THAIFEX งานประมูลรัฐ 2025 โอกาสทองสำหรับผู้ประกอบการอาหาร – งานใหญ่ 3 โครงการ ทุนจ้างสูงสุด 50 ล้านบาท
THAIFEX คืองานประมูลภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประมูลโครงการใหญ่ 2025 ทั้งในด้านการส่งเสริมสินค้าอาหารฮาลาล การยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพ และการจัดแสดงสินค้าในงานระดับนานาชาติ ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 50 ล้านบาท ค้นหาข้อมูลล่าสุด คุณสมบัติผู้ประมูล ขั้นตอนการยื่นข้อเสนอ ค้นหาความสำเร็จก่อนหน้า – คลิกเพื่อรับข้อมูลเที่ยงตรงจากแหล่งรัฐบาล
THAIFEX เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ภาครัฐใช้ในการจัดประมูลงานด้านอาหารและสินค้าเกษตร ซึ่งเปิดให้ผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมประมูลอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในช่วงปี 2025 ที่มีโครงการใหญ่ถึง 3 โครงการหลักที่จัดขึ้นในงานแสดงสินค้าอาหารระดับนานาชาติ อย่างงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2025 ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารฮาลาล อาหารเพื่อสุขภาพ และสินค้าเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเข้าร่วมประมูลได้ทั้งในรูปแบบจ้างเหมาดำเนินงาน และจ้างซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดแสดงสินค้า ตอบโจทย์การส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้าในตลาดต่างประเทศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพสินค้าอาหารของไทยให้ทัดเทียมระดับโลก โครงการที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ โครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหารในตลาดต่างประเทศภายใต้ THAIFEX 2025 ซึ่งจัดขึ้นในปี 2568 ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้งานดังกล่าวมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 50 ล้านบาท และมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) กรมส่งเสริมการส่งออก รวมถึงหน่วยงานในกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพด้านเกษตรกรรมและอาหาร ผู้เข้าร่วมประมูลจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ได้แก่ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลถูกต้องตามกฎหมาย มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และมีประสบการณ์ในการจัดแสดงสินค้าหรือจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในงานแสดงสินค้านานาชาติอย่างน้อย 3 ปี ทั้งนี้ต้องมีผลงานที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานรัฐหรือองค์กรวิชาชีพ เช่น ได้รับใบรับรองคุณภาพฮาลาล หรือได้รับรางวัลจากงานแสดงสินค้าระดับโลก รวมถึงต้องมีทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการบริหารจัดการงานแสดงสินค้า อย่างน้อย 5 คน ซึ่งต้องมีวุฒิปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง หรือมีประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมอาหารหรือสินค้าเกษตรไม่น้อยกว่า 5 ปี สำหรับสเป็คงาน ได้แก่ ต้องมีการจัดทำบูธแสดงสินค้าอย่างน้อย 3 บูธในงาน THAIFEX พร้อมอุปกรณ์ประกอบการแสดงที่ทันสมัย เช่น จอ LED ระบบเสียง ชุดอุปกรณ์ถ่ายภาพ รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย บริการให้ข้อมูลลูกค้า และการจัดการฐานข้อมูลลูกค้าหลังงาน ทั้งนี้ ผู้ประมูลต้องเสนอราคาที่แข่งขันได้ ซึ่งข้อเสนอจะถูกประเมินจากเกณฑ์ด้านเทคนิค 70% และด้านราคา 30% โดยเกณฑ์การให้คะแนนเทคนิคจะพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของผลงาน เทคโนโลยีที่ใช้ ประสบการณ์ในการจัดงาน ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ และความสามารถในการส่งมอบตรงเวลา ขั้นตอนการเข้าร่วมประมูลเริ่มจากการติดตามประกาศจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือเว็บไซต์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีการประกาศรายละเอียด TOR และคุณสมบัติผู้เข้าร่วม ผู้สนใจสามารถยื่นขอซื้อเอกสารประมูลได้ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2568 โดยเอกสารดังกล่าวจะประกอบด้วยรูปแบบการจัดงาน รายการสินค้าที่ต้องนำเสนอ ข้อกำหนดด้านการตลาด รวมถึงหลักฐานในรูปแบบเอกสารต่าง ๆ ผู้ยื่นข้อเสนอต้องจัดทำข้อเสนอที่ครบถ้วน ชัดเจน และมีโครงสร้างที่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับประสบการณ์การจัดแสดงสินค้า รายได้ที่เคยได้รับ และแผนการส่งมอบงานที่ชัดเจน รวมถึงการจัดทำแผนการตลาดที่เข้าใจง่ายและวัดผลได้ สำหรับผู้ที่ต้องการชนะการประมูล ควรเลือกยื่นข้อเสนอที่มีความน่าเชื่อถือสูง จัดเตรียมเอกสารที่ครบถ้วน และเสนอราคาที่สมเหตุสมผล พร้อมกันนี้ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการชี้แจงข้อสงสัยจากคณะกรรมการ ทั้งนี้ ผู้ที่ชนะการประมูลจะได้รับการประกาศผลอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และต้องทำสัญญาภายใน 30 วันนับจากวันประกาศผล ซึ่งสัญญาจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับภาระหน้าที่ ระยะเวลาโครงการ รวมถึงเงื่อนไขการจ่ายเงินและติดตามผล หากใครสนใจเข้าร่วมประมูลงาน THAIFEX 2025 อย่างจริงจัง ควรเริ่มต้นจากศึกษาข้อมูลจากเว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือแหล่งข้อมูลจากสมาคมวิชาชีพ เช่น สมาคมผู้ค้าส่งในประเทศไทย หรือสมาคมอาหารฮาลาลแห่งประเทศไทย ซึ่งสามารถให้คำแนะนำและช่วยเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ งานประมูล THAIFEX จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรกรรมไม่ควรพลาด ทั้งในแง่ของผลประโยชน์ทางการค้า ความก้าวหน้าของธุรกิจ และการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในระดับโลก