่อผลสำเร็จของการดำเนินงาน รวมทั้งไม่เป็นไปตามเกณฑ์ของงานส่งมอบ หรือเกิดความล่าช้าจาก กำหนดส่งตามที่ตกลงไว้ในสัญญา และบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ทันเหตุการณ์ ครอบคลุมทุกประเด็นความเสี่ยง อย่างน้อยดังนี้ (1) ด้านการจัดการความต้องการ (2) ด้านข้อกำหนดและข้อเสนอ (3) ด้านสถานที่ติดตั้ง (4) ด้านผู้เกี่ยวข้อง (5) ด้านเทคโนโลยี (6) ด้านกระบวนการทำงาน (7) ด้านเครื่องมือและทรัพยากร 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -4- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 3.11 การทำประกันภัย กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องทำประกันภัยระบุผู้รับผลประโยชน์เป็น กฟภ. และส่งมอบต้นฉบับกรมธรรม์ ประกันภัยพร้อมหลักฐานการชำระเบี้ยประกันภัยให้แก่ กฟภ. ก่อนวันส่งมอบพื้นที่หรือ กฟภ. แจ้งให้เริ่มงาน โดยให้ผลคุ้มครองภัยทุกชนิด เช่น อัคคีภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และประกันภัยอันตราย แก่ผู้ปฏิบัติงานของผู้ว่าจ้าง และบุคคลที่ 3 โดยมีวงเงินเต็มมูลค่างานตามสัญญา และมีผลตลอดระยะเวลาสัญญา 3.12 ความปลอดภัยและการป้องกันอันตราย ผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน เกี่ยวกับความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายในกิจการก่อสร้าง และ ต้องจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ในบริเวณสถานที่ก่อสร้างและติดตั้งให้เป็นระเบียบเรียบร้อยตลอดจนรักษาความ สะอาดของสถานที่อย่างสม่ำเสมอ 3.13 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขปริมาณงาน หลังจากที่ผู้รับจ้างทำการสำรวจตรวจสอบปริมาณงานเรียบร้อยแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขปริมาณงานด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้องเสนอเหตุผลให้ กฟภ. ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรโดยเร็วที่สุด และจะกระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจาก กฟภ. แล้ว ในระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา หากผู้รับจ้างต้องการขอเปลี่ยนแปลงแก้ไขงานเพื่อให้ การติดตั้งสะดวกขึ้นหรือเหตุใดก็ตามอันเป็นเหตุให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง โดยการเปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวจะต้องได้รับการเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อน ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะสั่งเป็นหนังสือให้ผู้รับจ้างทำงานพิเศษซึ่งไม่ได้แสดงไว้หรือรวมอยู่ในเอกสาร สัญญานี้ หากงานพิเศษนั้น ๆ อยู่ในขอบข่ายทั่วไปแห่งวัตถุประสงค์ของสัญญานี้ นอกจากนี้ผู้ว่าจ้างยังมีสิทธิ สั่งให้เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขแบบรูปและข้อกำหนดต่าง ๆ ในเอกสารสัญญานี้ด้วย อัตราค่าจ้างหรือราคาที่กำหนดไว้ในสัญญานี้ ให้กำหนดใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มเติมขึ้น หรือตัดทอนลงทั้งปวงตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง หากในสัญญาไม่ได้กำหนดไว้ถึงอัตราค่าจ้าง หรือราคาใด ๆ ที่จะ นำมาใช้สำหรับงานพิเศษหรืองานที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงดังกล่าว ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างจะได้ตกลงกันที่จะกำหนด อัตราค่าจ้างหรือราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง รวมทั้งการขยายระยะเวลา (ถ้ามี) กันใหม่เพื่อความเหมาะสม ในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะกำหนดอัตราจ้างหรือราคาตามแต่ผู้ว่าจ้างจะเห็นว่าเหมาะสมและถูกต้อง ซึ่งผู้รับจ้างจะต้องปฏิบัติงานตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างไปก่อนเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่งานที่จ้าง ทั้งนี้หาก มูลค่ารวมตามสัญญาเพิ่มขึ้นให้ดำเนินการกับหลักประกันสัญญาด้วย 3.14 การคิดค่าปรับค่าชดเชย การคิดค่าปรับและค่าชดเชย กรณีผู้รับจ้างขอเปลี่ยน หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ หรือส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ที่ มีรายละเอียดไม่ตรงตามสัญญา 3.14.1 กฟภ. จะยกเว้นการคิดค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือ เพิ่มผลิตภัณฑ์ ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ กรณีนอกเหนือการควบคุมของคู่สัญญาเนื่องจากเหตุสุดวิสัยหรือพฤติการณ์ที่คู่สัญญา ไม่ต้องรับผิดชอบ เช่น ผู้ผลิตเลิกกิจการหรือมีการรวมกิจการกับบริษัทอื่นแล้วยกเลิกการผลิตอุปกรณ์รุ่นที่ เสนอในสัญญา หรือมีการพัฒนารุ่นใหม่ที่ดีกว่า กรณีเป็นความต้องการของ กฟภ. หรือเป็นมติของคณะรัฐมนตรีเป็นเหตุให้ต้องขอ เปลี่ยนผลิตภัณฑ์ ที่ไม่มีการผลิตจริง เป็นต้น กรณีสัญญามีข้อผิดพลาดทางเอกสารที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกิดจากเจตนา เช่น รุ่นอุปกรณ์ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -5- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) ทั้งนี้อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ. โดยมี คุณภาพและคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์ในสัญญา แต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนมีคุณภาพ และคุณสมบัติด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ กฟภ. โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติอยู่ ในพิกัดที่มาตรฐานกำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้ กฟภ. จะคิดค่าชดเชย โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ที่ ขอเปลี่ยน ซึ่งลดลงหรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาด้วย 3.14.2 กฟภ. จะคิดค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ของอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่ม ผลิตภัณฑ์ ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้ ผู้รับจ้างขอเปลี่ยนหรือเพิ่มผลิตภัณฑ์โดยไม่ได้เป็นเหตุ ตามข้อ 3.14.1 ผู้รับจ้างต้องการลดพิกัด หรือลดขนาด หรือลดจำนวน โดยสอดคล้องกับสภาพการใช้ งานจริงแต่ยังคงสามารถทำงานได้ตามความต้องการหลักของ กฟภ. ทั้งนี้อุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มต้องถูกต้องตามข้อกำหนด (SPECIFICATION) ของ กฟภ. และต้องมีคุณภาพและคุณสมบัติเทียบเท่าหรือดีกว่าอุปกรณ์ในสัญญา แต่หากอุปกรณ์ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่ม คิดค่าชดเชยเพิ่มอีกด้วยนอกเหนือจากค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) โดยประเมินจากมูลค่าของอุปกรณ์ สำหรับกรณีการขอเพิ่มผลิตภัณฑ์จากสัญญาซึ่ง กฟภ. ได้ยินยอมให้เพิ่มแล้วนั้นผู้รับจ้าง ดังกล่าวข้างต้นมีคุณภาพและคุณสมบัติด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญาแต่ยังถูกต้องตามข้อกำหนดของ โดยมีคุณภาพและคุณสมบัติอยู่ในพิกัดที่มาตรฐานกำหนดว่าพอจะรับไว้ใช้งานได้ผู้รับจ้างยินยอมให้ กฟภ. กฟภ. ที่ขอเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมซึ่งลดลงหรือด้อยกว่าอุปกรณ์ในสัญญา สามารถนำเอาอุปกรณ์ทั้งที่อยู่ในสัญญาเดิมและอุปกรณ์ที่ขอเพิ่มเติมแล้วมาดำเนินการติดตั้งได้แต่ กฟภ. จะไม่พิจารณาคืนค่าปรับ (PENALTY) ร้อยละ 5 (ห้า) ถึงแม้ว่าผู้รับจ้างจะใช้อุปกรณ์ตามสัญญาเดิมและหาก เป็นกรณีที่อุปกรณ์ที่ขอเพิ่มนั้นมีมูลค่าต่ำกว่าอุปกรณ์ในสัญญาเดิมและได้มีการคิดค่าชดเชยไว้แล้วแม้ผู้รับจ้าง นำเอาอุปกรณ์ที่อยู่ในสัญญาเดิมที่มีมูลค่าสูงกว่ามาติดตั้งให้ก็จะไม่พิจารณาคืนค่าชดเชยที่ได้หักไว้แล้วเต่อย่างใด 3.15 การงดหรือลดค่าปรับ และการขยายเวลาปฏิบัติงานตามสัญญา ในกรณีที่ผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าไปกว่าที่กำหนดไว้ตามสัญญา แต่ไม่อยู่ในข่ายที่จะปรับได้ตาม กฎหมาย เช่น เป็นเพราะเหตุสุดวิสัย หรือเป็นเพราะความผิด หรือความบกพร่องของ กฟภ. หรือเกิดจาก พฤติการณ์อันหนึ่งอันใดที่คู่สัญญาไม่ต้องรับผิดตามกฎหมายหรือเหตุอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ทำให้ คู่สัญญาไม่สามารถส่งมอบสิ่งของหรืองานตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาแห่งสัญญาได้ ผู้รับจ้างอาจร้องขอต่อ กฟภ. ให้มีการต่ออายุสัญญาได้ ทั้งนี้ภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่เหตุนั้นได้สิ้นสุดลง หรือตามที่ กำหนดในกฎกระทรวง หากมิได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนด ผู้รับจ้างจะยกมากล่าวอ้างเพื่อของดหรือลดค่าปรับ หรือขอขยายเวลาในภายหลังมิได้ เว้นแต่กรณีเหตุเกิดจากความผิดหรือความบกพร่องของหน่วยงานของ กฟภ. ซึ่งมีหลักฐานชัดแจ้ง หรือ กฟภ. ทราบดีอยู่แล้ว ตั้งแต่ต้น 3.16 หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา ในขณะทำสัญญานี้ผู้รับจ้างได้นำหลักประกันตามที่ผู้ว่าจ้างกำหนดเป็นจำนวนเงิน ซึ่งเท่ากับร้อยละ 5 (ห้า) ของราคาค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญามามอบให้แก่ผู้ว่าจ้างเพื่อเป็นหลักประกันการ ปฏิบัติตามสัญญา หลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบไว้ตามวรรคหนึ่ง ผู้ว่าจ้างจะคืนให้โดยไม่มีดอกเบี้ย เมื่อผู้รับจ้าง พ้นจากข้อผูกพันในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) และผู้รับจ้างได้ส่งมอบหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) เป็นจำนวนร้อยละ 5 (ห้า) ของค่าจ้างของการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหาร 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -6- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) จัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) ทั้งหมด ใน เวลาไม่น้อยกว่า 1 (หนึ่ง) เดือน ก่อนผู้รับจ้างพ้นจากข้อผูกพันในระยะเวลารับประกัน (Warranty) หลักประกันที่ผู้รับจ้างนำมามอบให้ตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง จะต้องมีอายุครอบคลุม ความรับผิดชอบทั้งปวงของผู้รับจ้างตลอดระยะเวลารับประกันที่กำหนดไว้ในสัญญา ถ้าหลักประกันที่ผู้รับจ้าง นำมามอบให้ดังกล่าวลดลงหรือเสื่อมค่าลงหรือมีอายุไม่ครอบคลุมถึงความรับผิดของผู้รับจ้างตลอดอายุสัญญา ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม รวมถึงผู้รับจ้างส่งมอบงานล่าช้าเป็นเหตุให้ระยะเวลาแล้วเสร็จหรือวันครบกำหนด ความรับผิดในความชำรุดบกพร่องตามสัญญาเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นคราวใด ผู้รับจ้างต้องหา หลักประกันใหม่หรือหลักประกันเพิ่มเติมให้มีจำนวนครบถ้วนตามวรรคหนึ่งและ/หรือวรรคสองแล้วแต่กรณี มามอบให้แก่ผู้รับจ้างภายใน 15 (สิบห้า) วันนับถัดจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ว่าจ้าง 3.17 การบอกเลิกสัญญาโดยผู้ว่าจ้าง กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการบอกเลิกสัญญาจ้างทั้งหมดหรือบางส่วน ณ เวลาใดก็ได้ หากเป็นไปตาม เหตุใดเหตุหนึ่งหรือทั้งหมด ดังนี้ (1) ผู้รับจ้างแสดงให้เห็นเป็นที่กระจ่างชัดว่าไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาจ้างได้ อันจะเป็นผลเสียหายแก่ กฟภ. (2) ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินงานให้แล้วเสร็จตามแผนงานย่อย จนเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่า ผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลารวมของสัญญา อันจะมีผลเสียหายต่อ กฟภ. (3) ผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการจ้างช่วง (4) ผู้รับจ้างหยุดงานโดยไม่มีสาเหตุอันควร หรือนำวัสดุอุปกรณ์การติดตั้งออกจากสถานที่ ติดตั้งโดยไม่มีสาเหตุอันควร (5) จำนวนเงินค่าปรับรวมจะเกินร้อยละ 10 (สิบ) ของวงเงินค่าจ้างทั้งหมดตามสัญญา ในการนี้ เมื่อผู้รับจ้างได้รับเอกสารแจ้งความจำนงในการบอกเลิกงานตามสัญญาแล้ว ผู้รับจ้าง จะต้องหยุดปฏิบัติงานที่ถูกบอกเลิกทั้งหมดในทันที ยกเว้นงานที่ กฟภ. เห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินต่อไป ขณะเดียวกันผู้รับจ้างจะต้องยกเลิกพันธะผูกพันในการจัดซื้อวัสดุรวมถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ตามสัญญาทั้งหมดในทันที ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายซึ่งเกิดจากการที่ผู้รับจ้างไม่อาจดำเนินการตามสัญญา หรือกระทำผิดเงื่อนไขจนเป็นเหตุให้ต้องยกเลิกสัญญา กฟภ. อาจพิจารณาดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หรือปรับลดเงินที่จะต้องชำระให้กับผู้รับจ้าง หรือหักจากเงินค้ำประกัน และอาจใช้สิทธิ์บางส่วนหรือทั้งหมด เรียกค่าเสียหายตามที่ผู้รับจ้างมีพันธะผูกพันอยู่ก็ได้ 3.18 การห้ามโอนสิทธิ์ ผู้รับจ้างจะต้องไม่โอนสิทธิ์เรียกร้องหนี้อันเกิดจากสัญญานี้ ที่ กฟภ. จะต้องชำระแก่ผู้รับจ้างให้ บุคคลภายนอก 3.19 การตัดสิทธิและลงโทษเป็นผู้ทิ้งงาน ในกรณีผู้รับจ้างไม่ปฏิบัติตามสัญญา กฟภ. มีสิทธิพิจารณาให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ถูกตัดสิทธิการรับจ้างจาก ผู้ว่าจ้าง และ/หรือการเป็นผู้ทิ้งงานตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบใด ๆ ที่ผู้ว่าจ้างใช้บังคับ 3.20 การติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากจะต้องมีการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ หรือหน่วยงานในสังกัดของ กฟภ. เอง กฟภ. จะเป็นผู้ดำเนินการติดต่อประสานงาน และทำเรื่องขออนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ ทั้งนี้ในการ ดำเนินการขออนุญาตต้องมีเอกสารที่ใช้ประกอบ จะเป็นรายละเอียดทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตาม ผู้รับจ้างจะต้อง ดำเนินการจัดเตรียมให้ กฟภ. ด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก กฟภ. แต่ประการใด 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -7- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 3.21 การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non-Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบาย ด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ผู้ชนะการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ฉบับนี้ต้องรับทราบและลงนามในสัญญาการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ (Non – Disclosure Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ โดยคู่สัญญาต้องทำความเข้าใจกับหนังสือ สัญญาโดยละเอียดและลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) 3.22 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบาย และแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ชนะการจัดซื้อ จัดจ้าง หรือผู้ได้รับการคัดเลือก ภายใต้นิติกรรมสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ รวมทั้งผู้ได้รับการคัดเลือก หรือติดต่อมีนิติสัมพันธ์กับ กฟภ. โดยไม่ได้จัดทำเป็นสัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือ ต้องรับทราบและลงนามในสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) และการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ กฟภ. โดยคู่สัญญาต้องทำความ เข้าใจกับหนังสือสัญญาโดยละเอียดและลงลายมือชื่อพร้อมประทับตรา (ถ้ามี) 4. ขอบเขตการรับผิดชอบ (Scope of Work) ขอบเขตของงานตามประกวดราคานี้ ประกอบด้วย การสำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา รื้อถอน/ติดตั้ง จัดเตรียมข้อมูล เชื่อมโยงบูรณาการระบบ ทดสอบระบบ ทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ ฝึกอบรมและถ่ายทอด ความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง โอนย้าย นำระบบออกใช้งาน สนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งาน บริหารจัดการทรัพย์สิน บำรุงรักษาและแก้ไขปัญหาข้อขัดข้อง จัดการสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ บริหารการ เปลี่ยนแปลง สนับสนุนการนำเข้า ตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ร่วมตรวจสอบการสำรองข้อมูล สนับสนุนการให้บริการข้อมูล สนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Cybersecurity) ปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ กรณี กฟภ. เปลี่ยนแปลงระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพิ่มเติมของระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตลอดจนร่วมดำเนินการต่าง ๆ ที่ กฟภ. ต้องดำเนินการตาม กฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน นโยบายและแนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุในเอกสารประกวดราคาฉบับนี้ 4.1 ศึกษาและออกแบบกระบวนงาน และจัดทำเอกสาร 4.2 สำรวจ ออกแบบ จัดหา พัฒนา ติดตั้ง และทดสอบระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) โดยมี รายละเอียดตามข้อกำหนดทางเทคนิค ความต้องการ และประสิทธิภาพของระบบตามที่กำหนด (1) ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ของ กฟภ. (2) ติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ซอฟต์แวร์สนับสนุน พร้อมการปรับตั้งพารามิเตอร์ (3) ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขตทั้ง 12 แห่ง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภูมิภาค (การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชั้น 1-3 / การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา ขนาด M และ L) (4) จัดเตรียมและนำเข้าฐานข้อมูล (5) เชื่อมโยงบูรณาการระบบกับระบบที่เกี่ยวข้อง (6) ทดสอบ Factory Acceptance Test (FAT), Site Acceptance Test (SAT), ทดสอบการ ฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) และทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test) (7) สื่อสารและนำระบบออกใช้งาน 4.3 จัดตั้งศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) 4.4 ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง และสนับสนุนการใช้งานระบบ 4.5 การรับประกันความชำรุดบกพร่อง ดูแลและบำรุงรักษา บูรณาการระบบ ทดสอบระบบ ทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ฝึกอบรมถ่ายทอดและ ความรู้ สื่อสารการเปลี่ยนแปลง โอนย้าย นำระบบออกใช้งาน และทดสอบความพร้อมใช้งาน (System Availability Test) ภายใน 20 (ยี่สิบ) เดือนนับถัดจากวันลงนามในสัญญาจ้าง และจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง จาก กฟภ. ให้เริ่มทำงาน โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้ 5.1.1 จัดทำแผนการดำเนินงานและการบริหารจัดการโครงการ (Project Plan) ประกอบไปด้วยราย ละเอียดดังนี้ (1) แผนการดำเนินงาน (Project Detail Planning) (2) รายละเอียดโครงสร้างบุคลากร (Project team) พร้อมระบุตำแหน่ง (3) จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ในกรณีที่ผลการดำเนินงานของ ผู้รับจ้าง ล่าช้ากว่าแผนงานปัจจุบัน ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงแผนงาน และเสนอวิธีการที่จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามแผนงานได้ เช่น การเพิ่มจำนวนบุคลากร การเพิ่มชั่วโมงการทำงาน การเพิ่มเครื่องมือเครื่องจักร ฯลฯ โดย ผู้รับจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด 5.1.2 ออกแบบและพัฒนากระบวนงาน ครอบคลุมการออกแบบเบื้องต้น (Conceptual Design) พร้อมจัดทำแผนภาพแสดงกระบวนงาน (Business Process หรือ Business Blueprint) 5.1.3 ออกแบบและพัฒนาในรายละเอียด (Detail Design) และกระบวนการปฏิบัติงาน Operation Process Flowchart และ End to End Business Process Flows โดยออกแบบและพัฒนากระบวนงาน และระบบงาน (Business Blueprint) ที่ผ่านการลงนามเห็นชอบจาก กฟภ. เรียบร้อยแล้ว (1) จัดทำแผนภาพและสถาปัตยกรรมระบบ (System Landscape and Architecture) (2) จัดทำร่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กร EA Low Level กระบวนการบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (3) ออกแบบระบบ (System Design) เพื่อให้รองรับการทำงานตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน อย่าง มีประสิทธิภาพ โดยไม่เกิดปัญหา รองรับการบำรุงรักษาโดยไม่มีการปิดหรือ Shut down ระบบ และรองรับ กรณีฟื้นฟูภัยพิบัติจะต้องย้ายการปฏิบัติงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์หลักไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองที่กำหนด ได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง และต้องย้ายการปฏิบัติงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองมายังศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ภายในเวลา 1 ชั่วโมง (4) ออกแบบการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ (5) ออกแบบและพัฒนาการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบ โดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และวิเคราะห์โครงสร้างองค์กร กระบวนการปฏิบัติงาน กฎระเบียบ ระบบในปัจจุบัน รวมทั้งการเชื่อมโยงกับระบบงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงควรออกแบบ กระบวนการปฏิบัติงาน โครงสร้างรหัสต่าง ๆ โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลง นโยบาย โครงสร้างองค์กร กระบวนการปฏิบัติงาน ตลอดจนเทคโนโลยีในปัจจุบัน 5.1.4 ส่งมอบระบบ ทั้งในส่วน ระบบ Development System (DVS) Quality Assessment System (QAS) และ Production พร้อมติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และซอฟต์แวร์สนับสนุน ต่าง ๆ พร้อมทดสอบ Factory Acceptance Test (FAT) Performance Testing และ Security Testing ณ โรงงานผู้ผลิต หรือโรงงานผู้รับจ้าง หรือสถานที่ที่ผู้รับจ้างกำหนด 5.1.5 ถ่ายทอดความรู้ (On the Job Training) ที่จำเป็น เช่น พัฒนา ติดตั้ง นำเข้าและจัดเตรียมฐาน ข้อมูล ส่วนแสดงผล การจัดทำรายงาน ปรับตั้งระบบ การกำหนดสิทธิผู้ใช้งาน การกู้คืนข้อมูลและ ระบบ การบริหารจัดการระบบ (Administrator) และการใช้งานระบบ เป็นต้น 5.1.6 สำรวจ รื้อถอน/ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ ศูนย์คอมพิวเตอร์ของ กฟภ. ทั้ง 2 แห่ง และ รื้อถอน/ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลสำหรับผู้ใช้งาน และผู้ดูแลระบบ ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำนัก งานใหญ่ ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขตทั้ง 12 แห่ง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภูมิภาค (จุดรวมงาน / M และ L) ตามภาคผนวก 3 สถานที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง เชื่อมโยง บูรณาการระบบ พร้อมทดสอบ Site Acceptance Test (SAT) และทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ข้อ 15 ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง 5.1.7 ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ (Training and Knowledge Transfer) ให้กับผู้ใช้งาน พร้อม คู่มือ เครื่องมือ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง 5.1.8 จัดตั้งศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) และเริ่มดำเนินการพร้อมกับการนำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ออกใช้งาน (Go Live) 5.1.9 ส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อยดังนี้ เอกสารการออกแบบระบบงาน (Business Blueprint) กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) สถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) การออกแบบระบบ (Detailed Design) การติดตั้งระบบ (As-built) การปรับตั้งค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ (Parameter Configuration) การควบคุมการเชื่อมต่อระบบ (Interface Control Document) มาตรฐาน การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล (Standard data model) รวมถึงด้านความมั่นคงปลอดภัย (Configuration Baseline) รายการทรัพย์สิน (Asset List) ผลการทดสอบ เอกสารการฝึกอบรม และคู่มือ (user manuals) 5.2 5.1.10 โอนย้ายระบบ (Cutover) และนำระบบออกใช้งาน (Go Live) 5.1.11 ทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test) การดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาตามวาระและแก้ไขข้อ ขัดข้องระบบ ให้พร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน เป็นระยะเวลา 60 (หกสิบ) เดือนนับถัดจากวันที่ กฟภ. ออกหนังสือรับรองผลงาน (Provisional Acceptance Certificate: PAC) โดยมีรายละเอียดการดำเนินการ ดังนี้ 5.2.1 ดูแลบำรุงรักษาตามวาระ (Preventive Maintenance : PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (Corrective Maintenance : CM) ของระบบ ทั้งในส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ให้พร้อมใช้งาน 5.2.2 สนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งานและการรับประกันซอฟต์แวร์ (Post- Implementation Support and Software Warranty) เป็นระยะเวลา 12 (สิบสอง) เดือนนับถัดจากวันที่ กฟภ. ออกหนังสือรับรองผลงาน (Provisional Acceptance Certificate: PAC) โดยมีรายละเอียดการดำเนิน งานตามข้อ 13 สนับสนุนภายหลังการนำระบบไปปฏิบัติงานและการรับประกันซอฟต์แวร์ (Post- Implementation and Software Warranty) ซึ่งรวมถึงผู้รับจ้างต้องปรับปรุงและแก้ไขปัญหาคงค้าง (ถ้ามี) และดำเนินการทดสอบการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ตามที่ได้ออกแบบไว้ในระยะการดำเนินการที่ 1 ให้แล้ว เสร็จ (ทั้งนี้การทดสอบการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ จะไม่นำมาคิดเป็นเงื่อนไขการกำหนดวันสิ้นสุดการ รับประกันซอฟต์แวร์) พร้อมส่งรายงานผลการสนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งานและการรับประกัน ซอฟต์แวร์ เพื่อให้ กฟภ. ให้ความเห็นชอบและกำหนดวันสิ้นสุดการรับประกันซอฟต์แวร์ ทั้งนี้ในระยะเวลาการรับประกันซอฟต์แวร์ดังกล่าว ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการทรัพย์สิน บำรุงรักษา ตามวาระ (Preventive Maintenance : PM) และแก้ไขข้อขัดข้อง (Corrective Maintenance : CM) ของ ระบบ ทั้งในส่วนฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ (Post-Implementation Support and Maintenance) เพื่อให้ ระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน พร้อมจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) แผนและรายงานการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) (ถ้ามี) (2) รายงานการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานการแก้ไขข้อ ขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไข ปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน (3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน (4) แผนและรายงานการฝึกอบรม (ถ้ามี) 5.2.3 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาระบบตามวาระ และแก้ไขข้อขัดข้อง (Post- Implementation Support and Maintenance) เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งานตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน เป็น ระยะเวลา 48 (สี่สิบแปด) เดือนนับถัดจากวันที่สิ้นสุดการรับประกันซอฟต์แวร์ และ กฟภ. ให้ความเห็นชอบ รายงานผลการสนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งานและการรับประกันซอฟต์แวร์ พร้อมจัดส่งเอกสารที่ เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) ทุก 3 (สาม) เดือน (2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไข ปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน (3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน (4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม (ถ้ามี) 5.2.4 จัดการสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ (Software License and Cybersecurity Subscription) 5.2.5 บริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) 5.2.6 สนับสนุนการนำเข้า ตรวจสอบ เสนอแนะ และร่วมดำเนินการปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ร่วมตรวจสอบการสำรองข้อมูล ตลอดจนสนับสนุนการให้บริการข้อมูล สนับสนุนการจัดทำรายงานและค่า เกณฑ์วัดต่าง ๆ 5.2.7 สนับสนุนการใช้งานของผู้ใช้งานระบบ รวมถึงการดูแลและกำหนดสิทธิ์การใช้งานระบบ 5.2.8 สนับสนุนการดำเนินการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Cybersecurity) ของ กฟภ. 5.2.9 เข้าร่วมทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) และสนับสนุนดำเนินการด้าน แผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) 5.2.10 ปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ หากระบบตามข้อ 9.7 ข้อกำหนดการเชื่อมโยงและ แลกเปลี่ยนข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง 5.2.11 จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้อง (กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง) เช่น เอกสาร Business Blueprint ครอบคลุมการออกแบบในเบื้องต้น (Conceptual Design) และการออกแบบในรายละเอียด (Detail Design), เอกสารแผนภาพและสถาปัตยกรรมระบบ (System Landscape and Architecture) และเอกสาร กำหนดค่าพารามิเตอร์ของระบบ (Parameter Configuration) เป็นต้น 5.2.12 บริหารจัดการศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) พร้อมจัดทำรายงานแสดงผลการปฏิบัติงาน เช่น รายละเอียดการแจ้ง ปริมาณ คำถามที่พบบ่อย พร้อมการใช้งานที่ถูกต้อง หรือแนวทางการแก้ไข (Troubleshoot) เป็นต้น 5.2.13 จัดฝึกอบรม พร้อมจัดทำและปรับปรุงเอกสารประกอบการอบรมและสื่อการอบรมการใช้งาน ให้เป็นปัจจุบัน แบบทดสอบ (Pre-test / Post-test) แบบประเมินผลความพึงพอใจ และรายงานผลการฝึก อบรม 6. หนังสือรับรองผลงาน กฟภ. จะออกหนังสือรับรองผลงานตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ 6.1 Provisional Acceptance Certificate (PAC) กฟภ. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองผลงาน Provisional Acceptance Certificate (PAC) ให้กับผู้ รับจ้างภายหลังจากผู้รับจ้างดำเนินงานตามขอบเขตของงานระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำ ออกใช้งาน (Implementation) และทดสอบความพร้อมใช้งาน (System Availability Test) แล้วเสร็จ มีราย ละเอียดถูกต้องครบถ้วน และผ่านการตรวจรับเรียบร้อย 6.2 Final Acceptance Certificate (FAC) กฟภ. จะดำเนินการออกหนังสือรับรองผลงาน Final Acceptance Certificate (FAC) ให้กับผู้รับจ้าง ภายหลังจากผู้รับจ้างดำเนินงานตามขอบเขตของงานระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุง รักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) แล้วเสร็จ และผ่านการ ตรวจรับเรียบร้อย หากถูกต้องครบถ้วน สิ้นสุดกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง และผู้รับจ้างไม่มีงานแก้ไขการชำรุดบกพร่องของงานจ้างคงค้าง 7. ข้อกำหนดคุณสมบัติของบุคลากร ผู้ยื่นข้อเสนอต้องมีจำนวนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโครงการ โดยต้องจัดให้มีตำแหน่งงาน จำนวน หน้าที่ รับผิดชอบ และคุณสมบัติ อย่างน้อยดังนี้ 7.1 ผู้จัดการโครงการ (Project Manager) จำนวน: 1 คน หน้าที่รับผิดชอบ: บริหารจัดการโครงการ วางแผนการดำเนินงาน ติดตามความคืบหน้าของการดำเนิน งาน ศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้งานบรรลุตามเป้าหมาย กำหนดวิธีการและ แนวทางการปฏิบัติงาน บริหารจัดการให้บุคลากรในโครงการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และเงื่อนไขข้อตกลงของโครงการ ควบคุมคุณภาพของงาน บริหารทรัพยากรของโครงการและบริหารการ เปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในโครงการ รวมถึงสนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) สัญชาติไทย (2) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป (3) มีประสบการณ์การทำงานบริหารงานโครงการ รวมทุกโครงการไม่น้อยกว่า 10 ปี ในลักษณะ เดียวกับระบบดังต่อไปนี้ (3.1) ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) (3.2) ระบบ Advanced Metering Infrastructure (AMI) หรือ Automatic Meter Reading (AMR) (3.3) ระบบควบคุมสถานีไฟฟ้า ด้วยคอมพิวเตอร์ หรืองานติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวข้อง กับระบบไฟฟ้าที่มีการใช้งานระบบสื่อสารข้อมูล (3.4) ระบบศูนย์สั่งการ (SCADA/EMS/DMS) (3.5) ระบบคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปสำหรับธุรกิจหลัก หรือ ระบบบริหารจัดการ ทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning : ERP) หรือ ระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform: UTP) (3.6) ระบบภูมิศาสตร์สารสนเทศสำหรับระบบไฟฟ้า (GIS) (3.7) ระบบบริหารจัดการ Unmanned Substation 7.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ OMS จำนวน : ไม่น้อยกว่า 1 คน ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาระบบงาน ติดตามและดูแลควบคุมกระบวนงาน แก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูล อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานระบบ OMS (3) เป็นพนักงานของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ OMS 7.3 ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื่อมโยงบูรณาการระบบ (Integration Specialist) จำนวน : ไม่น้อยกว่า 1 คน ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาหรือเชื่อมโยงบูรณาการระบบงาน หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลระหว่างระบบงาน ให้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ โครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มวิศวกรรมสารสนเทศ หรือกลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยง บูรณาการระบบงาน 7.4 ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ICT security Specialist) จำนวน: ไม่น้อยกว่า 1 คน หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประเมินผลความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ ติดตามและดูแลควบคุมการพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่ เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มวิศวกรรมสารสนเทศ หรือ กลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ (3) มีประกาศนียบัตร (Certificate) อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมด ดังนี้ CompTIA Security+ หรือ SSCP หรือ GSEC หรือ CRISC หรือ CompTIA CASP+ หรือ CISSP หรือ CISM หรือ GSE 7.5 ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน: 1 คน หน้าที่รับผิดชอบ: ประสานงานโครงการให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ คุณสมบัติ: (1) สัญชาติไทย (2) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป (3) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี (4) มีทักษะและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ได้ดี เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 8. ข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture Contract) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture Contract) เพื่อ ดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดทำและสนับสนุนงานด้านสถาปัตยกรรมองค์กรของ กฟภ. โดยมีรายละเอียดดังนี้ 8.1 ผู้พัฒนาระบบต้องมีทีมงานที่มีองค์ความรู้หรือประสบการณ์ด้านการพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) 8.2 ผู้พัฒนาระบบที่ได้รับการว่าจ้างจาก กฟภ. ต้องจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้สอดคล้องกับ แนวปฏิบัติ และส่งให้ กฟภ. พิจารณาเห็นชอบก่อนพัฒนาระบบ ประกอบด้วย (1) ร่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level (2) เอกสารสถาปัตยกรรมระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Solution Architecture) ภาคผนวก 2 แบบฟอร์ม ตัวอย่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) 8.3 ผู้พัฒนาระบบต้องจัดเตรียมข้อมูลสถาปัตยกรรม ตามข้อ 8.2 เข้าสู่ซอฟต์แวร์ด้านสถาปัตยกรรม องค์กรของ กฟภ. เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการ IT Portfolio 8.4 ผู้พัฒนาระบบจะต้องยอมรับให้มีการ Audit ข้อมูลสถาปัตยกรรม ตามข้อ 8.2 จากหน่วยงาน สถาปัตยกรรมองค์กร (EAO) เพื่อให้สามารถยืนยันว่าเป็น Architecture Compliant ก่อนนำระบบเทคโนโลยี ดิจิทัลไปสู่การใช้งานจริง (Go Live) 8.5 ผู้พัฒนาระบบต้องสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กรสำหรับระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาสัญญาการจัดจ้าง และสัญญาการรับประกัน 9. ข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Specification) 9.1 คุณลักษณะเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ 9.1.1 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิตในวันยื่นข้อเสนอ ต้องเป็นเครื่อง ใหม่ (Brand New) ไม่ใช่เครื่องเก่าใช้แล้ว (Used) หรือเครื่องล้าสมัย (Obsolete) หรือเครื่องที่ใช้งานแล้วและ นำมาปรับปรุงใหม่ (Reconditioned) 9.1.2 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอไม่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในระหว่างการคุ้มครองเป็น บุคคลหรือนิติบุคคลผู้ล้มละลายตามคำสั่งของศาลที่ได้สั่งการตามกฎหมายของประเทศที่บริษัทของผู้ผลิตนั้น ตั้งอยู่ 9.1.3 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องมีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในกรณีที่มีผู้กล่าว อ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ ผู้รับจ้าง ต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว โดย กฟภ. ต้องได้รับ สิทธิ์ชอบด้วยกฎหมายในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมดของระบบคอมพิวเตอร์ รวมทั้งห้ามมิให้เพิกถอนสิทธิ์ดังกล่าวโดยผู้รับจ้างต้องชำระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.1.4 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องใช้กับระบบไฟฟ้าประเทศไทยได้ 9.1.5 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติของประเทศไทย 9.1.6 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องสามารถใช้งาน IPv4 และ IPv6 ได้ 9.1.7 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบด้วยชุดเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Set of Virtual Machines) ที่ถูกจัดสรรภายใต้ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์จริงทางกายภาพ (Several Physical Servers) และเชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายแลนเสมือน (VLAN) แบบ Redundant (Redundant Virtual Local Area Network) เพื่อให้สามารถโอนถ่ายการทำงานไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองต้องสอดคล้องตรงกัน ตลอดเวลา ตัวอย่างการออกแบบสถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์ (**ภาพตามเอกสารแนบท้าย TOR**) 9.1.8 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบไปด้วยระบบงานอย่างน้อยดังนี้ (1) ส่วนใช้งานจริง หรือ Production Environment (PDE) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Virtualized redundant environment) สำหรับการทำงานจริงแบบ Real-time เช่น การทำงาน Function และ Application ฐานข้อมูลระบบไฟฟ้า Network Connectivity ฟังก์ชันการเก็บประวัติ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Information Storage and Retrieval (IS&R)) การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ๆ รวม ถึงเป็นต้นทางข้อมูลส่งให้แก่ส่วนที่ให้บริการข้อมูลกับระบบภายนอกอื่น ๆ (Demilitarized Zone Environment) เป็นต้น โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (2) ส่วนเตรียมการ หรือ Pre-Production Environment (PPE) เป็นระบบที่ใช้สำหรับเตรียมการ ด้านต่าง ๆ ดังนี้ (2.1) Development System (DVS) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้สำหรับการดำเนิน งาน เช่น การพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ใหม่ หรือใช้สำหรับจัดเตรียมฐานข้อมูลและส่วนแสดงผล การตรวจ สอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) การจำลองข้อมูลสถานะระบบไฟฟ้า (Power System Network modelling) เป็นต้น (2.2) Quality Assurance System (QAS) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้สำหรับการ ทดสอบการทำงานของฟังก์ชันก่อนการติดตั้งในระบบใช้งานจริง (Production) ทั้งนี้การออกแบบระบบหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ต้องสามารถ Roll back และสามารถกลับมาใช้งาน ระบบได้ปกติตามการใช้งานก่อนหน้า และสามารถออกแบบ PPE (DVS และ QAS) เป็นแบบ Virtualized Non-redundant environment ได้ โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (3) ส่วนที่ให้บริการข้อมูลและเข้าถึงได้จากภายนอก Demilitarized Zone Environment (DMZE) เป็นส่วนของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ให้บริการและเข้าถึงได้จากภายนอก เช่น ส่วนที่เข้าถึงได้จาก เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์โมไบล์ ส่วนสืบค้นข้อมูล ประมวลผลข้อมูล หรือจัดทำรายงานข้อมูล ในลักษณะใช้งานผ่านเว็บบ ราวเซอร์ (Web Browser) เป็นต้น ส่วนนี้จะมีการป้องกันการเข้าถึงระบบหลัก เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัย ของระบบ และสามารถออกแบบเป็นแบบ Virtualized redundant environment ได้ โดยติดตั้งที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (4) ส่วนบริหารจัดการ หรือ System Management Environment (SME) เป็นส่วนของระบบ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบในภาพรวมเชิง Real-time เช่น การกำหนดค่าพารามิเตอร์หรือ ปรับตั้งระบบ (Configuration) การตรวจสอบหรือมอนิเตอร์ Performance ของระบบ และบริหารจัดการ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Management System) สนับสนุนการรักษาความมั่นคงปลอดภัย (Cyber Security Management System) ทั้งด้านไอซีที (ICT Security) และด้านไซเบอร์ (Cyber Security) ตลอดจนมีความสามารถในการตรวจจับ errors และจัดเก็บ Logs ต่าง ๆ เพื่อรายงาน (Report) หรือแจ้งเตือน (Alarm) และจัดเก็บเพื่อใช้ในการดำเนินการด้าน Audit และ Troubleshooting โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (5) ส่วนจำลองสถานการณ์ หรือ Simulation Environment (SIE) เป็นส่วนของระบบ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจำลองสถานการณ์หรือการทำงานของระบบ โดยไม่กระทบกับการทำงานของระบบ หลัก และสามารถใช้ฝึกอบรมในการวิเคราะห์เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องและทดลองปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งาน ระบบได้เสมือนจริง โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก 9.1.9 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องรองรับข้อมูล ดังนี้ 9.1.9.1 รองรับปริมาณมิเตอร์ (Meter) จำนวนไม่น้อยกว่า 25,000,000 อุปกรณ์ 9.1.9.2 รองรับปริมาณการเชื่อมโยงรับส่งข้อมูล 1,000,000 ข้อมูลต่อวัน 9.1.9.3 รองรับปริมาณเหตุการณ์ไฟฟ้า 5,000,000 ข้อมูลต่อปี 9.1.9.4 รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 10 Gigabit Ethernet 9.1.9.5 รองรับการนำเข้าข้อมูล Grid จากระบบ GIS ของ กฟภ. ตามรูปแบบวิธีการที่กำหนดโดย ข้อมูลจากระบบ GIS ประกอบด้วยชั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ GIS Layer (Data Model) CIM Object DS_HVBusBar BusbarSection DS_HVConductor ACLineSegment DS_HVGenerator EnergySource DS_HVCircuitBreaker Breaker DS_HVTransformer Power Transformer, PowerTransformerEnd DS_HVSwitch Switch DS_MVConductor ACLineSegment DS_BusBar BusbarSection DS_Generator EnergySource เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Quantity 23,000 30,000 400 5,000 13,000 2,000 3,980,000 40,000 3,000 DS_CircuitBreaker Breaker 14,000 DS_Capacitor DS_Recloser Recloser DS Switch Switch DS_Voltage Regulator DS_Transformer DS LVConductor DS_LVGenerator DS_LVCapacitor ACLineSegment EnergySource ShuntCompensator 9,000 7,000 280,000 RegulatingCondEq 500 PowerTransformer,PowerTransformerEnd 1,140,000 27,600,000 12,000 ShuntCompensator 16,000 DS_EserviceLine (**ตารางตามเอกสารแนบทาย TOR**) 39,000,000 และมีรายละเอียดความหมายของข้อมูลจากระบบ GIS ของ กฟภ. ดังนี้ GIS Layer (Data Model) Description DS_HVBusBar ข้อมูล Busbar แรงสูงในสถานีไฟฟ้า DS HVConductor ข้อมูลสายแรงสูงขนาด 69-115 kV DS_HVGenerator ข้อมูลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงสูง DS_HVCircuitBreaker ข้อมูลอุปกรณ์ตัดตอนและอุปกรณ์ป้องกันแรงสูง DS HVTransformer ข้อมูลหม้อแปลงไฟฟ้าแรงสูง DS_HVSwitch ข้อมูลอุปกรณ์ตัดตอนและอุปกรณ์ป้องกัน สำหรับแรงสูง DS MVConductor ข้อมูลสายแรงกลางขนาด 22-33 kV DS_BusBar ข้อมูล Busbar แรงกลางในสถานีไฟฟ้า DS Generator ข้อมูลเครื่องกำเนิดไฟฟ้า DS_CircuitBreaker ข้อมูลอุปกรณ์ตัดตอนและอุปกรณ์ป้องกันแรงกลาง DS_Capacitor ข้อมูลอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าแรงกลาง DS_Recloser ข้อมูลอุปกรณ์ตัดตอนและอุปกรณ์ป้องกัน สำหรับไฟฟ้าแรงกลาง (22-33 kV) DS_Switch ข้อมูลอุปกรณ์ตัดตอนและอุปกรณ์ป้องกัน สำหรับแรงกลาง DS_Voltage Regulator ข้อมูลอุปกรณ์ปรับแรงดันไฟฟ้า DS_Transformer หม้อแปลงไฟฟ้า DS_LVConductor ข้อมูลสายแรงต่ำ (400/230V) DS_LVGenerator ข้อมูลเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงต่ำ DS_LVCapacitor ข้อมูลอุปกรณ์เก็บประจุไฟฟ้าแรงต่ำ (ใช้ในกรณีคาปาซิเตอร์แรงต่ำที่ต่ออยู่ใน Line เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 7.2 ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) จากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ OMS จำนวน : ไม่น้อยกว่า 1 คน ที่มีประสบการณ์ในการออกแบบระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาระบบงาน ติดตามและดูแลควบคุม กระบวนงานแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง สนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานระบบ OMS (3) เป็นพนักงานของบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ระบบ OMS 7.3 ผู้เชี่ยวชาญด้านเชื่อมโยงบูรณาการระบบ (Integration Specialist) จำนวน : ไม่น้อยกว่า 1 คน ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาหรือเชื่อมโยงบูรณาการระบบงาน หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนาการเชื่อมโยงบูรณาการข้อมูลระหว่าง ระบบงาน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่ เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มวิศวกรรม สารสนเทศ หรือกลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับการ เชื่อมโยงบูรณาการระบบงาน 7.4 ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (ICT security Specialist) จำนวน: ไม่น้อยกว่า 1 คน หน้าที่รับผิดชอบ: ศึกษา วิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา ทดสอบ และประเมินผลความมั่นคงปลอดภัย สารสนเทศ ติดตามและดูแลควบคุมการพัฒนาระบบงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสนับสนุนข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ คุณสมบัติ: (1) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป ในกลุ่มสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มวิศวกรรม สารสนเทศ หรือกลุ่มวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือกลุ่มสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง (2) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 5 ปี ในลักษณะงานที่เกี่ยวข้องกับความ มั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (3) มีประกาศนียบัตร (Certificate) อย่างหนึ่งอย่างใดหรือทั้งหมด ดังนี้ CompTIA Security+ หรือ SSCP หรือ GSEC หรือ CRISC หรือ CompTIA CASP+ หรือ CISSP หรือ CISM หรือ GSE 7.5 ผู้ประสานงานโครงการ (Project Coordinator) จำนวน: 1 คน หน้าที่รับผิดชอบ: ประสานงานโครงการให้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ และเป้าหมายของโครงการ คุณสมบัติ: (1) สัญชาติไทย (2) มีคุณวุฒิปริญญาตรีขึ้นไป (3) มีประสบการณ์การทำงานไม่น้อยกว่า 2 ปี (4) มีทักษะและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ได้ดี 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 8. ข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture Contract) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture Contract) เพื่อดำเนินการพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดทำและสนับสนุนงานด้านสถาปัตยกรรมองค์กรของ กฟภ. โดยมีรายละเอียดดังนี้ 8.1 ผู้พัฒนาระบบต้องมีทีมงานที่มีองค์ความรู้หรือประสบการณ์ด้านการพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) 8.2 ผู้พัฒนาระบบที่ได้รับการว่าจ้างจาก กฟภ. ต้องจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับโครงการให้สอดคล้อง กับแนวปฏิบัติ และส่งให้ กฟภ. พิจารณาเห็นชอบก่อนพัฒนาระบบ ประกอบด้วย (1) ร่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level (2) เอกสารสถาปัตยกรรมระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Solution Architecture) ภาคผนวก 2 แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) 8.3 ผู้พัฒนาระบบต้องจัดเตรียมข้อมูลสถาปัตยกรรม ตามข้อ 8.2 เข้าสู่ซอฟต์แวร์ด้านสถาปัตยกรรม องค์กรของ กฟภ. เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการ IT Portfolio 8.4 ผู้พัฒนาระบบจะต้องยอมรับให้มีการ Audit ข้อมูลสถาปัตยกรรม ตามข้อ 8.2 จากหน่วยงาน สถาปัตยกรรมองค์กร (EAO) เพื่อให้สามารถยืนยันว่าเป็น Architecture Compliant ก่อนนำระบบเทคโนโลยี ดิจิทัลไปสู่การใช้งานจริง (Go Live) 8.5 ผู้พัฒนาระบบต้องสนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสถาปัตยกรรมองค์กรสำหรับระบบ เทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ ตลอดระยะเวลาสัญญาการจัดจ้าง และสัญญาการรับประกัน 9. ข้อกำหนดทางเทคนิค (Technical Specification) 9.1 คุณลักษณะเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์ 9.1.1 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องเป็นรุ่นที่ยังอยู่ในสายการผลิตในวันยื่นข้อเสนอ ต้องเป็น เครื่องใหม่ (Brand New) ไม่ใช่เครื่องเก่าใช้แล้ว (Used) หรือเครื่องล้าสมัย (Obsolete) หรือเครื่องที่ใช้งาน แล้วและนำมาปรับปรุงใหม่ (Reconditioned) 9.1.2 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอไม่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัทผู้ผลิตที่อยู่ในระหว่างการคุ้มครอง เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลผู้ล้มละลายตามคำสั่งของศาลที่ได้สั่งการตามกฎหมายของประเทศที่บริษัทของผู้ผลิต นั้นตั้งอยู่ ในกรณีที่มีผู้ 9.1.3 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องมีลิขสิทธิ์ หรือสิทธิบัตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวอ้างหรือใช้สิทธิเรียกร้องใด ๆ ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทั้งปวงเพื่อให้การกล่าวอ้างหรือการเรียกร้องดังกล่าวระงับสิ้นไปโดยเร็ว โดย กฟภ. ต้อง ได้รับสิทธิ์ชอบด้วยกฎหมายในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทั้งหมดของระบบ คอมพิวเตอร์ รวมทั้งห้ามมิให้เพิกถอนสิทธิ์ดังกล่าวโดยผู้รับจ้างต้องชำระค่าเสียหายและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แทน กฟภ. ทั้งสิ้น 9.1.4 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องใช้กับระบบไฟฟ้าประเทศไทยได้ 9.1.5 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมปกติของประเทศไทย 9.1.6 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องสามารถใช้งาน IPv4 และ IPv6 ได้ 9.1.7 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบด้วยชุดเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเสมือน (Set of Virtual Machines) ที่ถูกจัดสรรภายใต้ชุดเครื่องคอมพิวเตอร์จริงทางกายภาพ (Several Physical Servers) และเชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายแลนเสมือน (VLAN) แบบ Redundant (Redundant Virtual Local Area Network) เพื่อให้สามารถโอนถ่ายการทำงานไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และข้อมูล ในระบบคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองต้องสอดคล้องตรงกันตลอดเวลา 9.1.8 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องประกอบไปด้วยระบบงานอย่างน้อยดังนี้ (1) ส่วนใช้งานจริง หรือ Production Environment (PDE) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Virtualized redundant environment) สำหรับการทำงานจริงแบบ Real-time เช่น การทำงาน Function และ Application ฐานข้อมูลระบบไฟฟ้า Network Connectivity ฟังก์ชันการเก็บประวัติเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น (Information Storage and Retrieval (IS&R)) การแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น ๆ รวมถึงเป็นต้นทางข้อมูล ส่งให้แก่ส่วนที่ให้บริการข้อมูลกับระบบภายนอกอื่น ๆ (Demilitarized Zone Environment) เป็นต้น โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (2) ส่วนเตรียมการ หรือ Pre-Production Environment (PPE) เป็นระบบที่ใช้สำหรับ เตรียมการด้านต่าง ๆ ดังนี้ (2.1) Development System (DVS) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้สำหรับ การดำเนินงาน เช่น การพัฒนาและปรับปรุงซอฟต์แวร์ใหม่ หรือใช้สำหรับจัดเตรียมฐานข้อมูล และส่วนแสดงผล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) การจำลองข้อมูลสถานะระบบ ไฟฟ้า (Power System Network modelling) เป็นต้น (2.2) Quality Assurance System (QAS) เป็นระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ใช้ สำหรับการทดสอบการทำงานของฟังก์ชันก่อนการติดตั้งในระบบใช้งานจริง (Production) ทั้งนี้การออกแบบระบบหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ต้องสามารถ Roll back และสามารถ กลับมาใช้งานระบบได้ปกติตามการใช้งานก่อนหน้า และสามารถออกแบบ PPE (DVS และ QAS) เป็นแบบ Virtualized Non-redundant environment ได้ โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (3) ส่วนที่ให้บริการข้อมูลและเข้าถึงได้จากภายนอก Demilitarized Zone Environment (DMZE) เป็นส่วนของระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ให้บริการและเข้าถึงได้จากภายนอก เช่น ส่วนที่เข้าถึงได้จากอุปกรณ์โมไบล์ ส่วนสืบค้นข้อมูล ประมวลผลข้อมูล หรือจัดทำรายงานข้อมูล ในลักษณะใช้ งานผ่านเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) เป็นต้น ส่วนนี้จะมีการป้องกันการเข้าถึงระบบหลัก เพื่อรักษาความ มั่นคงปลอดภัยของระบบ และสามารถออกแบบเป็นแบบ Virtualized redundant environment ได้ โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (4) ส่วนบริหารจัดการ หรือ System Management Environment (SME) เป็นส่วน ของระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการระบบในภาพรวมเชิง Real-time เช่น การกำหนด ค่าพารามิเตอร์หรือปรับตั้งระบบ (Configuration) การตรวจสอบหรือมอนิเตอร์ Performance ของระบบ และบริหารจัดการระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Network Management System) สนับสนุนการรักษาความ มั่นคงปลอดภัย (Cyber Security Management System) ทั้งด้านไอซีที (ICT Security) และด้านไซเบอร์ (Cyber Security) ตลอดจนมีความสามารถในการตรวจจับ errors และจัดเก็บ Logs ต่าง ๆ เพื่อรายงาน (Report) หรือแจ้งเตือน (Alarm) และจัดเก็บเพื่อใช้ในการดำเนินการด้าน Audit และ Troubleshooting โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง (5) ส่วนจำลองสถานการณ์ หรือ Simulation Environment (SIE) เป็นส่วนของระบบ คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจำลองสถานการณ์หรือการทำงานของระบบ โดยไม่กระทบกับการทำงานของระบบ หลัก และสามารถใช้ฝึกอบรมในการวิเคราะห์เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องและทดลองปฏิบัติงาน โดยสามารถใช้งาน ระบบได้เสมือนจริง โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก 9.1.9 ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอต้องรองรับข้อมูล ดังนี้ 9.1.9.1 รองรับปริมาณมิเตอร์ (Meter) จำนวนไม่น้อยกว่า 25,000,000 อุปกรณ์ 9.1.9.2 รองรับปริมาณการเชื่อมโยงรับส่งข้อมูล 1,000,000 ข้อมูลต่อวัน 9.1.9.3 รองรับปริมาณเหตุการณ์ไฟฟ้า 5,000,000 ข้อมูลต่อปี 9.1.9.4 รองรับการเชื่อมต่อระบบเครือข่าย 10 Gigabit Ethernet 9.1.9.5 รองรับการนำเข้าข้อมูล Grid จากระบบ GIS ของ กฟภ. ตามรูปแบบวิธีการที่กำหนด โดยข้อมูลจากระบบ GIS ประกอบด้วยชั้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ graph LR subgraph Production Environment (PDE) A[Active] --> B{PEA Network}; B -- First Fallover Switch --> C(Active); C -- Next-generation Firewall (Redundant) --> D(Active); D -- OMS Workstation --> E; E -- OMS Mobile/Web Application --> F[Production Enviroment DMZ Enviroment]; F -- Next-generation Firewall (Non-redundant) --> G[Active]; end subgraph Standby H[Standby] --> B{PEA Network}; B -- Second Failover Switch --> I(Standby); I -- Next-generation Firewall (Redundant) --> J(Standby); J -- OMS Workstation --> K; K -- OMS Mobile/Web Application --> L[Standby Production Enviroment DMZ Enviroment]; L -- Next-generation Firewall (Non-redundant) --> M[Standby]; end subgraph Active Production Environment (PPE) N[Active] --> O{PEA Network}; O -- Next-generation Firewall (Redundant) --> P(Active); P -- OMS Workstation --> Q; Q -- OMS Mobile/Web Application --> R[Active Production Enviroment DMZ Enviroment]; R -- Next-generation Firewall (Non-redundant) --> S[Active]; end subgraph Standby Production Environment (PPE) T[Standby] --> O{PEA Network}; O -- Next-generation Firewall (Redundant) --> U(Standby); U -- OMS Workstation --> V; V -- OMS Mobile/Web Application --> W[Standby Production Enviroment DMZ Enviroment]; W -- Next-generation Firewall (Non-redundant) --> X[Standby]; end subgraph System Management Environment (SME) Y[System Management Environment (SME)] --> Z; Z -- OMS Workstation --> AA; AA -- OMS Mobile/Web Application --> BB[System Management Enviroment DMZ Enviroment]; BB -- Next-generation Firewall (Non-redundant) --> CC[System Management Environment]; end subgraph Privileged Access Management (PAM) DD[Privileged Access Management (PAM)] --> EE; end subgraph Simulation Environment (SIE) FF[Simulation Enviroment] --> GG; end การแสดงภาพของสถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์ ภาพประกอบแสดงความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่างๆของระบบ รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ เช่น Active Production, Standby Production, Pre-production, System Management, Simulation เป็นต้น รูปภาพมีสีสัน และมีข้อความประกอบในภาพ เพื่ออธิบายรายละเอียดของระบบคอมพิวเตอร์

Active Production Environment (PDE) เป็นระบบคอมพิวเตอร์หลักที่ใช้งานจริง Standby Production Environment เป็นระบบคอมพิวเตอร์สำรอง Pre-Production เป็นส่วนสำหรับการเตรียมการ System Management เป็นส่วนบริหารจัดการและ Simulation เป็นส่วนสำหรับจำลองสถานการณ์ ภาพรวมแสดงถึงการออกแบบระบบที่เชื่อมต่อเชื่อถือได้และมีการสำรองข้อมูล

GIS Layer (Data Model) CIM Object Quantity
DS HVBusBar BusbarSection 23,000
DS HVConductor ACLineSegment 30,000
DS HVGenerator EnergySource 400
DS HVCircuit Breaker Breaker 5,000
DS HVTransformer Power Transformer, PowerTransformerEnd 13,000
DS HVSwitch Switch 2,000
DS MVConductor ACLineSegment 3,980,000
DS BusBar BusbarSection 40,000
DS Generator EnergySource 3,000
DS CircuitBreaker Breaker 14,000
DS_Capacitor ShuntCompensator 9,000
DS Recloser Recloser 7,000
DS Switch Switch 280,000
DS_Voltage Regulator Regulating CondEq 500
DS Transformer Power Transformer, PowerTransformerEnd 1,140,000
DS LVConductor ACLineSegment 27,600,000
DS LVGenerator EnergySource 12,000
DS_LVCapacitor ShuntCompensator 16,000
DS EserviceLine EserviceLine 39,000,000
9.1.10 มีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล 9.1.11 มีระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 9.1.12 มีระบบเชื่อมโยงการแสดงผลบริการข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศ แผนที่ระบบไฟฟ้า แผนที่การเดินทาง ภาพถ่ายทางอากาศ สภาพอากาศ และภาพถ่าย/รูปภาพ ได้ทั้งแบบออนไลน์ (Online) และ แบบออฟไลน์ (Offline) ตามลิขสิทธิ์ที่ กฟภ. จัดหามาใช้งาน เช่น แผนที่ระบบไฟฟ้าทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ ในรูปแบบของ Web Map Service (WMS) หรือบริการจาก Google Maps Platform เป็นต้น 9.1.13 มีระบบรายงานผลการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.1.14 มีระบบให้บริการข้อมูลผ่าน Web Service โดยผู้ใช้สามารถกำหนดเลือกประเภทข้อมูล ความถี่ หรือสร้างรายงานได้ และระบบสามารถ Export/Replicate ออกมาไว้ให้ในส่วน DMZ เพื่อให้บริการ ข้อมูลกับระบบภายนอกได้ (Materialize) 9.1.15 มีระบบแสดงผลข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขการเลือกข้อมูล เพื่อการประมวลผลและแสดงผลได้ และต้องแสดงผลแบบ Interactive data หรือ Real time เช่น ปริมาณ เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง สถานะการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง และกรณีภัยพิบัติซึ่งแสดงผลไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น ในรูปแบบ Dashboard หรือ BI และแสดงผลข้อมูลบนแผนที่ (Outage Map) สำหรับให้ผู้บริหาร ติดตามสถานะเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง 9.1.16 มีระบบตรวจสอบปริมาณทราฟฟิก (Traffic) สำหรับตรวจสอบสถานะและปริมาณการ เชื่อมโยงรับส่งข้อมูลระหว่างระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) กับระบบงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถดูผ่าน Web Browser แบบ Real-time และสามารถบันทึกเก็บเพื่อเรียกดูย้อนหลังได้ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 9.1.17 มีระบบ Privileged Access Management (PAM) ที่รองรับกระบวนการขออนุมัติก่อน เข้าใช้งาน การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) และการบันทึกกิจกรรมเป็น วิดีโอ โดยมีสิทธิการใช้งานได้ตลอดอายุของสัญญา จำนวนไม่น้อยกว่า 6 Licenses 9.1.18 มีระบบรักษาความปลอดภัยด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเครือข่าย 9.1.19 มีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License) ทั้งหมดเพียงพอต่อการใช้งาน แบบ Perpetual License หรือ Subscription License และมีลิขสิทธิ์ถูกต้องที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพการ ทำงาน โดย Subscription License ต้องมีสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์ต่อได้ภายหลังจาก Subscription หมดอายุลง แม้ความสามารถในการดาวน์โหลดหรืออัปเกรด หรืออัปเดตผลิตภัณฑ์จะสิ้นสุดลงแล้ว 9.1.20 รองรับการทำ Data Loading แบบ Full refresh และ Incremental Load โดยต้อง รองรับการนำเข้าข้อมูล Unique ID หรือ GIS TAG ที่เคยถูกใช้ในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ไปแล้วได้ (Reused TAG) 9.1.21 รองรับการทำงานแบบ High Availability แบบ Active-Standby 24 ชั่วโมง 7 วัน 9.1.22 รองรับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง ด้วยเทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL) สามารถเชื่อมต่อกับ Active Directory และทำการ Authentication ผ่าน Active Directory ได้ 9.1.23 สามารถอัปเกรดซอฟต์แวร์ และ Firmware เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและฟังก์ชันการใช้งาน ผ่าน Graphical User Interface (GUI) ได้ตลอดระยะเวลาการรับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 9.1.24 สามารถสำรองข้อมูลในระบบจัดการฐานข้อมูลที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายได้ทั้ง แบบออนไลน์ (Online) และแบบออฟไลน์ (Offline) และสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งแบบดำเนินการเอง โดยผู้ดูแลระบบ (Manual) และแบบตั้งค่าให้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ (Automatic) ซึ่งข้อมูลที่ถูกเก็บสำรอง ไว้จะต้องสามารถใช้งานทดแทนข้อมูลหลักที่เกิดความสูญหายหรือเสียหายได้ในระยะเวลาที่ กฟภ. กำหนด 9.1.25 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งสายสัญญาณเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและสายไฟฟ้า ขนาดความยาวสายเพียงพอ เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลสำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ สามารถ ทำงานบนระบบเครือข่ายของ กฟภ. ได้ 9.1.26 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและตั้งค่า Configuration อุปกรณ์เครือข่าย (Switch) อุปกรณ์รักษา ความปลอดภัย (Firewall) และอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมด เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 9.1.27 มีความพร้อมใช้งานของระบบ (Availability) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5 ของจำนวนชั่วโมง ใช้งานทั้งหมดใน 1 เดือน (คำนวณระยะเวลาทำงาน 1 เดือนเท่ากับ 30 x 24 ชั่วโมง) 9.1.28 ผู้ยื่นรับจ้างต้องจัดทำสติ๊กเกอร์อย่างดีโดยบนสติ๊กเกอร์ต้องแสดงข้อมูลชื่อของผู้ยื่นรับจ้าง Serial Number เลขที่สัญญา ชื่อโครงการ วันเริ่มและวันสิ้นสุดการรับประกันผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นและเบอร์โทร Call Center ของบริษัทผู้รับจ้าง และติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าวบนอุปกรณ์ที่ติดตั้งและส่งมอบทุกชิ้น 9.1.29 หากส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ที่มิได้ระบุไว้ในรายละเอียดนี้ แต่มีความจำเป็น ในการจัดทำหรือจัดหาเพื่อให้งานแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องจัดทำหรือจัดหามาให้เพียงพอต่อการใช้งาน และต้องส่ง มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิหรือลิขสิทธิ์ของ กฟภ. ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก กฟภ. ทั้งสิ้น 9.2 คุณลักษณะเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 9.2.1 มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์ สำรอง ไม่น้อยกว่า 500 physical-core และแต่ละแห่งต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -18- เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 9.2.2 มีหน่วยความจำหลัก (RAM) รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ไม่น้อยกว่า 500 GB และแต่ละแห่งต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของประสิทธิภาพ การใช้งานสูงสุด 9.2.3 มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage) ชนิด Solid State Drive รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก และศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ไม่น้อยกว่า 25 TB โดยสามารถทำการจัดเก็บข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และแต่ละแห่งต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด 9.2.4 มีการทำงานแบบ Redundancy โดยรองรับการใช้งานแบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีการ หยุดใช้งานของระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) 9.2.5 มีเครื่องมือบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย โดยต้องสามารถวิเคราะห์และ แจ้งเตือนปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบพร้อมบอกถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นและให้คำแนะนำในการ แก้ปัญหาพร้อมมี Knowledge based ในการแก้ปัญหา 9.2.6 สามารถสำรองข้อมูลแบบ Snapshot Backup และ Replicate ข้อมูลระหว่างหน่วย จัดเก็บข้อมูล ได้ทั้งแบบ Synchronous Mode และ Asynchronous Mode 9.2.7 สามารถทำ RAID หรือ Mirror หรือกระจายข้อมูลสำเนาข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลกรณีเกิดความเสียหายบางส่วนได้ 9.2.8 สามารถติดตั้งภายใน RACK มาตรฐานขนาดความกว้าง 19 นิ้ว ความลึก 1.1 เมตร โดยมี Power consumption ไม่เกินกว่า 3 kW ต่อตู้ 9.2.9 มี Power Supply แบบ Redundant หรือแบบ Hot-swappable จำนวนไม่น้อยกว่า 2 หน่วย 9.2.10 ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานอย่างน้อยดังนี้ (1) มาตรฐานการผลิต/บริการตาม ISO 9000 Series (2) มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 (3) มาตรฐานการแพร่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตาม FCC หรือ EN หรือ VCCI หรือ CE (4) มาตรฐานความปลอดภัยด้านไฟฟ้าตาม UL หรือ EN หรือ TUV หรือ CSA หรือ IEC ... (rest of page 2 content) ... (rest of page 3 content) ... (rest of page 4 content) ... (rest of page 5 content) DS_EserviceLine มิเตอร์แรงต่ำ กรณีต่อกับหม้อแปลงจัดเก็บเป็น Attribute ใน DS Transformer) ข้อมูลสายต่ออุปกรณ์คาปาซิเตอร์ กราวด์ ล่อฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และข้อมูล (**ตารางตามเอกสารแนบท้าย TOR**) 9.1.10 มีระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล 9.1.11 มีระบบเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 9.1.12 มีระบบเชื่อมโยงการแสดงผลบริการข้อมูลภูมิศาสตร์สารสนเทศ แผนที่ระบบไฟฟ้า แผนที่การเดินทาง ภาพถ่ายทางอากาศ สภาพอากาศ และภาพถ่าย/รูปภาพ ได้ทั้งแบบออนไลน์ (Online) และแบบออฟไลน์ (Offline) ตามลิขสิทธิ์ที่ กฟภ. จัดหามาใช้งาน เช่น แผนที่ระบบไฟฟ้าทางภูมิศาสตร์ สารสนเทศ ในรูปแบบของ Web Map Service (WMS) หรือบริการจาก Google Maps Platform เป็นต้น (GUI) 9.1.13 มีระบบรายงานผลการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ผ่าน Graphical User Interface 9.1.14 มีระบบให้บริการข้อมูลผ่าน Web Service โดยผู้ใช้สามารถกำหนดเลือกประเภทข้อมูล ความถี่ หรือสร้างรายงานได้ และระบบสามารถ Export/Replicate ออกมาไว้ให้ในส่วน DMZ เพื่อให้บริการ ข้อมูลกับระบบภายนอกได้ (Materialize) 9.1.15 มีระบบแสดงผลข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง โดยสามารถกำหนดเงื่อนไขการเลือกข้อมูลเพื่อ การประมวลผลและแสดงผลได้ และต้องแสดงผลแบบ Interactive data หรือ Real time เช่น ปริมาณ เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง สถานะการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง และกรณีภัยพิบัติซึ่งแสดงผลไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง เป็นต้น ในรูปแบบ Dashboard หรือ BI และแสดงผลข้อมูลบนแผนที่ (Outage Map) สำหรับให้ผู้บริหาร ติดตามสถานะเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง 9.1.16 มีระบบตรวจสอบปริมาณทราฟฟิก (Traffic) สำหรับตรวจสอบสถานะและปริมาณการเชื่อม โยงรับส่งข้อมูลระหว่างระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) กับระบบงานที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถดูผ่าน Web Browser แบบ Real-time และสามารถบันทึกเก็บเพื่อเรียกดูย้อนหลังได้ 9.1.17 มีระบบ Privileged Access Management (PAM) ที่รองรับกระบวนการขออนุมัติก่อนเข้า ใช้งาน การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) และการบันทึกกิจกรรมเป็นวิดีโอ โดยมีสิทธิการใช้งานได้ตลอดอายุของสัญญา จำนวนไม่น้อยกว่า 6 Licenses 9.1.18 มีระบบรักษาความปลอดภัยด้านซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และระบบเครือข่าย 9.1.19 มีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License) ทั้งหมดเพียงพอต่อการใช้งานแบบ Perpetual License หรือ Subscription License และมีลิขสิทธิ์ถูกต้องที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพการทำ งาน โดย Subscription License ต้องมีสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์ต่อได้ภายหลังจาก Subscription หมดอายุ ลง แม้ความสามารถในการดาวน์โหลดหรืออัปเกรด หรืออัปเดตผลิตภัณฑ์จะสิ้นสุดลงแล้ว เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.1.20 รองรับการทำ Data Loading แบบ Full refresh และ Incremental Load โดยต้องรองรับ การนำเข้าข้อมูล Unique ID หรือ GIS TAG ที่เคยถูกใช้ในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ไปแล้วได้ (Reused TAG) 9.1.21 รองรับการทำงานแบบ High Availability แบบ Active-Standby 24 ชั่วโมง 7 วัน 9.1.22 รองรับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง ด้วยเทคโนโลยี Secured Socket Layer (SSL) สามารถเชื่อมต่อกับ Active Directory และทำการ Authentication ผ่าน Active Directory ได้ 9.1.23 สามารถอัปเกรดซอฟต์แวร์ และ Firmware เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและฟังก์ชันการใช้งาน ผ่าน Graphical User Interface (GUI) ได้ตลอดระยะเวลาการรับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 9.1.24 สามารถสำรองข้อมูลในระบบจัดการฐานข้อมูลที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายได้ทั้ง แบบออนไลน์ (Online) และแบบออฟไลน์ (Offline) และสามารถสำรองข้อมูลได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ ดูแลระบบ (Manual) และแบบตั้งค่าให้ระบบทำงานแบบอัตโนมัติ (Automatic) ซึ่งข้อมูลที่ถูกเก็บสำรองไว้จะ ต้องสามารถใช้งานทดแทนข้อมูลหลักที่เกิดความสูญหายหรือเสียหายได้ในระยะเวลาที่ กฟภ. กำหนด 9.1.25 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการติดตั้งสายสัญญาณเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและสายไฟฟ้า เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลสำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ สามารถทำ ขนาดความยาวสายเพียงพอ งานบนระบบเครือข่ายของ กฟภ. ได้ 9.1.26 ผู้รับจ้างต้องติดตั้งและตั้งค่า Configuration อุปกรณ์เครือข่าย (Switch) อุปกรณ์รักษาความ ปลอดภัย (Firewall) และอุปกรณ์ต่อพ่วงทั้งหมด เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถใช้งานได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 9.1.27 มีความพร้อมใช้งานของระบบ (Availability) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5 ของจำนวนชั่วโมงใช้ งานทั้งหมดใน 1 เดือน (คำนวณระยะเวลาทำงาน 1 เดือนเท่ากับ 30 x 24 ชั่วโมง) 9.1.28 ผู้ยื่นรับจ้างต้องจัดทำสติ๊กเกอร์อย่างดีโดยบนสติ๊กเกอร์ต้องแสดงข้อมูลชื่อของผู้ยื่นรับจ้าง Serial Number เลขที่สัญญา ชื่อโครงการ วันเริ่มและวันสิ้นสุดการรับประกันผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นและเบอร์ โทร Call Center ของบริษัทผู้รับจ้าง และติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าวบนอุปกรณ์ที่ติดตั้งและส่งมอบทุกชิ้น 9.1.29 หากส่วนใดส่วนหนึ่งของระบบคอมพิวเตอร์ที่มิได้ระบุไว้ในรายละเอียดนี้ แต่มีความจำเป็นใน การจัดทำหรือจัดหาเพื่อให้งานแล้วเสร็จ ผู้รับจ้างต้องจัดทำหรือจัดหามาให้เพียงพอต่อการใช้งาน และต้องส่ง มอบให้เป็นกรรมสิทธิ์หรือสิทธิหรือลิขสิทธิ์ของ กฟภ. ทั้งหมด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก กฟภ. ทั้งสิ้น 9.2 คุณลักษณะเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย 9.2.1 มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ไม่ น้อยกว่า 500 physical-core และแต่ละแห่งต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของ ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด 9.2.2 มีหน่วยความจำหลัก (RAM) รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ไม่น้อย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ กว่า 500 GB และแต่ละแห่งต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด 9.2.3 มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล (Storage) ชนิด Solid State Drive รวมทั้งศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและ ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง ไม่น้อยกว่า 25 TB โดยสามารถทำการจัดเก็บข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และแต่ละแห่ง ต้องมีอัตราส่วนการใช้งานไม่เกินกว่าร้อยละ 50 ของประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด 9.2.4 มีการทำงานแบบ Redundancy โดยรองรับการใช้งานแบบ 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยไม่มีการหยุด ใช้งานของระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) 9.2.5 มีเครื่องมือบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่าย โดยต้องสามารถวิเคราะห์และแจ้งเตือน ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในระบบพร้อมบอกถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นและให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาพร้อม มี Knowledge based ในการแก้ปัญหา 9.2.6 สามารถสำรองข้อมูลแบบ Snapshot Backup และ Replicate ข้อมูลระหว่างหน่วยจัดเก็บ ข้อมูล ได้ทั้งแบบ Synchronous Mode และ Asynchronous Mode 9.2.7 สามารถทำ RAID หรือ Mirror หรือกระจายข้อมูลสำเนาข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายเพื่อ ป้องกันการสูญหายของข้อมูลกรณีเกิดความเสียหายบางส่วนได้ 9.2.8 สามารถติดตั้งภายใน RACK มาตรฐานขนาดความกว้าง 19 นิ้ว ความลึก 1.1 เมตร โดยมี Power consumption ไม่เกินกว่า 3 kW ต่อตู้ หนวย 9.2.9 มี Power Supply แบบ Redundant หรือแบบ Hot-swappable จำนวนไม่น้อยกว่า 2 9.2.10 ต้องได้รับการรับรองตามมาตรฐานอย่างน้อยดังนี้ (1) มาตรฐานการผลิต/บริการตาม ISO 9000 Series (2) มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 (3) มาตรฐานการแพร่กระจายคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าตาม FCC หรือ EN หรือ VCCI หรือ CE (4) มาตรฐานความปลอดภัยด้านไฟฟ้าตาม UL หรือ EN หรือ TUV หรือ CSA หรือ IEC 9.3 คุณลักษณะเฉพาะระบบสำรองและกู้คืนข้อมูล 9.3.1 มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด Hard Disk Drive หรือดีกว่า ขนาดความจุของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เพียงพอต่อการสำรองข้อมูลทั้งหมด โดยสามารถทำการจัดเก็บข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยติดตั้งที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง 9.3.2 มีระบบป้องกันข้อมูลสูญหายแบบ RAID 6 หรือ RAID แบบที่ป้องกันหน่วยจัดเก็บข้อมูลชำรุด เสียหายพร้อมกันไม่น้อยกว่า 2 หน่วย หรือดีกว่า และสามารถเปลี่ยนหน่วยจัดเก็บข้อมูลแบบ Hot- Pluggable หรือ Hot-Swappable ได้ 9.3.3 สามารถทำการสำรองและกู้คืนข้อมูลได้แบบออนไลน์ (Online) โดยระบบยังสามารถทำงานได้ อย่างต่อเนื่อง 9.3.4 สามารถทำการลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล (Deduplication) ในการจัดเก็บข้อมูลได้ 9.3.5 สามารถทำการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) ในการส่งข้อมูลและสำรองข้อมูลได้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.3.6 สามารถทำการ Replicate ข้อมูลจากอุปกรณ์สำรองข้อมูลไปยังอุปกรณ์สำรองข้อมูลอีกชุด 9.3.7 สามารถกำหนด Policy หรือ Schedule ในการสำรองข้อมูลไปยังอุปกรณ์ Tape Library ที่ เสนอได้ 9.3.8 สามารถส่งรายงาน (Report) หรือแจ้งเตือน (Alert) ผ่านอีเมล์ (E-mail) ให้กับผู้ดูแลระบบได้ สามารถติดตั้งภายใน RACK มาตรฐานขนาดความกว้าง 19 นิ้ว ความลึก 1.1 เมตร โดยมี 9.3.9 Power consumption ไม่เกินกว่า 3 kW ต่อตู้ หนวย 9.3.10 มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.3.11 มี Power Supply แบบ Redundant หรือแบบ Hot-swappable จำนวนไม่น้อยกว่า 2 9.4 คุณลักษณะเฉพาะระบบสำรองข้อมูลแบบ Tape Library 1 ระบบ 9.4.1 มีอุปกรณ์สำรองข้อมูลแบบ Tape Library หรือดีกว่า ขนาดความจุของพื้นที่จัดเก็บข้อมูล เพียงพอต่อการสำรองข้อมูลทั้งหมด โดยสามารถทำการจัดเก็บข้อมูลได้ไม่น้อยกว่า 10 ปี โดยติดตั้งที่ศูนย์ คอมพิวเตอร์หลัก 9.4.2 มีเครื่องมือในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของการสำรองข้อมูล 9.4.3 มีเครื่องมือในการตรวจสอบและวินิจฉัยความผิดปกติของอุปกรณ์ที่ต่อเชื่อม 9.4.4 มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.4.5 สามารถเปลี่ยน Tape ในการสำรองข้อมูลได้แบบอัตโนมัติ (Autoloader/Changer) สามารถติดตั้งภายใน RACK มาตรฐานขนาดความกว้าง 19 นิ้ว ความลึก 1.1 เมตร โดยมี Power consumption ไม่เกินกว่า 3 kW ต่อตู หนวย 9.4.6 9.4.7 มี Power Supply แบบ Redundant หรือแบบ Hot-swappable จำนวนไม่น้อยกว่า 2 9.5 คุณลักษณะเฉพาะระบบรักษาความปลอดภัย 9.5.1 มีอุปกรณ์ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Appliance ที่ออกแบบมาสำหรับทำงานเป็น Next- generation Firewall โดยเฉพาะ โดยติดตั้งที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก แบบ Redundant และศูนย์คอมพิวเตอร์ สำรอง แบบ Non-redundant 9.5.2 รองรับการเชื่อมต่อแบบ Concurrent Session เพียงพอต่อการใช้งาน 9.5.3 มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ขนาดความจุของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงพอต่อการใช้งาน 9.5.4 สามารถป้องกันการบุกรุกทางเครือข่าย (Intrusion Prevention System) ได้ 9.5.5 สามารถทำงานแบบ High Availability ในแบบ Active-Active และ Active-Passive ได้ 9.5.6 สามารถทำงานแบบ Route Mode และ Transparent Mode ได้ 9.5.7 สามารถทำ Logging ผ่าน Syslog ได้ โดยจัดเก็บบนระบบที่เสนอ และส่งออกไปยัง Centralize Log หรืออุปกรณ์ภายนอกได้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.5.8 สามารถทำ User Identity เพื่อบังคับใช้นโยบายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยโดยสามารถทำ งานร่วมกับ Active Directory ได้ 9.5.9 สามารถควบคุมการเข้าถึงด้วยระบบความปลอดภัยแบบ Role-based Access Control ได้ 9.5.10 มีระบบบริหารจัดการผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.5.11 สามารถติดตั้งภายใน RACK มาตรฐานขนาดความกว้าง 19 นิ้ว ความลึก 1.1 เมตร โดยมี Power consumption ไม่เกินกว่า 3 kW ต่อตู้ หนวย 9.5.12 มี Power Supply แบบ Redundant หรือแบบ Hot-swappable จำนวนไม่น้อยกว่า 2 9.6 คุณลักษณะเฉพาะคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง (Workstation) 9.6.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล สำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) จัดเตรียมฐานข้อมูลและใช้งาน จำนวน 6 ชุด และผู้ใช้งาน (User) จำนวน 223 ชุด รวม 229 ชุด (1) มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 8 แกนหลัก (8 core) และ 16 แกนเสมือน (16 (Turbo Thread) และมีเทคโนโลยีเพิ่มสัญญาณนาฬิกาได้ในกรณีที่ต้องใช้ความสามารถในการประมวลผลสูง Boost หรือ Max Boost) โดยมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุด ไม่น้อยกว่า 5 GHz จำนวน 1 หน่วย (2) หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) มีหน่วยความจำ แบบ Cache Memory รวมในระดับ (Level) เดียวกันขนาดไม่น้อยกว่า 8 MB GB หรือ (3) มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพ โดยมีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือดีกว่า ดังนี้ (3.1) เป็นแผงวงจรเพื่อแสดงภาพแยกจากแผงวงจรหลักที่มีหน่วยความจำขนาดไม่น้อยกว่า 4 (3.2) มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพติดตั้งอยู่ภายในหน่วยประมวลผลกลาง แบบ Graphics Processing Unit ที่สามารถใช้หน่วยความจำหลักในการแสดงภาพขนาดไม่น้อยกว่า 4 GB หรือ (3.3) มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพที่มีความสามารถในการใช้หน่วยความจำหลักในการ แสดงภาพขนาดไม่น้อยกว่า 4 GB (3.4) มีช่องเชื่อมต่อเพื่อแสดงภาพ โดยมีคุณลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งหรือดีกว่า ดังนี้ ช่องเชื่อมต่อเพื่อแสดงภาพ แบบ HDMI Port ไม่น้อยกว่า 3 ช่อง หรือ ช่องเชื่อมต่อเพื่อแสดงภาพ แบบ Display Port ไม่น้อยกว่า 3 ช่อง หรือ ช่องเชื่อมต่อเพื่อแสดงภาพ แบบ Mini Display Port ไม่น้อยกว่า 3 ช่อง (4) มีหน่วยความจำหลัก (RAM) ชนิด DDR4 หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า 16 GB (5) มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด SATA หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 1 TB หรือชนิด Solid State Drive ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 500 GB (6) มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย (Network Interface) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ช่อง (7) มีช่องเชื่อมต่อ (Interface) แบบ USB 2.0 หรือดีกว่า ไม่น้อยกว่า 3 ช่อง (8) มี BIOS ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เสนอ (9) มีชุดโปรแกรมระบบปฏิบัติการ Microsoft Window 64 Bit หรือเวอร์ชันล่าสุด ที่มีลิขสิทธิ์ถูก ตองตามกฎหมาย (10) สามารถเชื่อมต่อด้วย Domain name ที่ กฟภ. กำหนด (11) มีแป้นพิมพ์และเมาส์ ซึ่งมีเครื่องหมายการค้าเดียวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสนอ (12) มีลำโพงภายนอกแบบ Soundbar กำลังขับไม่น้อยกว่า 30 Watt และรองรับการเชื่อมต่อ แบบสายสัญญาณ 9.6.2 จอแสดงภาพขนาดไม่น้อยกว่า 27 นิ้ว จำนวน 3 จอต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล 1 ชุด (1) มีขนาดจอแสดงภาพไม่น้อยกว่า 27 นิ้ว (2) รองรับความละเอียดการแสดงผลไม่น้อยกว่า 1,920x1,080 Pixels (3) มี Refresh Rate ไม่น้อยกว่า 60 Hz (4) มี Contrast Ratio ไม่น้อยกว่า 1,000 : 1 (5) มีช่องเชื่อมต่อเพื่อแสดงภาพ แบบ HDMI Port หรือ Display Port หรือ Mini Display Port ไม่น้อยกว่า 1 ช่อง 9.6.3 เครื่องสำรองไฟฟ้า ขนาด 3 KVA จำนวน 1 เครื่องต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล 1 ชุด (1) มีกำลังไฟฟ้าขาออก (Output) ไม่น้อยกว่า 3 kVA (2,100 Watt) (2) มีช่วงแรงดันไฟฟ้า Input (VAC) ไม่น้อยกว่า 220+/-25% (3) มีช่วงแรงดันไฟฟ้า Output (VAC) ไม่มากกว่า 220+/-5% (4) สามารถสำรองไฟฟ้าที่ Full Load ได้ไม่น้อยกว่า 5 นาที 9.7 ข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.7.1 ผู้รับจ้างต้องออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) โดยต้องสามารถ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ตามเงื่อนไขดังนี้ (1) ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นมีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model) มีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format) และเคยใช้งานเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน ข้อมูลกับระบบของ กฟภ. มาก่อน ผู้รับจ้างสามารถเลือกใช้เทคนิคการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นได้ ทั้งนี้จะต้องมีเอกสารหลักฐานนำมาแสดงและได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ หรือ (2) ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นมีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model) และมีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format) ถูกใช้งานอย่างกว้างขวาง (industry- wide used) และมีความน่าเชื่อถือสูง (industry-wide used adapter/module) ผู้รับจ้างสามารถเลือกใช้ เทคนิคการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นได้ ทั้งนี้จะต้องมีเอกสารหลักฐานนำมาแสดงและได้รับความเห็น ชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ หรือ (3) ระบบที่จะเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลนั้นไม่มีแบบจำลองข้อมูลที่เป็นมาตรฐาน (Standard Data Model) และไม่มีรูปแบบข้อมูลมาตรฐาน (Standard data format) หรือกรณีนอกเหนือ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ จาก (1) และ (2) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการจัดทำข้อกำหนดการเชื่อมโยงตามมาตรฐาน IEC CIM (IEC61970 และ IEC61968) โดยให้ดำเนินการดังนี้ 1. กำหนดโปรไฟล์ (CIM Profile) สำหรับใช้ในแต่ละการเชื่อมโยงข้อมูลกับซอฟต์แวร์อื่นที่ เกี่ยวข้อง 2. การกำหนดโปรไฟล์ดังกล่าวสามารถเลือกโปรไฟล์มาตรฐาน IEC ที่ประกาศใช้แล้ว เช่น IEC- 61970-542 เป็นต้น 3. หากไม่มีโปรไฟล์มาตรฐานที่นำมาใช้ได้ ให้จัดทำโปรไฟล์ขึ้นใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับความ ต้องการการเชื่อมโยงนั้น 4. สำหรับวิธีการจัดทำโปรไฟล์ สามารถศึกษาข้อมูลจาก Common Information Model Primer Eighth Edition (สามารถค้นหาเอกสารได้จาก www.epri.com) การดำเนินการ 5. ต้องเสนอ โปรไฟลที่จัดทำขึ้นสำหรับการเชื่อมโยงข้างต้น ให้ กฟภ.เพื่อพิจารณาเห็นชอบก่อน 6. ข้อมูลในการรับส่ง ต้องสอดคล้องตามโปรไฟล์ที่กำหนด และใช้ฟอร์แมทตามมาตรฐาน CIM เช่น IEC-61970-552 IEC-61968-100 เป็นต้น 9.7.2 ผู้รับจ้างต้องออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) โดยต้องสามารถ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบงานอย่างน้อยดังนี้ (**ภาพตามเอกสารแนบท้าย TOR**) (**ตารางตามเอกสารแนบทาย TOR**) (1) ระบบสารสนเทศระบบไฟฟ้าทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1.1) Grid Model (1.2) Base map (2) ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (SCADA/TDMS) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (2.1) Analog Value (2.2) Discrete Value (2.3) Switching Plan (2.4) Switching Action (2.5) Switching Order (2.6) Switching Plan Request (2.7) Fault (2.8) Line Fault (2.9) Equipment Fault (2.10) Failure Event (2.11) End Device Event (2.12) Outage Plan (3) ระบบบริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า 1129 PEA Contact Center ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (3.1) Outage (3.2) Planned Outage (3.3) Unplanned Outage (3.4) Customer (3.5) Customer Account (3.6) Customer Notification (3.7) Account Notification (3.8) Usage Point (3.9) Meter (3.10) Outage Plan (3.11) Trouble Order (3.12) Trouble Ticket (4) ระบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า (Mobile Application for Customer) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (4.1) Planned Outage (4.2) Unplanned Outage (4.3) Usage Point (4.4) Trouble Ticket (5) ระบบสมาร์ตมิเตอร์ (Advance Meter Infrastructure, AMI) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (5.1) Reading (5.2) End Device Event (5.3) Usage Point (5.4) Outage Plan (5.5) Outage Area (5.6) Meter (5.7) Power Outage Notification (6) ระบบโปรแกรมประยุกต์สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง (Mobile Workforce Management, MWM) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (6.1) Planned Outage (6.2) Unplanned Outage (6.3) Crew (6.4) Usage Point (6.5) Trouble Ticket (7) ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ระบบไฟฟ้า (Enterprise Asset Management, EAM) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (7.1) Asset (7.2) End Device Event (7.3) Asset Health Event (7.4) Outage (7.5) Planned Outage (7.6) Unplanned Outage (7.7) Work Task (8) ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning, ERP) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (8.1) Person (8.2) Operation Person Role (8.3) Crew (8.4) Crew Member (8.5) Work Task (8.6) Work Activity Record (8.7) Work Asset (8.8) Vehicle (8.9) Tool (8.10) Work Time Schedule (9) ระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform, UTP) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (9.1) Customer Account (9.2) Meter (9.3) Usage Point (9.4) Outage (9.5) Asset (9.6) Equipment (9.7) Customer 9.7.3 มี Application Programming Interface (API) ซึ่งรองรับข้อมูลที่ทำการแลกเปลี่ยนในรูป แบบมาตรฐานเปิดหรือมาตรฐานสากล เช่น OpenAPI OData WSDL เป็นต้น เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (GUI) 9.8 9.7.4 สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทั้งแบบ Real-time และแบบ Batch 9.7.5 สามารถเชื่อมต่อด้วย Domain name ที่ กฟภ. กำหนด 9.7.6 มีระบบตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล (Data Validation) 9.7.7 มีระบบแสดงผลการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.7.8 มีระบบจัดเก็บและแสดงผลประวัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Graphical User Interface 9.7.9 มีระบบรักษาความปลอดภัยในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อกำหนดความต้องการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 9.8.1 ผู้รับจ้างปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และไซเบอร์ของ กฟภ. และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด 9.8.2 ผู้รับจ้างต้องออกแบบและควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน OWASP Top 10 เวอร์ชันล่าสุด หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง List) 9.8.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำจัดทะเบียนบัญชีทรัพย์สินด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Asset Inventory 9.8.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Assessment) ระบบคอมพิวเตอร์ โดยดำเนินการประเมินตามกรอบมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ISO27001 9.8.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทำและทดสอบแผนตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Incident Response Plan) อย่างน้อยดังนี้ (1) เหตุการณ์ระบบคอมพิวเตอร์ถูก Ransomware โจมตี (2) เหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไฟฟ้ารั่วไหลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (3) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้าง ตกลงร่วมกัน 9.8.6 ในช่วงระยะเวลารับประกัน หากมีการค้นพบช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ ผู้รับจ้างต้องประเมินความเสี่ยงและระดับ ความรุนแรงที่มีต่อระบบ แจ้งให้ กฟภ. ทราบ รวมทั้งต้องจัดหาพร้อมติดตั้ง Patch หรือดำเนินการบรรเทา ผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว (Mitigation) ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. 9.8.7 ในกรณีที่ต้องมีการบำรุงรักษา หรือแก้ไขปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์จากภายนอก กฟภ. ผู้ รับจ้างต้องจัดให้มีระบบ Privileged Access Management (PAM) ที่รองรับกระบวนการขออนุมัติก่อนเข้าใช้ งาน การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) และการบันทึกกิจกรรมเป็นวิดีโอ โดยเจ้าหน้าที่ของ กฟภ. ต้องสามารถเฝ้าดูการทำงานและยุติการเชื่อมต่อของผู้รับจ้างได้ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) System Product Integration data model data format GIS In the procurement process SFTP or TBD CIM XML SCADA/TDMS ADMS version 3.9, Schneider Electric REST or TBD PEASCADA JSON AMI In the procurement process (SMOC) TBD as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 MWM Tailor-made Software, GIS Co., Ltd. JMS or TBD as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 EAM In the procurement process TBD Mobile Application for customer Tailor-made Software, 2Fellows Network and Design Co., Ltd. JMS or TBD as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 ERP UTP In the procurement process In the procurement process TBD TBD 1129 PEA In the procurement TBD Contact Center process as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 as specified in Clause 9.7.1 หมายเหตุ TBD: To be determine (ในขั้นตอนการออกแบบ) (1) ระบบสารสนเทศระบบไฟฟ้าทางภูมิศาสตร์สารสนเทศ (GIS) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1.1) Grid Model (1.2) Base map (2) ระบบศูนย์สั่งการจ่ายไฟฟ้าอัตโนมัติ (SCADA/TDMS) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (2.1) Analog Value (2.2) Discrete Value (2.3) Switching Plan (2.4) Switching Action (2.5) Switching Order (2.6) Switching Plan Request (2.7) Fault (2.8) Line Fault (2.9) Equipment Fault (2.10) Failure Event (2.11) End Device Event (2.12) Outage Plan 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -23- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) (3) ระบบบริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้า 1129 PEA Contact Center ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (3.1) Outage (3.2) Planned Outage (3.3) Unplanned Outage (3.4) Customer (3.5) Customer Account (3.6) Customer Notification (3.7) Account Notification (3.8) Usage Point (3.9) Meter (3.10) Outage Plan (3.11) Trouble Order (3.12) Trouble Ticket (4) ระบบโมไบล์แอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้า (Mobile Application for Customer) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (4.1) Planned Outage (4.2) Unplanned Outage (4.3) Usage Point (4.4) Trouble Ticket (5) ระบบสมาร์ตมิเตอร์ (Advance Meter Infrastructure, AMI) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (5.1) Reading (5.2) End Device Event (5.3) Usage Point (5.4) Outage Plan (5.5) Outage Area (5.6) Meter (5.7) Power Outage Notification (6) ระบบโปรแกรมประยุกต์สำหรับแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง (Mobile Workforce Management, MWM) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (6.1) Planned Outage (6.2) Unplanned Outage (6.3) Crew (6.4) Usage Point (6.5) Trouble Ticket (7) ระบบบริหารจัดการสินทรัพย์ระบบไฟฟ้า (Enterprise Asset Management, EAM) (7.1) Asset (7.2) End Device Event (7.3) Asset Health Event (7.4) Outage (7.5) Planned Outage 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -24- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) (7.6) Unplanned Outage (7.7) Work Task (8) ระบบวางแผนทรัพยากรองค์กร (Enterprise Resource Planning, ERP) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (8.1) Person (8.2) Operation Person Role (8.3) Crew (8.4) Crew Member (8.5) Work Task (8.6) Work Activity Record (8.7) Work Asset (8.8) Vehicle (8.9) Tool (8.10) Work Time Schedule (9) ระบบสาธารณูปโภคด้านไฟฟ้า (Utility Platform, UTP) ประกอบด้วยข้อมูลเช่น (9.1) Customer Account (9.2) Meter (9.3) Usage Point (9.4) Outage (9.5) Asset (9.6) Equipment (9.7) Customer 9.7.3 มี Application Programming Interface (API) ซึ่งรองรับข้อมูลที่ทำการแลกเปลี่ยนใน รูปแบบมาตรฐานเปิดหรือมาตรฐานสากล เช่น OpenAPI OData WSDL เป็นต้น เพื่อให้สามารถเชื่อมโยง ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ 9.7.4 สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้ทั้งแบบ Real-time และแบบ Batch 9.7.5 สามารถเชื่อมต่อด้วย Domain name ที่ กฟภ. กำหนด 9.7.6 มีระบบตรวจสอบคุณภาพของข้อมูล (Data Validation) 9.7.7 มีระบบแสดงผลการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.7.8 มีระบบจัดเก็บและแสดงผลประวัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่าน Graphical User Interface (GUI) 9.7.9 มีระบบรักษาความปลอดภัยในการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.8 ข้อกำหนดความต้องการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ 9.8.1 ผู้รับจ้างปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และไซเบอร์ของ กฟภ. และกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด 9.8.2 ผู้รับจ้างต้องออกแบบและควบคุมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยอ้างอิงตาม มาตรฐาน OWASP Top 10 เวอร์ชันล่าสุด หรือมาตรฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 9.8.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำจัดทะเบียนบัญชีทรัพย์สินด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Asset Inventory List) 9.8.4 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Risk Assessment) ระบบคอมพิวเตอร์ โดยดำเนินการประเมินตามกรอบมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ISO27001 9.8.5 ผู้รับจ้างต้องจัดทำและทดสอบแผนตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Incident Response Plan) อย่างน้อยดังนี้ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -25- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) (1) เหตุการณ์ระบบคอมพิวเตอร์ถูก Ransomware โจมตี (2) เหตุการณ์ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ไฟฟ้ารั่วไหลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ (3) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้าง ตกลงร่วมกัน 9.8.6 ในช่วงระยะเวลารับประกัน หากมีการค้นพบช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน หรือองค์ประกอบอื่น ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ ผู้รับจ้างต้องประเมินความเสี่ยงและระดับ ความรุนแรงที่มีต่อระบบ แจ้งให้ กฟภ. ทราบ รวมทั้งต้องจัดหาพร้อมติดตั้ง Patch หรือดำเนินการบรรเทา ผลกระทบจากช่องโหว่ดังกล่าว (Mitigation) ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. 9.8.7 ในกรณีที่ต้องมีการบำรุงรักษา หรือแก้ไขปัญหาของระบบคอมพิวเตอร์จากภายนอก กฟภ. ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีระบบ Privileged Access Management (PAM) ที่รองรับกระบวนการขออนุมัติก่อนเข้า ใช้งาน การพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (Multi-Factor Authentication) และการบันทึกกิจกรรมเป็นวิดีโอ โดยเจ้าหน้าที่ของ กฟภ. ต้องสามารถเฝ้าดูการทำงานและยุติการเชื่อมต่อของผู้รับจ้างได้ 9.9 ฟังก์ชันซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Function) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ เข้าร่วมการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และปรับตั้งการทำงานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้มีฟังก์ชันหรือ ความสามารถในการทำงานอย่างน้อย ดังนี้ 9.9.1 มีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License) ดังนี้ (1) สิทธิการใช้งานผ่าน Workstation แบบ Perpetual License และสามารถใช้พร้อมกัน (Concurrent Users) ได้ไม่น้อยกว่า 350 Licenses โดยไม่จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน (Unlimited User) โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ จำนวน 20 Licenses (1.1) สิทธิการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) จัดเตรียมฐานข้อมูลและใช้งาน (1.2) สิทธิการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน (User) จำนวน 330 Licenses (2) สิทธิการใช้งานผ่าน OMS Mobile/Web Application แบบ Perpetual License และสามารถใช้พร้อมกัน (Concurrent Users) ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 Licenses โดยไม่จำกัดจำนวนบัญชี ผู้ใช้งาน (Unlimited User) ซึ่งต้องมีฟังก์ชันความสามารถในการใช้งาน อย่างน้อยดังนี้ (2.1) สร้าง (Create) และปรับปรุง (Update) ข้อมูลใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ (2.2) ปรับปรุง (Update) ข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ (2.3) ปรับปรุง (Update) ข้อมูลใบสั่งงานได้ (2.4) สร้าง (Create) และปรับปรุง (Update) ข้อมูลชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้าได้ 9.9.2 สามารถกำหนดสิทธิระดับการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานระบบ ตามที่ กฟภ. กำหนดได้ 9.9.3 สามารถกำหนดช่วงเวลาเพื่อบังคับให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านได้ 9.9.4 สามารถกำหนดช่วงเวลาให้ Log-off แบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อไม่มีการใช้งานระบบ เกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดได้ 9.9.5 สามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างน้อยดังนี้ 9.9.5.1 9.9.5.2 สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลในรูปแบบอย่างน้อยดังนี้ (1) ข้อมูลเชิงตาราง (Table) โดยสามารถเลือกและปรับขนาดคอลัมน์ได้ (2) ข้อมูลเชิงแผนภูมิต้นไม้ (Tree Diagram) (3) ข้อมูลเชิงแผนผัง (Schematic Diagram) (4) ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial) หรือแผนที่ (Map) สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลตามพื้นที่อย่างน้อยดังนี้ (1) พื้นที่การปกครอง ดังนี้ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -26- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) (1.1) จังหวัด (1.2) อำเภอ (1.3) ตำบล (2) พื้นที่การใช้ไฟฟ้า (Zone Use) ดังนี้ (2.1) อุตสาหกรรม (2.2) เทศบาลนคร (2.3) เทศบางเมือง (2.4) เทศบาลตำบล (2.5) ชนบท (3) พื้นที่การให้บริการ (Area Of Jurisdiction, AOJ) ดังนี้ (3.1) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต (3.2) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด หรืออำเภอ หรือสาขา (3.3) พื้นที่การจ่ายไฟฟ้า (3.4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.6 สามารถปรับสถานะอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่แสดงในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ 9.9.7 สามารถบริหารจัดการ Tagged หรือ Comment บนตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่แสดงใน รูปแบบข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial) หรือแผนที่ (Map) ได้ 9.9.8 สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องที่มีผลกระทบปริมาณมาก โดยระบบต้อง สามารถกำหนดเงื่อนไขในการระบุให้เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ 9.9.9 สามารถแจ้งเตือนแบบผ่านหน้าจอ และแบบสัญญาณเสียง (Audio Alert) เมื่อมีข้อมูล ใหม่เข้ามาในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) หรือเมื่อข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงสถานะงานแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น 9.9.9.1 9.9.9.2 9.9.9.3 9.9.9.4 9.9.9.5 ข้อมูลการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง สถานะงานของการบริหารการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง สถานะงานของการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ สถานะงานของการบริหารแผนการดับไฟฟ้า สถานะงานของการบริหารการสั่งงาน 9.9.10 สามารถแสดงผลในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือในลักษณะผสมกันทั้งสองภาษา 9.9.11 สามารถส่งสัญญาณไปยังจอแสดงภาพได้อย่างน้อย 3 จอพร้อมกัน โดยแต่ละหน้าจอยังคง แสดงผลความละเอียดได้ไม่น้อยกว่า 1,920x1,080 Pixels 9.9.12 สามารถสนับสนุนข้อมูล และบริหารจัดการ กรณีเกิดภัยพิบัติ แสดงพื้นที่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับ ผลกระทบ แยกแยะโดยใช้เฉดสีตามระยะเวลาที่ผู้ใช้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลชุดสนับสนุน ข้อมูลพัสดุสำรอง คงคลัง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการในห้องบัญชาการ War room ได้ 9.9.13 สามารถบริหารจัดการข้อมูลชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้าได้ (Crew Management) 9.9.14 ด้านการบริหารการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (Trouble Ticket Management) 9.9.14.1 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดย ผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนด การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.14.2 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องจากอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสถานที่ ใช้ไฟฟ้าที่แสดงในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -27- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 9.9.14.3 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบอ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (Premise) และแบบไม่อ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (Non-premise) 9.9.14.4 สามารถบันทึกและแสดงรายละเอียดใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบ ดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) หมายเลขใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) วันและเวลา ในการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (4) รายละเอียดสถานที่ใช้ไฟฟ้าที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (5) สถานะการใช้บริการของสถานที่ใช้ไฟฟ้าที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (6) ลักษณะปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและรายละเอียดเพิ่มเติม (7) ข้อมูลบุคคลผู้แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง และหมายเลขโทรศัพท์ 9.9.14.5 สามารถตรวจสอบและแสดงข้อมูลเชิงความสัมพันธ์ (Entity Relationship) ระหว่างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ หรือแผนการดับไฟฟ้า หรือผู้ใช้ไฟฟ้าถูกระงับ การให้บริการ ได้แบบอัตโนมัติ (Automatic) 9.9.14.6 ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ต้องไม่อนุญาตให้สร้างใบรับแจ้งปัญหา ไฟฟ้าขัดข้อง ในกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าถูกระงับการให้บริการ 9.9.14.7 สามารถกำหนดสถานะงานของใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบ ดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) เปิด (Open) (2) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ (Awaiting Confirmation) (3) ยืนยัน (Confirmed) (4) ยกเลิก (Cancelled) 9.9.14.8 สามารถแสดงรายละเอียดและค้นหาข้อมูลการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่จัดเก็บ ไว้ในระบบ ในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ โดยต้องสามารถค้นหาจากคำหรือวลี (Keyword) หรือข้อมูล เช่น (1) หมายเลขใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) วันและเวลา ในการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (4) ข้อมูลอ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (5) สถานะงานของใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (6) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 9.9.15 ด้านการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (Unplanned Outage Management) 9.9.15.1 สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการ เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.15.2 สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจากใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้แบบ กึ่งอัตโนมัติ (Semi-Automatic) เมื่อใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องนั้นมีสถานะยืนยันการเกิดไฟฟ้าดับ 9.9.15.3 สามารถอ้างอิงเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกับใบสั่งงานได้มากกว่า 1 รายการ 9.9.15.4 สามารถประมวลผลกำหนดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ โดยประเมินจากข้อมูล เช่น (1) ปริมาณพลังงานไฟฟ้า หรือกำลังไฟฟ้า 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -28- ลงนาม ประธานกรรมการ 9.9 ฟังก์ชันซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Function) ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญในงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องมีผู้เชี่ยวชาญจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ เข้า ร่วมการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และปรับตั้งการทำงานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้มีฟังก์ชันหรือ ความสามารถในการทำงานอย่างน้อย ดังนี้ 9.9.1 มีสิทธิการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Software License) ดังนี้ (1) สิทธิการใช้งานผ่าน Workstation แบบ Perpetual License และสามารถใช้พร้อมกัน (Concurrent Users) ได้ไม่น้อยกว่า 350 Licenses โดยไม่จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน (Unlimited User) โดย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้ Licenses (1.1) สิทธิการใช้งานสำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin) จัดเตรียมฐานข้อมูลและใช้งาน จำนวน 20 (1.2) สิทธิการใช้งานสำหรับผู้ใช้งาน (User) จำนวน 330 Licenses (2) สิทธิการใช้งานผ่าน OMS Mobile/Web Application แบบ Perpetual License และ สามารถใช้พร้อมกัน (Concurrent Users) ได้ไม่น้อยกว่า 1,000 Licenses โดยไม่จำกัดจำนวนบัญชีผู้ใช้งาน (Unlimited User) ซึ่งต้องมีฟังก์ชันความสามารถในการใช้งาน อย่างน้อยดังนี้ (2.1) สร้าง (Create) และปรับปรุง (Update) ข้อมูลใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ (2.2) ปรับปรุง (Update) ข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ (2.3) ปรับปรุง (Update) ข้อมูลใบสั่งงานได้ (2.4) สร้าง (Create) และปรับปรุง (Update) ข้อมูลชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้าได้ 9.9.2 สามารถกำหนดสิทธิระดับการเข้าถึงข้อมูลและการใช้งานระบบ ตามที่ กฟภ. กำหนดได้ 9.9.3 สามารถกำหนดช่วงเวลาเพื่อบังคับให้ผู้ใช้งานเปลี่ยนแปลงรหัสผ่านได้ 9.9.4 สามารถกำหนดช่วงเวลาให้ Log-off แบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อไม่มีการใช้งานระบบเกิน กว่าระยะเวลาที่กำหนดได้ 9.9.5 สามารถแสดงผลข้อมูลได้อย่างน้อยดังนี้ 9.9.5.1 สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลในรูปแบบอย่างน้อยดังนี้ (1) ข้อมูลเชิงตาราง (Table) โดยสามารถเลือกและปรับขนาดคอลัมน์ได้ (2) ข้อมูลเชิงแผนภูมิต้นไม้ (Tree Diagram) (3) ข้อมูลเชิงแผนผัง (Schematic Diagram) (4) ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial) หรือแผนที่ (Map) 9.9.5.2 สามารถแสดงรายละเอียดข้อมูลตามพื้นที่อย่างน้อยดังนี้ (1) พื้นที่การปกครอง ดังนี้ (1.1) จังหวัด (1.2) อำเภอ (1.3) ตำบล เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (2) พื้นที่การใช้ไฟฟ้า (Zone Use) ดังนี้ (2.1) อุตสาหกรรม (2.2) เทศบาลนคร (2.3) เทศบางเมือง (2.4) เทศบาลตำบล (2.5) ชนบท (3) พื้นที่การให้บริการ (Area Of Jurisdiction, AOJ) ดังนี้ (3.1) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต (3.2) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด หรืออำเภอ หรือสาขา (3.3) พื้นที่การจ่ายไฟฟ้า (3.4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.6 สามารถปรับสถานะอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่แสดงในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ 9.9.7 สามารถบริหารจัดการ Tagged หรือ Comment บนตำแหน่งอุปกรณ์ไฟฟ้า ที่แสดงในรูปแบบ ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial) หรือแผนที่ (Map) ได้ 9.9.8 สามารถบริหารจัดการเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องที่มีผลกระทบปริมาณมาก โดยระบบต้องสามารถ กำหนดเงื่อนไขในการระบุให้เป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินได้ 9.9.9 สามารถแจ้งเตือนแบบผ่านหน้าจอ และแบบสัญญาณเสียง (Audio Alert) เมื่อมีข้อมูลใหม่เข้า มาในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) หรือเมื่อข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงสถานะงานแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล เชน 9.9.9.1 ข้อมูลการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง 9.9.9.2 สถานะงานของการบริหารการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง 9.9.9.3 สถานะงานของการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ 9.9.9.4 สถานะงานของการบริหารแผนการดับไฟฟ้า 9.9.9.5 สถานะงานของการบริหารการสั่งงาน 9.9.10 สามารถแสดงผลในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือในลักษณะผสมกันทั้งสองภาษา 9.9.11 สามารถส่งสัญญาณไปยังจอแสดงภาพได้อย่างน้อย 3 จอพร้อมกัน โดยแต่ละหน้าจอยังคง แสดงผลความละเอียดได้ไม่น้อยกว่า 1,920x1,080 Pixels 9.9.12 สามารถสนับสนุนข้อมูล และบริหารจัดการ กรณีเกิดภัยพิบัติ แสดงพื้นที่ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลก ระทบ แยกแยะโดยใช้เฉดสีตามระยะเวลาที่ผู้ใช้ได้รับผลกระทบ ข้อมูลชุดสนับสนุน ข้อมูลพัสดุสำรอง คงคลัง เพื่อใช้ในการบริหารจัดการในห้องบัญชาการ War room ได้ 9.9.13 สามารถบริหารจัดการข้อมูลชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้าได้ (Crew Management) 9.9.14 ด้านการบริหารการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (Trouble Ticket Management) เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.9.14.1 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อม โยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.14.2 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องจากอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสถานที่ ใช้ไฟฟ้าที่แสดงในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ 9.9.14.3 สามารถสร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบอ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (Premise) และแบบไม่อ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (Non-premise) 9.9.14.4 สามารถบันทึกและแสดงรายละเอียดใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบดำเนินการ เองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) หมายเลขใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) วันและเวลา ในการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (4) รายละเอียดสถานที่ใช้ไฟฟ้าที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (5) สถานะการใช้บริการของสถานที่ใช้ไฟฟ้าที่เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (6) ลักษณะปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและรายละเอียดเพิ่มเติม (7) ข้อมูลบุคคลผู้แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง และหมายเลขโทรศัพท์ 9.9.14.5 สามารถตรวจสอบและแสดงข้อมูลเชิงความสัมพันธ์ (Entity Relationship) ระหว่าง ใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องกับเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ หรือแผนการดับไฟฟ้า หรือผู้ใช้ไฟฟ้าถูกระงับการให้ บริการ ได้แบบอัตโนมัติ (Automatic) 9.9.14.6 ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ต้องไม่อนุญาตให้สร้างใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง ในกรณีผู้ใช้ไฟฟ้าถูกระงับการให้บริการ 9.9.14.7 สามารถกำหนดสถานะงานของใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ทั้งแบบดำเนินการเอง โดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) เปิด (Open) (2) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ (Awaiting Confirmation) (3) ยืนยัน (Confirmed) (4) ยกเลิก (Cancelled) 9.9.14.8 สามารถแสดงรายละเอียดและค้นหาข้อมูลการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่จัดเก็บไว้ใน ระบบ ในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ โดยต้องสามารถค้นหาจากคำหรือวลี (Keyword) หรือข้อมูล เช่น (1) หมายเลขใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) วันและเวลา ในการรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (4) ข้อมูลอ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (5) สถานะงานของใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (6) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 9.9.15 ด้านการบริหารเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (Unplanned Outage Management) 9.9.15.1 สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และ แบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและ แลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.15.2 สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับจากใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้แบบกึ่งอัตโนมัติ เมื่อใบรับแจ้งปัญหาไฟฟ้าขัดข้องนั้นมีสถานะยืนยันการเกิดไฟฟ้าดับ (Semi-Automatic) 9.9.15.3 สามารถอ้างอิงเหตุการณ์ไฟฟ้าดับกับใบสั่งงานได้มากกว่า 1 รายการ 9.9.15.4 สามารถประมวลผลกำหนดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ โดยประเมินจาก (1) ปริมาณพลังงานไฟฟ้า หรือกำลังไฟฟ้า (2) พื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 ที่ได้รับผลกระทบ (3) จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ (4) ผู้ใช้ไฟฟ้ารายสำคัญ (VIP) (5) ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์ (6) ประมาณการอัตรามูลค่าความเสียหายเนื่องจากไฟฟ้าดับ (Outage Cost) (7) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.15.5 สามารถกำหนดเงื่อนไขในการประมวลผลกำหนดลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ไฟฟ้า ดับในแต่ละพื้นที่ แบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) ได้ 9.9.15.6 สามารถบันทึกและแสดงรายละเอียดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) หมายเลขเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (2) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (3) วันและเวลา สิ้นสุดของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (4) วันและเวลา ประมาณการเวลาจ่ายไฟฟ้ากลับคืน (5) วันและเวลา จ่ายไฟฟ้ากลับคืน (6) รายละเอียดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำงานตัดวงจร (Trip) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ขัดข้อง (7) ปริมาณพลังงานไฟฟ้า (8) สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (9) พิกัดตำแหน่ง (Lat Long) สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (10) จำนวนและรายละเอียดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ (11) จำนวนและรายละเอียดผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบ (12) พื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 ที่ได้รับผลกระทบ (13) ลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.9.15.7 สามารถบันทึกและแก้ไขประมาณการเวลาจ่ายไฟฟ้ากลับคืน (Estimated Restoration Time) ได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) 9.9.15.8 สามารถรวมกลุ่มเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นมีพลังงานไฟฟ้าไหลผ่านจาก แหล่งจ่ายไฟฟ้าต้นทาง (Source) แห่งเดียวกันได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบ อัตโนมัติ (Automatic) เมื่อสถานะเหตุการณ์ไฟฟ้าดับนั้นยังแก้ไขไม่แล้วเสร็จ 9.9.15.9 สามารถแยกเหตุการณ์ไฟฟ้าดับแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) เมื่อสถานะ เหตุการณ์ไฟฟ้าดับนั้นยังแก้ไขไม่แล้วเสร็จได้ 9.9.15.10 สามารถจัดเก็บข้อมูลระดับความสำเร็จของงานแก้ไขไฟฟ้าขัดข้อง เช่น แก้ไขแบบ ถาวร แก้ไขแบบชั่วคราว เป็นต้น 9.9.15.11 ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ต้องไม่อนุญาตให้สร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ในกรณี อย่างน้อยดังนี้ (1) มีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่มีข้อมูลอ้างอิงอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวเดียวกันอยู่ในระบบบริหารไฟฟ้า ขัดข้อง (OMS) อยู่แล้วและสถานะเหตุการณ์ไฟฟ้าดับนั้นยังแก้ไขไม่แล้วเสร็จ (2) อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นอยู่ในสถานะไม่มีพลังงานไฟฟ้าไหลผ่าน 9.9.15.12 สามารถกำหนดสถานะงานของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้ งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) เปิด (Open) (2) อยู่ระหว่างการตรวจสอบ (Awaiting Confirmation) (3) ยืนยัน (Confirmed) (4) ยกเลิก (Cancelled) (5) อยู่ระหว่างการแก้ไข (In progress) (6) หยุดชั่วคราว (Deferred) (7) แก้ไขแล้วเสร็จและจ่ายไฟได้บางส่วน (Partially Restored) (8) แก้ไขแล้วเสร็จและจ่ายไฟได้ทั้งหมด (Fully Restored) (9) ปิด (Closed) 9.9.15.13 สามารถปิดงานได้มากกว่า 1 งานในครั้งเดียว 9.9.15.14 สามารถแสดงรายละเอียดและค้นหาข้อมูลเหตุการณ์ไฟฟ้าดับที่จัดเก็บไว้ในระบบ ใน รูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ โดยต้องสามารถค้นหาจากคำหรือวลี (Keyword) หรือข้อมูล เช่น (1) หมายเลขเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (2) วันและเวลา เริ่มต้นของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (3) วันและเวลา สิ้นสุดของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 9.9.18.2 สามารถกำหนดระดับการควบคุมการเข้าถึงรายงาน โดยแบ่งระดับการควบคุม ออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ (1) Management Information (2) Major Customer Reports (3) Asset Management Reports (4) General Outage Reports 9.9.18.3 สามารถสร้างรายงานในรูปแบบมาตรฐานของ กฟภ. ตามที่ กฟภ. กำหนด เช่น รายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง ตามภาคผนวก 4 ตัวอย่างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (Report52) 9.9.18.4 สามารถสร้างรายงานภาพรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 โดยประกอบด้วย ข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ (1) ผู้ใช้ไฟฟ้า (2) อุปกรณ์ไฟฟ้า (3) ชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (Crew) (4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.18.5 สามารถสร้างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องด้วยเงื่อนไข เช่น (1) สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (2) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 (3) ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้า (เช่น รหัสอุปกรณ์ วงจร เป็นต้น) (4) ระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับ (5) ข้อมูลประวัติเหตุการณ์ไฟดับของผู้ใช้ไฟฟ้า 9.9.18.6 สามารถสร้างรายงานดัชนีด้านระบบไฟฟ้าได้อย่างน้อยดังนี้ (1) The System Average Interruption Frequency Index (SAIFI) (2) The System Average Interruption Duration Index (SAIDI) (3) The Momentary Average Interruption Frequency Index (MAIFI) (4) The Customer Average Interruption Duration Index (CAIDI) (5) The Customers Experiencing Multiple Interruption (CEMI) (6) The Customers Experiencing Long Interruption Duration (CELID) (7) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละราย (8) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวที่ เป็นสาเหตุของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (9) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวที่ เป็นอุปกรณ์ป้องกันจากความเสียหายที่เกิดจากความผิดพร่องในระบบไฟฟ้า (Fault) 9.9.18.7 สามารถสร้างรายงานค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง และแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างน้อยดังนี้ (1) ด้านบุคลากร (2) ด้านทรัพยากร (3) มูลค่าความเสียหายเนื่องจากไฟฟ้าดับ (Outage Cost) 9.9.18.8 สามารถกำหนดระยะเวลาเพื่อประมวลผลสร้างรายงานในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ (Periodic Reports) ได้อย่างน้อยดังนี้ (1) รายวัน (2) รายสัปดาห์ (3) รายเดือน (4) รายไตรมาส (5) รายปี (6) ตามที่ผู้ใช้งานกำหนด 9.9.18.9 สามารถเรียกดูข้อมูลแบบ Ad hoc ตามเงื่อนไขได้ เช่น (1) De-energized Feeder Section (2) อุปกรณ์เครือข่ายไฟฟ้าในสถานะไม่ปกติ (3) Interconnection Point ระหว่างฟีดเดอร์ (4) Connectivity ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ 9.9.18.10 สามารถสร้างรายงานข้อมูลประวัติการให้สิทธิ การเพิกถอนสิทธิ การใช้งาน ระบบ ของผู้ใช้งานรายนั้น ๆ (History Role-based access control) เปลี่ยนแปลงข้อมูลในระดับฐานข้อมูล (Database) เพื่อการตรวจสอบ (Audit Trail) ได้ 9.9.18.11 สามารถสร้างรายงานข้อมูลประวัติการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด รวมทั้งการ 9.9.18.12 รายงานทุกฉบับต้องมีหมายเลขหน้า วันและเวลาที่ออกรายงาน พร้อมทั้งชื่อผู้ ออกรายงานกำกับ 9.9.18.13 สามารถส่งออก (Export) รายงานในรูปแบบของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้ อย่างน้อยดังนี้ (1).xlsx (2).csv (3).pdf (4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -33- ลงนาม ประธานกรรมการ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -34- ลงนาม ประธานกรรมการ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -35- ลงนาม ประธานกรรมการ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -36- ลงนาม ประธานกรรมการ (4) วันและเวลา ประมาณการเวลาจ่ายไฟฟ้ากลับคืน (5) วันและเวลา จ่ายไฟฟ้ากลับคืน (6) วันและเวลา ประมาณการเวลาจ่ายไฟฟ้ากลับคืน (7) ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้า (8) ข้อมูลอ้างอิงสถานที่ใช้ไฟฟ้า (9) สถานะงานของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (10) ลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (11) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 9.9.16 ด้านการบริหารแผนการดับไฟฟ้า (Planned Outage Management) 9.9.16.1 สามารถสร้างแผนการดับไฟฟ้าได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และ แบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและ แลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.16.2 สามารถสร้างลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Switching Order) ตามแผนการดับไฟฟ้า ได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูล 9.9.16.3 สามารถแก้ไขลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Switching Order) ตามแผนการดับไฟฟ้า แบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) ได้ 9.9.16.4 สามารถบันทึกและแสดงรายละเอียดของแผนการดับไฟฟ้าทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) หมายเลขแผนการดับไฟฟ้า (2) วันและเวลา ในการสร้างแผนการดับไฟฟ้า (3) วันและเวลา เริ่มต้นและสิ้นสุดแผนการดับไฟฟ้า (4) รายละเอียดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องทำงานปลด-สับตามแผนการดับไฟฟ้า (5) ลักษณะของงานแผนการดับไฟฟ้า (6) จำนวนและรายละเอียดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากแผนการดับไฟฟ้า (7) จำนวนและรายละเอียดผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจากแผนการดับไฟฟ้า (8) พื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 ที่ได้รับผลกระทบจากแผนการดับไฟฟ้า 9.9.16.5 ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ต้องไม่อนุญาตให้สร้างแผนการดับไฟฟ้า ในกรณีมี แผนการดับไฟฟ้าที่มีข้อมูลอ้างอิงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องทำงานปลด-สับตามลำดับขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Switching Order) ตัวเดียวกันอยู่ในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) อยู่แล้ว และกำหนดวันและเวลาเริ่ม ต้นและสิ้นสุดแผนการดับไฟฟ้าอยู่ในช่วงวันและเวลาเดียวกัน พร้อมแสดงผลแจ้งเตือนหมายเลขแผนการดับ ไฟฟ้าแบบผ่านหน้าจอ 9.9.16.6 สามารถแสดงรายละเอียดของแผนการดับไฟฟ้าในรูปแบบปฏิทินได้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 9.9.16.7 สามารถแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงกำหนดวันเวลาดับไฟตามแผนการดับไฟฟ้า อย่างน้อย 4 ครั้งดังนี้ (1) ก่อนถึงกำหนดเวลาเริ่มต้นแผนการดับไฟฟ้าอย่างน้อย 4 วันทำการเมื่อสถานะงานของ แผนการดับไฟฟ้านั้นอนุมัติแผนแล้วแต่ยังไม่ประกาศแผนการดับไฟฟ้า (2) ก่อนถึงกำหนดเวลาเริ่มต้นแผนการดับไฟฟ้าอย่างน้อย 1 วัน (3) ก่อนถึงกำหนดเวลาเริ่มต้นแผนการดับไฟฟ้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง (4) ก่อนถึงกำหนดเวลาสิ้นสุดแผนการดับไฟฟ้าอย่างน้อย 2 ชั่วโมง 9.9.16.8 สามารถกำหนดสถานะงานของแผนการดับไฟฟ้าได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) สร้างแผนแล้ว (Created) (2) ขออนุมัติแผนแล้ว (Requested) (3) อนุมัติแผนแล้ว (Approved) (4) ยืนยัน (Confirmed) (5) ยกเลิก (Cancelled) (6) ประกาศแผนแล้ว (Confirm Notified) (7) ประกาศยกเลิกแผนแล้ว (Cancel Notified) (8) ปิด (Closed) 9.9.16.9 สามารถแสดงรายละเอียดและค้นหาข้อมูลแผนการดับไฟฟ้าที่จัดเก็บไว้ในระบบ ในรูป แบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ โดยต้องสามารถค้นหาจากคำหรือวลี (Keyword) หรือข้อมูล เช่น (1) หมายเลขแผนการดับไฟฟ้า (2) วันและเวลา ในการสร้างแผนการดับไฟฟ้า (3) วันและเวลา เริ่มต้นและสิ้นสุดแผนการดับไฟฟ้า (4) ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้า (5) สถานะงานของแผนการดับไฟฟ้า (6) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 9.9.17 ด้านการบริหารการสั่งงาน (Work Order Management) 9.9.17.1 สามารถสร้างใบสั่งงานได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบ อัตโนมัติ (Automatic) เมื่อได้รับข้อมูลจากระบบที่ กฟภ. กำหนดตามข้อกำหนดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยน ข้อมูล โดยมีฟังก์ชันงาน เช่น (1) งานตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) งานแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) งานแจ้งบำรุงรักษาต่อเนื่อง 9.9.17.2 สามารถมอบหมายงานจากใบสั่งงานให้กับชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (Crew) ได้มาก กว่า 1 ชุด กว่า 1 งาน 9.9.17.3 สามารถมอบหมายงานจากใบสั่งงานให้กับชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (Crew) ได้มาก 9.9.17.4 สามารถบันทึกและแสดงรายละเอียดใบสั่งงานได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูลเช่น (1) หมายเลขใบสั่งงานตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (2) วันและเวลา เริ่มต้นของใบสั่งงานตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (3) วันและเวลา สิ้นสุดของใบสั่งงานตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (4) สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (5) พิกัดตำแหน่ง (Lat Long) สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง (6) อุปกรณ์ไฟฟ้าทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหาย (7) พัสดุที่เปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุดเสียหาย (8) พื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 ที่ได้รับผลกระทบ 9.9.17.5 สามารถบันทึกรายละเอียดข้อมูลใบสั่งงานได้มากกว่า 1 รายการ 9.9.17.6 สามารถปิดงานได้มากกว่า 1 งานในครั้งเดียว 9.9.17.7 สามารถประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินการตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและ การแก้ไขปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้ โดยประเมินจากข้อมูล เช่น (1) ระยะเวลา (2) ค่าเดินทาง (3) ค่าแรงงาน (4) ค่าอุปกรณ์ (5) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.17.8 สามารถกำหนดสถานะงานของใบสั่งงานได้ทั้งแบบดำเนินการเองโดยผู้ใช้งาน (Manual) และแบบอัตโนมัติ (Automatic) โดยประกอบด้วยข้อมูล เช่น (1) เปิด (Open) (2) มอบหมายงานแลว (Issued) (3) อยู่หน้างานแล้ว (On site) (4) รอปิด (Pending Closure) (5) ปิด (Closed) 9.9.17.9 สามารถแสดงรายละเอียดและค้นหาข้อมูลการบริหารสั่งงานที่จัดเก็บไว้ ในระบบได้ ในรูปแบบตามข้อ 9.9.5.1 ได้ โดยต้องสามารถค้นหาจากคำหรือวลี (Keyword) หรือข้อมูล เช่น (1) หมายเลขใบสั่งงาน (2) วันและเวลา ในการสร้างแผนการดับไฟฟ้า เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (3) วันและเวลา เริ่มต้นและสิ้นสุดแผนการดับไฟฟ้า (4) ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้า (5) สถานะงานของการใบสั่งงาน (6) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 9.9.18 ด้านระบบการรายงาน (Reporting System) 9.9.18.1 ระบบ OMS ที่เสนอ ต้องมีระบบรายงานที่เป็นระบบสำเร็จรูป แสดงรายละเอียดการ บริหารไฟฟ้าขัดข้องทั้งในอดีตและปัจจุบัน แสดงค่าตัวชี้วัดเกี่ยวกับการบริหารไฟฟ้าขัดข้องได้อย่าง near- real-time สามารถสร้างและปรับแต่งรายงานและ dashboard ได้ยืดหยุ่นตามความต้องอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องสามารถปรับแต่งรูปแบบการนำเสนอได้ เช่น ตาราง แผนภาพ กราฟ และมุมมองภูมิศาสตร์ เป็นต้น 9.9.18.2 สามารถกำหนดระดับการควบคุมการเข้าถึงรายงาน โดยแบ่งระดับการควบคุมออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้ (1) Management Information (2) Major Customer Reports (3) Asset Management Reports (4) General Outage Reports 9.9.18.3 สามารถสร้างรายงานในรูปแบบมาตรฐานของ กฟภ. ตามที่ กฟภ. กำหนด เช่น รายงาน เหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง ตามภาคผนวก 4 ตัวอย่างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (Report52) 9.9.18.4 สามารถสร้างรายงานภาพรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 โดยประกอบด้วยข้อมูล อย่างน้อยดังนี้ (1) ผู้ใช้ไฟฟ้า (2) อุปกรณ์ไฟฟ้า (3) ชุดปฏิบัติการระบบไฟฟ้า (Crew) (4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.9.18.5 สามารถสร้างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้องด้วยเงื่อนไข เช่น (1) สาเหตุที่ทำให้เกิดไฟฟ้าขัดข้อง (2) ข้อมูลเชิงพื้นที่ตามข้อ 9.9.5.2 (3) ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้า (เช่น รหัสอุปกรณ์ วงจร เป็นต้น) (4) ระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับ (5) ข้อมูลประวัติเหตุการณ์ไฟดับของผู้ใช้ไฟฟ้า 9.9.18.6 สามารถสร้างรายงานดัชนีด้านระบบไฟฟ้าได้อย่างน้อยดังนี้ (1) The System Average Interruption Frequency Index (SAIFI) (2) The System Average Interruption Duration Index (SAIDI) (3) The Momentary Average Interruption Frequency Index (MAIFI) เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (4) The Customer Average Interruption Duration Index (CAIDI) (5) The Customers Experiencing Multiple Interruption (CEMI) (6) The Customers Experiencing Long Interruption Duration (CELID) (7) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละราย (8) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวที่เป็นสาเหตุของ เหตุการณ์ไฟฟ้าดับ (9) จำนวนครั้งและระยะเวลาการเกิดไฟฟ้าดับของอุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละตัวที่เป็นอุปกรณ์ป้องกัน จากความเสียหายที่เกิดจากความผิดพร่องในระบบไฟฟ้า (Fault) 9.9.18.7 สามารถสร้างรายงานค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตรวจสอบปัญหาไฟฟ้าขัดข้องและแก้ไข ปัญหาไฟฟ้าขัดข้องได้อย่างน้อยดังนี้ (1) ด้านบุคลากร (2) ด้านทรัพยากร (3) มูลค่าความเสียหายเนื่องจากไฟฟ้าดับ (Outage Cost) 9.9.18.8 สามารถกำหนดระยะเวลาเพื่อประมวลผลสร้างรายงานในช่วงระยะเวลาต่าง ๆ (Periodic Reports) ได้อย่างน้อยดังนี้ (1) รายวัน (2) รายสัปดาห์ (3) รายเดือน (4) รายไตรมาส (5) รายปี (6) ตามที่ผู้ใช้งานกำหนด 9.9.18.9 สามารถเรียกดูข้อมูลแบบ Ad hoc ตามเงื่อนไขได้ เช่น (1) De-energized Feeder Section (2) อุปกรณ์เครือข่ายไฟฟ้าในสถานะไม่ปกติ (3) Interconnection Point ระหว่างฟีดเดอร์ (4) Connectivity ที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ 9.9.18.10 สามารถสร้างรายงานข้อมูลประวัติการให้สิทธิ การเพิกถอนสิทธิ การใช้งานระบบ ของ ผู้ใช้งานรายนั้น ๆ (History Role-based access control) 9.9.18.11 สามารถสร้างรายงานข้อมูลประวัติการเปลี่ยนแปลงทั้งหมด รวมทั้งการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลในระดับฐานข้อมูล (Database) เพื่อการตรวจสอบ (Audit Trail) ได้ 9.9.18.12 รายงานทุกฉบับต้องมีหมายเลขหน้า วันและเวลาที่ออกรายงาน พร้อมทั้งชื่อผู้ออก รายงานกำกับ 9.9.18.13 สามารถส่งออก (Export) รายงานในรูปแบบของไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างน้อยดังนี้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) (3) Offensive Security Certified Professional (OSCP) (4) CompTIA PenTest+ (5) GIAC Web Application Penetration Tester (GWAPT) (6) Certified in Risk and Information Systems Control (CRISC) – ISACA (7) Certified Information Security Manager (CISM) – ISACA (8) Certified Information Systems Security Professional (CISSP) - ISC2 (9) System Security Certified Practitioners (SSCP) – ISC (10) Certified Penetration Testing Engineer (CPTE) - Mile2 ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมดที่เกิดขึ้น 10.11 การทดสอบ Disaster Recovery Testing โดยจะต้องย้ายการปฏิบัติงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์ หลักไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองที่กำหนดได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง และต้องย้ายการปฏิบัติงานจาก ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองมายังศูนย์คอมพิวเตอร์หลักภายในเวลา 1 ชั่วโมง 10.12 การทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test) เป็นเวลา 1 เดือน โดยระบบ ต้องมีประสิทธิภาพการใชงานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5 ของจำนวนชั่วโมงใช้งานทั้งหมดใน 1 เดือน (คำนวณ ระยะเวลาทำงาน 1 เดือนเท่ากับ 30 x 24 ชั่วโมง) 10.13 หากการทดสอบใดที่มิได้ระบุไว้ในรายละเอียดนี้ แต่มีความจำเป็นในการทดสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ ระบบใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบเพิ่มเติม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม จาก กฟภ. ทั้งสิ้น 11. การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ (Training and Knowledge Transfer) 11.1 ภายในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) ก่อนนำระบบออกใช้งาน ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมสำหรับผู้ใช้งาน โดยต้องมีหลักสูตรอย่างน้อยดังนี้ 11.1.1 หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ดูแลระบบ (Admin Group) แบบ On the Job Training (OJT) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 10 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ ต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรม ณ สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ทั้งนี้ หากสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ของผู้รับจ้างอยู่ในต่างประเทศ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาเดินทางเข้าร่วม OJT ทั้งหมด รวมทั้งค่าประกันสุขภาพและ การเดินทางด้วย 11.1.2 หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้จัดทำฐานข้อมูลและสนับสนุนการใช้งาน (Database and Application) แบบ On the Job Training (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 15 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ ต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรม ณ สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ทั้งนี้ หากสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ของผู้รับจ้างอยู่ในต่างประเทศ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาเดินทางเข้าร่วม OJT ทั้งหมด รวมทั้งค่าประกันสุขภาพและ การเดินทางด้วย 11.1.3 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้บริหาร (Management Group) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 รุ่น 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -38- ลงนาม ประธานกรรมการ 12. ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) 12.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมซอฟต์แวร์และสิทธิการ ใช้งาน ณ สถานที่ที่ กฟภ. กำหนดให้เป็นศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) โดยจะต้องพร้อมให้บริการ ณ วันที่นำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ออกใช้งาน และ ให้บริการตลอดระยะการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) 12.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่สำรองให้สามารถเข้าใช้งานได้ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน 12.3 ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางให้บริการติดต่อสื่อสารกับผู้แจ้งหรือผู้ใช้งานโดยตรงอย่างน้อยดังนี้ (1) โทรศัพท์ (2) อีเมล์ (E-mail) (3) LINE Application 12.4 ผู้รับจ้างต้องแบ่งช่วงเวลาการปฏิบัติงานออกเป็น 3 ผลัด/กะ โดยมีจำนวนบุคลากรต่อกะ/ผลัด ไม่น้อยกว่า 2 คน ดังนี้ (1) ผลัด/กะ ที่ 1 ช่วงเวลา 09.00 น. 17.00 น. (2) ผลัด/กะ ที่ 2 ช่วงเวลา 17.00 น. 01.00 น. (3) ผลัด/กะ ที่ 3 ช่วงเวลา 01.00 น. 09.00 น. หรือผู้รับจ้างจะพิจารณากำหนดช่วงเวลาและจำนวนบุคลากรตามความเหมาะสม โดยต้องได้รับ ความเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ 12.5 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน (Supervisor) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบบริหาร ไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจำแนกประเภทของปัญหาและสามารถส่งต่อให้กับผู้เกี่ยวข้องได้ อย่างถูกต้อง 12.6 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องควบคุมดูแล บุคลากรประจำศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) ให้ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และกฎเกณฑ์ตามที่ กฟภ. กำหนด 12.7 ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) มีหน้าที่ดังนี้ (1) ให้บริการรับแจ้งปัญหา แก้ไขปัญหา และสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) (2) ให้บริการด้วยภาษาไทยเป็นหลัก (3) ให้บริการด้วยความสุภาพ (4) ให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน (5) จัดทำรายงานการรับแจ้งปัญหาและการแก้ไข (Incident and Corrective Action Report) 12.8 บุคลากรประจำศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) สัญชาติไทย (2) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -40- ลงนาม ประธานกรรมการ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -42- ลงนาม ประธานกรรมการ (1).xlsx (2) .CSV (3).pdf (4) อื่น ๆ ตามที่ กฟภ. กำหนด 9.10 ข้อกำหนดระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) 9.10.1 กฟภ. จะเป็นผู้จัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายสำหรับติดตั้งระบบการเรียนรู้ผ่านสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) 9.10.2 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบหรือแพลตฟอร์ม (Platform) การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e- Learning) ประเภทเว็บเบสแอปพลิเคชัน (Web-Based Application) โดยใช้ระบบบริหารจัดการเรียนการ สอน (Learning Management System: LMS) ดังนี้ 9.10.2.1 รองรับการใช้งานผ่านระบบอินทราเน็ตของ กฟภ. 9.10.2.2 รองรับผู้ใช้งานไม่น้อยกว่า 3,000 บัญชีผู้ใช้งาน 9.10.2.3 รองรับบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ Multimedia ไม่น้อยกว่า 30 บทเรียน 9.10.2.4 รองรับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ไม่น้อยกว่า 200 เล่ม 9.10.2.5 รองรับการใช้งานและแสดงผลบนระบบปฏิบัติการ Windows iOS และ Android ได้ เป็นอย่างน้อย 9.10.2.6 รองรับการแสดงผลในรูปแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือในลักษณะผสมกันทั้งสอง ภาษา 9.10.2.7 รองรับการแสดงผลให้พอดีตามขนาดหน้าจอของอุปกรณ์ที่ใช้งานโดยอัตโนมัติ (Responsive Web) 9.10.2.8 มีระบบลงทะเบียนผู้ใช้งาน 9.10.2.9 มีระบบ Log in และ Log off 9.10.2.10 สามารถสืบค้น (Search) ข้อมูลหลักสูตร สื่อการสอน หรือเนื้อหาการสอนได้ 9.10.2.11 มีระบบบริหารจัดการสำหรับผู้ดูแลระบบ ดังนี้ (1) ระบบกำหนดสิทธิ์และบทบาทการใช้งาน (2) ระบบเพิ่ม แก้ไข และลบ บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) (3) ระบบเพิ่ม แก้ไข และลบ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) (4) ระบบสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ผ่านเว็บบราวเซอร์ (5) ระบบสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) จากต้นฉบับในรูปแบบ PDF 9.10.2.12 มีระบบการจัดเก็บข้อมูลการเข้าใช้งาน (Log) 9.10.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำเนื้อหาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ในรูปแบบ Multimedia ซึ่ง จะต้องรองรับมาตรฐาน SCORM 2004 หรือดีกว่าดังนี้ 9.10.3.1 โครงสร้างบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ในแต่ละวิชา ประกอบด้วย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (1) ชื่อเรื่อง (2) วัตถุประสงค์ (3) คำแนะนำในการอบรม (4) บทนำเข้าสู่การอบรม (5) เนื้อหาบทเรียน (6) บทสรุป (7) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ (Pre-Test และ Post-Test) 9.10.3.2 จัดทำเนื้อหาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) ที่มีคุณภาพ มีความสมบูรณ์พร้อมใช้ งาน รวมถึงต้องตรวจพิสูจน์อักษร (Proof) ความถูกต้องของเนื้อหา ไม่น้อยกว่า 5 วิชา รวมจำนวนชั่วโมงไม่ น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ดังนี้ (1) การบริหารไฟฟ้าขัดข้อง ความยาวไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง (2) การจัดทำรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง ความยาวไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (3) การจัดทำ Switching Order ความยาวไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (4) ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า ความยาวไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (5) การสื่อสารในภาวะวิกฤต ความยาวไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง 9.10.3.3 จัดทำเนื้อหาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) ไม่น้อยกว่า 5 เล่ม ดังนี้ (1) หน้าที่และหลักปฏิบัติการบริหารไฟฟ้าขัดข้อง จำนวน 1 เล่ม (2) กระบวนงานการบริหารไฟฟ้าขัดข้อง จำนวน 1 เล่ม (3) สถาปัตยกรรมของระบบ (System Architecture) จำนวน 1 เล่ม (4) คู่มือสำหรับผู้ดูแลระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง จำนวน 1 เล่ม (5) คู่มือสำหรับผู้ใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง จำนวน 1 เล่ม 9.10.3.4 เนื้อหาบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์จะต้องสามารถ Tracking ข้อมูลของผู้อบรมได้ 9.10.4 ผู้รับจ้างต้องพัฒนาระบบการเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) โดยต้องปฏิบัติตาม รายละเอียดดังนี้ 10. (1) กฎหมายที่เกี่ยวข้อง (2) ระเบียบ กฟภ. ว่าด้วยการจัดการและความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ พ.ศ. 2560 (3) นโยบายและแนวทางปฏิบัติความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศและไซเบอร์ พ.ศ. 2566 (4) แนวทางการพัฒนาซอฟต์แวร์ OWASP (5) อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ข้อกำหนดการทดสอบ 10.1 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการตามหลักการและเทคนิคในการทดสอบ (Testing Methodology and Technique) ดังนี้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 10.1.1 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนงานทั้งหมดสำหรับการทดสอบ โดยมีวิธีการและขั้นตอนงานที่แน่นอน และชัดเจนและส่งมอบให้ กฟภ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนถึงกำหนดวันดำเนินการทดสอบไม่น้อย กว่า 15 วัน ทั้งนี้ กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ผู้รับจ้างปรับปรุงแผนให้เหมาะสมต่อไป (ถ้ามี) 10.1.2 ผู้รับจ้างต้องกำหนดและชี้แจงคำจำกัดความที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบในด้านต่าง ๆ หรือการ ทดสอบประเภทต่าง ๆ เพื่อ กฟภ. และผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจก่อนที่จะดำเนินการ 10.1.3 ผู้รับจ้างต้องแสดงให้ กฟภ. เห็นว่าระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ที่ออกแบบและพัฒนา ขึ้นได้รับการทดสอบถูกต้องครบถ้วน 10.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์/เครื่องมือในการทดสอบ (Testing Tools) หรือซอฟต์แวร์ที่ เกี่ยวข้องกับการทดสอบที่มีมาตรฐานสามารถจำลองการใช้งานจริงและสามารถแสดงสถานะของระบบเมื่อเกิด ปัญหาได้ โดยผู้รับจ้างต้องไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมจาก กฟภ. ทั้งสิ้น 10.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนและทดสอบระบบคอมพิวเตอร์ ที่สอดคล้องตามรายละเอียดของการออก แบบระบบ (Business Blueprint) จัดเตรียมเครื่องมือในการทดสอบ (Testing Tools) ที่มีมาตรฐาน เพื่อ อำนวยความสะดวกให้กับผู้ทดสอบระบบของ กฟภ. เช่น มีเครื่องมือที่ช่วยสร้างข้อมูลทดสอบได้ สามารถนำ ข้อมูลทดสอบที่ทำไว้กลับมาใช้และสามารถเพิ่ม/เปลี่ยนแปลงได้ สามารถแสดงผลการทดสอบต่าง ๆ ได้ทาง หน้าจอและบันทึกไว้ได้ เป็นต้น โดยผู้รับจ้างต้องจัดเตรียมและทำการทดสอบอย่างน้อยดังนี้ 10.3.1 Factory Acceptance Testing (FAT) 10.3.2 Site Acceptance Testing (SAT) 10.3.3 User Acceptance Testing (UAT) 10.3.4 Performance Testing 10.3.5 Security Testing 10.3.6 Disaster Recovery Testing 10.3.7 System Availability Testing 10.4 ผู้รับจ้างต้องจัดทำกลยุทธ์การทดสอบ (Testing Strategy) ในภาพรวมของโครงการ โดยต้อง ประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ 10.4.1 แนวทางการทดสอบสำหรับ กฟภ. โดยละเอียด 10.4.2 มาตรฐานและการกำกับ (Standards and Governance) 10.4.3 บทบาทและหน้าที่ (Roles and Responsibilities) 10.5 ผู้รับจ้างจะต้องจัดทำเอกสารการทดสอบทั้งหมด โดยต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังนี้ 10.5.1 แผนการทดสอบ (Test Plan) 10.5.2 สถานะการณ์ในการทดสอบ (Test Case/Test Scenario) 10.5.3 ขั้นตอนการทดสอบ (Test script/Test Procedure) 10.5.4 ผลการทดสอบ (Test Result) 10.5.5 รายงานการทดสอบ (Test Report) เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 10.6 Factory Acceptance Testing (FAT) เพื่อทดสอบฟังก์ชันการทำงานทั้งหมด ณ โรงงานผู้ผลิต หรือโรงงานผู้รับจ้าง หรือสถานที่ที่ผู้รับจ้างกำหนด โดยต้องทดสอบ Performance Testing ด้วย และ กฟภ. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้า Witness การทดสอบที่ดำเนินการโดยผู้รับจ้าง พร้อมลงลายมือชื่อเป็นผู้สังเกตการทดสอบ พร้อมความเห็น (ถ้ามี) 10.7 Site Acceptance Testing (SAT) เพื่อทดสอบฟังก์ชันการทำงานทั้งหมด ณ สถานที่ติดตั้งระบบ คอมพิวเตอร์ประมวลผล โดยต้องทดสอบ Performance Testing ด้วย และ กฟภ. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้า Witness การทดสอบที่ดำเนินการโดยผู้รับจ้าง พร้อมลงลายมือชื่อเป็นผู้สังเกตการทดสอบพร้อมความเห็น (ถ้า มี) 10.8 User Acceptance Test เพื่อแสดงให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้ดูแลระบบเห็นว่าระบบสามารถใช้งานและ ตอบสนองต่อความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้รับจ้างต้องจัดทำ Functional Requirements Traceability Matrix เพื่อยืนยันว่าการออกแบบและทดสอบครอบคลุมทุกความต้องการที่ระบุ ทั้งนี้ผลการ ทดสอบต้องได้รับการยอมรับจากผู้ดูแลระบบและผู้ปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษร (Acceptance Certificate) จึงจะถือว่าการทดสอบทุกขั้นตอนนั้นมีความสมบูรณ์ และหากมีข้อเสนอแนะต้องมีการบันทึกเป็น ประเด็นพิเศษ (Outstanding Issues) และผู้รับจ้างต้องแก้ไข เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลง รายการทดสอบนั้น ๆ โดยผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการทันที และจัดให้มีการทดสอบซ้ำ มิเช่นนั้นจะถือว่าผู้รับจ้างไม่ผ่านการทดสอบ และไม่สามารถนำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) นำออกใช้งานได้ 10.9 Performance Testing เพื่อทดสอบการตอบสนองและความเสถียรของระบบ ซึ่งต้องรองรับ ปริมาณข้อมูลและมีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ในระบบพร้อมกันในปริมาณมาก โดยต้องไม่เกิดผลกระทบหรือความ เสียหายต่อระบบฐานข้อมูลและต้องมีระยะเวลาตอบสนอง (Respond Time) ดังนี้ 10.9.1 สามารถใช้งานฟังก์ชันบันทึกข้อมูลในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ในขณะมีข้อมูล อุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในฐานข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด หรือตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้างตกลงร่วมกัน และมีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ใช้งานสูงสุด โดยใช้เวลาในการ ตอบสนองไม่เกินกว่า 3 วินาที 10.9.2 สามารถใช้งานฟังก์ชันสืบค้นข้อมูลในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ในขณะมีข้อมูล อุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในฐานข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด หรือตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้างตกลงร่วมกัน และมีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ใช้งานสูงสุด โดยใช้เวลาในการ ตอบสนองไม่เกินกว่า 3 วินาที 10.9.3 สามารถเรียกใช้ข้อมูลแบบออนไลน์ (Online) ในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ในขณะมี ข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในฐานข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด หรือตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้างตกลงร่วมกัน และมีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ใช้งานสูงสุด โดยใช้เวลาใน การตอบสนองไม่เกินกว่า 3 วินาที 10.9.4 สามารถสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ที่มีผลกระทบเป็น บริเวณกว้างและมีผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับผลกระทบจำนวนไม่น้อยกว่า 70,000 ราย ในขณะมีข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ในฐานข้อมูลไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของปริมาณข้อมูลอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด หรือตามที่ กฟภ. และผู้รับจ้าง ตกลงร่วมกัน และมีผู้ใช้งานไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของจำนวนผู้ใช้งานสูงสุด โดยใช้เวลาในการตอบสนอง ประมวลผลสร้างเหตุการณ์ไฟฟ้าดับไม่เกินกว่า 3 วินาที 10.10 Security Testing เพื่อประเมินสถานะความมั่นคงปลอดภัย ลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากภัยคุกคามด้านสารสนเทศและไซเบอร์ และเตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าวที่ อาจเกิดขึ้นในโครงการ ด้วยวิธีการทดสอบช่องโหว่และบุกรุกระบบ (Vulnerability Assessment & Penetration Testing) โดยผู้รับจ้างต้องจัดหาผู้เชี่ยวชาญภายนอก (3rd Party Auditor) เข้าดำเนินการ ทดสอบช่องโหว่และบุกรุกระบบ (Vulnerability Assessment & Penetration Testing) ตามมาตรฐาน ISO/IEC27001:2013 จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน โดยต้องมีประสบการณ์ในการทดสอบช่องโหว่และบุกรุกระบบ ให้กับหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือสถาบันการเงินที่มีเครือข่ายคอมพิวเตอร์เชื่อมโยงทั่วประเทศ และมี ประกาศนียบัตรอย่างน้อยคนละ 2 ประกาศนียบัตร ตามรายการประกาศนียบัตรที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ (1) Certified Ethical Hacker (CIEH) (2) EC-Council Certified Security Analyst (ECSA) (3) Offensive Security Certified Professional (OSCP) (4) CompTIA PenTest+ (5) GIAC Web Application Penetration Tester (GWAPT) (6) Certified in Risk and Information Systems Control (CRISC) – ISACA (7) Certified Information Security Manager (CISM) – ISACA (8) Certified Information Systems Security Professional (CISSP) - ISC2 (9) System Security Certified Practitioners (SSCP) – ISC (10) Certified Penetration Testing Engineer (CPTE) - Mile2 ทั้งนี้ ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมดที่เกิดขึ้น 10.11 การทดสอบ Disaster Recovery Testing โดยจะต้องย้ายการปฏิบัติงานจากศูนย์คอมพิวเตอร์ หลักไปยังศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองที่กำหนดได้ภายในเวลา 1 ชั่วโมง และต้องย้ายการปฏิบัติงานจากศูนย์ คอมพิวเตอร์สำรองมายังศูนย์คอมพิวเตอร์หลักภายในเวลา 1 ชั่วโมง 10.12 การทดสอบความพร้อมใช้งานระบบ (System Availability Test) เป็นเวลา 1 เดือน โดยระบบ ต้องมีประสิทธิภาพการใช้งานได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 99.5 ของจำนวนชั่วโมงใช้งานทั้งหมดใน 1 เดือน (คำนวณ ระยะเวลาทำงาน 1 เดือนเท่ากับ 30 x 24 ชั่วโมง) 10.13 หากการทดสอบใดที่มิได้ระบุไว้ในรายละเอียดนี้ แต่มีความจำเป็นในการทดสอบเพิ่มเติม เพื่อให้ ระบบใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับจ้างต้องดำเนินการทดสอบเพิ่มเติม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม จาก กฟภ. ทั้งสิ้น 11. การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ (Training and Knowledge Transfer) เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) ทั้งนี้ กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสมต่อไป 14.4 ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน 14.5 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินประสิทธิภาพระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเอกสารใบรับการบริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากดำเนินการแล้วเสร็จ 14.6 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความพร้อมใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ ที่ติดตั้ง ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองให้มีความพร้อมใช้งานในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลัก ไม่สามารถใช้งานได้ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเอกสารใบรับการ บริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากดำเนินการแล้วเสร็จ 14.7 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ ทั้งหมดในโครงการ ที่ติดตั้ง ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง แบบ On-Site Service ทุก 3 เดือน ทั้งนี้ต้องเสนอแผนการดำเนินงานในแต่ละครั้งให้ กฟภ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเอกสารใบรับการบริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากดำเนินการแล้วเสร็จ 14.8 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) ระบบคอมพิวเตอร์ ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ แบบ On-Site Service โดยผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ดี ดังเดิม ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อตกลงระดับการใช้บริการ (Service Level Agreement: SLA) นับจากที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟภ. 14.9 กรณีที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป/ผู้พัฒนาระบบมีการปรับปรุงใด ๆ โดยส่งผลให้ระบบ คอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้หรือเกิดความเสี่ยงในการใช้งาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ระบบกลับมาใช้งานได้โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก กฟภ. 14.10 กรณีที่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขระบบ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกระบวนการ Change Management และกระบวนการ Release Management ของ กฟภ. 14.11 ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานอย่างระมัดระวังมิให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ระบบงานอื่น รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ของ กฟภ. และต้องรับผิดชดใช้หากเกิดผลกระทบหรือความ เสียหายอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของผู้รับจ้าง 14.12 ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนการทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ตามที่ กฟภ. ร้องขอ 14.13 ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการการควบคุมสิทธิการเข้าใช้งานระบบ (Access Controls) โดยครอบคลุม ถึงการสนับสนุนงานผู้ดูแลระบบ (Admin) สำหรับการลงทะเบียนผู้ใช้งาน การสร้างและกำกับดูแลบัญชี ผู้ใช้งาน การให้สิทธิผู้ใช้งาน ตลอดจนการจัดการบัญชีผู้ใช้งาน (User Account) และรหัสผ่าน (Password) 14.14 ผู้รับจ้างต้องทบทวนสถาปัตยกรรมระบบ พร้อมเสนอแนะแผนการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย 14.15 ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมร่วมกับ กฟภ. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาสำคัญ และทบทวนประสิทธิภาพ ในการดูแลบำรุงรักษาพร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ 14.16 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน (1) รายงานสรุปปัญหา การแก้ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา (2) รายงานการปรับปรุง ซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่ (3) รายงานแผนการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพระบบ (4) เอกสารบทสรุปสำหรับผู้บริหาร (5) คู่มือการปฏิบัติงาน การดูแลรักษาและการแก้ไขปัญหาของระบบ 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -43- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 15. เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) ตลอดช่วงการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระดับ การให้บริการ (Service Level Agreement: SLA) ดังนี้ 15.1 ผู้รับจ้างต้องดูแล บำรุงรักษา แก้ไขข้อขัดข้อง ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกชิ้นส่วน รวมถึงซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งาน หากเกิดความปัญหาหรือชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้ สามารถใช้งานได้โดยมีระยะเวลาซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จ ดังนี้
ความรุนแรง
(Severity)
รายละเอียดของปัญหา
(Problem Description)
ซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จ
(Resolve)
รุนแรง ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ชำรุด บกพร่อง
หรือใช้งานไม่ได้ โดยผู้ใช้งานทั้งหมดไม่สามารถใช้
งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ได้
ภายใน 4 ชั่วโมง
สูง เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและ/หรืออุปกรณ์
ต่อพ่วง ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดยผู้ใช้งาน
ยังสามารถใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ได้
ภายใน 24 ชั่วโมง
ปานกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation)
และ/หรือจอแสดงผล ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งาน
ไม่ได้
ภายใน 3 วันทำการ
ต่ำ อุปกรณ์ต่อพ่วงของเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล
(Workstation) ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดย
ผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง
(OMS) ได้
ภายใน 10 วันทำการ
15.2 หากผู้รับจ้างซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จหรือไม่สามารถใช้งานได้ดีดังเดิมภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกันหรือดีกว่ามาเปลี่ยนให้ใช้งานได้ไปจนกว่าจะซ่อมแซม แก้ไขแล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ 15.3 หากผู้รับจ้างไม่เข้ามาซ่อมแซมแก้ไขหรือไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขหรือไม่สามารถจัดหา อุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกันหรือดีกว่ามาเปลี่ยนให้ใช้งานได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้รับจ้างต้องยอม ให้ กฟภ. คิดค่าปรับเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง) ในอัตรา 20,000 บาทต่อชั่วโมง นับจากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม 15.4 หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการดังกล่าว กฟภ. มีสิทธิทำการซ่อมแซมแก้ไข หรือจ้างบุคคลภายนอก ทำการซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอกซ่อมแซมแก้ไขแทน กฟภ. ทั้งสิ้น การที่ กฟภ. ทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นแทนผู้รับจ้างไม่ทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความรับผิดตาม สัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ กฟภ. เรียกร้อง กฟภ. มีสิทธิบังคับจากหลักประกัน การปฏิบัติตามสัญญาได้ 15.5 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตลอดระยะเวลาในการ ดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือปรับปรุง Version หรือ Release 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -44- ลงนาม ประธานกรรมการ
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 16. เงื่อนไขอื่น ๆ และข้อสงวนสิทธิ์ 16.1 วงเงินงบประมาณ วงเงินงบประมาณ 1,018,849,720.- บาท (หนึ่งพันสิบแปดล้านแปดแสนสี่หมื่นเก้าพันเจ็ดร้อย ยี่สิบบาทถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง 16.2 การส่งมอบงาน ค่าจ้าง และการจ่ายเงิน 16.2.1 การดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานภายใน 20 (ยี่สิบ) เดือน โดยแบ่งการจ่ายเงินเป็นงวด รวม 4 (สี่) งวด ในงวดที่ 1-4 และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
งวด งวดการจ่ายเงินของ ส่งมอบงาน งานที่ มูลค่าจ้างทั้งหมด
1 ร้อยละ 10 การออกแบบพัฒนากระบวนงานและระบบงาน
1) เอกสารกระบวนงาน (Business Process)
2) เอกสารสถาปัตยกรรมระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Solution Architecture)
3) ร่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level
4) เอกสารการออกแบบ System Design and Cybersecurity
ตามสัญญา
2 ร้อยละ 30 ส่งมอบระบบพร้อมติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และ
ซอฟต์แวร์สนับสนุน ต่าง ๆ และผ่านการทดสอบ Factory Acceptance
Test (FAT), Performance Testing, Security Testing และ Disaster
Recovery Testing ณ โรงงานผู้ผลิต หรือโรงงานผู้รับจ้าง หรือสถานที่ที่
ผู้รับจ้างกำหนด
ตามสัญญา
3 ร้อยละ 30 ส่งมอบระบบพร้อมติดตั้งคอมพิวเตอร์แม่ข่ายที่ ศูนย์คอมพิวเตอร์ของ
กฟภ. ทั้ง 2 แห่ง และ เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation)
ตามภาคผนวก 3 สถานที่ติดตั้งคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง
และผ่านการทดสอบ Site Acceptance Test (SAT), Performance
Testing, Security Testing, Disaster Recovery Testing และ User
Acceptance Testing (UAT)
ตามสัญญา
4 ร้อยละ 10 ฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ (Training and Knowledge Transfer)
ให้กับผู้ใช้งาน โอนย้ายระบบ (Cutover) นำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS)
และศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง
(OMS Helpdesk) ออกใช้งาน และทดสอบความพร้อมใช้งาน (System
Availability Test) พร้อมส่งมอบเอกสาร คู่มือ และเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง
ตามสัญญา
1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -45- ลงนาม ประธานกรรมการ
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 16.2.2 การดำเนินการในระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) แบ่งการจ่ายเงินเป็นงวด ในแต่ละงวดทุก ๆ 3 เดือน นับถัดจากวันที่สิ้นสุดการรับประกัน ซอฟต์แวร์ รวม 16 งวด ในงวดที่ 5-20 (งวดสุดท้าย) เป็นจำนวนเงินแต่ละงวดในอัตราร้อยละ 1.25 ของค่าจ้าง ทั้งหมดตามสัญญา เมื่อผู้รับจ้างสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ พร้อมจัดส่งเอกสารที่ เกี่ยวข้อง และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
งวด งวดการจ่ายเงินของ ส่งมอบงาน ระยะเวลาส่งมอบ งานที่ มูลค่าจ้างทั้งหมด
5-7 ร้อยละ 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support, Warranty and Maintenance)
พร้อมจัดส่งเอกสารดังนี้
1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง
ป้องกัน (Preventive Maintenance Report)
2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ
(Incident Summary Report)หรือรายงาน
ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป
เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท
ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ
ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ
ระบบรายเดือน (System Availability
and Performance Summary Report)
โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
เดือนที่ 3, 6, 9
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
ตามสัญญา
8 ร้อยละ 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support, Warranty and Maintenance)
พร้อมจัดส่งเอกสารดังนี้
1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง
ป้องกัน (Preventive Maintenance Report)
2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ
(Incident Summary Report)หรือรายงาน
ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป
เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท
ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ
ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ
ระบบรายเดือน (System Availability
and Performance Summary Report)
โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม
เดือนที่ 12
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
ตามสัญญา
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS)
งวด งวดการจ่ายเงินของ ส่งมอบงาน ระยะเวลาส่งมอบ งานที่ มูลค่าจ้างทั้งหมด
9-11 ร้อยละ 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง
เอกสารดังนี้
1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง
ป้องกัน (Preventive Maintenance Report)
2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ
(Incident Summary Report)หรือรายงาน
ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป
เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท
ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ
ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ
ระบบรายเดือน (System Availability
and Performance Summary Report)
โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
เดือนที่ 15, 18, 21
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
ตามสัญญา
12 ร้อยละ 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง
เอกสารดังนี้
1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง
ป้องกัน (Preventive Maintenance Report)
2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ
(Incident Summary Report)หรือรายงาน
ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป
เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท
ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ
ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ
ระบบรายเดือน (System Availability
and Performance Summary Report)
โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน
4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม
เดือน 24
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
ตามสัญญา
1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -47- ลงนาม ประธานกรรมการ
11.1 ภายในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) ก่อนนำระบบออกใช้งาน ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรมสำหรับผู้ใช้งาน โดยต้องมีหลักสูตร อย่างน้อยดังนี้ 11.1.1 หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ดูแลระบบ (Admin Group) แบบ On the Job Training (OJT) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 1 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 10 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 20 วันทำการ ต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรม ณ สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ทั้งนี้ หากสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ของผู้รับจ้างอยู่ในต่างประเทศ ผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาเดินทางเข้าร่วม OJT ทั้งหมด รวมทั้งค่าประกันสุขภาพและการ เดินทางด้วย 11.1.2 หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้จัดทำฐานข้อมูลและสนับสนุนการใช้งาน (Database and Application) แบบ On the Job Training (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 3 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 15 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วันทำการ ต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรม ณ สถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ทั้งนี้ หากสถานที่ที่ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับการทดสอบ FAT ของผู้รับจ้างอยู่ในต่างประเทศ ผู้รับจ้าง ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในช่วงเวลาเดินทางเข้าร่วม OJT ทั้งหมด รวมทั้งค่าประกันสุขภาพและการ เดินทางด้วย 11.1.3 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้บริหาร (Management Group) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 50 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรมภายในประเทศไทย หรือผ่าน VDO Conference 11.1.4 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้ใช้งาน (End User/Owner User Group) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 50 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรมภายใน กฟภ. หรือผ่าน VDO Conference 11.2 ภายในการดำเนินงานระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องจัดฝึกอบรม (Refreshment) โดย ต้องมีหลักสูตรอย่างน้อยดังนี้ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 11.2.1 หลักสูตรพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้ใช้งาน (End User/Owner User Group) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 50 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 18 ชั่วโมงต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรมภายใน กฟภ. หรือผ่าน VDO Conference 11.2.2 หลักสูตรสำหรับกลุ่มผู้ฝึกสอนการใช้งาน (Train the Trainer Group) (1) จำนวนไม่น้อยกว่า 2 รุ่น (2) จำนวนผู้เข้ารับการอบรมไม่น้อยกว่า 30 คนต่อรุ่น (3) ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 ชั่วโมงต่อหลักสูตร (4) กำหนดสถานที่จัดฝึกอบรมภายในประเทศไทย หรือผ่าน VDO Conference 11.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนและกลยุทธ์การฝึกอบรม (Plan and Training Strategy) โดยต้องกำหนด หลักสูตรการฝึกอบรม ให้ กฟภ. พิจารณาก่อนมีการฝึกอบรมล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน และต้องมีรายละเอียด อย่างน้อยดังนี้ (1) ชื่อหลักสูตร (2) วัตถุประสงค์และเป้าหมาย (3) เนื้อหา (4) ระยะเวลา (5) การประเมินผล และการติดตามผลหลังการอบรม (6) สถานที่ (7) รายละเอียดข้อมูลของวิทยากร ประกอบด้วย ชื่อ-สกุล ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน โดย วิทยากรต้องมีความชำนาญและมีประสบการณ์การทำงานในด้านที่รับผิดชอบอย่างน้อย 3 ปี หากมี ประกาศนียบัตรหรือใบรับรอง (Certificate) ความรู้ทางด้านระบบหรือซอฟต์แวร์ที่ออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ ให้เสนอมาด้วย ทั้งนี้ กฟภ. ขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งเปลี่ยนวิทยากรได้ในกรณีที่ กฟภ. เห็นว่าไม่เหมาะสม หรือ มีจำนวนไม่เพียงพอที่จะจัดเตรียมการแนะนำและสาธิตที่ดีได้ (8) เอกสารนำเสนอการฝึกอบรม (Presentation) 11.4 ผู้รับจ้างต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม กรณีอบรม ณ สถานที่ฝึก อบรม (Onsite) ประกอบด้วย ค่าเช่าสถานที่ ค่าอาหารและเครื่องดื่ม ค่าวัสดุเครื่องเขียน อุปกรณ์ และเอกสาร ประกอบการฝึกอบรม รวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการฝึกอบรม เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ และตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม ค่าใช้จ่ายในพิธีเปิด-ปิดการฝึกอบรม เป็นต้น 11.5 หากผู้รับจ้างขาดความพร้อมและไม่สามารถทำการจัดอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ กฟภ. ขอสงวน สิทธิ์ให้ผู้รับจ้างจัดอบรมใหม่ได้ โดยผู้รับจ้างต้องผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรม ประกอบด้วย ค่าเช่าสถานที่ ค่าวัสดุเครื่องเขียน อุปกรณ์ และเอกสารประกอบการฝึกอบรม รวมไปถึงค่าใช้ จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นในการฝึกอบรม เช่น ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้และตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม ค่าใช้จ่าย เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 12. ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) 12.1 ผู้รับจ้างต้องจัดหาและติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมซอฟต์แวร์และสิทธิการ ใช้งาน ณ สถานที่ที่ กฟภ. กำหนดให้เป็นศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) โดยจะต้องพร้อมให้บริการ ณ วันที่นำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ออกใช้งาน และ ให้บริการตลอดระยะการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) 12.2 ผู้รับจ้างต้องจัดหาสถานที่สำรองให้สามารถเข้าใช้งานได้ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉิน 12.3 ผู้รับจ้างต้องมีช่องทางให้บริการติดต่อสื่อสารกับผู้แจ้งหรือผู้ใช้งานโดยตรงอย่างน้อยดังนี้ (1) โทรศัพท์ (2) อีเมล์ (E-mail) (3) LINE Application 12.4 ผู้รับจ้างต้องแบ่งช่วงเวลาการปฏิบัติงานออกเป็น 3 ผลัด/กะ โดยมีจำนวนบุคลากรต่อกะ/ผลัด ไม่ น้อยกว่า 2 คน ดังนี้ (1) ผลัด/กะ ที่ 1 ช่วงเวลา 09.00 น. 17.00 น. (2) ผลัด/กะ ที่ 2 ช่วงเวลา 17.00 น. 01.00 น. (3) ผลัด/กะ ที่ 3 ช่วงเวลา 01.00 น. 09.00 น. หรือผู้รับจ้างจะพิจารณากำหนดช่วงเวลาและจำนวนบุคลากรตามความเหมาะสม โดยต้องได้รับความ เห็นชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ 12.5 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน (Supervisor) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบบริหาร ไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจำแนกประเภทของปัญหาและสามารถส่งต่อให้กับผู้เกี่ยวข้องได้ อย่างถูกต้อง 12.6 ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องควบคุมดูแล บุคลากรประจำศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) ให้ ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และกฎเกณฑ์ตามที่ กฟภ. กำหนด ดังนี้ 12.7 ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) มีหน้าที่ (1) ให้บริการรับแจ้งปัญหา แก้ไขปัญหา และสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) (2) ให้บริการด้วยภาษาไทยเป็นหลัก (3) ให้บริการด้วยความสุภาพ (4) ให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง 7 วัน เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (5) จัดทำรายงานการรับแจ้งปัญหาและการแก้ไข (Incident and Corrective Action Report) 12.8 บุคลากรประจำศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ (1) สัญชาติไทย (2) อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ (3) มีคุณวุฒิและประสบการณ์ทำงานอย่างหนึ่งอย่างใดดังนี้ (3.1) ปริญญาตรีขึ้นไป ทุกสาขา (3.2) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาด้านไฟฟ้า หรือสาขาด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขา ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และต้องมีประสบการณ์ทำงานตรงกับลักษณะงานในสาขานั้น ไม่น้อยกว่า 3 ปี (3.3) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาด้านไฟฟ้า หรือสาขาด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศ และต้องมีประสบการณ์ทำงานตรงกับลักษณะงานในสาขานั้น ไม่น้อยกว่า 6 ปี 12.9 กรณีผู้รับจ้างเปลี่ยนแปลงบุคลากร บุคลากรทดแทนนั้นต้องมีต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดตามข้อ 12.8 โดยการเปลี่ยนแปลงตัวบุคลากรที่รับผิดชอบดังกล่าวข้างต้นในภายหลังจะทำได้ เมื่อแจ้งให้ กฟภ. ทราบ เป็นหนังสือและได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจาก กฟภ. แล้ว และผู้ที่เข้ามาแทนนั้น จะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือมากกว่าบุคลากรที่รับผิดชอบเดิม 12.10 กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ผู้รับจ้างเปลี่ยนแปลงบุคลากร ในกรณีอย่างหนึ่งอย่างใดหรือ ทั้งหมด โดย กฟภ. ไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าค่าใช้จ่ายทางตรงหรือทางอ้อม ดังนี้ (1) ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ คำสั่ง และกฎเกณฑ์ตามที่ กฟภ. กำหนด (2) ขาดความรู้ ความสามารถ ในการปฏิบัติงาน (3) ได้รับการร้องเรียน หรือมีพฤติการณ์อื่นใด ที่ กฟภ. พิจารณาแล้วไม่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน 13. การสนับสนุนภายหลังการนำระบบไปปฏิบัติงานและการรับประกันซอฟต์แวร์ (Post- Implementation and Software Warranty) ในการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการสนับสนุนการใช้งาน ภายหลังการนำระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ออกใช้งานและรับประกันซอฟต์แวร์ เป็นระยะเวลา 12 (สิบ สอง) เดือน นับถัดจากวันที่ กฟภ. ออกหนังสือรับรองผลงาน (Provisional Acceptance Certificate: PAC) โดยต้องดำเนินการบำรุงรักษา ซ่อมแซม แก้ไขข้อขัดข้องที่เกิดขึ้นทั้งหมด หรือเปลี่ยนสิ่งที่จำเป็นทุกรายการที่ เสนอทั้งหมดในโครงการ เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีดังเดิม โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก กฟภ. โดยต้องดำเนินการดังนี้ 13.1 ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงและแก้ไขปัญหาคงค้าง (ถ้ามี) และดำเนินการทดสอบการเชื่อมโยงกับระบบ อื่น ๆ ตามที่ได้ออกแบบไว้ในระยะการดำเนินการที่ 1 ให้แล้วเสร็จ (ทั้งนี้การทดสอบการเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ จะไม่นำมาคิดเป็นเงื่อนไขการกำหนดวันสิ้นสุดการรับประกันซอฟต์แวร์) พร้อมส่งรายงานผลการสนับสนุน เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 13.2 ผู้รับจ้างต้องปรับปรุงการเชื่อมโยงบูรณาการระบบ หากระบบตามข้อ 9.7 ข้อกำหนดการเชื่อมโยง และแลกเปลี่ยนข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลง 13.3 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรเพื่อปฏิบัติงาน ที่ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการใช้งานระบบ บริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) และประสานงานตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันโดยบุคลากรต้องมีความรู้ ความชำนาญ และประสบการณ์ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ 13.4 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน (Supervisor) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบบริหาร ไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจำแนกประเภทของปัญหาและสามารถส่งต่อให้กับผู้เกี่ยวข้องได้ อย่างถูกต้อง 13.5 ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน 13.6 ผู้รับจ้างดูแลตรวจสอบสภาวะการทำงานและบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ของระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการที่ติดตั้ง ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์ สำรอง แบบ On-Site Service ทุก 3 เดือน ทั้งนี้ต้องเสนอแผนการดำเนินงานในแต่ละครั้งให้ กฟภ. พิจารณา ให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อม เอกสารใบรับการบริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากวันดำเนินการแล้วเสร็จ หากผู้ รับจ้างไม่ดำเนินการตามกำหนดเวลาดังกล่าว กฟภ. มีสิทธิจ้างบุคคลภายนอกทำการตรวจสอบสภาวะการทำ งานของระบบคอมพิวเตอร์ โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอกแทน กฟภ. ทั้งสิ้น 13.7 หากระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดยความชำรุด นี้มิได้เกิดจากความผิดของ กฟภ. ผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม ภายในระยะ เวลาที่กำหนดตามข้อตกลงระดับการใช้บริการ (Service Level Agreement: SLA) นับจากที่ได้รับแจ้งเป็น หนังสือจาก กฟภ. 13.8 หากระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดยความชำรุด นี้มิได้เกิดจากความผิดของ กฟภ. เป็นจำนวน 3 ครั้ง ภายในระยะเวลา 30 วัน ตลอดระยะเวลาการรับประกัน ผู้รับจ้างต้องเปลี่ยนแทนอุปกรณ์นั้นใหม่ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก กฟภ. ทั้งนี้ต้องเสนอแผนการดำเนินงาน ให้ กฟภ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ 13.9 ผู้รับจ้างต้องรับประกันความชำรุดบกพร่อง แก้ไข และปรับปรุง (Upgrade Version หรือ Release ใหม่) ระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งซอฟต์แวร์หรือ Firmware ทั้งหมดในโครงการให้ทันสมัยตลอด ระยะเวลาการรับประกันซอฟต์แวร์ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ จาก กฟภ. ทั้งนี้ต้องเสนอแผนการดำเนินงานและ ผลกระทบดังกล่าวให้ กฟภ. พิจารณาเห็นชอบก่อนดำเนินการภายใน 15 วันทำการ และภายหลังดำเนินการ แล้วเสร็จต้องส่งมอบเอกสารและคู่มือประกอบการใช้งานให้ กฟภ. และต้องอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ภายใน 30 วัน เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ งวด เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) งวดการจ่ายเงินของ งานที่ มูลค่าจ้างทั้งหมด ตามสัญญา 13-15 ร้อยละ 1.25 16 ส่งมอบงาน ระยะเวลาส่งมอบ สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง เอกสารดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง ป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report)หรือรายงาน ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ ระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน เดือนที่ 27, 30, 33 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด การรับประกัน ซอฟต์แวร์)
งวด ร้อยละ ส่งมอบงาน ระยะเวลาส่งมอบ
13-15 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง
เอกสารดังนี้
เดือนที่ 27, 30, 33
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
16 1.25 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ
บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation
Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง
เอกสารดังนี้
เดือน 36
(นับถัดจากวันที่สิ้นสุด
การรับประกัน
ซอฟต์แวร์)
1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -48- ลงนาม ประธานกรรมการ
งวด เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) งวดการจ่ายเงินของ งานที่ มูลค่าจ้างทั้งหมด ตามสัญญา 17-19 ร้อยละ 1.25 20 (งวด สุดท้าย) ร้อยละ 1.25 ส่งมอบงาน ระยะเวลาส่งมอบ สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง เอกสารดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง ป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report)หรือรายงาน ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ ระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance) พร้อมจัดส่ง เอกสารดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง ป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report)หรือรายงาน ผลการแก้ไขข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุป เป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และ ส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของ ระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม เดือนที่ 39, 42, 45 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด การรับประกัน ซอฟต์แวร์) เดือน 48 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด การรับประกัน ซอฟต์แวร์) 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -49- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System : OMS) 16.3 อัตราค่าปรับ 16.3.1 ในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามงวดงานที่ 1-4 ภายในระยะเวลาที่กำหนดในช่วงการ ดำเนินการระยะที่ 1 (Implement) ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่างาน ทั้งหมดตามการดำเนินการระยะที่ 1 นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดส่งมอบงานตามสัญญา จนถึงวันที่ส่งมอบ ครบถ้วนถูกต้องและใช้งานได้ทั้งระบบ 16.3.2 ในการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการภายใน ระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 15 เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) ผู้รับจ้างต้องยอม ให้ กฟภ. คิดค่าปรับสำหรับในส่วนเวลาที่เกินกำหนดเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง) ในอัตรา 20,000 บาทต่อชั่วโมง นับจากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จ โดย กฟภ. สงวนสิทธิ์จะหักเงินค่าปรับจากเงินที่ยังมิได้ชำระให้กับผู้รับจ้าง 16.4 ข้อยกเว้นการคิดค่าปรับ กฟภ. ยกเว้นการคิดค่าปรับตามระยะเวลาที่ได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ในกรณีดังต่อไปนี้ 16.4.1 การหยุดระบบโดยที่ กฟภ. เป็นผู้ร้องขอ เช่น การทดสอบแผนฟื้นฟูภัยพิบัติ การนำข้อมูลปริมาณมากขึ้นระบบ การปรับโครงสร้างองค์กร/ยกฐานะการไฟฟ้า การดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ 16.4.2 การขัดข้องของระบบที่ กฟภ. เป็นผู้รับผิดชอบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานหรือระบบเครือข่ายสื่อสาร (Network) ของ กฟภ. ผลกระทบหรือความผิดปกติจากระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไฟฟ้าดับและระบบสนับสนุนอาคาร (Building Facility) ไม่พร้อมใช้งาน 16.4.3 การโจมตีทางไซเบอร์ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดหรือความประมาท หรือความบกพร่องของผู้รับจ้าง 16.5 กำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ 1.3 หรือทำ ข้อตกลงจ้างเป็นหนังสือแล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายใน ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 60 (หกสิบ) เดือนนับถัดจากวันที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับมอบงานและออกหนังสือ รับรองผลงาน (PAC) ถูกต้องแล้ว โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายในระยะเวลาที่ กำหนดตามข้อ 15. เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) 16.6 หน่วยงานที่รับผิดชอบ ศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ โทร. 02-590-9504 02-590-5807 e-mail: [email protected] 1.1 รายละเอียดและขอบเขตของงาน -50- ลงนาม ประธานกรรมการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) ลำดับ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) รายการ แบบฟอร์มแจกแจงราคาภาพรวม 1. ค่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Computer Server) และค่าคอมพิวเตอร์สำหรับประมวลผล (Computer Workstation) ค่าซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) และสิทธิการใช้งาน ค่าออกแบบและพัฒนาระบบ 2. 3. 4. ค่าดำเนินการ (Implementation) 5. ค่าสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) ปีที่ 1 ค่าสนับสนุนภายหลังการนำระบบออกใช้งานและการรับประกัน (Post-Implementation Support and Warranty) ปีที่ 2 ค่าสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาระบบ และแก้ไขข้อขัดข้อง (Post-Implementation Support and Maintenance) ปีที่ 3 ค่าสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาระบบ และแก้ไขข้อขัดข้อง (Post-Implementation Support and Maintenance) ปีที่ 4 ค่าสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาระบบ และแก้ไขข้อขัดข้อง (Post-Implementation Support and Maintenance) ปีที่ 5 ค่าสนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ บำรุงรักษาระบบ และแก้ไขข้อขัดข้อง (Post-Implementation Support and Maintenance) ราคารวม ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา ราคารวม (บาท) หมายเหตุ 13.10 ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานอย่างระมัดระวังมิให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อระบบ คอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ระบบงานอื่น รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ของ กฟภ. และต้องรับผิดชดใช้หากเกิดผลกระ ทบหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของผู้รับจ้าง 14. การบริหารจัดการและบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance Services) ในการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบริหารจัดการ บำรุง รักษา และซ่อมแซมแก้ไขระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ รวมถึงการบำรุงรักษาเพื่อป้องกันความ ชำรุดเสียหาย เป็นระยะเวลา 48 (สี่สิบแปด) เดือนนับถัดจากวันที่สิ้นสุดการสนับสนุนภายหลังการนำระบบ ออกใช้งานและการรับประกันซอฟต์แวร์ โดยทำการซ่อมแซมแก้ไขและเปลี่ยนสิ่งที่จำเป็นทุกประการ เพื่อให้ ระบบคอมพิวเตอร์อยู่ในสภาพใช้งานได้ดีตามปกติโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากค่าจ้าง โดย ต้องดำเนินการดังนี้ 14.1 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีบุคลากรเพื่อปฏิบัติงานและประสานงานที่ศูนย์รับแจ้งปัญหาและสนับสนุนการ ใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS Helpdesk) ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน โดยบุคลากรต้องมีความรู้ ความ ชำนาญ และประสบการณ์ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ 14.2 ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการปฏิบัติงาน (Supervisor) เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านระบบบริหาร ไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถจำแนกประเภทของปัญหาและสามารถส่งต่อให้กับผู้เกี่ยวข้องได้ อย่างถูกต้อง 14.3 ผู้รับจ้างต้องจัดทำแผนการบำรุงรักษาและซ่อมแซมแก้ไข ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดใน โครงการ อย่างน้อยดังนี้ (1) แผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) (2) แผนการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) (3) แผนการสำรองอะไหล่ (4) รายละเอียดข้อมูลบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ กฟภ. สงวนสิทธิ์ในการแจ้งให้ผู้รับจ้างดำเนินการปรับปรุงแผนให้มีความเหมาะสมต่อไป 14.4 ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน 14.5 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบ วิเคราะห์ และประเมินประสิทธิภาพระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง อย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเอกสารใบรับการบริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากดำเนินการแล้วเสร็จ 14.6 ผู้รับจ้างต้องตรวจสอบความพร้อมใช้งานของระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ ที่ติดตั้ง ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์สำรองให้มีความพร้อมใช้งานในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักไม่ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 14.7 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance: PM) ระบบคอมพิวเตอร์ที่เสนอ ทั้งหมดในโครงการ ที่ติดตั้ง ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์หลักและศูนย์คอมพิวเตอร์สำรอง แบบ On-Site Service ทุก 3 เดือน ทั้งนี้ต้องเสนอแผนการดำเนินงานในแต่ละครั้งให้ กฟภ. พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนิน การ ล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วันทำการ และจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน พร้อมเอกสารใบรับการบริการ (Service Form) แจ้ง กฟภ. ภายใน 7 วันนับถัดจากดำเนินการแล้วเสร็จ 14.8 ผู้รับจ้างต้องดำเนินการบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance: CM) ระบบคอมพิวเตอร์ ที่เสนอทั้งหมดในโครงการ แบบ On-Site Service โดยผู้รับจ้างต้องซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จและใช้งานได้ดี ดังเดิม ภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อตกลงระดับการใช้บริการ (Service Level Agreement: SLA) นับ จากที่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือจาก กฟภ. 14.9 กรณีที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป/ผู้พัฒนาระบบมีการปรับปรุงใด ๆ โดยส่งผลให้ระบบ คอมพิวเตอร์ใช้งานไม่ได้หรือเกิดความเสี่ยงในการใช้งาน ผู้รับจ้างต้องดำเนินการให้ระบบกลับมาใช้งานได้โดย ไม่คิดค่าใช้จ่ายจาก กฟภ. 14.10 กรณีที่มีการปรับปรุงหรือแก้ไขระบบ ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามกระบวนการ Change Management และกระบวนการ Release Management ของ กฟภ. 14.11 ผู้รับจ้างต้องดำเนินงานอย่างระมัดระวังมิให้เกิดผลกระทบหรือความเสียหายต่อระบบ คอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ระบบงานอื่น รวมทั้งทรัพย์สินอื่น ๆ ของ กฟภ. และต้องรับผิดชดใช้หากเกิดผลกระ ทบหรือความเสียหายอันเนื่องมาจากการดำเนินงานของผู้รับจ้าง 14.12 ผู้รับจ้างต้องสนับสนุนการทดสอบการฟื้นฟูภัยพิบัติ (Disaster Recovery Plan) ตามที่ กฟภ. รองขอ 14.13 ผู้รับจ้างต้องบริหารจัดการการควบคุมสิทธิการเข้าใช้งานระบบ (Access Controls) โดยครอบ คลุมถึงการสนับสนุนงานผู้ดูแลระบบ (Admin) สำหรับการลงทะเบียนผู้ใช้งาน การสร้างและกำกับดูแลบัญชีผู้ ใช้งาน การให้สิทธิผู้ใช้งาน ตลอดจนการจัดการบัญชีผู้ใช้งาน (User Account) และรหัสผ่าน (Password) 14.14 ผู้รับจ้างต้องทบทวนสถาปัตยกรรมระบบ พร้อมเสนอแนะแผนการปรับปรุงระบบให้ทันสมัย 14.15 ผู้รับจ้างต้องจัดประชุมร่วมกับ กฟภ. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาสำคัญ และทบทวนประสิทธิภาพในการ ดูแลบำรุงรักษาพร้อมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ 14.16 ผู้รับจ้างต้องจัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน (1) รายงานสรุปปัญหา การแก้ปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา (2) รายงานการปรับปรุง ซ่อมแซมและเปลี่ยนอะไหล่ (3) รายงานแผนการปรับปรุงและพัฒนาประสิทธิภาพระบบ (4) เอกสารบทสรุปสำหรับผู้บริหาร (5) คู่มือการปฏิบัติงาน การดูแลรักษาและการแก้ไขปัญหาของระบบ เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 15. เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) ตลอดช่วงการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) ผู้รับจ้างต้องปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้ บริการ (Service Level Agreement: SLA) ดังนี้ 15.1 ผู้รับจ้างต้องดูแล บำรุงรักษา แก้ไขข้อขัดข้อง ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ทั้งหมด ซึ่ง ประกอบไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทุกชิ้นส่วน รวม ถึงซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องให้พร้อมใช้งาน หากเกิดความปัญหาหรือชำรุดบกพร่อง ผู้รับจ้างต้องแก้ไขให้สามารถ ใช้งานได้โดยมีระยะเวลาซ่อมแซมแก้ไขให้แล้วเสร็จ ดังนี้
ความรุนแรง รายละเอียดของปัญหา แก้ไขให้เสร็จ
รุนแรง ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ชำรุด บกพร่องหรือใช้งานไม่ได้ โดยผู้ใช้งานทั้งหมดไม่สามารถใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ได้ ภายใน 4 ชั่วโมง
สูง เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและ/หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดยผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ได้ ภายใน 24 ชั่วโมง
ปานกลาง เครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และ/หรือจอแสดงผล ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ ภายใน 3 วันทำการ
ต่ำ อุปกรณ์ต่อพ่วงของเครื่องคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) ชำรุด บกพร่อง หรือใช้งานไม่ได้ โดยผู้ใช้งานยังสามารถใช้งานระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ได้ ภายใน 10 วันทำการ
15.2 หากผู้รับจ้างซ่อมแซมแก้ไขไม่แล้วเสร็จหรือไม่สามารถใช้งานได้ดีดังเดิมภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้ รับจ้างต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกันหรือดีกว่ามาเปลี่ยนให้ใช้งานได้ไปจนกว่าจะซ่อมแซม แก้ไขแล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ก่อนดำเนินการ 15.3 หากผู้รับจ้างไม่เข้ามาซ่อมแซมแก้ไขหรือไม่สามารถดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขหรือไม่สามารถจัดหา อุปกรณ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติทัดเทียมกันหรือดีกว่ามาเปลี่ยนให้ใช้งานได้ภายในเวลาที่กำหนดไว้ ผู้รับจ้างต้องยอม ให้ กฟภ. คิดค่าปรับเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง) ในอัตรา 20,000 บาทต่อชั่วโมง นับ จากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้วเสร็จและใช้งานได้ดีดังเดิม 15.4 หากผู้รับจ้างไม่ดำเนินการดังกล่าว กฟภ. มีสิทธิทำการซ่อมแซมแก้ไข หรือจ้างบุคคลภายนอกทำ การซ่อมแซมแก้ไข โดยผู้รับจ้างจะต้องออกค่าใช้จ่ายในการจ้างบุคคลภายนอกซ่อมแซมแก้ไขแทน กฟภ. ทั้งสิ้น การที่ กฟภ. ทำการนั้นเองหรือจ้างผู้อื่นให้ทำงานนั้นแทนผู้รับจ้างไม่ทำให้ผู้รับจ้างหลุดพ้นจากความ รับผิดตามสัญญา หากผู้รับจ้างไม่ชดใช้ค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายตามที่ กฟภ. เรียกร้อง กฟภ. มีสิทธิบังคับจาก หลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาได้ 15.5 ผู้รับจ้างต้องบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (OMS) ตลอดระยะเวลาในการดำเนิน การระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือปรับปรุง Version หรือ Release ของ ซอฟต์แวร์ที่ กฟภ. ใช้งานอยู่ในทันสมัยขึ้น ผู้รับจ้างต้องสามารถติดตั้งให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมนำ เอกสาร และคู่มือประกอบการใช้งานมามอบให้แก้ กฟภ. และต้องอบรมให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน ภายใน 30 วัน
16. เงื่อนไขอื่น ๆ และข้อสงวนสิทธิ์ 16.1 วงเงินงบประมาณ วงเงินงบประมาณ 1,018,849,720.- บาท (หนึ่งพันสิบแปดล้านแปดแสนสี่หมื่นเก้าพันเจ็ดร้อยยี่สิบบาท ถ้วน) รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งปวง 16.2 การส่งมอบงาน ค่าจ้าง และการจ่ายเงิน 16.2.1 การดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) ผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานภายใน 20 (ยี่สิบ) เดือน โดยแบ่งการจ่ายเงินเป็นงวด รวม 4 (สี่) งวด ในงวด ที่ 1-4 และผ่านการตรวจรับจากคณะกรรมการตรวจรับงานจ้างเรียบร้อยแล้ว ดังนี้
งวด งานที่ส่งมอบ มูลค่าจ้างทั้งหมด
1 การออกแบบพัฒนากระบวนงานและระบบงาน
1) เอกสารกระบวนงาน (Business Process)
2) เอกสารสถาปัตยกรรมระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Solution
3) ร่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กรในระดับ Low Level
4) เอกสารการออกแบบ System Design and Cybersecurity
ร้อยละ 10
2 ส่งมอบระบบพร้อมติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป และ สนับสนุน ต่าง ๆ และผ่านการทดสอบ Factory Acceptance Test ร้อยละ 30
3 ร้อยละ 30
4 ร้อยละ 30
(FAT), Testing 3 กฟภ. ผนวก 3 ทดสอบ Testing, 4 กับ (OMS Availability 8 ซอฟต์แวร์) 9-11 รอยละ 1.25 รอยละ 1.25 บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) พร้อมจัดส่งเอกสารดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิง ป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงาน ผลการแก้ไข ข้อข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทางและวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด การรับประกันซอฟต์แวร์) 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบ รายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support, Warranty and Maintenance) พร้อมจัดส่งเอกสารดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation เดือนที่ 12 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด การรับประกัน เดือนที่ 15, 18, 21 (นับถัดจากวันที่ สิ้นสุด เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ Support and Maintenance) พร้อมจัดส่งเอกสาร ดังนี้ 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation เดือนที่ 24 (นับถัดจากวันที่ สิ้นสุด เดือนที่ 27, 30, 33 (นับถัดจากวันที่ สิ้นสุด เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 16 รอยละ 1.25 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance) พร้อมจัดส่งเอกสาร ดังนี้ การรับประกันซอฟต์แวร์) 17-19 รอยละ 1.25 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report)หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation เดือน 36 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด เดือนที่ 39, 42, 45 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ 20 (งวด สุดท้าย) รอยละ 1.25 ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และ บำรุงรักษาระบบ (Post-Implementation Support and Maintenance) พร้อมจัดส่งเอกสาร ดังนี้ การรับประกันซอฟต์แวร์) 1) แผนและรายงานผลการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance Report) 2) รายงานผลการปฏิบัติงานของระบบ (Incident Summary Report) หรือรายงานผลการแก้ไข ข้อขัดข้องของระบบ โดยสรุปเป็นรายเดือน พร้อมทั้งระบุจำนวน ประเภท ผลกระทบ แนวทาง และวิธีแก้ไขปัญหา และส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 3) รายงานการตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบรายเดือน (System Availability and Performance Summary Report) โดยส่งมอบให้ กฟภ. ทุกเดือน 4) แผนและรายงานผลการฝึกอบรม (**ตารางตามเอกสารแนบท้าย TOR**) 16.3 อัตราค่าปรับ เดือน 48 (นับถัดจากวันที่สิ้นสุด 16.3.1 ในการดำเนินการระยะที่ 1 จัดหา พัฒนา ติดตั้ง ทดสอบ และนำออกใช้งาน (Implementation) หากผู้รับจ้างไม่สามารถส่งมอบงานตามงวดงานที่ 1-4 ภายในระยะเวลาที่กำหนดในช่วง การดำเนินการระยะที่ 1 (Implement) ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.1 ของมูลค่า งานทั้งหมดตามการดำเนินการระยะที่ 1 นับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดส่งมอบงานตามสัญญา จนถึงวันที่ส่งมอบ ครบถ้วนถูกต้องและใช้งานได้ทั้งระบบ 16.3.2 ในการดำเนินการระยะที่ 2 สนับสนุนการใช้งาน บริหารจัดการ และบำรุงรักษาระบบ (Post- Implementation Support, Warranty and Maintenance) หากผู้รับจ้างไม่สามารถดำเนินการภายในระยะ เวลาที่กำหนดตามข้อ 15 เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) ผู้รับจ้างต้องยอม เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ให้ กฟภ. คิดค่าปรับสำหรับในส่วนเวลาที่เกินกำหนดเป็นรายชั่วโมง (เศษของชั่วโมงให้คิดเป็น 1 ชั่วโมง) ใน อัตรา 20,000 บาทต่อชั่วโมง นับจากเวลาที่ครบกำหนดจนถึงเวลาที่ผู้รับจ้างดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขแล้ว เสร็จ 16.4 โดย กฟภ. สงวนสิทธิ์จะหักเงินค่าปรับจากเงินที่ยังมิได้ชำระให้กับผู้รับจ้าง ข้อยกเว้นการคิดค่าปรับ กฟภ. ยกเว้นการคิดค่าปรับตามระยะเวลาที่ได้รับความเห็นชอบจาก กฟภ. ในกรณีดังต่อไปนี้ 16.4.1 การหยุดระบบโดยที่ กฟภ. เป็นผู้ร้องขอ เช่น การทดสอบแผนฟื้นฟูภัยพิบัติ การนำข้อมูลปริมาณมากขึ้นระบบ การปรับโครงสร้างองค์กร/ยกฐานะการไฟฟ้า การดำเนินการด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ 16.4.2 การขัดข้องของระบบที่ กฟภ. เป็นผู้รับผิดชอบ เช่น โครงสร้างพื้นฐานหรือระบบเครือข่ายสื่อสาร (Network) ของ กฟภ. ผลกระทบหรือความผิดปกติจากระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ไฟฟ้าดับและระบบสนับสนุนอาคาร (Building Facility) ไม่พร้อมใช้งาน 16.4.3 การโจมตีทางไซเบอร์ ที่ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดหรือความประมาท หรือความบกพร่องของผู้รับจ้าง 16.5 กำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง ผู้ชนะการประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งได้ทำสัญญาจ้างตามแบบดังระบุในข้อ 1.3 หรือทำข้อตกลงจ้าง เป็นหนังสือแล้วแต่กรณี จะต้องรับประกันความชำรุดบกพร่องของงานจ้างที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อย กว่า 60 (หกสิบ) เดือนนับถัดจากวันที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับมอบงานและออกหนังสือรับรองผลงาน (PAC) ถูกต้องแล้ว โดยต้องรีบจัดการซ่อมแซมแก้ไขให้ใช้การได้ดีดังเดิมภายในระยะเวลาที่กำหนดตามข้อ 15. เกณฑ์ประสิทธิภาพบริการ (Service Level Agreement : SLA) 16.6 หน่วยงานที่รับผิดชอบ ศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ โทร. 02-590-9504, 02-590- 5807 e-mail: [email protected] เอกสารนี้จัดทำในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) ลำดับ จำนวน รายการ ยี่ห้อ รุ่น DC DR HQ N1 N2 N3 NE1 NE2 NE3 C1 C2 C3 S1 S2 S3 ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา หน่วย ราคาต่อหน่วย (บาท) ราคารวม (บาท) 1 Hardware 1.1 Production Environment (PDE) 2 1 Lot 0 1.2 Pre-Production Environment (PPE) 1.2.1 Development System (DVS) 1 1 Lot 0 1.2.2 Quality Assurance System (QAS) 1 1 Lot 0 1.3 DMZ Environment (DMZ) 2 1 Lot 0 1.4 System Mangement Environment (SME) 1 1 Lot 0 1.5 Simulation Environment (SIE) 1 Lot 0 1.6 Backup/Storage Devices (Itemize) Lot 0 1.6.1 Storage 1 1 Lot 0 1.6.2 Backup System 1 1 Lot 0 1.6.3 Tape Library 1 Lot 0 1.7 Network and Firewall Equipment (Itemize) 1.7.1 Network Equipment 2 1 Lot 0 1.7.2 Next Gen Firewall 2 1 Lot 0 1.8 Workstations for Administrator 1.8.1 Workstation 6 18 6 Set 0 1.8.2 Monitors Set 0 1.8.3 UPS Set 0 1.9 Workstation for User 1.9.1 Workstation 1 19 13 15 18 17 16 32 26 18 16 18 14 Set 0 1.9.2 Monitors 3 57 39 45 54 51 48 96 78 54 48 54 42 Set 0 1.9.3 UPS 1 19 13 15 18 17 16 32 26 18 16 18 14 Set 0 1.10 Others (Itemize) ราคารวมฮาร์ดแวร์ 0 หมายเหตุ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจกแจงทุกรายการที่นำเสนอ กฟภ. เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) ลำดับ รายการ ยี่ห้อ รุ่น ประเภท License (Perceptual /Subscription) จำนวน DC DR HQ N1 N2 N3 NE1 NE2 NE3 C1 C2 C3 S1 S2 S3 ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา ราคาต่อหน่วย ราคารวม หน่วย (บาท) (บาท) 2 Software 2.1 OMS 2 1 Lot 0 2.2 Integrations 2.2.1 GIS 2 1 Lot 0 2.2.2 SCADA/TDMS 2 1 Lot 0 2.2.3 1129 PEA Contact Center 2 1 Lot 0 2.2.4 Mobile Application for Customer 2 1 Lot 0 2.2.5 AMI 2 1 Lot 0 2.2.6 MWM 2 1 Lot 0 2.2.7 EAM 2 1 Lot 0 2.2.8 ERP 2 1 Lot 0 2.2.9 UTP 2 1 Lot 0 2.3 Cyber Security Software (Itemize) 0 2.3.1 Software for Servers 1 1 Lot 0 2.3.2 Software for Workstation 7 19 13 15 18 17 16 32 26 18 16 18 14 Set 0 2.4 Virtual Machine Software (Itemize) 1 1 Lot 0 2.5 Software Licenses (Itemize) 2.5.1 Licenses for Workstations 350* 350* Set 0 2.5.2 Licenses for Mobile/Web Application 1000*1000* Set 0 2.6 Supporting Software (Itemize) 2.7 Others (Itemize) หมายเหตุ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจกแจงทุกรายการที่นำเสนอ กฟภ. ราคารวมซอฟต์แวร์ 0 เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) ลำดับ ภาคผนวก 1 แบบฟอร์มแจกแจงราคา ราคาต่อหน่วย รายการ ยี่ห้อ ราคารวม รุ่น จำนวน หน่วย (บาท) (บาท) 3 ค่าออกแบบและพัฒนาระบบ 4 ค่าดำเนินการ 5 ค่าสนับสนุนการใช้งานและบำรุงรักษาระบบ 5.1 ค่าบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์ 5.2 ค่าบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ 5.3 5.4 ค่าสนับสนุนการใช้งาน ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Itemize) หมายเหตุ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องแจกแจงทุกรายการที่นำเสนอ กฟภ. ราคารวมทั้งหมด 1 Lot 1 Lot 0 0 4 ปี 0 4 ปี 0 4 ปี 0 4 ปี 0 ราคารวมค่าสนับสนุนการใช้งานและบำรุงรักษา 0 0 กาธไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY ภาคผนวก 2 แบบฟอร์มตัวอย่างเอกสารสถาปัตยกรรมองค์กร (Enterprise Architecture) 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) รหัส และ ชื่องาน (Job) กฎ ระเบียบ แนวทางปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้อง ประเด็นปัญหา ระบบสารสนเทศ ข้อมูล หน่วยงาน 2 หน่วยงาน 1 รหัสงาน-1 ประเด็นปัญหา People Process Technology เริ่มต้น สถาปัตยกรรมองค์กรในปัจจุบัน (Swim Lanes As-is) รหัสงาน-1 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน รหัสงาน-3 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จํานวนคนทำกิจกรรม : X คน & รหัสงาน-4 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ชม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน & รหัสงาน-2 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน ข้อมูลXXX 수 ชื่อระบบ diewed by Anonymous Mar 24031 172.30. Provincial Electricity Authonly ชื่อระบบ กฟภ. ห้ามเผยแพร่ สิ้นสุด รหัส และ ชื่องาน (Job) กฎ ระเบียบ แนวทางปฏิบัติงานที่ เกี่ยวข้อง ประเด็นปัญหา ระบบสารสนเทศ ข้อมูล หน่วยงาน 2 สถาปัตยกรรมองค์กรในอนาคต (Swim Lane To-be) เริ่มต้น รหัสงาน-1 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน รหัสงาน-3 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ชม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน รหัสงาน-4 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จำนวนคนทำกิจกรรม : X คน & รหัสงาน-2 รายละเอียดกิจกรรม 1. จำนวนครั้งที่ทำกิจกรรม : X ครั้ง/ปี/เขต 2. จำนวนชั่วโมงที่ทำกิจกรรม : X ซม. 3. ตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้อง : X 4. จํานวนคนทำกิจกรรม : X คน 수 ข้อมูลXXX 수 สิ้นสุด Funfidence กฟภ. ห้ามเผยแพร่ 2 รหัสงาน-1 ประเด็นปัญหา People Process Technology สิ่งที่ต้องแก้ไข People newed by Anonymous 14 07:53:31 172.30.147 Provincial Electricity Authority ชื่อระบบ รหัสงาน-3 ประเด็นปัญหา People Process Technology nology สิ่งที่ต้องแ Confidentia เบ Process Technology ชื่อเครื่องหมาย เครื่องหมาย ความหมาย ตัวอย่าง เริ่มต้นกิจกรรม W สิ้นสุดกิจกรรม กิจกรรมที่มีลักษณะเป็นแมนนวล กิจกรรมดำเนินการโดยบุคคลที่ใช้ระบบสารสนเทศ & ข้อมูลหรือกลุ่มข้อมูล ข้อมูลในรูปแบบกระดาษ หรือไม่อยู่ในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ข้อมูลในรูปแบบไฟล์เอกสารในระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ข้อมูลในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์หรือข้อมูลที่เรียกใช้งาน จากฐานข้อมูล W XP 0 V PDF ArcGIS AUTOCAD Ө Confidential เป็นขอ ระบบสารสนเทศ Sequence เริ่มต้นกิจกรรม สิ้นสุดกิจกรรม กิจกรรมดำเนินการโดยบุคคลที่มีลักษณะแมนนวล /ไม่มีระบบสารสนเทศรองรับ User Task: กิจกรรมดำเนินการโดยบุคคลที่ใช้ระบบสารสนเทศในการสนับสนุนงาน โดยเป็นผู้ใช้งานระบบโดยตรง ข้อมูลหรือกลุ่มข้อมูล ที่ถูกใช้งานในรูปแบบกระดาษ, ไฟล์เอกสาร หรือข้อมูลในระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศ & DG-E01.1-12 ใบขอเสนอซื้อ/จ้าง (PR) หรือไม่อยู่ในระบบเทพร ข้อมูลที่ถูกใช้งานในรูปแบบกระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลในรูปแบบไฟล์เอกสารในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เลือกใช้สัญลักษณ์ตาม ประเภทไฟล์ที่ถูกใช้งาน เช่น Microsoft Word, Microsoft excel, PDF เมื่อผู้ใช้งานระบบใช้ฐานข้อมูล หมายถึง เป็นต้น 1. การใช้ข้อมูลจากระบบสารสนเทศโดยเป็นผู้ใช้งานระบบ มีการ Login ระบบเพื่อ ดำเนิน 3 กิจกรรมนั้น ๆ เช่น การทำใบขอซื้อในระบบ SAP-MM 2. การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้รายงานในระบบ หรือเครื่องมือวิเคราะห์ในระบบ สารสนเทศ เช่น การทำรายงานการวิเคราะห์ต้นทุนสินค้า SAP-MM โดยมีการ Login เข้าระบบ เพื่อวิเคราะห์ต้นทุนสินค้าในระบบ และไม่มีการดึงข้อมูลออกมาเพื่อทำงานนอกระบบ A CA10 ระบบประมาณ การงานก่อสร้าง B Message Flow กระบวนการต่อไป Parallel Gateways + ระบบสารสนเทศ Sequence Flow ใช้สำหรับบอกถึงขั้นตอนถัดไปของกิจกรรมตามทิศทางที่หัวลูกศรชี้ ไป Message Flow ใช้สำหรับบอกถึงขั้นตอนถัดไปเช่นเดียวกันกับ Sequence Flow และ ใช้เชื่อมกันระหว่าง Swim Lane โดยที่ - เส้นสีแดง ใช้แทน ข้อมูลนำเข้า (Input Data) ที่ถูกเรียกมาใช้ในกระบวนการ - เส้นสีฟ้า ใช้แทน ข้อมูลที่ออกจากกระบวนการ (Output Data) กิจกรรม/กระบวนการก่อนหน้าจุดเริ่มกิจกรรมต่าง ๆ ในแผนภาพ หรือ กิจกรรมต่อไป เมื่อกิจกรรมในงานนี้สิ้นสุด Parallel Gateways เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงการดำเนินกิจกรรมในทุกเส้นทาง ซึ่ง อาจจะทำไปพร้อมกันหรือในลำดับใกล้เคียงกันได้ แต่จะต้องรอการกระทำในทุก เส้นทางก่อนหน้านั้นให้เสร็จก่อนจึงจะดำเนินการต่ออีกกิจกรรมหนึ่งได้ DG-E01.1-05 ข้อมูลโครงการ DG-E01.1-04 List of Material (LOM) E1.4.1-6 คัดเลือกและจัดจ้างบริษัทขนส่ง E1.4.2 งานติดตามและ ควบคุมการขนส่งและ Logistic A + C B DG-E01.1-04 ข้อมูล LOM (List of Materials) DG-E01.1-17 รายงานสถานะ พัสดประจำเดือน DG-E01.1-13 ความต้องการ รายการพัสดุประจำปี Solution Architecture E1.1.1 งานพยากรณ์ และงานวางแผนความต้องการพัสดุ (พัสดุหลักและพัสดุรอง) E1.1 กระบวนการวางแผนด้านพัสดุ ระบบประมาณการพัสดุ Function นำเข้ารายการพัสดุจาก ระบบ Material Master Data Management แบบ Real-time ระบบ SAP-MM DG-E01.1-12 ใบขอเสนอซื้อ/จ้าง (PR) Function Advance Shipment Notification Function นำเข้าสถานะพัสดุจากระบบ SAP-MM E1.1.1-3 วิเคราะห์ เพื่อ จัดทำแผนจัดหาพัสดุตาม กรอบงบประมาณประจำปี DG-E01.1-10 แผนจัดสรร (แผน จัดสรร, WBS, PR} Function นำข้อมูลการใช้งานพัสดุจากระบบ SAP-MM เพื่อมาประมวลผลเพื่อการ พยากรณ์และการวางแผน Function สามารถนำข้อมูลรายการพัสดุทั้งหมด เพื่อหาความต้องการใช้รายการพัสดุของ หน่วยงานเจ้าของโครงการ และ เจ้าของ งบประมาณ โดยใช้ e-Form ระบบ SAP-MM Internal API Call EA001 ระบบ SAP-MM DG-E01.1-06 ร่างแผนจัดหาพัสดุ ประจำปี DG-E01.1-03 แผนการจัดซื้อจัดจ้าง DG-E01.3-01 E1.1.2 งานบริหา ระบบ SMM รด้านพัสดุ -Smart Material Monitoring Function ลงทะเบียนพัสดุหลัก พัสดุรอง และพัสดุปร Function ควบคุมการปรับปรุงแก้ไขทะเบียนพัสดุ และเก็บ ประวัติการปรับปรุงแก้ไข 53312172.30.1410 Provincial Electricity Authority ระบบการเชื่อมโยงแอพพลิเคชั่น (API) ระบบ SAP-MM Internal API Call CA010 ระบบประมาณการก่อสร้าง CA010 ระบบประมาณการพัสด ระบบ SMM - Smart Material Monitoring Internal API Call CA010 ระบบประมาณการก่อสร้าง CA010 ระบบประมาณการพัสดุ Security Host IDS/ Compliance Audit Log Management/ SIEM PAM IAM Function กำหนดอายุการใช้งานพัสดุ อาทิ วันเริ่มต้น วัน หมดอายุ วันสิ้นสุดการใช้งาน Data Privacy Management 3rd Party API Call NDID Data Governance Management Vulnerability/ Penetration Testing Firewall Blade Server Confidential Storage Hypervisor ous Sente Disk to Disk to Tape Microsoft/Redhat Linux Server Power Supply/Generator DWDM/Dark fiber Network SD-LAN SD-WAN SSL-VPN Local Traffic Load Balancer PKI Cloud Community IDS/IPS Sandbox System Protection NDID End-Points Protection กาธไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY ภาคผนวก 3 สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) 1. สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง 1.1 สถานที่ติดตั้งตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมซอฟต์แวร์ สำหรับผู้จัดเตรียมฐานข้อมูล ดูแลระบบ (Admin) และใช้งาน (User) จำนวน 6 ชุด ดังนี้ 1.2 (1) กองวิเคราะห์โครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ จำนวน 4 ชุด (2) ศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ จำนวน 2 ชุด สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง พร้อมซอฟต์แวร์ สำหรับผู้ใช้งาน (User) จำนวน 223 ชุด ดังนี้ (1) ศูนย์ปฏิบัติการโครงข่ายไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ จำนวน 1 ชุด (2) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หน่วยงานภูมิภาค จำนวน 222 ชุด ตามบัญชีสถานที่ติดตั้งระบบ คอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -1- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 19 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงใหม่ 2 เชียงใหม่ 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาจอมทอง เชียงใหม่ 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาฝาง เชียงใหม่ 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่ริม เชียงใหม่ 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสันกำแพง เชียงใหม่ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสันทราย เชียงใหม่ 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสันป่าตอง เชียงใหม่ 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหางดง เชียงใหม่ 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเชียงราย เชียงราย 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเทิง เชียงราย 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพาน เชียงราย 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สาย เชียงราย 14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองพะเยา พะเยา 15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองแม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน 16 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองลำปาง ลำปาง 17 19 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเกาะคา 18 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 1 (ภาคเหนือ) จังหวัดเชียงใหม่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองลำพูน ลำปาง ลำพูน ลำพูน สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -2- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก จำนวน 13 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 2 (ภาคเหนือ) จังหวัดพิษณุโลก พิษณุโลก 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองพิษณุโลก พิษณุโลก 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองกำแพงเพชร กำแพงเพชร 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาขาณุวรลักษบุรี กำแพงเพชร 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองตาก ตาก 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สอด ตาก 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองน่าน น่าน 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองพิจิตร พิจิตร 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตะพานหิน พิจิตร 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองแพร่ แพร่ 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสุโขทัย สุโขทัย 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสวรรคโลก สุโขทัย 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์ สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -3- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี จำนวน 15 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี ลพบุรี 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองลพบุรี ลพบุรี 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาโคกสำโรง ลพบุรี 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชัยบาดาล ลพบุรี 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพัฒนานิคม ลพบุรี 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองชัยนาท ชัยนาท 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครสวรรค์ นครสวรรค์ 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตาคลี นครสวรรค์ 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาลาดยาว นครสวรรค์ 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเพชรบูรณ์ เพชรบูรณ์ 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาบึงสามพัน เพชรบูรณ์ 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหนองไผ่ เพชรบูรณ์ 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหล่มสัก เพชรบูรณ์ 14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสิงห์บุรี สิงห์บุรี 15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอุทัยธานี อุทัยธานี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -4- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดอุดรธานี จำนวน 18 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดอุดรธานี อุดรธานี 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอุดรธานี อุดรธานี 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอุดรธานี 2 อุดรธานี 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขากุมภวาปี อุดรธานี 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหนองหาน อุดรธานี 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองขอนแก่น ขอนแก่น 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองขอนแก่น 2 ขอนแก่น 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาชุมแพ ขอนแก่น 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาบ้านไผ่ ขอนแก่น 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครพนม นครพนม 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเลย เลย 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาวังสะพุง เลย 14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสกลนคร สกลนคร 15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพังโคน สกลนคร 16 17 18 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสว่างแดนดิน การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองหนองคาย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองหนองบัวลำภู สกลนคร หนองคาย หนองบัวลำภู สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -5- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคตะวันออกฉียงเหนือ) จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 17 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 2 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดอุบลราชธานี อุบลราชธานี 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอุบลราชธานี อุบลราชธานี 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเดชอุดม อุบลราชธานี 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตระการพืชผล อุบลราชธานี 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาวารินชำราบ อุบลราชธานี 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองกาฬสินธุ์ กาฬสินธุ์ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสมเด็จ กาฬสินธุ์ 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองมหาสารคาม มหาสารคาม 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขากันทรวิชัย มหาสารคาม 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองมุกดาหาร มุกดาหาร 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองยโสธร ยโสธร 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองร้อยเอ็ด ร้อยเอ็ด 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเสลภูมิ ร้อยเอ็ด 14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองศรีสะเกษ ศรีสะเกษ 15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขากันทรลักษ์ ศรีสะเกษ 16 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขากันทรารมย์ ศรีสะเกษ 17 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองอำนาจเจริญ อำนาจเจริญ สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -6- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 16 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 3 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จังหวัดนครราชสีมา นครราชสีมา 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครราชสีมา นครราชสีมา 3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครราชสีมา 2 (หัวทะเล) นครราชสีมา 4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครราชสีมา 3 (สุรนารี) นครราชสีมา 5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาโชคชัย นครราชสีมา 6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาบัวใหญ่ นครราชสีมา 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาปักธงชัย นครราชสีมา 8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาปากช่อง นครราชสีมา 9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพิมาย นครราชสีมา 10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสีคิ้ว นครราชสีมา 11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองชัยภูมิ ชัยภูมิ 12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาภูเขียว ชัยภูมิ 13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองบุรีรัมย์ บุรีรัมย์ 14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขานางรอง บุรีรัมย์ 15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสุรินทร์ สุรินทร์ 16 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาปราสาท สุรินทร์ สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลและอุปกรณ์ต่อพ่วง -7- ลงนาม ประธานกรรมการ เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 32 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 1 (ภาคกลาง) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา 2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา ... (rest of page 2 content) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคกลาง) จังหวัดชลบุรี จำนวน 26 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 2 (ภาคกลาง) จังหวัดชลบุรี ชลบุรี ... (rest of page 3 content) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม จำนวน 18 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 3 (ภาคกลาง) จังหวัดนครปฐม นครปฐม ... (rest of page 4 content) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 16 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้ ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด 1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 1 (ภาคใต้) จังหวัดเพชรบุรี เพชรบุรี ... (rest of page 5 content) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 18 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้
ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด
1 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 2 (ภาคใต้) จังหวัดนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาท่าศาลา นครศรีธรรมราช
4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาทุ่งสง นครศรีธรรมราช
5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาปากพนัง นครศรีธรรมราช
6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองกระบี่ กระบี่
7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองตรัง ตรัง
8 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาห้วยยอด ตรัง
9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองพังงา พังงา
10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตะกั่วป่า พังงา
11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองภูเก็ต ภูเก็ต
12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาถลาง ภูเก็ต
13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาป่าตอง ภูเก็ต
14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี
15 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขากาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี
16 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี
17 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาพุนพิน สุราษฎร์ธานี
18 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเวียงสระ สุราษฎร์ธานี
-12- ลงนาม ประธานกรรมการ
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) บัญชี สถานที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผล (Workstation) และอุปกรณ์ต่อพ่วง สำหรับผู้ใช้งาน (User) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 (ภาคใต้) จังหวัดยะลา จำนวน 14 แห่ง แห่งละ 1 ชุด ดังนี้
ลำดับที่ สถานที่ติดตั้ง จังหวัด
1 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองยะลา ยะลา
2 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเบตง ยะลา
3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองนราธิวาส นราธิวาส
4 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสุไหงโก-ลก นราธิวาส
5 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองปัตตานี ปัตตานี
6 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสายบุรี ปัตตานี
7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองพัทลุง พัทลุง
8 ศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟฟ้าเขต 3 (ภาคใต้) จังหวัดยะลา สงขลา
9 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสงขลา สงขลา
10 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาจะนะ สงขลา
11 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาระโนด สงขลา
12 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาสะเดา สงขลา
13 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาหาดใหญ่ สงขลา
14 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองสตูล สตูล
-13- ลงนาม ประธานกรรมการ
กาธไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PROVINCIAL ELECTRICITY AUTHORITY ภาคผนวก 4 ตัวอย่างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (Report52) 1.1 ร่างรายละเอียดและขอบเขตของงาน (Terms of Reference) งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS) ตัวอย่างรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (Report52) รายการข้อมูลรายงานเหตุการณ์ไฟฟ้าขัดข้อง (report 52) ประกอบด้วยรายการดังนี้
ลำดับที่ รายการ
1 EventNumber
2 OutageDateTime
3 CountOfRestoStep
4 FirstRestoDate Time
5 LastRestoDateTime
6 FirstStepDuration
7 LastStepDuration
8 EventType
9 SubstationID
10 Feeder
11 OpDevicelD
12 OpDeviceGIStag
13 OpDeviceXYcoord
14 OpDeviceType
15 OpDeviceStatus
16 OpDevicePhase
17 OpVolt
18 OpVolt1
19 OpVolt2
20 OpDeviceSysType
21 Owner
22 FaultSysType
23 Know UnknowCause
24 Weather
25 CauseType
26 SubCauseType
27 FaultDevice Type
28 FaultDevice
29 FaultDeviceCondition
30 Parts
31 DamagedParts
32 Manufacturer
33 Relay Type
34 Relation
35 RelayPhase
-1- ลงนาม ประธานกรรมการ
เอกสารประกวดราคาจ้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e – bidding) เลขที่ งานจ้างจัดหา พัฒนา และติดตั้งระบบบริหารไฟฟ้าขัดข้อง (Outage Management System: OMS)
ลำดับที่ รายการ
36 RelayStatus
37 Detail
38 FaultDetail
39 SiteDetail
40 OpDeviceArealD
41 OpDeviceSitelD
42 EventSitelD
43 AffectedArealD
44 AffectedSitelD
45 Industrial
46 AffectedCustomer1
47 AffectedCustomer2
48 AffectedCustomer3
49 AffectedCustomer4
50 AffectedCustomer5
51 AffectedCustomer
52 AllStepCusXTime1
53 AllStepCusXTime2
54 AllStepCusXTime3
55 AllStepCusXTime4
56 AllStepCusXTime5
57 AllStepCusXTime
58 Capacity (kVA)
59 Load (MW)
60 CorrectionDetail
61 WorkOrderID
62 CreateEventDateTime
63 CloseEventDateTime
-2- ลงนาม ประธานกรรมการ